กำเนิดราชันย์แห่งจอมเวท

    ตอนที่ 120 นี่ข้าเกิดใหม่อีกแล้วเหรอ

           ในตอนแรกที่ไม่ได้ประกาศเรื่องเวทอัญเชิญปีศาจออกไปเพราะกลัวว่าเหล่าทหารและนักเวทคนอื่นจะพากันแตกตื่นจนกลายเป็นเสียขวัญกำลังใจ แต่ด้วยสถานการณ์ในตอนนี้มันไม่มีอะไรที่จะเสียอีกแล้ว  ในที่สุดเรื่องเกี่ยวกับเวทอัญเชิญปีศาจก็ถูกประกาศออกไป  เหล่าทหารต่างแสดงท่าทีที่แตกต่างกันออกไป  บางคนหวาดกลัวจนยืนไม่อยู่  ขาสองข้างสั่นพับๆราวกับลูกนกเปียกฝน เมื่อจ้องมองไปยังวงแหวนเวทขนาดใหญ่ที่กำลังส่องประกายอยู่ยิ่งทำให้ความหวาดกลัวในจิตใจเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า อีกไม่นานปีศาจก็คงจะมากลืนกินพวกมันไปจนหมด 

     

        แต่ก็มีหลายคนที่มีท่าทีต่างออกไป เมื่อรู้ว่าวงเวทนั่นคือเวทอัญเชิญปีศาจ ทหารและนักเวทหลายคนก็รีบพุ่งเข้าใส่กองทัพของศัตรูในทันที  พวกเขาไม่มีอะไรที่จะต้องเสียอีกแล้ว  หากถอยไปก็มีแต่นั่งรอความตายเท่านั้น อย่างน้อยหากร่วมกับต่อสู้มันก็อาจจะยังมีโอกาสรอด  แม้นั่นจะเป็นหนทางอันแสนริบหรี่ก็ตาม 

     

        ที่ด้านหลังกำแพงเมืองยังมีผู้คนอีกมากมายที่รอการปกป้องจากเหล่าทหาร  ทหารหลายคนมีครอบครัวที่รอคอยอยู่ที่ด้านหลังกำแพงเมือง  แม้พวกเขาจะตายลงไปในศึกครั้งนี้แต่เขาจะไม่ยอมให้ปีศาจตัวนั้นทำอันตรายครอบครัวที่อยู่ด้านหลังกำแพงเมืองเด็ดขาด แม้เลือดในกายของพวกเขาจะถูกชโลมลงไปบนผืนดิน  แม้วิญญาณของพวกเขาจะต้องดับสูญ แต่พวกเขาจะไม่ยอมให้เลือดสักหยดของลูกเมียต้องไหลรินออกมา  ในที่สุดทุกคนก็ต่างถืออาวุธในมือแล้วเริ่มการต่อสู้อีกครั้ง 

     

         การตายของแอเรียสจุดประกายความกล้าหาญให้กับเหล่าทหารและนักเวทจากทั้งสี่ตระกูล แอเรียสเป็นนักเวทที่อายุน้อยที่สุดในสงครามครั้งนี้  แต่เขากลับต่อสู้อย่างกล้าหาญจนถึงวินาทีสุดท้ายของชีวิต  กลุ่มควันที่ฟุ้งกระจายอยู่บริเวณรอบๆหลุมดำนั่นราวกับเครื่องหมายแห่งความกล้าหาญที่แอเรียสได้ทิ้งเอาไว้ก่อนวาระสุดท้ายของชีวิต  ผู้คนต่างหันมองไปยังหลุมนั่นด้วยความซาบซึ้งและความเคารพ

     

          “ แค๊กๆๆ“

     

        เสียงไอแห้งๆจากฝุ่นผงที่สูดดมเข้าไปในจมูก  เด็กหนุ่มลืมตาขึ้นมาอย่างงวยงง  เขานอนอยู่ที่ก้นหลุมที่ถูกขุดลึกลงมาจากพื้นดินประมาณสองเมตร ร่างกายของเขาถูกพันไปด้วยต้นเถาวัลย์อย่างหนาแน่น แม้จะถูกพันไปด้วยเถาวัลย์แต่เขากลับไม่รู้สึกอึดอัดสักเท่าไรนัก  มันราวกับเถาวัลย์เหล่านี้กำลังปกป้องร่างกายของเขาเอาไว้ 

     

         “ นี่ข้าเกิดใหม่ในร่างของผู้อื่นอีกแล้วเหรอ? “

     

