มายทิชเชอร์คุณครูสุดสวย

    ตอนที่ 66 ซุนเสี่ยวเฟิงหนีไป

    เหมือนกับสายฟ้า เจียงตงหลบหมัดฉินเฉา จากนั้นเคลื่อนมาข้างหลังฉินเฉาพร้อมกับใช้หมัดแปดทิศออกมาพร้อมกัน มือซ้ายเปลี่ยนเป็นฝ่ามือแล้วฟาดเข้าใส่แผ่นหลังส่วนล่างของฉินเฉา


    หลังจากเข้าสู้ขั้นกำเนิดจิต ร่างกายของฉินเฉาก็เข้าสู่ขั้นรับรู้ถึงอันตราย แม้ว่าก่อนที่เขาจะหันหัวไป ฉินเฉาก็รู้สึกถึงการคุกคามที่แผ่นหลังเบื้องล่างแล้ว


    เหมือนกับแมงป่องฟาดหาง ฉินเฉาเตะกลับหลัง หน้าแข้งเหมือนกับขวานศึก ทำให้เกิดเสียงหวีดหวิวของลมขณะที่เคลื่อนที่


    เจียงตงตกใจ เขารีบหดฝ่ามือกลับมารับลูกเตะของฉินเฉา


    แต่ลมที่ถูกสร้างด้วยลูกเตะนั้นปัดมือแล้วคิดไม่ถึงว่าจะทำให้แขนเสื้อขาด


    “มันเป็นอย่างนี้ได้ยังไง!” ตาของเจียงตงแทบถลนออกมา ฉินเฉาไปเรียนกังฟูสำนักไหนมา ทำไมถึงสร้างสายลมที่ดุร้ายแบบนั้นออกมาได้ เพียงแค่เตะ?


    นี่ยังดุร้ายกว่าอาจารย์ แม้ว่าอาจารย์จะแข็งแกร่ง แต่เขาก็ยังไม่สามารถไปถึงขั้นที่น่ากลัวแบบนี้ได้


    “ไม่! วันนี้ฉันต้องกำจัดแกไม่ว่ายังไงก็ตาม!” เจียงตงรู้ว่าเขาไม่สามารถต่อกรกับฉินเฉาได้ เพราะฉะนั้นเขาเลยก้าวถอยหลังสองก้าว แล้วหยิบเอามาเชเต้จากใต้เบาะเมอร์ซิเดส เสียงลมหวีดหวิวเกิดจากเขาควงมาเชเต้


    “ฉินเฉามันจะดีกว่า ถ้านายยอมแพ้ซะ ไม่งั้น มีดเล่มนี้จะไม่ปรานีนาย!” เจียงตงพูดอย่างดุร้าย มันเหมือนเขาพร้อมจะพลีชีพแล้ว


    “เจียงตงนายบ้าไปแล้วเหรอ!?” ฉินเฉาขมวดคิ้ว “หน้าที่พ่อบ้านของนายทำให้นายเป็นหนักมากถึงขั้นเอามาเชเต้มาด้วยงั้นเหรอ?”


    “นายเป็นแค่ยามตัวเล็ก ๆ ที่รู้จักแต่หิว นายจะไปเข้าใจเรื่องนี้ได้ยังไง” เจียงตงพูดอย่างเย็นชาพร้อมกับพยักหน้าสองครั้ง “ยิ่งกว่านั้น ความสัมพันธ์ระหว่างนายกับคุณหนูรองก็เป็นไปไม่ได้ เธอเป็นลูกสาวของตระกูลซู ขณะที่นาย อย่างมากก็เป็นได้แค่ใครสักคนที่รู้จักกังฟู อนาคตอะไรที่นายจะสามารถมีได้ด้วยสิ่งนั้น? ถ้าคุณหนูรองแต่งกับนาย นายให้อะไรเธอได้? นายจะพาเธอไปแล้วกลับจากงานด้วยจักรยานของนายงั้นเหรอ? อย่าหลอกตัวเองเลย นายคิดว่าความรัก ที่ไม่พึ่งพาวัตถุเป็นเรื่องโรแมนติกเหรอ?”


