Teachers Kekkaishi คุณครูผู้ผนึกมาร

    บทที่100 โม่เสียมสะดุ้ง

    “หัวข้อการแข่งขันครั้งนี้ดูเหมือนจะเป็นการสื่อความเป็นธรรมชาติออกมาให้ผู้ชมดําดิ่งถึงมันได้นะ…’’

     

    “ธรรมชาติ?นั่นน่าสนใจไม่เลว เพราะถ้าเป็นการสื่อความดุร้ายหรืออารมณ์ของสัตว์นั่นคงจะง่ายดายกว่า แต่ถ้าเป็นธรรมชาติการจะทําให้ผู้ชมดําดิ่งไปกับมันนั้นยากเย็นยิ่งเพราะอย่างนั้นไม่ว่าใครจะเป็นที่หนึ่ง ภาพวาดของเขาจะต้องน่าดูชมอย่างแน่นอน!’’

     

    “แล้วยังไง?ไม่ว่าหัวข้อจะเป็นแบบไหนมันก็ยังคงเป็นตัวชี้วัดอยู่ดีว่านักวาดคนนั้นมีค่ามากพอที่จะขึ้นครองตําแหน่งอันดับหนึ่งของการแข่งขันครั้งนี้รึเปล่า!’’

     

    “...’’

     

    ทันทีที่หัวข้อการแข่งขันถูกประกาศออกมาผู้ชมและจิตรกรนับไม่ถ้วนต่างฮือฮาออกความเห็นกันยกใหญ่ในสายตาของพวกเขามันเป็นเรื่องยากอย่างมากที่จะทําให้ได้อย่างว่ามา เหตุผลก็เพราะถ้าไม่ใช่จิตรกรอาวุโสที่เชี่ยวชาญจริงๆการจะวาดภาพที่สื่อความเป็นธรรมชาติให้ออกมาได้มากที่สุดย่อมเป็นไปไม่ได้

     

    ไม่ช้าการแข่งขันก็เริ่มขึ้นเหล่าจิตรกรกว่าพันคนที่เข้าร่วมการแข่งขันจึงตั้งหน้าตั้งใจวาดภาพของตัวเองอย่างเต็มที่

     

    “ดูนั่น!ดูเหมือนว่าคุณชายตู่จะวาดไปได้ครึ่งทางแล้ว!’’

     

    “ไม่น่าเชื่อดูเหมือนว่านอกจากเขาจะวาดเร็วแล้วเขายังมีความสามารถมากขึ้นอีก!’’

     

    “ไม่เพียงเท่านั้นเพราะดูเหมือนสิ่งที่เขาต้องการวาดจะเป็นธรรมชาติที่สื่อให้เห็นถึงกําแพงเมืองจีนของเรา!’’

     

    “...’’

     

    เมื่อเวลาผ่านไปได้ซักพักผู้ชมที่สังเกตเห็นตู่โอหยันวาดไปได้ครึ่งทางก็เริ่มบทสนทนาภาพวาดของเขานั้นค่อยๆปรากฏให้เห็นถึงกําแพงเมืองจีนที่ถูกล้อมรอบโดยธรรมชาติอันสวยงามพวกเขาที่รู้สึกดําดิ่งไปกับมันเล็กน้อยจึงเริ่มอดไม่ได้ที่จะทึ่งและชื่นชม

     

    ในความเห็นของพวกเขาคุณชายรองตู่โอหยันนั้นมีฝีมือการวาดภาพมากทีเดียวเชียว เพราะดูเหมือนนอกจากตอนนี้อีกฝ่ายจะมาถึงจุดสูงสุดของภาพวาดธรรมดาแล้วเขายังใกล้เข้าสู่เส้นทางแห่งการรังสรรค์ภาพวาดอย่างแท้จริงไม่อย่างนั้นมันคงเป็นไปไม่ได้ที่จะทําให้พวกเขารู้สึกถึงความดําดิ่งไปกับมันเช่นนี้

     

    กลับกันขณะที่ผู้ชมบางส่วนให้ความสนใจกับภาพวาดของตู่โอหยันผู้ชมอีกส่วนที่ไล่สังเกตภาพวาดของเหล่าจิตรกรไปทั่วก็เริ่มชะงักและหัวเราะเยาะขึ้นมา

     

    “เฮ้ย!ไอ้หมอนี่มันบ้ารึเปล่า?’’

     

    “จริงด้วย!นี่มันคิดจะทําบ้าอะไรกัน?’’

