ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    เล่มที่ 6 บทที่ 156 ยุคแห่งนิกาย! ยุคของสัตว์อสูร!

            เย่เทียนมีลางสังหรณ์ว่าถ้าเขายังไม่ออกจากพระราชวังเขาจะต้องพบกับผู้ฝึกยุทธ์คนอื่นๆ อย่างแน่นอน

            ซุนซิงเหอและคนอื่นๆ ยังไม่ตาย

            ค่ายกลของพระราชวังถูกทำลายไปแล้วต่อให้มีหุ่นเชิดศพเกราะทองจำนวนมากแล้วอย่างไร? เพื่อที่จะได้รับสมบัติเหล่านั้น บางทีพวกเขาอาจจะไม่รั้งอยู่ในระดับราชาอีกต่อไปและรีบทะลวงเข้าสู่ขอบเขตศักดิ์สิทธิ์

            ก่อนหน้านี้ เหตุผลที่พวกเขายังไม่ทะลวงเข้าสู่ระดับศักดิ์สิทธิ์ก็เพราะพวกเขาคิดว่าพวกเขาแข็งแกร่งพอที่จะสามารถทำลายค่ายกลนี้ได้

            แต่พวกเขาก็ไม่คิดมาก่อนว่าด้านในจะมีหุ่นเชิดเกราะทองจำนวนมากทำให้แผนการที่วางไว้นั้นผิดพลาด

            เมื่อซุนซิงเหอและคนอื่นๆที่รอดชีวิตออกไปอย่างปลอดภัย พวกเขาจะต้องทะลวงเข้าสู่ระดับศักดิ์สิทธิ์ก่อนที่จะกลับมายังพระราชวังนี้อีกครั้งอย่างแน่นอน

            “น่าเสียดายที่ความเร็วในการทะลวงผ่านระดับศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขาช้ากว่าเรา!”

            เย่เทียนคิดกับตัวเอง

            เขามีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับตะวันและใช้เวลาไม่ถึงสามวันเขาก็ได้ก้าวเข้าสู่ระดับศักดิ์สิทธิ์อย่างเป็นทางการ ต่างกับซุนซิงเหอและคนอื่นๆพวกเขาต้องใช้เวลาอย่างน้อย 7-8 วันในการทะลวงผ่านระดับ

            เมื่อออกมาจากพระราชวัง เย่เทียนบินออกไปไม่นานก็พบกับถ้ำแห่งหนึ่งบนภูเขาลูกใหญ่เขาเก็บตัวอยู่ในถ้ำชั่วคราวและเริ่มตรวจสอบสมบัติที่ได้รับมา

            โอสถสามขวด หนังสือสีดำห้าเล่มและเหรียญตรา

            เย่เทียนเริ่มตรวจสอบเหรียญตราก่อนจากนั้นเขาก็ได้รู้ว่าสิ่งนี้มีไว้เพื่ออะไร

            “เหรียญศิษย์สาวกหลักของนิกายซากศพทมิฬ!”

            สิ่งนี้ไม่มีประโยชน์สำหรับเขา

            จากนั้นเย่เทียนก็พลิกดูตำราทั้งห้าเล่ม

            ถึงแม้มันจะเป็นภาษาที่ไม่เข้าใจแต่เขาก็สามารถเข้าใจอักษรเหล่านี้ได้ เพราะตำราทั้งห้าเล่มนี้มีพลังจิตผนึกข้อมูลไว้ดังนั้นเขาจึงเข้าใจข้อความเหล่านี้ได้

            ตำราทั้งห้าเล่มไม่ใช่เทคนิคการบ่มเพาะเสียทั้งหมดสามเล่มเป็นตำราเกี่ยวกับการหลอมกลั่นโอสถ ภายในตำรามีบันทึกข้อมูลโอสถหลายชนิดที่ต่อต้านสวรรค์บางชนิดก็ช่วยยกระดับพรสวรรค์ได้

            อย่างไรก็ตามเมื่อเย่เทียนเห็นรายการสมุนไพรสำหรับการหลอมยาเขาก็ต้องส่ายหัวชื่อสมุนไพรจำนวนมากพวกนี้เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน มันจึงแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะรวบรวมมันให้ครบ

