“ ท่านชายภาสกรนี่ใจดีจัง คงให้เงินจรเอาไว้ใช้ไม่น้อย เลยมีเงินมากขนาดนี้” ซีเอ่ยออกมา
“ นั่นซิ ไม่รู้ท่านชายรับขวัญ ลูกบุญธรรม มาเท่าไร”
ขจรเดินเข้ามาไม่ทันถึง ซีก็รีบเอ่ยถามทันที
“ ตกลง ท่านชายรับขวัญลูกบุญธรรม เป็นเงินเท่าไรกันแน่ ฉันทายว่า ต้อง 10 ล้าน”
“ ฉันว่า 20 ล้าน” กรกันต์เอ่ย
“ ฉันว่า 50 ล้าน” หัวหน้าเอกทาย แต่กิ๊ฟไม่พูดเรื่องนี้
แต่ขจรกลับส่ายหน้าแล้วบอกว่า
“ ท่านชายช่วยซื้อบ้านให้แม่ของเราร่วม 80 ล้าน และยังให้เงินมาประมูลของ อีก 100 ล้านเท่านี้ก็มากเกินไปแล้ว เราไม่กล้ารับเงินจากท่าน เงินที่เห็นนี่เป็นที่เราได้จากการชกมวยของเราเท่านั้น”
“ พวกนายนี่ยังไง อยากรู้เรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง เราไปกินข้าวกันดีกว่านะ” กิ๊ฟจับมือขจรแล้วเดินไปโรงอาหารทันที
“ เท่านี้ก็เยอะแล้วจริงๆ” หัวหน้าเอกพยักหน้าเอ่ย
“ ฉันว่า ดีกว่าไปเป็นแฟนพี่สาวของฉันเยอะเลย” กรกันต์เอ่ย
“ แต่เขาเป็นถึงรองประธานนาคบดินทร์ คงต้องมีเงินเดือนบ้างซิน่า” ซีนั้นอยากรู้จริงๆ
“ ฉันไม่สนแล้ว ไปกินข้าวดีกว่า” หัวหน้าเอกเดินตามขจรกับกิ๊ฟไปในทันที แล้วซีกันกรกันต์ก็เดินตามกันไป และไม่สนใจเรื่องเงินของ ขจรอีก
หลังเลิกเรียน ขจรก็ได้เข้าไปฝึกซ้อมมวย กับ ครูทิม ที่ค่ายเหมือนเดิม แต่วันนี้เจอซาช่า กับ เอ็ดการ์มาฝึกซ้อมมวยได้ พอเห็นขจรมา ซาช่าก็ขอเข้ามาซ้อมมือกับ ขจรทันที
ขจรในวันนี้ไม่ใช่ขจรในวันแรกที่ซาช่าเจอ เขาล้มพี่เอกพล แชมป์ราชดำริได้ และยังล้มแชมป์เวทีเดอะแชมเปี้ยนอีก ดังนั้น ไม่ว่าซาช่าจะต่อยหรือเตะขจรในแง่มุมไหน ก็ไม่สามารถทำอะไรเขาได้เลยแม้แต่น้อย ขจรเองก็ไม่ได้โต้ตอบ ปล่อยให้ซาช่า ไล่ถลุงเขาอย่างเต็มที่ หมัดทุกหมัดที่ต่อยออกไป ล้วนถูกอากาศธาตุ ซาช่าคิดว่าจะต้องต่อยถูกแน่ แต่ว่าเธอคิดผิด พอต่อยออกไป ขจรกลับหลบหลีกออกไปได้อย่างมหัศจรรย์ จนซาช่าเองถึงกับต้องหยุดพักหายใจ เพราะออกแรงชกมากเกินไป
“ พอก่อนดีกว่า”
“ เอ็ดการ์ ขึ้นมาต่อเลย”
