เย่เทียนมีลางสังหรณ์ว่าถ้าเขายังไม่ออกจากพระราชวังเขาจะต้องพบกับผู้ฝึกยุทธ์คนอื่นๆ อย่างแน่นอน
ซุนซิงเหอและคนอื่นๆ ยังไม่ตาย
ค่ายกลของพระราชวังถูกทำลายไปแล้วต่อให้มีหุ่นเชิดศพเกราะทองจำนวนมากแล้วอย่างไร? เพื่อที่จะได้รับสมบัติเหล่านั้น บางทีพวกเขาอาจจะไม่รั้งอยู่ในระดับราชาอีกต่อไปและรีบทะลวงเข้าสู่ขอบเขตศักดิ์สิทธิ์
ก่อนหน้านี้ เหตุผลที่พวกเขายังไม่ทะลวงเข้าสู่ระดับศักดิ์สิทธิ์ก็เพราะพวกเขาคิดว่าพวกเขาแข็งแกร่งพอที่จะสามารถทำลายค่ายกลนี้ได้
แต่พวกเขาก็ไม่คิดมาก่อนว่าด้านในจะมีหุ่นเชิดเกราะทองจำนวนมากทำให้แผนการที่วางไว้นั้นผิดพลาด
เมื่อซุนซิงเหอและคนอื่นๆที่รอดชีวิตออกไปอย่างปลอดภัย พวกเขาจะต้องทะลวงเข้าสู่ระดับศักดิ์สิทธิ์ก่อนที่จะกลับมายังพระราชวังนี้อีกครั้งอย่างแน่นอน
“น่าเสียดายที่ความเร็วในการทะลวงผ่านระดับศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขาช้ากว่าเรา!”
เย่เทียนคิดกับตัวเอง
เขามีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับตะวันและใช้เวลาไม่ถึงสามวันเขาก็ได้ก้าวเข้าสู่ระดับศักดิ์สิทธิ์อย่างเป็นทางการ ต่างกับซุนซิงเหอและคนอื่นๆพวกเขาต้องใช้เวลาอย่างน้อย 7-8 วันในการทะลวงผ่านระดับ
เมื่อออกมาจากพระราชวัง เย่เทียนบินออกไปไม่นานก็พบกับถ้ำแห่งหนึ่งบนภูเขาลูกใหญ่เขาเก็บตัวอยู่ในถ้ำชั่วคราวและเริ่มตรวจสอบสมบัติที่ได้รับมา
โอสถสามขวด หนังสือสีดำห้าเล่มและเหรียญตรา
เย่เทียนเริ่มตรวจสอบเหรียญตราก่อนจากนั้นเขาก็ได้รู้ว่าสิ่งนี้มีไว้เพื่ออะไร
“เหรียญศิษย์สาวกหลักของนิกายซากศพทมิฬ!”
สิ่งนี้ไม่มีประโยชน์สำหรับเขา
จากนั้นเย่เทียนก็พลิกดูตำราทั้งห้าเล่ม
ถึงแม้มันจะเป็นภาษาที่ไม่เข้าใจแต่เขาก็สามารถเข้าใจอักษรเหล่านี้ได้ เพราะตำราทั้งห้าเล่มนี้มีพลังจิตผนึกข้อมูลไว้ดังนั้นเขาจึงเข้าใจข้อความเหล่านี้ได้
ตำราทั้งห้าเล่มไม่ใช่เทคนิคการบ่มเพาะเสียทั้งหมดสามเล่มเป็นตำราเกี่ยวกับการหลอมกลั่นโอสถ ภายในตำรามีบันทึกข้อมูลโอสถหลายชนิดที่ต่อต้านสวรรค์บางชนิดก็ช่วยยกระดับพรสวรรค์ได้