            ส่วนตำราอีกสองเล่มเป็นบันทึกเกี่ยวกับนิกายซากศพทมิฬหลังจากอ่านจนจบ เย่เทียนก็พบว่าเขานั้นเข้าใจผิดมาโดยตลอด หวังเยี่ยนเองก็เข้าใจผิดเช่นกัน

            อารยธรรมโบราณนี้ไม่ใช่อารยธรรมบนโลกแต่เป็นอารยธรรมต่างแดน

            นิกายซากศพทมิฬเป็นนิกายของโลกอื่นหรือก็คือนิกายของดาวเคราะห์ดวงอื่น แต่ด้วยเหตุที่ว่ามีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้น ศิษย์บางคนจากนิกายซากศพทมิฬบังเอิญเข้าสู่เขตแดนลับบางแห่งผ่านรอยแยกของมิติ

            ในยุคนั้น ผู้แข็งแกร่งมากมายต่างต่อสู้กันบนโลกใบนี้โลกของพวกเขาจึงได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ทำให้พลังปราณปฐมแห่งฟ้าดินเริ่มสลายหายไป

            และในที่สุด

            นิกายทั้งหมดก็ละทิ้งโลกของพวกเขาเดินทางออกไปผ่านรอยแยกของมิติ ซึ่งหลงเหลือไว้แต่เพียงซากปรักหักพังของอารยธรรมบางส่วนที่ยังคงอยู่จวบจนทุกวันนี้

            ตำราทั้งสองเล่มถูกเขียนโดยระดับจักรพรรดิแห่งนิกายซากศพทมิฬหลังจากเขียนเสร็จ เขาก็ได้ออกจากโลกไปพร้อมกับเหล่าผู้เชี่ยวชาญของนิกายซากศพทมิฬเหลือทิ้งไว้เพียงวิหารและศิษย์สายนอกของนิกายซากศพทมิฬ

            “ศิษย์สายนอกเหล่านั้นคงยากที่จะเพิ่มความแข็งแกร่งของพวกเขาในโลกที่ขาดแคลนพลังปราณเช่นนี้อายุขัยของพวกเขาถึงขีดจำกัดและต้องจบชีวิตลง ลูกหลานของพวกเขาไม่สามารถกลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ได้นิกายซากศพทมิฬจึงมาถึงกาลล่มสลาย ทิ้งซากปรักหักพังเช่นนี้ไว้”

            เย่เทียนคาดเดา

            ณ จุดนี้เอง

            เขาจึงได้รู้ว่าโบราณสถานแห่งนี้คือซากปรักหักพังของนิกายเหล่านั้นและในยุครุ่งเรืองของพวกเขาก็เหมือนกับโลกของเย่เทียนในตอนนี้ที่มีรอยแยกมิติปรากฏขึ้นมากมาย

            อย่างไรก็ตามรอยแยกมิติเหล่านั้นบังเอิญเชื่อมต่อกับโลกใบนี้และยังมีรอยแยกที่เชื่อมต่อกับโลกของสัตว์อสูร

            “ยุคของอารยธรรมโบราณนี้สามารถอนุมานได้ว่าเป็นยุคของนิกายแต่ตอนนี้ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้วโลกของเรากลายเป็นยุคของสัตว์อสูร แท้จริงแล้ว ทุกอย่างก็เรียบง่ายเช่นนี้!”

            เย่เทียนพึมพำ

            แม้ว่านิกายเหล่านั้นจะถูกทำลายไปแล้วในอดีตแต่พวกเขาก็ได้ทิ้งมรดกไว้มากมาย มิฉะนั้นเผ่าพันธุ์มนุษย์คงจะถูกล้างบางในยุคของสัตว์อสูรนี้แล้ว

            หลังจากอ่านตำราลับห้าเล่มจนหมดเย่เทียนก็รู้แล้วว่าโอสถสามขวดนี้คืออะไร

            มันเป็นโอสถที่ช่วยยกระดับพรสวรรค์ในการบ่มเพาะหนึ่งขวดโอสถหลอมพลังจิตศักดิ์สิทธิ์หนึ่งขวด และโอสถยืดอายุขัยหนึ่งขวด