    ฉินเฉาเงียบ เขาทำแค่เอาบุหรี่ออกมาจุด แล้วสูบมันในปากอย่างเงียบ ๆ


    เขาจำได้ว่าแฟนเก่า ตอนเธอไป เธอพูดบางอย่าง


    “มันไม่มีจริง ๆ เหรอ ไอ้สิ่งที่เรียกว่ารักบริสุทธิ์น่ะ?”


    “เราอาศัยอยู่ในสังคมวัตถุนิยม ไอ้สิ่งที่เรียกว่า ‘รักบริสุทธิ์’ มันไม่มีมานานแล้ว!” เจียงตงอดระเบิดคำพูดออกมาไม่ได้ ดูเหมือนว่าเขาจะมีประสบการณ์แบบนี้มาก่อนในอดีต


    “ฉันไม่สน! ต่อให้เรื่องนี้จะเป็นไปไม่ได้ยังไง ฉัน ฉินเฉา จะพยายามให้สำเร็จให้ได้!” ฉินเฉาคำรามด้วยความโกรธ แม่น้ำข้างหลังเขาก็คำรามพร้อมกับเขา “การท้าทายสวรรค์เป็นสิ่งที่ฉัน ฉินเฉาต้องการ!”


    ฉินเฉาไม่รู้ว่าท่าทางที่เขาแสดงสอดคล้องกับจุดที่แข็งแกร่งที่สุดของเส้นทางปีศาจ


    เจียงตงค้างไปชั่วขณะ เขารู้สึกว่า ฉินเฉา ผู้ชายที่สวมเครื่องแบบยามนี้ ทันใดนั้นก็มีคลื่นที่ไม่สามารถหยุดได้ทะลักออกมา ทำให้เขากลัวที่จะเผชิญหน้ากับฉินเฉา


    “พอได้แล้ว! ความถือดีของนาย เอาไว้จัดการฉันได้ก่อน แล้วค่อยมาคุยกัน!”


    เจียงตงตะโกนออกมาเสียงดังเพื่อกระตุ้นตัวเอง จากนั้นโจมตีฉินเฉาด้วยมาเชเต้


    “มาเลย! มาจัดการฉันนี่!” ฉินเฉาแสยะยิ้ม เขาหยิบเอากระบองออกมาจากนั้นยื่นมันออกไปรับการโจมตีจากเจียงตง


    พร้อมกับเสียงลม เจียงตงแกว่งมาเชเต้เพื่อฟันใส่ไหล่ของฉินเฉา


    แกร๊ง! ฉินเฉายกกระบองขนานกับพื้นตรงหน้าเขาเพื่อป้องกันการฟันของเจียงตง ทำให้เกิดประกายไฟขนาดใหญ่


    “ปล่อย!” แม้ว่าจะถืออาวุธมีคมแต่พลังการต่อสู้ของเจียงตงยังด้อยกว่าฉินเฉาสองขั้น ฉินเฉาขยับแขนแล้วแกว่งกระบองขึ้น เจียงตงก็ถูกผลักให้ถอยกลับไปด้วยแรงที่มากกว่า มาเชเต้ก็ลอยหลุดจากมือเขาไป


    “เจียงตง พวกที่เอาแต่ตัวเองเป็นใหญ่ ไม่ใช่ฉัน แต่เป็นนาย!” หลังจากที่เห็นเจียงตงต้องการจะพุ่งเข้ามาอีกครั้งหลังจากหยิบมีดจากพื้น ฉินเฉาก็วาดขาเตะใส่เมอร์ซิเดสของเจียงตงอย่างง่าย ๆ


    ปัง! รถสีเงินถูกส่งไปด้านข้างหลายเมตร ทิ้งรอยล้อลากยาวไว้กับพื้น


    “โอ้....พระเจ้า....” เจียงตงกลัวแทบบ้า มาเชเต้ในมือหล่นลงพื้นแทบจะตกใส่เท้า


    “นาย นายยังเป็นมนุษย์อยู่มั้ย?”