อย่างไรก็ตามเมื่อเย่เทียนเห็นรายการสมุนไพรสำหรับการหลอมยาเขาก็ต้องส่ายหัวชื่อสมุนไพรจำนวนมากพวกนี้เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน มันจึงแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะรวบรวมมันให้ครบ
ส่วนตำราอีกสองเล่มเป็นบันทึกเกี่ยวกับนิกายซากศพทมิฬหลังจากอ่านจนจบ เย่เทียนก็พบว่าเขานั้นเข้าใจผิดมาโดยตลอด หวังเยี่ยนเองก็เข้าใจผิดเช่นกัน
อารยธรรมโบราณนี้ไม่ใช่อารยธรรมบนโลกแต่เป็นอารยธรรมต่างแดน
นิกายซากศพทมิฬเป็นนิกายของโลกอื่นหรือก็คือนิกายของดาวเคราะห์ดวงอื่น แต่ด้วยเหตุที่ว่ามีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้น ศิษย์บางคนจากนิกายซากศพทมิฬบังเอิญเข้าสู่เขตแดนลับบางแห่งผ่านรอยแยกของมิติ
ในยุคนั้น ผู้แข็งแกร่งมากมายต่างต่อสู้กันบนโลกใบนี้โลกของพวกเขาจึงได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ทำให้พลังปราณปฐมแห่งฟ้าดินเริ่มสลายหายไป
และในที่สุด
นิกายทั้งหมดก็ละทิ้งโลกของพวกเขาเดินทางออกไปผ่านรอยแยกของมิติ ซึ่งหลงเหลือไว้แต่เพียงซากปรักหักพังของอารยธรรมบางส่วนที่ยังคงอยู่จวบจนทุกวันนี้
ตำราทั้งสองเล่มถูกเขียนโดยระดับจักรพรรดิแห่งนิกายซากศพทมิฬหลังจากเขียนเสร็จ เขาก็ได้ออกจากโลกไปพร้อมกับเหล่าผู้เชี่ยวชาญของนิกายซากศพทมิฬเหลือทิ้งไว้เพียงวิหารและศิษย์สายนอกของนิกายซากศพทมิฬ
“ศิษย์สายนอกเหล่านั้นคงยากที่จะเพิ่มความแข็งแกร่งของพวกเขาในโลกที่ขาดแคลนพลังปราณเช่นนี้อายุขัยของพวกเขาถึงขีดจำกัดและต้องจบชีวิตลง ลูกหลานของพวกเขาไม่สามารถกลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ได้นิกายซากศพทมิฬจึงมาถึงกาลล่มสลาย ทิ้งซากปรักหักพังเช่นนี้ไว้”
เย่เทียนคาดเดา
ณ จุดนี้เอง
เขาจึงได้รู้ว่าโบราณสถานแห่งนี้คือซากปรักหักพังของนิกายเหล่านั้นและในยุครุ่งเรืองของพวกเขาก็เหมือนกับโลกของเย่เทียนในตอนนี้ที่มีรอยแยกมิติปรากฏขึ้นมากมาย
อย่างไรก็ตามรอยแยกมิติเหล่านั้นบังเอิญเชื่อมต่อกับโลกใบนี้และยังมีรอยแยกที่เชื่อมต่อกับโลกของสัตว์อสูร
“ยุคของอารยธรรมโบราณนี้สามารถอนุมานได้ว่าเป็นยุคของนิกายแต่ตอนนี้ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้วโลกของเรากลายเป็นยุคของสัตว์อสูร แท้จริงแล้ว ทุกอย่างก็เรียบง่ายเช่นนี้!”
