่เย็นหลังปิดร้านของวันถัดมา เป็วันว่างๆ ไม่มีลูกค้าฉันเลยหยิบนิยายเล่มนั้นขึ้นมาดูจำเป็ต้องทำการบ้านเพื่อไม่ให้ตัวเองกลายเป็ตัวตลกในสายตาใคร คืนนั้นฉันเลยเปิดนิยายเล่มนั้นอ่านอย่างจริงจัง
แต่นิยายที่เปิดอ่านกลับทำให้สติแทบกระเจิงนางเอกอายุสามสิบห้าปีผู้บ้างานและไม่เคยผ่านมือชายใดกลับกลายร่างเป็ยัยตัวร้ายที่พยายามใช้วิธีสารพัดเพื่อล่อลวงพระเอกหนุ่มรุ่นน้องที่อายุน้อยกว่าเจ็ดปีทั้งมอมเหล้า ทั้งหว่านเสน่ห์ และทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้เขามาครองเนื้อหามันเต็มไปด้วยฉากวาบหวามจนฉันนึกฉุนว่ายัยวีไปเอาประสบการณ์พิสดารเหล่านี้มาจากไหน ที่สำคัญกว่านั้นเธอยังเที่ยวประกาศกร้าวกับผู้กำกับและคนรอบข้างว่าตัวละครนี้มีต้นแบบมาจากฉัน
“อีวี.....อีบ้าเอ๊ย!”
ฉันแผดเสียงออกมาด้วยความโมโหพร้อมกับเหวี่ยงหนังสือเล่มนั้นอัดกำแพงและกวาดข้าวของบนโต๊ะระบายอารมณ์เสียงโครมครามทำให้ประตูห้องถูกเคาะรัว ก่อนที่นายดินเพื่อนบ้านจอมกวนประสาทจะถือวิสาสะผลักเข้ามา
“ทำอะไรของคุณเนี้ยเดี๋ยวก็โดนนิติก็เชิญไปพบอีกหรอก”
“นิยายเนี้ย...มันใส่ร้ายฉันชัดๆฉันไม่ได้แรดขนาดนั้นสักหน่อยแถมยังเอาไปบอกใครต่อใครว่าฉันเป็ต้นฉบับนางเอกอีกแบบนี้คนอื่นจะมองฉันยังไง”
ฉันโวยวายหน้าดำหน้าแดง
“ต้นแบบอาจจะเป็แค่เื่ถักไหมพรมเก่งก็ได้มั้งคุณที่เหลือมันก็มุกตลกทั่วไป มองให้มันขำๆ สิ มันก็น่ารักดีออก”
คำปรอบใจที่ไร้น้ำหนักของนายดิน ไม่ได้ทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้น
หลังจากเถียงกันอยู่พักใหญ่ความโกรธของฉันก็เริ่มมอดลงเมื่อเขาเปลี่ยนเื่ด้วยการเล่าพล็อตอนิเมะแปลกๆเกี่ยวกับการแย่งชิงความรักให้ฟัง แม้ชีวิตจริงจะไม่ได้ลงตัวเหมือนการ์ตูนแต่คำถามหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัว สมองของฉันตั้งคำถามด้วยความสงสัยมีเหตุผลกลใดที่ทำให้วีเกลียดฉันจนต้องแต่งนิยายมาประจาน
เวลาล่วงเลยไปจนเข้าสู่สัปดาห์ที่สองทีมงานโทรศัพท์มาแจ้งข่าวดีว่าพวกเขาตกลงใจเลือกใช้พื้นที่ร้านเป็สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ผู้กำกับเดินทางมาตรวจดูโลเคชั่นด้วยตนเองอีกครั้งและดูเหมือนเขาจะถูกใจสไตล์การตกแต่งร้านสไตล์โรแมนติกของนายดินเป็พิเศษแม้ว่าบุคลิกตัวจริงของเ้าตัวจะดูห่างไกลจากความโรแมนติกนั้นลิบลับก็ตาม
เรามานั่งคุยรายละเอียดกันที่ร้านกาแฟของวันดา เื่คิวที่จะมาถ่ายเื่การให้คำแนะนำเกี่ยวกับงานถักกับนักแสดงรวมถึงค่าเช่าสถานที่ตลอด่เวลาที่ทำการถ่ายทำด้วย