    “แน่นอน ฉันยังเป็นมนุษย์” ฉินเฉาเอากระบองออกไป แล้วพูดแย้งกลับไป “แต่ฉันไม่ใช่มนุษย์ประเภทเดียวกับนาย ตอนนี้ นายยังต้องการสู้กับฉันต่อมั้ย?”


    “ลืมไปซะ...นายมันสัตว์ประหลาด ฉันไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนาย” เจียงตงท่าทางหดหู่นิดหน่อย ในที่สุดเขาก็โยนผ้ายอมแพ้ “แต่ฉันก็ยังอยากให้นายอยู่ห่าง ๆ คุณหนูรองอยู่ดี”


    “ทำไมนายถึงดื้ออย่างนี้นะ!” ฉินเฉาวางเท้าถัดจากเมอร์ซิเดส ทำให้เจียงตงกลัวจนสั่น


    “พี่ใหญ่ ได้โปรดอย่าเตะอีกเลย ค่าซ่อมรถคันนี้แพงมาก!”


    “ใครจะเตะกัน? รีบพาฉันกลับได้แล้ว ฉันต้องกลับไปทำงาน”


    “เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้เป็นเพราะว่าฉัน ทำไมไม่ให้ฉันเลี้ยงขอโทษนายล่ะ? แต่ฉันจะจำตานายไว้ ถ้านายกล้าใช้กำลังกับคุณหนูรองล่ะก็ ฉันจะใช้ชีวิตของฉันเพื่อหยุดนายให้ได้”


    “เอาล่ะ ได้ ได้ จากนี้ไปฉันจะเรียกนายว่าพี่ใหญ่ โอเค๊? ตอนนี้ เรื่องเลี้ยง ไปที่โรงแรมแอนโทนี่กินอาหารฝรั่งเศสกัน”


    “นี่....ฉันเหลือเงินเดือนแค่สองวัน...”


    “หะ! ด้วยท่าทางยิ่งใหญ่ของพ่อบ้านตระกูลซู นายยังแกล้งทำตัวจนต่อหน้าฉัน? งั้น ที่ไหนที่นายจะพาฉันไปกิน?”


    “เนื้อย่างข้างถนน ในถนนตะวันออก....”


    “......”


    ฉินเฉาพูดไม่ออกกับชายชุดสูทคนนี้ เจียงตงขับเมอซิเดสเบนซ์ E300 แต่หลังจากที่เขาคิดดู เขาก็คิดว่าไม่เป็นไรถ้าพวกเขาจะไปกินที่ร้านข้างทาง เพราะว่าความรู้เรื่องอาหารฝรั่งเศสเขามีอย่างจำกัด


    แต่ในตอนนี้ มือถือในกระเป๋าเสื้อทันใดนั้นก็ดังขึ้น


    “ฮัลโหล นั่นใคร?”


    “พี่ฉินเฉา ผมเอง!” เสียงของผู้ชายเลี่ยน ๆ ดังออกมาจากมือถือ มันเป็นเสียงของเฉินหยิงหยาง “ผมแอบตามซุนเสี่ยวเฟิงมา ตอนนี้ เมื่อเขากำลังเข้าเรียนอยู่ อยู่ดี ๆ เขาก็ออกมาจากห้องเรียน จากนั้นเขาก็มุ่งไปที่โรงยิม ที่ชมรมเต้นกำลังซ้อมอยู่”


    “หยุดเขาไว้ ฉันจะไปให้เร็วที่สุด” ฉินเฉาขมวดคิ้วแล้ววางโทรศัพท์


    “เกิดอะไรขึ้น?” เจียงตงพูดขึ้นมาขณะขับรถ “โทษที ที่ฉันขับช้า เราจะถึงถนนตะวันออกในอีกสองชั่วโมง แต่นายไม่ต้องกังวล ถ้านายเหนื่อย นายนอนได้เลย ฉันจะปลุกนายเมื่อถึงที่เอง”


    “นายต้องรีบ คุณหนูรองของนายตกอยู่ในอันตราย”


    “อะไรนะ!” ตาของเจียงตงเบิกกว้าง เขาสั่นเพราะข่าวที่ได้รับ ทันใดนั้น เขาก็เหยียบคันเร่ง