เย่เทียนพึมพำ
แม้ว่านิกายเหล่านั้นจะถูกทำลายไปแล้วในอดีตแต่พวกเขาก็ได้ทิ้งมรดกไว้มากมาย มิฉะนั้นเผ่าพันธุ์มนุษย์คงจะถูกล้างบางในยุคของสัตว์อสูรนี้แล้ว
หลังจากอ่านตำราลับห้าเล่มจนหมดเย่เทียนก็รู้แล้วว่าโอสถสามขวดนี้คืออะไร
มันเป็นโอสถที่ช่วยยกระดับพรสวรรค์ในการบ่มเพาะหนึ่งขวดโอสถหลอมพลังจิตศักดิ์สิทธิ์หนึ่งขวด และโอสถยืดอายุขัยหนึ่งขวด
โอสถเพิ่มพรสวรรค์สามารถเพิ่มพรสวรรค์ในการบ่มเพาะของผู้ฝึกยุทธ์ให้กลายเป็นระดับดาราได้และในนั้นมันมีเพียงเม็ดเดียวเท่านั้น
โอสถหลอมพลังจิตศักดิ์สิทธิ์สามารถปรับแต่งพลังจิตและช่วยทำให้ผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชากลายเป็นระดับศักดิ์สิทธิ์ได้ภายในขวดมีโอสถอยู่สามเม็ด
ส่วนโอสถยืดอายุขัยนั้นค่อนข้างท้าทายสวรรค์มันสามารถทำให้มีอายุขัยเพิ่มขึ้นถึง 100 ปี นี่มันเป็นสมบัติที่เหล่าสัตว์ประหลาดชราใฝ่ฝันถึง
สิ่งเหล่านี้ถูกทิ้งไว้ให้ลูกหลานของนิกายซากศพทมิฬแต่น่าเสียดายที่ลูกหลานของพวกเขาไม่สามารถเข้าไปยังพระราชวังได้ มิฉะนั้นสิ่งเหล่านี้คงจะถูกใช้จนหมดนานแล้ว
แต่เย่เทียนคาดเดาว่าบางทีสาเหตุที่ค่ายกลของพระราชวังถูกทำลายไปบางส่วนอาจจะเป็นเพราะเกิดการต่อสู้ระหว่างศิษย์สายนอกของนิกายซากศพทมิฬ?
เมื่อคิดดูดีๆ แล้ว มันก็อาจจะเป็นไปได้จริงๆ
น่าเสียดายที่พวกเขาไม่ได้รับสมบัติเหล่านี้ตอนนี้มันกลายเป็นผลประโยชน์ของเย่เทียนอย่างแท้จริง!
“โอสถหลอมพลังจิตศักดิ์สิทธิ์สามารถมอบให้หวังเยี่ยนได้หนึ่งเม็ดส่วนที่เหลือเราจะเก็บไว้ บวกกับสมบัติมากมายที่พบในห้องโถงใหญ่ ตอนนี้สถานะของเราจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว!”
ในใจของเย่เทียนเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
แต่หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ต้องตกตะลึง
ในตอนนี้เขาไม่สามารถเสาะหาสมบัติได้อีกต่อไปเขาพบสิ่งปลูกสร้างแต่ไม่ปรากฏหุ่นเชิดศพเกราะทองออกมา และเขาก็ไม่สามารถทำลายค่ายกลได้
ตอนแรกเขาคิดว่ามันเป็นเพียงเรื่องบังเอิญแต่เมื่อเขาพยายามเข้าไปยังอาคารหลายแห่งติดต่อกัน
ในที่สุดเขาก็ได้ข้อสรุป
ค่ายกลของอาคารสามารถรับรู้ได้ถึงระดับการบ่มเพาะเมื่อเกินระดับราชาไปแล้วก็จะไม่สามารถรับสมบัติได้อีก สถานที่แห่งนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อระดับศักดิ์สิทธิ์มีเพียงระดับราชาเท่านั้นที่สามารถเข้าสู่ค่ายกลได้
ไม่มีวิธีได้รับสมบัติอีกต่อไป…
“บ้าเอ๊ย ทำไมไม่มีใครบอกเรื่องนี้กับเรา?ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชาถึงไม่ทะลวงเข้าสู่ระดับศักดิ์สิทธิ์เพราะพวกเขาก้าวไปสู่ระดับศักดิ์สิทธิ์แล้ว พวกเขาจะไม่ได้รับสมบัติเลยแม้แต่ชิ้นเดียว”
เย่เทียนถอนหายใจอย่างหมดหนทาง
ทันใดนั้น
เขาก็คิดถึงซุนซิงเหอ ถ้าคนผู้นี้ทะลวงผ่านระดับศักดิ์สิทธิ์และกลับไปยังพระราชวังอีกครั้งเขาจะต้องพบว่าในที่แห่งนั้นไม่มีสมบัติอีกต่อไป แล้วเขาจะโกรธขนาดไหนกัน?