ท้ายที่สุด พวกเราตกลงค่าเช่ากับทางบัญชีได้ที่ตัวเลขสามหมื่นบาทต่อเดือนซึ่งถือว่าเป็รายได้มหาศาลสำหรับฉัน แถมยังเป็การโปรโมทร้านไปในตัวหลังจากนี้คงมีลูกค้าแวะเวียนมาอุดหนุนมากขึ้น ลดทิฐิลงเสียบ้างตามที่นายดินบอกแล้วทุกอย่างคงจะดีขึ้น ฉันบอกตัวเองให้ทนอดกลั้นเข้าไว้ ตลอดการถ่ายทำสามเดือนเพื่ออนาคตและเม็ดเงินก้อนโต
❉❉❉❉❉❉❉❉❉❉
ใกล้ถึงวันเปิดกล้อง ความตื่นเต้นทำให้ฉันนอนไม่หลับตลอดทั้งคืนนายดินแวะมานั่งกินข้าวต้มรอบดึกด้วยกันตามเคยพร้อมกับซักไซ้ไล่เลียงไม่เลิกราเื่พระเอกปริศนาตัวฉันเองก็อยากรู้เช่นกันว่านางเอกวัยสามสิบห้าในเื่จะถอดแบบมาจากฉันมากแค่ไหนและในสายตาของวี ฉันเป็คนน่าสมเพชขนาดนั้นเชียวหรือ
“นี่คุณแล้วผมต้องทำอะไรบ้างเนี่ย นอกจากยืนเฝ้าร้านไปวันๆ” นายดินถามขึ้นขณะตักข้าวเข้าปาก
“ไม่รู้สิ คุณเดชาบอกแค่ว่าให้ฉันช่วยสอนวิธีถักไหมพรมให้นางเอกนิดหน่อยก็พอแต่จนป่านนี้ฉันยังไม่เคยเห็นหน้าเธอเลย ไม่รู้ว่าจะให้สอนตอนไหนหรือเขาคิดว่ามันง่ายจนทำแป๊บเดียวเสร็จก็ไม่รู้”
“พรุ่งนี้ผมไปตัดผมใหม่ดีม่ะเผื่อผู้กำกับผ่านมาเห็นแล้วเกิดปิ๊งจับผมไปเป็ตัวประกอบเด่นๆ ขึ้นมาบ้าง”
“อย่าหวังสูงเลยนายแต่ถ้าแค่เดินผ่านฉากหลังแบบเบลอๆ อาจจะพอไหว ให้ช่วยฟรีๆอะไรประมาณนั้น”
“คุณก็น่าจะแต่งหน้าแต่งตาหน่อยมั้ยพรุ่งนี้เผื่อได้วิ่งผ่านกล้องกับเขาบ้าง”
“ไม่เอาหรอก...ฉันไม่ชอบความเฟค..อยากเป็ตัวของตัวเอง”
แล้ววันเปิดกล้องก็มาถึงทีมงานนัดหมายั้แ่ตีห้าเพื่อเตรียมความพร้อมเนื่องจากต้องเคลียร์พื้นที่และขออนุญาตเ้าของอาคารรวมถึงแจ้งเพื่อนบ้านในคอนโดเื่การกองถ่ายโชคดีที่ย่านนี้ค่อนข้างเงียบสงบใน่กลางวันยิ่งร้านของเราอยู่ลึกเข้าไปด้านในสุด ยิ่งเหมาะแก่การปิดกองถ่ายทำโดยไม่มีคนมารบกวน
ฉันลงมารอด้านล่างั้แ่ไก่ยังไม่โห่ นายดินตามลงมาสมทบไม่นานหลังจากนั้นพอได้เห็นหน้าเขาชัดๆ ฉันถึงกับชะงักด้วยความประหลาดใจ เพราะเขาตัดผมมาจริงๆอย่างที่พูดซะด้วย จะว่าไป..ตอนแต่งตัวดีๆ ก็ดูหล่อไม่ใช่เล่นเหมือนกันนะนายคนนี้พอเขาเห็นฉัน...ก็รีบทักขึ้นทันที
“อ้าวคุณไหนบอกว่าเฟคไง แต่งหน้าทาปากซะแดงมาทำไม”
“ฉันแค่ไม่อยากดูโทรมเลยทาปากนิดหน่อยเท่านั้นจับผิดฉันหรือไง”
ในขณะที่นั่งเถียงกับนายดินอยู่หน้าร้าน รถตู้สีดำคันหรูก็แล่นเข้ามาจอดด้านหน้าประตูเลื่อนถูกเปิดออก ยัยวีก็ลงมาจากรถฉันเบ้ปากมองเล็กน้อยเพราะต้องทนทำงานกับเธอตั้งสามเดือน แต่คนที่ก้าวลงมาหลังจากนั้นฉันแทบลมใส่...