        เขามองไปที่รอบๆเห็นเพียงแค่เถาวัลย์และหลุมดินเท่านั้น  บางทีนี่อาจจะเป็นหลุมฝังศพของใครสักคน  และบางทีร่างนี้อาจจะถูกฝังมาเนิ่นนานจนถูกเถาวัลย์พวกนี้ขึ้นอยู่เต็มหลุมฝังศพแล้วก็เป็นไปได้‘หรือว่าข้าจะมีพลังในการกำเนิดใหม่อย่างไม่มีวันจบสิ้น? ‘แอเรียสเริ่มจินตนาการออกไปไกล 

     

         แต่ชั่วครู่เขาก็สัมผัสได้ถึงพลังเวทอัสนีที่ไหลเวียนอยู่ภายในร่าง  รวมถึงความรู้สึกเจ็บปวดจากบาดแผล เสียงกึกก้องของการต่อสู้ที่ยังดังออกมาอยู่เป็นระยะ ในตอนนั้นเองเขาก็รับรู้ถึงความจริงว่าเขายังคงมีชีวิตอยู่  และเขายังคงอยู่ที่กลางสนามรบเช่นเดิม

     

        นี่ไม่ใช่ร่างของผู้อื่นนี่ นี่เป็นร่างเขาเอง เหตุใดเขาจึงยังไม่ตายกัน  เขาน่าจะตายไปจากพลังทำลายของ‘จิตอสูรกัมปนาท’ไปแล้วไม่ใช่หรืออย่างไร  เหตุใดร่างกายของเขายังสมบูรณ์ครบสามสิบสองประการอยู่เช่นนี้  นี่ทำเอาสมองของแอเรียสราวกับหยุดทำงานไปชั่วครู่ แต่ทันใดนั้นเองก็มีเสียงหนึ่งที่ดังขึ้นมาทำลายทุกความสงสัยของเขาให้หมดไป

     

         “ พี่แอเรียส  พี่ไม่ได้เป็นอะไรใช่หรือไม่  แล้วใครเกิดใหม่กัน ? ทำไมพี่แอเรียสฟื้นขึ้นมาก็พูดจาแปลกๆแล้วยังทำราวกับมองไม่เห็นข้าอีก“

     

       ทันใดนั้นเองแอเรียสก็รู้สึกหนักๆที่หน้าอก  เมื่อมีภูติตัวน้อยที่กำลังนั่งทับที่หน้าอกของเขาอย่างแรง  สายตาของนางจ้องมองมาที่เขาด้วยความกังวล  ภายในดวงตาคู่น้อยนั่นมองเห็นหยดน้ำตาที่กำลังเอ่อล้นอยู่  เป็นโอลิเวียนั่นเองที่มาช่วยชีวิตแอเรียสเอาไว้ในเวลาคับขัน ที่แท้เถาวัลย์พวกนี้ก็ถูกสร้างขึ้นจากเวทพฤกษาของโอลิเวียนั่นเอง  แต่นั่นก็ทำให้แอเรียสอดที่จะแปลกใจไม่ได้  เพราะครั้งล่าสุดที่เขาเห็นนางใช้พลังเวทออกมานางทำได้เพียงแค่เร่งการเจริญเติบโตของเมล็ดพืชเล็กๆเท่านั้น  เหตุใดพลังของนางจึงเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึงเพียงนี้

     

         “ โอลิเวียเจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ไม่ใช่ว่าข้าให้เจ้าอยู่กับท่านแม่ที่ตระกูลหรอกรึ ? “

     

         “ ก็ข้าสัมผัสได้ว่าพลังของพี่แอเรียสกำลังปั่นป่วน  ข้าเลยขอร้องให้ท่านแม่พามาที่นี่  และข้าก็เลยเห็นว่าท่านพี่แอเรียสคิดจะทิ้งข้าไป ไหนท่านสัญญาไว้กับท่านพ่อท่านแม่ข้าแล้วยังไงล่ะว่าจะดูแลข้า  พี่แอเรียสโกหก ! “

     

         โอลิเวียบ่นออกมาด้วยความไม่พอใจก่อนจะทำแก้มป่องแล้วสะบัดหน้าหนีแอเรียสไป   

     

        แต่ยังไม่ทันที่แอเรียสจะทันได้ง้อหรือขอบคุณนางที่ช่วยชีวิตเขาเอาไว้  โอลิเวียก็พลันฟุบหลับลงไปในทันที 

     

         “ โอลิเวีย  เจ้าเป็นอะไรไป  ไม่เอาสิโอลิเวียอย่าล้อข้าเล่นแบบนี้สิ  ตื่นขึ้นมาคุยกับข้าก่อน “

