พอมันกลายร่างเป็นควันทมิฬทำให้มันสูญเสียการพูดไป อย่างไรก็ตามแม้ว่ามันจะสูญเสียการพูดไปแต่สติปัญญาของมันยังคงเหมือนเดิม
สเปคระดับทหารอาจจะมีสติปัญญาเล็กน้อย แต่มันจะแตกต่างไปหากว่าพวกมันได้เข้ามาหลบซ่อนอยู่ในอารยธรรม มันจะเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วจนไม่ต่างจากคนธรรมดาที่มีความคิด
สเปคในร่างยักษ์ควันทมิฬมองโจอย่างโกรธแค้น มันพยายามอย่างยิ่งที่จะวางแผนทำลายดาวเคราะห์ด้วยสติปัญญาอันน้อยนิดของมัน แต่ในที่สุดความฉลาดของมันก็เพิ่มและได้สร้างวัตถุประหลาดขึ้นมาจากพลังงานทมิฬเพื่อระเบิดทำลายดาวเคราะห์
อย่างไรก็ตามแผนการของมันถูกทำลายลงในชั่วพริบตาเพราะชายหนุ่มตรงหน้า
ตอนแรกมันกลัวชายคนนี้มากแต่รู้ดีว่าตัวเองหนีไม่รอดแน่ๆ มันจึงกลายเป็นความโกรธเกรี้ยวอย่างสิ้นหวังและอยากฆ่าชายคนนี้ด้วยมือของมัน
มันคำรามอย่างบ้าคลั่งและเหมือนจะสูญเสียความคิด ใช้สองแขนที่ใหญ่โตผิดปกติทุบทำลายแท่นพิธี
หญิงสาวที่ชื่อมูเหมือนจะสูญเสียจิตวิญญาณไปหลังจากที่เธอเห็นปู่กลายเป็นสัตว์ประหลาดโดยที่เธอไม่รู้ตัวว่าแขนมหึมากำลังทุบลงมาเหนือหัวของเธอ
โจขยับแล้วคว้าร่างบอบบางของหญิงสาวหลบออกมาได้ทันท่วงทีและพาเธอส่งไปด้านล่างแท่นพิธีก่อนจะกลับมาเผชิญหน้ากับสเปค
โจสามารถฆ่ามันได้อย่างง่ายดายแต่เขาต้องการข้อมูลว่าทำไมมันถึงมาที่นี่ มันมาทำอะไร และลอบเข้ามาได้ลึกขนาดนี้ได้ยังไง
ต้องรู้ไว้ก่อนว่าดาวเคราะห์ดวงนี้อยู่ในระบบดาวที่อยู่ห่างสหพันธ์เพียงแค่ไม่ถึง 30 ปีแสง
การที่มันลอบเข้ามาได้ลึกขนาดนี้ถือว่าอันตรายมาก เมื่อจบเรื่องนี้เขาจะส่งข้อมูลไปทางสหพันธ์ให้ทำการตรวจสอบอย่างเข้มงวด และลาดตระเวนป้องกันการลอบเข้ามาอีก
เรื่องนั้นต้องเอาไว้ทีหลังตอนนี้โจกำลังครุ่นคิดอยู่ว่าจะจัดการสเปคตัวนี้ยังไงดี
สุดท้ายเขาก็เลิกคิดมากและคิดเพียงอย่างเดียวคือ อัดมันให้หมอบ
ในขณะที่สเปคกำลังทุบทุกอย่างด้วยความโกรธ เบื้องหน้าของมันโจได้เข้ามาประชิดแล้วสองมือคว้าหมับแขนยักษ์ทั้งสอง ก่อนจะบิดข้อมือแล้วเหวี่ยงทุ่มลงพื้น
ปัง!