เอ็ดการ์ที่เตรียมพร้อมอยู่แล้ว ขึ้นไปชกเข้าใส่ขจรอย่างไม่ยั้ง แต่ก็ถูกขจรต้านหมัดเอาไว้ได้ แล้วบางทีก็ถูกแย็บสวนกลับมาหน้าหงายไปหลายครั้ง แต่ก็พยายามเข้าหา แต่ก็ไม่อาจทำอะไรได้ จึงได้หมดแรงชก ขอหยุดพักก่อน
ขจรเองก็ยังไม่หยุดพัก กระโดดลงมาจากเวที เดินเข้าไปที่กระสอบทราย แล้วหวดเท้าอัดเข้าไป อย่างแรง ป๊าป ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ
เสียงดังลั่นไปทั่วสนามมวย ขจรออมแรงเอาไว้แล้ว หากว่าเขาใช้พลังปราณออกมา กระสอบทรายคงถูกเตะขาดกระจุยไปตั้งแต่ เท้าแรกแล้ว
พอหลังซ้อมเสร็จ ซาช่า กับ เอ็ดการ์ก็เข้ามาพูดคุยกับขจร
“ ยูเก่งอย่างนี้ น่าจะไปสมัครแข่งสนามเควันนะ หากนายชนะต้องดังระเบิดแน่ๆเลย” เอ็ดการ์เอ่ยแนะนำ
“ ไม่ดีกว่า ตอนนี้ไอเรียนหมอหนักมาก ไม่ค่อยมีเวลาซ้อม ขืนไปชกต่างประเทศการเรียนเสียหมด”
“ น่าเสียดาย ไอว่า หากยูลงแข่งต้องได้แชมป์แน่ๆ”
“ ขจรเขาเลือกเป็นหมอนั่นดีที่สุดแล้ว ไม่เหมือนยู เป็นนักชกอาชีพดีไม่ชอบ ดัน ชอบลงไปต่อยกับ พวกสตรีทไฟเตอร์ ระวังเจอของจริงเข้าสักวัน”
“ ไอไม่เคยกลัวอยู่แล้ว ต่อยด้วยหมัดล้วน มันได้อารมณ์กว่าสวมนวมเป็นไหนๆ”
“ สตรีทไฟเตอร์ ชกแล้วได้อะไร” ขจรเอ่ยถามด้วยความสงสัย เพราะเขาเห็นในยูทูป เห็นคนเข้าไปดูกันเยอะ
“ สะใจไง พวกนี้มีเงินให้เพียงเล็กน้อย แลกกับความพอใจของคนที่มาดูกัน เหมือนกับว่า ชกกันแบบธรรมชาติ ที่แท้จริง”
ขจรได้แต่พยักหน้า ไม่ถามต่อ จนมีสายแปลกโทร. เข้ามาหาเขา
“ สวัสดีค่ะ คุณขจรใช่ไหมคะ”
“ ครับ”
“ โทร. จากโรงพยาบาล เซนต์จอนห์ เมดิซาย ตอนนี้เพื่อนของคุณชื่อว่า ธง มีอาการหนัก ตอนนี้อยู่ในห้อง ไอซียู มาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ไม่ทราบว่า คุณติดต่อญาติของเขาได้หรือเปล่าคะ”
“ เขาเป็นอะไรมากหรือเปล่าครับ”
“ คนไข้มีเลือดคั่งในสมอง คงถูกกระทบกระเทือนอย่างแรง เราอยากให้ญาติมาช่วยเซ็นยินยอมให้ผ่าตัดด้วยคะ”
“ ผมเอง ผมจะไปเดี๋ยวนี้”
ขจรบอครูทิมกับครูยอด ครูยอดเลยให้รถตู้ของค่ายพากันไปที่โรงพยาบาลเซนต์จอนห์ ทันที