            โอสถเพิ่มพรสวรรค์สามารถเพิ่มพรสวรรค์ในการบ่มเพาะของผู้ฝึกยุทธ์ให้กลายเป็นระดับดาราได้และในนั้นมันมีเพียงเม็ดเดียวเท่านั้น

            โอสถหลอมพลังจิตศักดิ์สิทธิ์สามารถปรับแต่งพลังจิตและช่วยทำให้ผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชากลายเป็นระดับศักดิ์สิทธิ์ได้ภายในขวดมีโอสถอยู่สามเม็ด

            ส่วนโอสถยืดอายุขัยนั้นค่อนข้างท้าทายสวรรค์มันสามารถทำให้มีอายุขัยเพิ่มขึ้นถึง 100 ปี นี่มันเป็นสมบัติที่เหล่าสัตว์ประหลาดชราใฝ่ฝันถึง

            สิ่งเหล่านี้ถูกทิ้งไว้ให้ลูกหลานของนิกายซากศพทมิฬแต่น่าเสียดายที่ลูกหลานของพวกเขาไม่สามารถเข้าไปยังพระราชวังได้ มิฉะนั้นสิ่งเหล่านี้คงจะถูกใช้จนหมดนานแล้ว

            แต่เย่เทียนคาดเดาว่าบางทีสาเหตุที่ค่ายกลของพระราชวังถูกทำลายไปบางส่วนอาจจะเป็นเพราะเกิดการต่อสู้ระหว่างศิษย์สายนอกของนิกายซากศพทมิฬ?

            เมื่อคิดดูดีๆ แล้ว มันก็อาจจะเป็นไปได้จริงๆ

            น่าเสียดายที่พวกเขาไม่ได้รับสมบัติเหล่านี้ตอนนี้มันกลายเป็นผลประโยชน์ของเย่เทียนอย่างแท้จริง!

            “โอสถหลอมพลังจิตศักดิ์สิทธิ์สามารถมอบให้หวังเยี่ยนได้หนึ่งเม็ดส่วนที่เหลือเราจะเก็บไว้ บวกกับสมบัติมากมายที่พบในห้องโถงใหญ่ ตอนนี้สถานะของเราจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว!”

            ในใจของเย่เทียนเต็มไปด้วยความตื่นเต้น

            แต่หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ต้องตกตะลึง

            ในตอนนี้เขาไม่สามารถเสาะหาสมบัติได้อีกต่อไปเขาพบสิ่งปลูกสร้างแต่ไม่ปรากฏหุ่นเชิดศพเกราะทองออกมา และเขาก็ไม่สามารถทำลายค่ายกลได้

            ตอนแรกเขาคิดว่ามันเป็นเพียงเรื่องบังเอิญแต่เมื่อเขาพยายามเข้าไปยังอาคารหลายแห่งติดต่อกัน

            ในที่สุดเขาก็ได้ข้อสรุป

            ค่ายกลของอาคารสามารถรับรู้ได้ถึงระดับการบ่มเพาะเมื่อเกินระดับราชาไปแล้วก็จะไม่สามารถรับสมบัติได้อีก สถานที่แห่งนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อระดับศักดิ์สิทธิ์มีเพียงระดับราชาเท่านั้นที่สามารถเข้าสู่ค่ายกลได้

            ไม่มีวิธีได้รับสมบัติอีกต่อไป…

            “บ้าเอ๊ย ทำไมไม่มีใครบอกเรื่องนี้กับเรา?ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชาถึงไม่ทะลวงเข้าสู่ระดับศักดิ์สิทธิ์เพราะพวกเขาก้าวไปสู่ระดับศักดิ์สิทธิ์แล้ว พวกเขาจะไม่ได้รับสมบัติเลยแม้แต่ชิ้นเดียว”

            เย่เทียนถอนหายใจอย่างหมดหนทาง

            ทันใดนั้น

            เขาก็คิดถึงซุนซิงเหอ ถ้าคนผู้นี้ทะลวงผ่านระดับศักดิ์สิทธิ์และกลับไปยังพระราชวังอีกครั้งเขาจะต้องพบว่าในที่แห่งนั้นไม่มีสมบัติอีกต่อไป แล้วเขาจะโกรธขนาดไหนกัน?