พื้นสั่นสะเทือนเล็กน้อย
ผู้คนและคนของตระกูลใหญ่ที่ยืนดูห่างๆต่างก็ทึ่งในพละกำลังของโจ อย่างไรก็ตามพวกเขามีดวงตาที่ส่องประกายราวกับเห็นของล้ำค่า ผู้นำตระกูลทุกคนกำลังคิดว่าจะเอาโจมาเป็นพวกอย่างไรดี? หากได้เขาเข้าร่วมตระกูลพวกเขาจะกำราบตระกูลอื่นๆได้อย่างง่ายดาย
อย่างไรก็ตามยกเว้นหัวหน้าตระกูลนกพิลเพิ้ลที่ไม่ได้คิดอะไร เขากำลังตกใจและสับสนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
พ่อของเขาทำไมถึงกลายเป็นสัตว์ประหลาด? พ่อของเขาตายไปแล้วใช่หรือไม่?
โจไม่รู้ว่าพวกเขากำลังคิดอะไรกันถึงรู้ก็ไม่สนใจอยู่ดี โจคว้าสเปคที่กำลังพยายามจะลุกขึ้นก่อนจะเหวี่ยงมันขึ้นฟ้าลอยออกนอกเมืองไปไกล
“พวกคุณกลับไปบนยานก่อนเลย” โจกล่าวกับทีมสำรวจที่ 23 ก่อนจะตามร่างสเปคไป
ที่เขาทำแบบนี้ก็เพื่อไม่ให้คนนอกได้รู้เรื่องของพวกเขา ถึงแม้ว่าตอนที่เขากำราบสเปคและเปิดเผยตัวตนของมันแต่พวกเขาก็คงไม่รู้อะไรนอกจากสัตว์ประหลาดบางชนิดที่ไม่เคยพบมาก่อนแค่นั้น
ตอนนี้เขาจะจัดการสอบปากคำมันดังนั้นอาจจะมีบางสิ่งบางอย่างที่เป็นการเปิดเผยโดยไม่ตั้งใจ
ห่างออกไป 15 กิโลเมตรจากเมืองหลวง ร่างเงาดำจากฟ้าพุ่งดิ่งลงมาด้วยความเร็วสูงก่อนจะกระแทกกับต้นไม้หลายต้นและไถลไปอีกหลายเมตรถึงจะหยุดลง
สเปคส่งเสียงร้องอย่างเจ็บปวด ควันทมิฬของมันดูเหมือนจะจางลงเล็กน้อย นี่เป็นสัญญาณถึงอาการบาดเจ็บของพวกสเปค
มันพยายามจะลุกขึ้นแต่เมื่อมันเงยหน้าขึ้นก็เห็นคนที่ทำให้มันเป็นแบบนี้กำลังยืนมองมันด้วยสายตาเย็นชา
ปัง!!
โจทุบหัวมันจนมุดลงดิน สภาพของมันตอนนี้เรียกว่าอนาถ
“บอกมา แกเข้ามาถึงนี่ได้ยังไง? แล้วแกคิดจะทำอะไร?” โจตวาดพร้อมเตะเสยมันลอยไปไกล
เขาทำทุกวิถีทางเพื่อทรมานมัน สุดท้ายมันก็ทนไม่ได้จนต้องเปลี่ยนหัวของมันไปเป็นใบหน้าของชายชราก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง “มะ…มีคนพาข้าเข้ามา และ ค…คิดทำลายดาวเคราะห์ที่มีอารยธรรมล้าหลัง พ…เพื่อตัดกำลังของสหพันธ์ใน อ…อนาคต”
“ใคร?…ใครเป็นคนพาแกเข้ามา!!” โจถามด้วยความโกรธ มีคนทรยศในสหพันธ์งั้นหรือ?