พอขจรเข้าไปถึงหน้า ห้องไอซียู ก็พบว่า มี พยาบาลรออยู่แล้วก็ยื่นเอกสารให้ขจรเซ็น สองฉบับ ฉบับแรก ยินยอมให้ผ่าเอาเลือดคั่งออกจากสมอง และ อีกฉบับเป็นเรื่องที่ยอมรับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น ซึ่งทางโรงพยาบาลประเมินค่าใช้จ่ายเอาไว้อีก ประมาณ 3 ล้านบาท ขจรเซ็นไปในทันที
ครูทิมกับ ครูยอดได้สอบถามรายละเอียดที่เกิดขึ้น ซึ่งเจ้าหน้าที่พยาบาลก็เล่าว่า
“ มีรถมูลนิธิ พามาส่งที่โรงพยาบาลของเรา บอกว่า เขาเป็นนักมวย แต่ว่าชกแพ้ เลยมีอาการบาดเจ็บ มีเงินค่ารักษาใส่ซองมาด้วย 1 แสนบาท และในขณะที่เขามา สวมหน้ากากตั๊กแตน ใบนี้ด้วยค่ะ”
ขจรเห็นหน้าการที่เต็มไปด้วยคราบเลือด ก็รู้ทันทีว่า พี่ธงนั้นขึ้นชกที่ เวทีใต้ดิน เดอะแมสไฟเตอร์มาอย่างแน่นอน
“ มันคงไปชกที่มวยใต้ดินมา คงสู้ไม่ได้ เลยบาดเจ็บแบบนี้ ที่แท้มันมีเงินซื้อบ้าน ซื้อรถ ก็ไปชกมวยใต้ดินมานี่เอง” ครูทิมเอ่ย
“ พวกมันแม่งโหดจะตาย ต่อให้เก่งแค่ไหน พวกมันก็หาวิธีจัดการกับเราได้เสมอ เอ็งก็เหมือนกัน ไปกับไอ้ธงบ่อยๆ อย่าเข้าไปยุ่งกับ พวกมันเป็นอันขาด”
ครูยอดเอ่ยเตือนขจร ที่บัดนี้ มองผ่านกระจก พบเห็นพี่ธงนอนอยู่บนเตียง ใบหน้าบวมปูด ดวงตาปิดไป 1 ข้าง คิ้วมีรอยเย็บยาว รวมทั้งปากก็ถูกเย็บไปด้วย สงสัยมีรอยฉีกขาด
ส่วนที่หัวตอนนี้ถูกโกนผมจนหมดแล้ว คงเตรียมผ่าตัดเพื่อเจาะเอาเลือดคั่งในสมองออกมา
แล้วไม่นานก็มีพยาบาลมาพาขจรกับ ครูทั้งสองเข้าไปในห้อง ที่มีทีมหมอ รออยู่แล้ว สามสี่คน พวกเขาแนะนำตัวว่าเป็นหัวหน้าแพทย์ศัลยกรรมของเคสนี้ แล้วก็พูดว่า
“ คนไข้ตอนนี้มีอาการสมองบวม หลังจากทำการตรวจ MRI แล้ว พบกับลิ่มเลือดที่สมองส่วนหน้า หากปล่อยเอาไว้ อาจเป็นอันตรายต่อคนไข้ถึงชีวิต ดังนั้นนต้องรีบรักษาโดยด่วน ทางเราจะใช้วิธีการเจาะรูเข้าไปในบริเวณศรีษะ สองจุด เพื่อสอดกล้องเข้าไปดู แล้วทำทำการดูดลิ่มเลือดที่คั่งออกมา ไม่ได้ผ่าตัดเปิดกระโหลกแบบสมัยก่อน ดังนั้น จึงไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ”
“ ใช่แล้ว แต่การรักษาด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยนี้ มีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก เราจึงบอกญาติของคนไข้ก่อนนะครับ”