     

         เสียงเรียกของแอเรียสไม่ได้ทำให้โอลิเวียตื่นขึ้นมาแต่อย่างใด  นางยังคงหลับตานอนฟุบไปบนอกของแอเรียสโดยไม่ได้ตอบสนองต่อเสียงเรียกของเขาเลยแม้แต่น้อย นั่นยิ่งทำให้ใบหน้าของแอเรียสเต็มไปด้วยความกังวลมากขึ้น 

     

         แอเรียสพยามดิ้นรนให้หลุดออกจากเถาวัลย์ที่โอลิเวียสร้างขึ้น แม้เถาวัลย์พวกนี้จะมีบางส่วนที่ถูกทำลายไปจากพลังระเบิดของจิตอสูรกัมปนาทแต่แอเรียสก็ยังรู้สึกถึงความเหนียวแน่นของลำต้นเถาวัลย์ ในจังหวะที่แอเรียสกำลังจะดิ้นรนจนหลุดออกมาจากเถาวัลย์นั่นเองเขาก็ได้ยินเสียงกรนเบาๆมาจากปากของโอลิเวีย

     

         “ ที่แท้ก็แค่หลับไปเพราะฝืนใช้พลัง  เล่นเอาข้าเป็นห่วงแทบแย่  ..ขอบคุณเจ้ามากนะโอลิเวียที่ช่วยชีวิตข้าไว้ “

     

         แอเรียสถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกพร้อมกับลูบไปที่เส้นผมอันอ่อนนุ่มของนางอย่างแผ่วเบา    

     

         “ แอเรียส!! โอลิเวีย  !! โอ้ว  ขอบคุณสวรรค์ที่พวกเจ้าทั้งสองยังปลอดภัย“

     

         เป็นมาเรียที่ฝ่ากลุ่มควันมาช่วยประคองแอเรียสขึ้นจากก้นหลุม จากนั้นก็เป็นอัลเบิร์ตและคานล์ที่ตามมาอย่างติดๆ พวกเขาแทบจะไม่เชื่อสายตาเลยว่าแอเรียสจะยังมีชีวิตอยู่จากพลังทำลายเมื่อครู่ และหากแอเรียสยังมีชีวิตอยู่นี่ก็หมายความว่าเขาไม่ได้ระเบิดแก่นเวทของตัวเอง  แล้วเมื่อครู่มันพลังทำลายอะไรกัน  แม้จะสงสัยแต่ก็ไม่มีใครเอ่ยถามออกไป ในตอนนี้ควรรีบพาทั้งสองคนไปยังที่ปลอดภัยให้เร็วที่สุด 

     

         มีหนึ่งอย่างที่น่าแปลกใจคือคานล์กลับไม่ได้แสดงท่าทีแปลกใจเมื่อพบเจอกับโอลิเวียที่เป็นภูตเลยแม้แต่น้อย หนำซ้ำเขายังนำผ้าคลุมผืนหนึ่งมาคลุมร่างของนางไว้เพื่อปกปิดผู้คน บางทีฟาร์ฮานคงจะบอกเรื่องของโอลิเวียให้กับคานล์ได้รับรู้แล้ว

     

       ในที่สุดแอเรียสและโอลิเวียก็ต่างมาถึงที่ปลอดภัยด้านหลังกำแพงเมือง ร่างที่เต็มไปด้วยบาดแผลของแอเรียสนั่งพิงผนังหินด้วยความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้ เวทรักษาอันอบอุ่นแผ่ออกมาจากฝ่ามือของมาเรียเพื่อรักษาแอเรียส สีหน้าของนางเต็มไปด้วยความกังวลเมื่อเห็นบาดแผลของแอเรียส 

     

        แอเรียสหยิบเม็ดยาอาบจันทราขึ้นมากินเข้าไปในปากแม้จะรู้ว่าการใช้ยาชนิดเดียวกันติดต่อกันมันแทบจะไม่ได้ผลเลยก็ตาม  แต่อย่างน้อยก็ให้มันช่วยบรรเทาไปบ้างก็ยังดี  เขาหันมองผู้คนรอบข้างด้วยรอยยิ้มจางๆ เสียงพูดคุยฟังดูอู้อี้จนทำให้เขาฟังไม่ได้ศัพท์เลยแม้แต่คำพูดเดียว  ภาพของพ่อแม่เริ่มกลายเป็นเพียงภาพเบลอ  โลกหมุนไปมาเหมือนลูกข่าง ในตอนนั้นเองสติของแอเรียสก็ค่อยๆเลือนหายไปอีกครั้ง  เพราะฝืนใช้พลังเวทจนเกินตัวในที่สุดเขาก็หลับไปด้วยความอ่อนเพลีย 