     

    “ใครกันนะที่ปล่อยให้คนสติไม่ดีอย่างนี้มาเข้าร่วมการแข่งขัน?’’

     

    “...’’

     

    ปัจจุบันผู้ชมส่วนใหญ่ที่ได้ยินและไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก็เริ่มหันไปมอง ไม่ช้าพวกเขาก็พบเข้ากับชายวัยกลางคนๆหนึ่งที่กําลังวาดภาพซึ่งภาพวาดของเขาคนนั้นเป็นภาพวาดที่มีขันนํ้าและใบไม้รอยอยู่เหนือผิวนํ้าบอกได้เลยว่าในสายตาของพวกเขามันก็แค่ภาพวาดธรรมดาภาพหนึ่ง

     

    อย่างไรก็ตามเหตุผลที่พวกเขารู้สึกเยาะเย้ยนั้นไม่ใช่เพราะสิ่งเหล่านี้แต่เป็นเพราะหัวข้อการแข่งขันต่างหากซึ่งหัวข้อการแข่งขันครั้งนี้คือการให้สื่อถึงความเป็นธรรมชาติออกมาให้ได้มากที่สุดแล้วแบบนี้ขันนํ้ากับใบไม้ใบเดียวจะไปสื่อมันได้อย่างไร?

     

    ล้อกันเล่นแล้ว!

     

    ด้านยิปซี่ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ก็ไม่ได้สนใจและยังคงวาดมันต่อเรื่อยๆด้วยรอยยิ้มซึ่งมันเป็นรอยยิ้มแห่งความเย้ยหยัน

     

    สําหรับเขาแล้วหลังจากที่ได้รับการถ่ายทอดความรู้บางส่วนโดยตรงจากชายหนุ่มเขาก็ตระหนักรู้ถึงการวาดภาพขึ้นเยอะดังนั้นเขาจึงเข้าใจได้ทันทีเลยว่าการวาดภาพนั้นไม่ได้ใช้แค่ใจ แต่สิ่งสําคัญมันอยู่ที่จิตวิญญาณต่างหากตราบใดที่จิตวิญญาณของผู้วาดสื่อถึงมันภาพวาดภาพนั้นที่ถูกวาดขึ้นก็จะเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ต้องการจะสื่อ

     

    นั่นแหละการวาดภาพที่แท้จริง!

     

    เอาตรงๆเดิมทียิปซีที่ตระหนักรู้ก็ไม่ค่อยเชื่อหรอกเพียงแต่เมื่อเขาลองจินตนาการดู เขาก็พบกับความเป็นไปได้อันยิ่งใหญ่ดังนั้นเขาจึงรู้สึกเหลือเชื่อเป็นอย่างมากที่ชายหนุ่มมีความรู้มากมายขนาดนี้เขาที่ได้รับการถ่ายทอดมาจึงรู้สึกชื่นชมและยกย่องอีกฝ่ายเป็นอย่างมากด้วยเหตุนี้ครั้งนี้ไม่ว่ายังไงเขาก็ต้องชนะและขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง

     

    เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจิตรกรที่วาดภาพส่วนใหญ่เสร็จแล้วจึงทําการคุมผ้าคุมแล้วส่งมันไปยังบนเวทีเพื่อรอผู้ตัดสินมาทําหน้าที่ประกาศผลตู่โอหยันก็เช่นกัน เขาได้วาดภาพและทําทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้วดังนั้นผู้ชมมากมายที่เห็นผลงานของเขาจึงรู้สึกชื่นชมเป็นอย่างมากบ้างก็ฟันธงกันแล้วว่าอันดับหนึ่งจะต้องเป็นเขา

     

    อย่างไรก็ตามเมื่อถึงทียิปซี ผู้คนต่างมองเขาด้วยความดูถูกยิ่งเป็นคนที่ไร้ชื่อเสียงแบบนี้ พวกเขายิ่งหัวเราะเยาะซํ้าเติม

     

    ขันนํ้าและใบไม้?

     

    ก็แค่การแสดงโง่ๆเรื่องหนึ่ง!