“เรื่องเงินไม่มีปัญหา รักษาเขาให้หายก็พอ” ขจรมั่นใจว่า เงินที่เขามีเหลืออยู่ 8 ล้านก็น่าจะเพียงพอ
“ ดีครับ ทางเราจะได้เริ่มทำการผ่าตัดรักษาทันที”
ฝ่ายการเงินเชิญขจรไปที่ห้องการเงิน เพื่อจะขอมัดจำก่อนทันที
ขจรใช้การ์ดเงินสดรูดไป 3 ล้านบาท
“ ไม่มีปัญหา คนไข้ต้องปลอดภัยแน่นอน” เจ้าหน้าที่การเงินรับเงินแล้ว แสดงความมั่นใจหมอของโรงพยาบาลว่า สามารถรักษาได้แน่นอน
ขจรก็ไม่ได้ใส่ใจนัก พอเดินออกมาก็รีบโทรไปหา มิสเตอร์ที ผู้จัดการเดอะแมสไฟเตอร์เพื่อสอบถาม
“ อ้อ หน้ากากหนุมานเอง มีอะไรหรือเปล่า”
“ เกิดอะไรขึ้นกับ หน้ากากตั๊กแตนครับ”
“ ไม่มีอะไร พอดีว่ามีหน้ากากตั้กแตน ได้ขึ้นชก กับหน้ากากแมงป่อง แต่ว่า สู้ไม่ได้เลยถูกอัด จนมีสภาพเป็นแบบที่เห็น ทางสนามเลยมอบเงินค่ารักษาให้ ไป 1 แสนบาท ขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ”
ขจรนิ่งเงียบแล้ววางหูไป ไม่เข้าใจว่าทำไม พี่ธงถึงได้ขึ้นไปสู้ ทั้งๆที่ เขาก็มีเงินเป็นสิบล้านแล้ว คงต้องรอให้เขาหายดีก่อน แล้วค่อยๆ สอบถามเรื่องนี้
ในขณะที่จรนั่งรออยู่ที่หน้าห้องผ่าตัดอยู่นั้น ก็มีชายหนุ่มที่ขจรไม่เคยเห็นหน้า เข้ามากระซิบเบาๆ ไม่ให้ครูยอดกับ ครูทิมได้ยินว่า
“ นายคือ ขจร หน้ากากหนุมานใช่ไหม”
“ ใช่ คุณเป็นใคร”
“ ผมชื่อเอดิสัน เป็นเพื่อนกับธง ผมมีเรื่องจะบอก ตามผมมา”
ขจรรีบเดินตาม เอดิสัน ไปด้านนอกโรงพยาบาล
“ มีเรื่องอะไรกันแน่”
“ เรื่องของธง”
“ ผมรู้แล้ว เขาชกแพ้ที่สนามเดอะแมสไฟเตอร์”
“ ใช่เขาแพ้ แต่รู้ไหมทำไมเขาถึงแพ้ ทั้งที่เขาชนะรวดเดียวมาแล้ว สี่ไฟต์”
“ เกิดอะไรขึ้นกันแน่” ขจรเริ่มสงสัย
“ เขาถูกโกง”
“ โกงยังไง?”
“ ตามปกติเขาจะต้องชกในระดับเล็ก เขาสามารถชนะได้หมด แต่พอไฟต์ที่ห้า คนที่ขึ้นชกด้วยดันเป็นคนที่มาจากไฟต์ระดับกลาง ไม่รู้มันทำอย่างไร เวลาชั่งน้ำหนักแล้ว กลับสามารถอยู่ในคู่ตอสู้ระดับเล็กได้ และตัวของหน้ากากแมงป่องเองก็มีฝีมือขั้นเทพอยู่แล้ว ธงเลยถูกอัดเละแบบนี้”
“ เขามีเงินมากแล้ว ทำไมถึงได้ยังขึ้นชกอีก”
“ เขาไม่ได้อยากขึ้นชกเลย แต่ต้องขึ้นชกไปก็เพราะว่าขึ้นชกแทนคุณยังไงเล่า”
“ แทนผม?”