    พร้อมกับเสียงดังกึกก้อง เหมือนกับสาดเลือดไก่ รถก็เร่งความเร็วบนถนนมุ่งไปที่โรงเรียนกวางหยวน


    ขณะเดียวกัน หลังจากที่วางสาย เฉินหยิงหยางก็ถอนหายใจเล็กน้อย


    “ชายคนนี้! เขาจำฉันได้แค่ตอนมีปัญหา หึ!” เขาจัดเครื่องแบบ แล้วรีบก้าวไปดักหน้าซุนเสี่ยวเฟิง


    “ประธานซุน เค้ามีเรื่องจะบอก จะเป็นไรมั้ยถ้าเราจะหาที่คุยกัน?” ไม่คิดว่าซุนเสี่ยวที่ตอนนี้ตาเป็นสีเทา ปัดมือเฉินหยิงหยางไปด้านข้างแล้วพูดอย่างเย็นชาว่า “หลีกไป...”


    เมื่อเฉินหยิงหยางมองไปที่ตา มันทำให้ร่างแข็ง พวกมันเย็นชาอย่างน่าตกใจ เขาสั่นพลางคิดว่า ‘เกิดอะไรขึ้นกับซุนเสี่ยวเฟิง? ทำไมเขาถึงดูแปลกออกไป?’


    “สุดหล่อ อย่าใจร้ายนักเลย ช่วยฉันหน่อย โอเค๊?” เมื่อจำได้ว่างานสำคัญที่ฉินเฉาให้ไว้คือพยายามกันไม่ให้ซุนเสี่ยวเฟิงไปที่โรงยิม


    “หลีก!” ทันใดนั้นซุนเสี่ยวเฟิงก็ยื่นมือออกมาแล้วผลักเฉินหยิงหยางออกไป แรงที่กระแทกใส่ไหล่ของเฉินหยิงหยางเหมือนกับว่าเขาถูกวัวพุ่งเอาเขาเสียบ ทันใดนั้นเขาก็ลอยไปด้านข้างแล้วปะทะกับกำแพงตึกใกล้ ๆ


    “โอ้ ความเจ็บกำลังจะฆ่าฉัน!” เฉินหยิงหยางค่อย ๆ ทรุดลงกับพื้น แน่นอนว่าความรู้สึกนี้เป็นความเจ็บปวดที่หลังหัก


    ในตอนนี้เอง จางลี่ก็มาจากด้านข้าง เขาตะลึง เมื่อเห็นท่าทางลำบากของเฉินหยิงหยาง เขาหวาดกลัวแล้วถามอย่างเร่งรีบว่า “พี่เฉิน เกิดอะไรขึ้นกับคุณ?”


    “นักเรียนคนนั้นทำฉัน!” เฉินหยิงหยางยกมือขึ้นอย่างงดงาม แล้วชี้นิ้วไปที่ซุนเสี่ยวเฟิง แล้วพูดว่า “รีบกันเขาไว้! ฉินเฉาบอกว่าเขามีอะไรแปลก ๆ ”


    “เป็นคำพูดของพี่ฉินเหรอ? ได้!” เมื่อรู้ว่าคำสั่งนี้มาจากฉินเฉา จางลี่ก็ไม่ลังเลอีกต่อไป เขารีบพุ่งเข้าไปหาซุนเสี่ยวเฟิงที่แปลกประหลาดทันที


    เขาเอาตัวเองพุ่งเข้าใส่ซุนเสี่ยวเฟิงแล้วกอดร่างไว้แน่น เฉินหยิงหยางก็เข้ามาแล้วใช้ความสามารถพิเศษเกาะขาของซุนเสี่ยวเฟิงไว้


    “ไอ้เวร! ทำไมพวกแกสองคน น่ารำคาญนัก” โจวเต๋อที่ยืนอยู่บนหลังคาใกล้ ๆ ผู้ที่กำลังหลับตาทันใดนั้นก็พูดอย่างเย็นชา “ราชาวิญญาณ กำจัดพวกมันสองคนซะ”