“ธนัชชา...”
นายดินพุ่งเข้ามาสะกิดแขนฉันทันที
“นี่คุณๆ นั่นนะ...แฟนคุณใช่ป่าว”
“ไม่ใช่โว้ย....”
ฉันะโใส่ด้วยความหงุดหงิด ทำไมความซวยถึงได้ขยันมาเยือนฉันนักนะนอกจากจะต้องทนร่วมงานกับเพื่อนตัวแสบแล้วไอ้ต้นเหตุของเื่ทั้งหมดดันโผล่หัวมาเหยียบถึงที่นี่ ฉันไปทำกรรมอะไรไว้นะทำไมชีวิตต้องมาวนเวียนอยู่กับคนพวกนี้ซ้ำซาก
ฉันพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ท่องในใจท่องไว้ว่าเงินสำคัญที่สุด เงินเท่านั้นที่จะเยียวยาฉันได้ แต่เมื่อนัชหันมาสบตาเข้าเขาก็ส่งยิ้มหวานละมุนมาให้ และตรงเข้ามาคุยกับฉันทันที
“าาวดี!บังเอิญจังได้เจอกันอีกแล้วนะ”
(บังเอิญพ่องมึงสิ...ใครอยากจะเจอคนอย่างมรึง)
ฉันได้แต่สบถอยู่ในใจแต่ใบหน้าต้องแกล้งยิ้มแย้มให้เพราะมีทีมงานอยู่ด้วยหลายคน
“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะนัชสบายดีสินะ เห็น่นี้งานรุมเร้าออกสื่อตลอดเลยนี่”
“ดีใจจังที่าาวดียังคอยติดตามข่าวสารของฉันอยู่นึกว่าเกลียดกันไปซะแล้วเสียอีก”
(เออ...กูเกลียดมึงฉิบหาย..)แต่ฉันก็ต้องพูดสิ่งที่ตรงข้ามกับความคิดออกไป
“เื่มันผ่านมานานฉันลืมไปหมดแล้วล่ะ ไม่เก็บเอามาใส่ใจหรอก”
ฉันตอบเสียงเรียบพร้อมรอยยิ้มบางเบา
“ไปที่ห้องแต่งตัวเถอะอีกชั่วโมงเดียวก็จะเริ่มถ่ายทำฉากแรกแล้ว”
วีเดินมาเรียกนัช พร้อมกับส่งตาขวางใส่ฉัน
ฉันกลับลงไปนั่งที่เดิมพร้อมกับมองตามทั้งคู่ด้วยความสงสัย เธอยังรับหน้าที่เป็ผู้จัดการส่วนตัวให้นัชอยู่อย่างนั้นหรือไหนบอกว่าเลิกกันไปแล้วไม่ใช่หรือไง ยิ่งลองทบทวนเื่ในนิยายบทที่เธอเขียนถึงฉันถ้าพระเอกนั่นคือนัช ส่วนนางเอกคือฉันเธอจะบอกว่าฉันพยายามยั่วยวนนัชทุกทางเพื่อให้ได้เขามาอย่างนั้นเหรอ และการที่เธอชวนให้ฉันมาพัวพันกับกองถ่ายนี้เธอมีแผนการชั่วร้ายอะไรซ่อนอยู่กันแน่! “อีตัวแสบ”
ความโกรธพุ่งทะยานจนระงับไม่อยู่ ฉันลุกขึ้นเดินไปหาเธอเพื่อถามความจริงให้ได้
“นิวี..เธอตั้งใจไม่บอกฉันเื่พระเอกของเื่นี้ใช่มั้ย”
“อืม...ใช่”เธอยักไหล่หน้าตาเฉย
ความอดทนขาดผึ่ง ฉันกำลังจะอ้าปากด่านังนี่มันแสบเกินกว่าที่ฉันคาดไว้มาก แต่จู่ๆ ก็มีมือมาดึงแขนฉันกลับ
“ใจเย็นๆก่อนคุณ สามหมื่นบาทท่องไว้ ท่องไว้!”