“ ใช้ ก็มิสเตอร์ทีมันขู่ว่า หากหน้ากากหนุมานไม่ขึ้นชก เขาก็จะต้องส่งคนไปจับตัวมาที่สนาม ทำให้ ธงมันเลยตัดสินใจต่อสู้เอง โดยที่ไม่อยากให้คุณต้องมาข้องเกี่ยวกับสนามใต้ดินนี้อีก”
“ เฮ้อ ไม่น่าเลย แต่ว่า เมื่อเขาชนะแล้ว ทำไมไม่ยอมเลิก ทำไมกลับยังสู้ต่อเล่า”
“ เรื่องนี้เป็นเพราะความโลภล้วนๆ หลังจากชนะมาสี่ไฟต์ ได้เงินเดิมพันมา 50 ล้านบาท พอคู่ที่ 5 ราคาต่อรองให้หน้ากากแมงป่อง เป็นต่อ ถึง 4 ต่อ 1 ไอ้ธงมันเลยทุ่มสุดตัวหากชนะก็จะได้ 200 ล้าน รวมทุนก็จะเป็น 250 ล้านบาท สุดท้ายก็เป็นแบบที่เห็นนี่แหละ”
“ ไม่น่าโลภเลย” ขจรได้แต่ส่ายหัว
“ ฉันมีเรื่องอยากบอกแค่นี้ ฉันคงต้องไปแล้ว ฝากธงมันด้วย”
“ ครับ”
ขจรเดินกลับไป หน้าห้องผ่าตัด หมอออกมาบอกว่า การผ่าตัดเป็นไปด้วยดี ตอนนี้เอาเลือดคั่งออกมาแล้ว อาการคนพี่ธงก็ยังเป็นปกติดี ทำให้ทุกคนสบายใจ
ทุกคนแยกย้ายกันกลับไปบ้าน ขจรกลับมาที่ตำหนัก กำลังกังวลอยู่ว่า เรื่องของพี่ธงจะให้ใครดูแลแทน เขานั้นต้องไปที่เกาะคริสตัลในวันพรุ่งนี้เสียด้วย
“ วันนี้กลับดึก มีปัญหาอะไรหรือเปล่า”
ท่านชายก็ถามด้วยความเป็นห่วง ขจรเลยเล่าเรื่องทั้งหมดออกไป
“ ไม่ต้องห่วงเรื่องเพื่อนของเธอ ฉันจะส่งคนไปจัดการให้ เธอไปที่โรงแรมคริสตัลอย่างสบายใจเถอะ”
“ ขอบคุณครับท่านชาย”
ขจรกลับเข้าห้องเก็บเสื้อผ้าที่จำเป็นเพื่อเตรียมเดินทางไปในวันพรุ่งนี้ ผีสาวจ๋อมก็เข้ามาหาเขาอีก
“ฉันไปด้วยนะ “
“ผมห้ามคุณไปได้ด้วยรึ?”
“ ได้ซิ แต่คุณเป็นคนดีไม่ทำอย่างนั้นหรอกใช่ไหม”
“ ตามใจอยากไปก็ไป”
“ ไม่ต้องห่วงฉันรู้ว่า คุณจะไปไล่ผี ฉันจะเป็นผู้ช่วยคุณเอง”
“ ผมว่าคุณอยู่เฉยๆ ดีที่สุดแล้ว”
ขจรไม่พูดด้วยอีก รีบนั่งสมาธิ ทำใจให้สงบ ไม่คิดเรื่องราวใดใดอีกเลยทั้งคืน
จนเช้าวันออกเดินทาง มีเพื่อนๆ มากันที่สนามบินสุวรรณภูมิ ทุกคนขึ้นเครื่องบินโดยสารส่วนตัว ด้านในมีที่นั่ง ประมาณ 10 ที่นั่ง มีคุณชายจางเฉินตามมาด้วย
“ ไหนบอกว่าเราจะไปเฮลิคอปเตอร์กันไง ทำไมนั่งเครื่องบินส่วนตัวยแบบนี้”
ซีเอ่ยอย่างตื่นเต้น
“ ไม่รู้เหมือนกัน ผู้จัดการชินจัดมาให้แบบนี้”
“ ตระกูลนาคบดินทร์นี่รวยขนาดไหนกันนะ ถึงได้มีเครื่องบินส่วนตัวแบบนี้ได้”