    “อ้ากกก!” ทันใดนั้นซุนเสี่ยวเฟิงก็ส่งเสียงออกมา เขาฟาดฝ่ามือใส่ยามทั้งสองคน


    ทันใดนั้นพลังที่มองไม่เห็นก็พันรอบตัวจางลี่แล้วเฉินหยิงหยาง แล้วเหวี่ยงพวกเขาทั้งคู่ออกไป


    “โอ๊ย นี่มันอะไรกันเนี่ย!” จางลี่ที่ยังหนุ่มแล้วแข็งแรง หลังจากที่กลิ้งกับพื้น เขารีบลุกขึ้นแล้วมองไปที่ซุนเสี่ยวเฟิง


    ใบหน้าครึ่งหลังถูกปกคลุมไปด้วยแสงสีฟ้า หมอกนี้เหมือนกับแสงของสีที่ปรากฏออกมาเมื่อศพปีนขึ้นมาจากหลุม


    เมื่อเห็นจางลี่พุ่งเข้ามาอีกครั้ง เขาทำแค่สะบัดมือ


    จางลี่ผู้ที่ยังอยู่ห่างจากเขานับสิบเมตร ทันใดนั้นก็ปลิวออกไปอีกครั้ง


    ยามทั้งสองกลายเป็นโง่งม พวกเขาคิดว่า ‘นี่มันอะไร? เวทมนตร์งั้นเหรอ?’


    ขณะที่พวกเขายังคงสับสนอยู่ ซุนเสี่ยวเฟิงรีบขยับไปด้านข้าง แล้ววิ่งเข้าไปที่โรงยิม ที่ชมรมเต้นซ้อมอยู่ เฉินหยิงหยางไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย แขนแล้วขาไม่ยืดหยุ่น ดังนั้นเขาจึงทำได้แค่มองดูซุนเสี่ยวเฟิงวิ่งจากไป


    โดยไม่คำนึงถึงความจริงที่ร่างกายยังเจ็บอยู่ ทันใดนั้นจางลี่ก็ลุกขึ้นจากพื้นแล้วไล่ตามซุนเสี่ยวเฟิงไป


    การวิ่งของซุนเสี่ยวเฟิงนั่นเร็วเหมือนกับพวกนักกีฬา ชั่วพริบตา เขาก็มาถึงทางเข้าโรงยิม


    ปัง! เขาสะบัดมือ เหมือนกับเตะ ประตูถูกผลักไปด้านข้างอย่างแรง ข้างใน สมาชิกหญิงของชมรม ที่กำลังซ้อมเต้นอยู่ มองมาที่ประธานของพวกเธออย่างงุนงง


    ‘ทำไมวันนี้ประธานดูแปลก ๆ?’ พวกเธอคิด


    “ไปตายซะ...” ทันใดนั้นซุนเสี่ยวเฟิงก็ตะโกนออกมา เขายื่นมือออกมาแล้วชี้ไปที่ซูจี เขาพยายามควบคุมอุปกรณ์กีฬาที่มีน้ำหนักหลายอันเพื่อทุบเข้าใส่ร่างของหญิงสาวคนนี้


    ในตอนนี้เอง จางลี่ก็มากอดเขาจากข้างหลัง ทำให้ทั้งจางลี่แล้วเจ้าสัตว์ร้ายนี้ล้มลงกับพื้น


    “แกถูกผีร้ายเข้าสิงหรือไง?” หลังจากที่เหวี่ยงซุนเสี่ยวเฟิงลงกับพื้นได้อย่างไม่คาดคิด จางลี่ก็ขึ้นคร่อมหลังซุนเสี่ยวเฟิง แล้วกดเขาไว้กับพื้น


    “อ้ากกก!” ตอนนี้ ซุนเสี่ยวเฟิงไม่เหมือนเมื่อก่อนที่สง่างาม เขาบ้าคลั่งคล้ายกับสัตว์ป่า แล้วมีพลังขนาดใหญ่ระเบิดออกมาจากร่าง พัดเอาร่างของจางลี่ออกไปจากหลัง


    ในจุดนี้ เขาไม่สนใจคนอื่นโดยสิ้นเชิง ในสายตามีแค่ซูจีเพียงคนเดียวเท่านั้น


    จบตอน#