“สมควรแล้ว!”
เย่เทียนยิ้ม
ที่ไหนสักแห่ง ภายในมิติ
ซุนซิงเหอกำลังพยายามทะลวงเข้าสู่ระดับศักดิ์สิทธิ์
ตอนนี้เขาเก็บตัวเป็นเวลาเจ็ดวันแล้วด้วยพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับจันทรา ในที่สุดเขาก็สามารถปลุกจิตสำนึกศักดิ์สิทธิ์ของเขาได้
ตูม!!!!
จิตสำนึกศักดิ์สิทธิ์ถือกำเนิดขึ้นและเริ่มกระบวนการทะลวงผ่านระดับการบ่มเพาะ
เพียงไม่นาน
ความแข็งแกร่งทางร่างกายของเขาเพิ่มขึ้นสิบเท่าความเร็วและพลังการป้องกันของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมาก รวมไปถึงพรสวรรค์ระดับลึกลับปลอมที่เพิ่มขึ้นเป็น90%
“ฮ่าฮ่าฮ่าสมบัติทั้งหมดในพระราชวังต้องเป็นของฉัน!”
ซุนซิงเหอหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
จากนั้นเขาก็รีบบินไปยังพระราชวังในทันที
ไม่นานเขาก็มาถึงพระราชวัง
“เอ๋ หุ่นเชิดศพเกราะทองหายไปไหน?หรือว่าพวกมันจะจากไปแล้ว?”
ซุนซิงเหอพึมพำด้วยความประหลาดใจ
ดังนั้นเขาจึงเดินเข้าไปด้านใน
“สมบัติของฉันหายไปไหนตัวบัดซบคนไหนขโมยของฉันไป!!!!”
ซุนซิงเหอตะโกนด้วยความโกรธเกรี้ยว
เพื่อสมบัติเหล่านี้ เขาตัดสินใจที่จะปล่อยการทำให้พรสวรรค์ของเขากลายเป็นระดับลึกลับที่แท้จริงแต่เดิมเขาวางแผนว่าจะยังไม่ทะลวงผ่านไปยังระดับศักดิ์สิทธิ์อีก 2-3 ปี เพื่อเพิ่มความเข้าใจความลึกลับของพรสวรรค์
แต่ตอนนี้สมบัติทั้งหมดหายไปจนเกลี้ยงอีกทั้งเขายังทะลวงผ่านระดับโดยไม่ได้สนใจพรสวรรค์ระดับลึกลับ
เขาสูญเสียอย่างหนักจนแทบจะกระอักเลือดออกมา!
ไม่เพียงแค่นั้น ในตอนนี้เขาบรรลุมาถึงขั้นระดับศักดิ์สิทธิ์แล้วเขาไม่สามารถหาสมบัติใดๆ ในมิติแห่งนี้ได้อีกต่อไปแล้ว
“บ้าเอ๊ย ใครเป็นคนทำ?อ๊ากกกกกกกก”
ซุนซิงเหอสามารถคาดเดาได้ว่ามีคนทะลวงผ่านไปยังระดับศักดิ์สิทธิ์ได้ก่อนเขาและต้องเป็นคนที่กวาดสมบัติในพระราชวังไปจนเกลี้ยงก่อนที่เขาจะมาถึง
ใบหน้าของผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชาหลายคนปรากฏขึ้นในหัวของเขาในที่สุดเขาก็คิดถึงใครบางคน
“เป็นเจ้าบัดซบหน้าซีดคนนั้น!”
ซุนซิงเหอนึกถึงเย่เทียน มีเพียงเย่เทียนเท่านั้นที่สามารถทำเช่นนี้ได้ทันใดนั้นจิตสังหารของเขาก็ปรากฏออกมา
น่าเสียดายที่เย่เทียนทำการปลอมแปลงรูปลักษณ์ของเขาดังนั้นจึงไม่มีทางเลยที่ซุนซิงเหอจะหาเขาเจอ