     

    ‘คนไร้ชื่อเสียงแบบนี้ไม่รู้ใครปล่อยให้เข้ามาร่วมการแข่งขัน?เหอะ! คนแบบนี้ไม่น่าจะมาเป็นจิตรกรเลยขืนยังอยู่ก็มีแต่ทําให้วงการเสื่อมเสีย...’ ด้านตู่โอหยันก็คิดเหมือนกันเขามองไปยังอีกฝ่ายด้วยความดูถูกอย่างแท้จริง

     

    สําหรับตู่โอหยันแล้วแม้ว่าเขาจะวาดกําแพงเมืองจีนตลอดอย่างตั้งใจแต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยรอบก็ไม่รอดพ้นจากสายตาของเขาแม้แต่น้อย ดังนั้นเขาที่เห็นคนไร้ชื่อเสียงอย่างชายวัยกลางคนมาวาดภาพที่ไร้สาระจึงรู้สึกดูถูกเป็นอย่างมากแต่ด้วยฐานะคุณชายรองจากตระกูลตู่มันจึงทําให้เขาไม่สามารถแสดงท่าทีออกมาเต็มที่อย่างคนอื่นๆได้ด้วยเหตุนี้เขาจึงทําเพียงมองอย่างดูถูกโดยไม่พูดอะไรเท่านั้น

     

    ครู่ต่อมาเมื่อบนเวทีเต็มไปด้วยภาพวาดของผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดแล้วทางสมาคมจิตรกรก็รายงานไปยังประธานของพวกเขา ไม่ช้าโม่เสียมที่รับรู้ว่าการแข่งขันมาถึงจุดตัดสินแล้วจึงเดินทางมาทันที

     

    คนอื่นๆที่เห็นก็ฮือฮากันยกใหญ่ในสายตาของพวกเขาชายชราคนนี้ไม่ต่างอะไรไปจากพระเจ้าแห่งวงการวาดภาพผลงานแห่งการรังสรรค์ทุกๆอย่างของอีกฝ่ายล้วนมีชื่อเสียงดังนั้นงานแข่งขันครั้งนี้ที่มีอีกฝ่ายเป็นผู้ตัดสินผลลัพธ์ย่อมเชื่อถือได้ร้อยเปอร์เซ็น

     

    ซึ่งนั่นหมายความว่าต่อให้เป็นภาพวาดที่ห่วยแค่ไหนถ้าชายชราตัดสินว่าดี นั่นก็จะไม่มีทางเปลี่ยนแปลง!

     

    ด้านโม่เสียมที่มาถึงก็กวาดตามองเหล่าผู้แข่งขันทุกๆคนด้วยรอยยิ้มอย่างไรก็ตามแววตาที่เขามองไปยังตู่โอหยันนั้นเต็มไปด้วยความชื่นชมเป็นพิเศษ‘ดูเหมือนว่าตู่โอหยันจะพัฒนาฝีมือมาอีกขั้นแล้ว…’

     

    “ท่านประธาน…’’ไม่ช้า ผู้อาวุโสคนหนึ่งก็เข้ามากระซิบที่ข้างหูของโม่เสียมซึ่งเขาได้รายงานทุกอย่างที่เกิดขึ้นรวมถึงข้อมูลของผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด

     

    โม่เสียมจึงพยักหน้าเข้าใจก่อนยิ้มให้กับทุกๆคน“ทุกๆท่านเนื่องจากงานแข่งขันครั้งนี้เป็นงานแข่งขันจัดอันดับฝีมือดังนั้นหลังจากนี้ไม่ว่าผลลัพ์จะเป็นยังไงก็ขอให้ทุกคนโชคดีและยอมรับกับผลลัพธ์ที่ออกมา…’’

     

    “เปิด!’’พูดจบ โม่เสียมก็สั่งให้สมาชิกของสมาคมเปิดผ้าคุมของภาพวาดทั้งหมดทันที

     

    ไม่ช้าภาพวาดมากมายกว่าหนึ่งพันภาพก็ปรากฏส่งผลให้โม่เสียมผู้ทําหน้าที่ตัดสินเริ่มกวาดตามองอย่างรวดเร็วและทันทีที่สายตาของเขาไปฉะกับภาพวาดภาพหนึ่งเข้าเขาก็สะดุ้งจนรักษาท่าทีไม่อยู่และเผลอกระโดดหยงออกมา “เฮ้ย!’’

     

    พริบตาเหล่าผู้ชมที่เห็นเหตุการณ์ก็สะดุ้งไปเหมือนกัน

     

    เฮ้ย!คุณจะกระโดดทําไม?

     

    พวกเราตกใจหมดแล้ว!

    คล้ายกับเรื่องTeachers Kekkaishi คุณครูผู้ผนึกมาร ที่คุณอ่าน