หัวหน้าเอกเอ่ยอย่างสงสัย
“ ก็รวยกว่า ห้าตระกูลใหญ่รวมกันก็แล้วกัน” กรกันต์เอ่ยตอบแทน เหมือนจะข่มจางเฉินที่ได้แต่ยิ้ม ไม่พูดอะไร จรกับกิ๊ฟ นั่งคู่กันบนเครื่อง ส่วนจากเฉินนั่งคนเดียวท้ายลำ ดูหน้าสงสารยิ่ง
การเดินทางโดยเครื่องบินก็ใช้เวลาไม่ ถึง ชั่วโมงก็ถึง มีสนามบินขนาดเล็ก แต่ว่ามีเครื่องบินส่วนตัวมาจอดกันหลายสิบลำเลยทีเดียว ทั้งหมดนั่งรถบัสวีไอพี ไปที่โรงแรมนาคา ไอส์แลนด์กันทันที
พอไปถึงก็มีผู้จัดการโรงแรมชื่อสัญชัย มาคอยต้อนรับทุกๆ คน
ขจรรีบถาม ปัญหาที่เกิดขึ้น
“ โรงแรมของเรามีทั้งหมด สี่อาคาร ตอนนี้เปิดได้แค่ 3 อาคาร แต่ว่าอาคารริมสระน้ำด้านในนั้น ต้องถูกปิดตาย ไม่มีใครกล้าเข้าไป เพราะว่า มีคนเห็นผีออกมาหลอกหลอนผู้คนในยามค่ำคืน จนไม่เป็นอันหลับอันนอน พวกยูทูปเบอร์ก็ต่างเอามาเรื่องนี้มาลง ทำให้โรงแรมของเรานั้น โด่งดังในโซเชียลมาก แตก็่พอมีคนเข้ามาพักหลายคน จะเข้ามาถ่ายรูป กับ อาคารที่สี่กับสระน้ำกันพอสมควร แต่ลูกค้ามากกว่า 50 % ไม่กล้าเข้ามาพัก”
“ ตกลงจู่ๆ ทำไมถึงมีผีขึ้นมาหลอกหลอนคน เมื่อก่อนไม่มีหรือ?”
“ ก็เรื่องมีอยู่ว่า สามเดือนก่อน มีครอบครัวหนึ่ง มาพักกัน สี่คนพ่อแม่ลูกอีกสองคนที่อาคารสี่ แต่ว่าพวกเขาดันไปซื้อ แมงดาทะเล มาจากตลาด โดยที่ไม่รู้ว่า มันเป็นแมงดาถ้วยที่มีพิษ ทำให้พวกเขากินเข้าไปทั้งสี่คน ตอนเช้า พวกเราก็สงสัยว่าลูกค้าทำไมไม่เข็คเอ้าท์ออกเสียที แม่บ้านไปตรวจสอบพบว่า ทั้งสี่นอนตายกับพื้นในสภาพลิ้นบวม ตาถลน นอนตายพร้อมกัน สี่คนพ่อแม่ลูก ตำรวจมาตรวจสอบก็พบว่า พวกเขากินไข่แมงดาพิษ จนเสียชีวิต แม้นว่าทางเราจะจัดให้พระสงฆ์มาทำพิธีสวดวิญญาณไปแล้ว ก็ไม่เป็นผล วิญญาณของทั้งสี่ก็ไม่ยอมจากไปไหน จ้างหมอผีมาแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่สำเร็จ ดังนั้นเราจึงต้องปิดเอาไว้อย่างถาวร ท่านรองคิดจะทำอย่างไรต่อดีครับ”
“ คืนนี้ผมจะเข้าไปดูเอง” ทุกคนได้ฟังก็ต่างขนลุก ผู้จัดการเองก็ได้แต่ เหลียวมองรอบๆ กาย เพราะว่า อยู่ๆ ก็มีลมเย็นวาบพัดผ่านเข้ามา ทุกคนรู้เย็น จนเสียวไปถึงสันหลังกันเลยทีเดียว...