นายดินรีบดึงฉันกลับไปที่ร้านพร้อมกับพูดถึงเื่เงินซ้ำไปซ้ำมาเพื่อเรียกสติฉัน
“เงินบ้าบออะไรไม่เอาแล้วโว้ย จะไปยกเลิกสัญญานี่เดี๋ยวนี้!”
ฉันสะบัดตัวหลุดจากการเกาะกุมแล้วเดินดุ่มๆไปหาผู้กำกับทันที ความรู้สึกตอนนี้คือไม่อยากทนอยู่ร่วมอากาศกับคนพวกนี้อีกต่อไปแต่นายดินก็ยังตามมาคว้าแขนฉันไว้แน่น
“ฟังผมก่อนนะชาอย่าเพิ่งวิ่งตามเกมที่เธอวางไว้สิ ผมมั่นใจว่ายัยวีต้องมีเหตุผลเื้ัแน่ๆและนี่น่าจะเป็แผนการที่ยัยนั่นคิดไว้ล่วงหน้าก่อนจะมาเจอคุณเสียอีก อย่าเพิ่งไปตกหลุมพรางสิ”
ฉันเริ่มคิดตามที่นายดินพูดก็จริงอย่างที่ว่า..ยัยนี่ต้องมีแผนอะไรแน่ แล้วความอยากรู้อยากเห็นแบบโคนันพุ่งปรี๊ดขึ้นมาแทนที่แม้ใจจะไม่อยากร่วมงานต่อแค่ไหน แต่ความจริงเพียงหนึ่งเดียวมันคืออะไรกันแน่ยัยนี่้าอะไรจากฉันกันแน่
เรากลับมานั่งที่เดิมอีกครั้งพอใจสงบ ปากก็เริ่มขยับใหม่
“ที่นายห้ามนี่เพราะกลัวชวดเงินส่วนแบ่งของนายสินะ”
“ผมเป็ห่วงคุณต่างหากเราก็เป็เพื่อนกันมาตั้งนาน ไม่อยากให้คุณเสียโอกาสดีๆ ไป”
“ฉันเป็เพื่อนกับนายั้แ่เมื่อไหร่ไม่ทราบยะ”
“อ้าวคุณ...กินข้าวด้วยกันทุกวันจะบอกไม่ใช่เพื่อนกันงั้นเหรอ...หรือว่า.....คุณคิดเกินเพื่อนกับผมแล้ว”
(▔﹏▔) (ทำไมชีวิตตรูต้องมาเจอแต่คนแบบนี้ด้วยเนี้ย)
ฉันคิดแค่ในใจไม่ได้ตอบออกไป พร้อมกับถอนหายใจยาวๆ นายดินหรี่ตามองฉันด้วยแววตาเ้าเล่ห์ก่อนจะโน้มหน้าเข้ามาใกล้แล้วกระซิบ
“นี่คุณรู้ไหม...บุคลิกอย่างเราสองคนเนี่ย ถ้าอยู่ในพล็อตอนิเมะนะต้องเป็คู่กัดที่ลงเอยด้วยการเป็แฟนกันแน่ๆ เลยคุณว่าไหม”
“งั้นเหรอ...ตอนไหนล่ะตอนที่นายตายแล้วกลายเป็ผีผัวเก่าฉัน หรือตอนที่นายโดนผู้หญิงอีกคนเสียบตายเพราะเ้าชู้มีเมียหลายคน”
“อุ๊ย!จำแม่นจังนะเื่เร่าร้อนพวกนี้เนี่ย...ว่าแต่เลิกเถียงกันแล้วแอบไปส่องห้องแต่งตัวกันดีกว่าเหมือนนางเอกตัวจริงจะมาถึงแล้วมั้งเนี่ย”
*¨**¨*•.¸❤︎¸.•*¨**¨*