     

         ในตอนนั้นเองที่เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวเริ่มดังขึ้นท่ามกลางสนามรบ  พื้นดินสั่นสะเทือนราวกับเกิดแผ่นดินไหว  ท้องฟ้าเริ่มแปรเปลี่ยนไปราวกับมีพายุใหญ่  ก้อนเมฆสีแดงที่ปรากฏขึ้นบนฟากฟ้าทำให้ผู้คนพากันแหงนมองด้วยความวิตก เหตุการณ์ทั้งหมดราวกับอาเพศร้ายแรงกำลังจะเกิดขึ้นกับเมืองเบอเนียร์

     

         ผู้คนเริ่มเดินเซไปมาเมื่อแผ่นดินที่ยืนอยู่นั้นกำลังสั่นไหว จุดศูนย์กลางการสั่นไหวเหล่านั้นคือวงแหวนอัญเชิญปีศาจที่พวกดาร์คเอลฟ์สร้างขึ้นมา  เสียงคำรามอันกึกก้องเขย่าไปทุกโสตประสาทของผู้คน เพียงแค่ได้ยินเสียงคำรามที่เต็มไปด้วยความกระหายเลือดนั่นหัวใจของผู้คนก็พากันเต้นไม่เป็นจังหวะ  ขนทุกเส้นบนร่างพากันลุกชูชันด้วยความกลัว มันต้องเป็นปีศาจประเภทใดกันที่มีพลังมากพอที่จะเขย่าขวัญของผู้คนได้มากถึงเพียงนี้

     

        โดยไม่รีรอแต่อย่างใด คำสั่งเดียวที่ดยุคโคเว่นประกาศออกมาคือการถอยทัพอย่างเต็มกำลัง  ไม่จำเป็นต้องต่อสู้อีกต่อไป  ให้ทุกคนถอยไปอยู่ที่ด้านหลังกำแพงเมืองก็พอ อย่างน้อยก็คงจะมีโอกาสรอดชีวิตจากเจ้าปีศาจนั่นได้บ้าง 

     

        นอกจากพวกดาร์คเอลฟ์กับพวกนักเวทระดับสูงแล้ว ในบรรดากองทัพศัตรูก็แทบจะไม่มีผู้ใดที่รู้เรื่องของเวทอัญเชิญปีศาจเลยแม้แต่ผู้เดียว พวกมันหันมองซ้ายขวาหน้าหลังด้วยสายตาเลิ่กลั่กไปมา  พวกมันไม่รู้เลยว่าสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นคืออะไร เหตุใดพวกนักเวทระดับสูงรวมถึงทหารฝั่งเมืองเบอเนียร์จึงรีบวิ่งหนีหายไปจนหมด  ในที่สุดพวกมันก็เริ่มที่จะวิ่งหนีบ้าง  แต่ทันทีที่คนใดเริ่มวิ่งหนี มันก็จะถูกไล่ล่าสังหารโดยพวกดาร์คเอลฟ์ทันที เลือดของมันเริ่มไหลไปรวมกับสายธารโลหิตบนสนามรบก่อนที่เลือดของพวกมันจะถูกเวทอัญเชิญปีศาจดูดเข้าไปเพื่อกลายเป็นเครื่องสังเวย

     

        ทันใดนั้นเองรอยแยกมิติก็ปรากฏขึ้นที่ใจกลางวงแหวนเวท ไอร้อนพวยพุ่งออกมาราวกับรอยแยกนั่นคือปากป่องภูเขาไฟที่กำลังจะปะทุ   อุ้งเท้าอันใหญ่โตก็โผล่ขึ้นมาจากรอยแยกมิติ  อุ้งเท้าสีดำของมันไร้ซึ่งขนปกคลุม  มีเพียงกรงเล็บอันแหลมคมเท่านั้นที่โผล่ออกมาจากอุ้งเท้า  เพียงแค่อุ้งเท้าของมันข้างเดียวก็ยังมีขนาดเท่ากับสัตว์อสูรบางชนิดไปแล้ว ไม่ต้องคิดเลยว่าหากมันโผล่ออกมาทั้งตัวขนาดของมันจะใหญ่โตแค่ไหน 

     

             

     

         

    คล้ายกับเรื่องกำเนิดราชันย์แห่งจอมเวท ที่คุณอ่าน

    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    5.95M 1357
    เทพสงครามสายเลือดมังกร

    เทพสงครามสายเลือดมังกร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    854K 4500
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    699K 1189
    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648