            “สมควรแล้ว!”

            เย่เทียนยิ้ม

            ที่ไหนสักแห่ง ภายในมิติ

            ซุนซิงเหอกำลังพยายามทะลวงเข้าสู่ระดับศักดิ์สิทธิ์

            ตอนนี้เขาเก็บตัวเป็นเวลาเจ็ดวันแล้วด้วยพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับจันทรา ในที่สุดเขาก็สามารถปลุกจิตสำนึกศักดิ์สิทธิ์ของเขาได้

            ตูม!!!!

            จิตสำนึกศักดิ์สิทธิ์ถือกำเนิดขึ้นและเริ่มกระบวนการทะลวงผ่านระดับการบ่มเพาะ

            เพียงไม่นาน

            ความแข็งแกร่งทางร่างกายของเขาเพิ่มขึ้นสิบเท่าความเร็วและพลังการป้องกันของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมาก รวมไปถึงพรสวรรค์ระดับลึกลับปลอมที่เพิ่มขึ้นเป็น90%

            “ฮ่าฮ่าฮ่าสมบัติทั้งหมดในพระราชวังต้องเป็นของฉัน!”

            ซุนซิงเหอหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

            จากนั้นเขาก็รีบบินไปยังพระราชวังในทันที

            ไม่นานเขาก็มาถึงพระราชวัง

            “เอ๋ หุ่นเชิดศพเกราะทองหายไปไหน?หรือว่าพวกมันจะจากไปแล้ว?”

            ซุนซิงเหอพึมพำด้วยความประหลาดใจ

            ดังนั้นเขาจึงเดินเข้าไปด้านใน

            “สมบัติของฉันหายไปไหนตัวบัดซบคนไหนขโมยของฉันไป!!!!”

            ซุนซิงเหอตะโกนด้วยความโกรธเกรี้ยว

            เพื่อสมบัติเหล่านี้ เขาตัดสินใจที่จะปล่อยการทำให้พรสวรรค์ของเขากลายเป็นระดับลึกลับที่แท้จริงแต่เดิมเขาวางแผนว่าจะยังไม่ทะลวงผ่านไปยังระดับศักดิ์สิทธิ์อีก 2-3 ปี เพื่อเพิ่มความเข้าใจความลึกลับของพรสวรรค์

            แต่ตอนนี้สมบัติทั้งหมดหายไปจนเกลี้ยงอีกทั้งเขายังทะลวงผ่านระดับโดยไม่ได้สนใจพรสวรรค์ระดับลึกลับ

            เขาสูญเสียอย่างหนักจนแทบจะกระอักเลือดออกมา!

            ไม่เพียงแค่นั้น ในตอนนี้เขาบรรลุมาถึงขั้นระดับศักดิ์สิทธิ์แล้วเขาไม่สามารถหาสมบัติใดๆ ในมิติแห่งนี้ได้อีกต่อไปแล้ว

            “บ้าเอ๊ย ใครเป็นคนทำ?อ๊ากกกกกกกก”

            ซุนซิงเหอสามารถคาดเดาได้ว่ามีคนทะลวงผ่านไปยังระดับศักดิ์สิทธิ์ได้ก่อนเขาและต้องเป็นคนที่กวาดสมบัติในพระราชวังไปจนเกลี้ยงก่อนที่เขาจะมาถึง

            ใบหน้าของผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชาหลายคนปรากฏขึ้นในหัวของเขาในที่สุดเขาก็คิดถึงใครบางคน

            “เป็นเจ้าบัดซบหน้าซีดคนนั้น!”

            ซุนซิงเหอนึกถึงเย่เทียน มีเพียงเย่เทียนเท่านั้นที่สามารถทำเช่นนี้ได้ทันใดนั้นจิตสังหารของเขาก็ปรากฏออกมา

            น่าเสียดายที่เย่เทียนทำการปลอมแปลงรูปลักษณ์ของเขาดังนั้นจึงไม่มีทางเลยที่ซุนซิงเหอจะหาเขาเจอ

    คล้ายกับเรื่องระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】 ที่คุณอ่าน