“มะ…ไม่รู้ เขาปกปิดตัวเอง”
เมื่อโจไม่ได้รับคำตอบอะไรอีกเขาก็ฆ่ามันทิ้งด้วยการเผามัน
“ใครเป็นคนพามันเข้ามา? หรือเป็นคนในสหพันธ์? หรือคนนอกกฏหมาย?” โจครุ่นคิดพึมพำ ความคิดของเขาสับสนวุ่นวายและพยายามประติดประต่อเรื่องราวตอนที่ระบบยานอวกาศของเขาถูกมัลแวร์แทรกซึม
เขาไม่รู้ว่าทั้งสองเรื่องนี้ใช่คนๆเดียวหรือกลุ่มเดียวกันหรือไม่
อย่างไรก็ตามเรื่องราวครั้งนี้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาจริงๆ หากเป็นคนในสหพันธ์ทรยศจริง จะต้องถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อย่างแน่นอน แต่ถ้าเป็นพวกนอกกฏหมายต้องตามไปสืบอีกว่าพวกมันเป็นใครมาจากไหนและต้องการอะไรถึงทำแบบนี้
เขาไม่รู้ว่าจะสามารถบอกข้อมูลนี้ให้ทางสหพันธ์รู้ดีหรือไม่ เพราะเขากังวลว่าอาจมีสายอยู่ในสหพันธ์และพวกมันจะเคลื่อนไหวหลบซ่อนตัว
โจหัวเดียวกระเทียมลีบ เขาไม่สามารถทำอะไรได้เลย
“เดี๋ยวก่อน…เราเป็นมนุษย์ เรามีพวกเขานี่!!" โจนึกขึ้นได้ว่าตัวเองยังมีพวกมายด์และคนอื่นๆที่เป็นมนุษย์เหมือนกับเขา และพวกเขาก็เคารพโจมาก ในฐานะหัวหน้าของพวกเขาโจสามารถสั่งการให้ตามสืบได้ไม่ยาก อย่างไรก็ตามมันคงไม่ง่ายนักที่จะทำเช่นนั้นเพราะด้านวิทยาการยังด้อยอยู่ คงไม่มีอุปกรณ์สำหรับตามสืบที่สามารถรอดพ้นการตรวจจับไปได้
คิดไปคิดมาเขาก็เริ่มปวดหัว เผ่าพันธุ์ของเขายังคงอ่อนแอ ต้องใช้เวลาอีกกี่ปีกันถึงจะมีวิทยาการก้าวล้ำ? กว่าจะถึงตอนนั้น พวกสเปคคงกวาดล้างกาแลคซี่นี้ไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม โจเลิกคิดชั่วคราว เขารีบกลับไปในเมืองและหลบซ่อนโดยที่ไม่มีใครเห็น ก่อนจะกลับไปยังจุดที่เป็นแท่นพิธี แต่ทว่าแท่นพิธีถูกเก็บกวาดไปแล้ว วัตถุทรงกลมที่เขาเห็นตอนแรกก็หายไปด้วย อย่างไรก็ตามโจไม่ได้คิดมากเพราะวัตถุทรงกลมไม่สามารถใช้งานได้อีกเมื่อปราศจากพลังงานทมิฬ
ตามความรู้ของเขา สิ่งที่พวกสเปคสร้างขึ้นจะเป็นวัตถุที่ใช้ได้เฉพาะพวกมันเท่านั้น จะต้องใช้พลังงานทมิฬของพวกสเปคเพื่อทำดำเนินการได้ เขาจึงไม่กังวลใดๆ
สุดท้ายมันก็จะกลายเป็นวัตถุไร้ค่า
การสำรวจดาวเคราะห์ดวงนี้เสร็จสิ้นแล้ว ถึงเวลาที่จะต้องจากไป เหนือดาวเคราะห์ยานบัญชาการกระพริบวูบหนึ่งก่อนจะส่งเสียงทุ้มต่ำแล้วหายไป
โจจากไปโดยทิ้งปัญหาไว้
มูยืนตรงหน้าต่างเหม่อมองไปบนท้องฟ้า หลังจากที่ทุกคนสรุปแล้วว่าปู่ของเธอตายไปนานแล้วและถูกปีศาจเข้าสิง ทำให้ความไม่พอใจที่เธอมีต่อโจที่เขาทำร้ายปู่หายไป
ตอนนี้เธออยากเจอหน้าเขาอีกครั้ง เธอคิดว่าวันหนึ่งจะต้องได้พบเขาอีก
อย่างไรก็ตามเธอไม่รู้ว่าโจได้จากไปแล้ว ไปที่ที่ไกลแสนไกลจนแม้แต่ตัวเธอก็ไม่คิดฝัน