Santianamarir เซนเทียน่ามารีอาร์ 1 (ผู้ฟูมฟักจากโลกต้องห้าม)

    นางพราย

           นางพราย

            “ฉันว่ามันเงียบแปลก ๆ นะ” เนย่าเอ่ยขึ้น

            “อย่า...พูด...นะ” ชูม่าเน้นคำ เขาทำเสียงจึ๊กจั๊กอย่างนึกขัดใจ

            “จะเอาไงเนี่ยเดี๋ยวให้พูดเดี๋ยวไม่ให้พูด” เนย่าบ่นทุกคนก็ต่างเห็นด้วยและจ้องมองชูม่าเป็นตาเดียวกัน

            “พวกเงือกกำลังมา” ชูม่าเงี่ยหูฟังอยู่จนแน่ใจว่าเขาได้ยินเสียงแหวกน้ำมา

            “หมายความว่าไง” รินรินเอ่ยถาม เธอลุ้นคำตอบจนตัวเกร็ง

            “ทุกคนเงียบนะ แล้วทำเป็นไม่เห็นอะไร” ชูม่ากระซิบกระซาบทุกคนต่างยืนนิ่งไม่ไหวติงตามคำบอกของชูม่า

            และแล้วภาพที่ปรากฏแก่สายตาทุกคนคือแรงไหวกระเพื่อมของน้ำจากรอบทิศทางมันไม่ได้รวดเร็วนักจึงไม่แน่ใจว่ามุ่งร้ายเพื่อมาโจมตีหรือมาอย่างมิตร

            ภาพที่เห็นคล้ายกับผ้าแพรเนื้อดีหลากสีสันที่ย้อนทวนกระแสน้ำมาเป็นสายและภายในผ้าแพรเหล่านั้นเผยให้เห็นอิสตรีที่งดงามราวกับภาพฝันพวกเธอไม่ได้ห่มอาภรณ์ใด ๆ ที่เห็นคล้ายผ้าแพรในน้ำครั้งแรกนั้นคล้ายจะเป็นครีบที่ท้องแขนและหางของพวกเธอมากกว่า

            ชาวเงือกหลายสิบตนบ้างขึ้นไปนั่งบนกิ่งไม้ ตีครีบหางเล่นกับน้ำไปมาบ้างนั่งสางผม บ้างว่ายวนเหล่าเด็ก ๆ ด้วยความสงสัยใคร่รู้ 

            พวกเธอคล้ายกับปลาสวยงามในโลกของเนย่าที่พวกรักปลานำมาเลี้ยงโชว์ไว้ในตู้แต่พวกเงือกไม่ใช่สิ่งที่เนย่ากำลังคิด ดวงตาสีอำพันของพวกเธอดูน่าหลงใหลใบหูที่คล้ายกับครีบปลารูปใบพัดนั้นกางสยายออกรับการได้ยินสีของครีบยาวพลิ้วใต้ท้องแขนและที่หางหลากสีสันจนดูละลานตาพวกเธอสะกดสายตาทุกคู่ให้จดจ้องมองอย่างชะงักงัน

            “พวกเธอสวยจังเลย” เนย่าเอ่ยราวกับคนละเมอชาวเงือกที่ได้ยินต่างป้องปากหัวเราะคิกคักกับคำชมของเด็กหญิงบางตนหยิบพิณขึ้นมาเพื่อบรรเลงเป็นการขอบใจ

            “อย่าแม้แต่จะคิดว่าพวกเจ้าตนใดตนหนึ่งจะได้อ้าปากร้องเพลง” ไวเท่าแสงลาร์เฟียใช้ริบบิ้นรัดเข้าที่คอเงือกตนที่กำลังจะบรรเลงพิณให้ฟังจากที่เธอเคยอ่านในตำรามาพวกเงือกใช้เสียงเพลงในการสะกดเหยื่อให้หลงใหลและเป็นอัมพาต

            “ไม่สวยแล้วยังเซ่ออีก!” ชูม่าถอนหายใจตบหัวตัวเองป้าบ ๆ พลางส่ายหัวไปมายายหนูหัวส้มนั่นไม่น่ารีบร้อนเปิดศึก

            เงือกตนที่ลาร์เฟียรัดคอค่อย ๆแสยะยิ้มก่อนที่ริมฝีปากบาง ๆ ของพวกนางจะฉีกกว้างขึ้น ๆ จนถึงใบหูและเขี้ยวแหลมคมก็โผล่พ้นริมฝีปากออกมา

            ความงดงามเมื่อสักครู่หายไปในพริบตาภาพอิสตรีที่งดงามราวกับนางฟ้ากลายเป็นปีศาจปากกว้างที่เต็มไปด้วยคมเขี้ยวและดวงตาเหลือกถลนจนน่าขนพอง

            เงือกตนที่ลาร์เฟียจับไว้คว้าคอของเธอได้ก็กระโจนกดลงไปในน้ำทันทีพื้นที่ทุกคนยืนอยู่กลายเป็นห้วงน้ำลึกสุดหยั่งในทันใด เนย่าและเพื่อน ๆต่างตะเกียกตะกายหนีผืนน้ำที่หนืดขึ้นคล้ายกับกาวเหนียว และรินรินตัดสินใจบินขึ้น

            “อย่าบินนะยายโง่เอ้ย!” ชูม่าตะโกนบอกและยึดหัวเนย่าไว้อย่างสุดกำลัง

            “แล้วจะให้ฉันทำยังไงเล่า โอ๊ย!”

            “รินริน!” เนย่าร้องตะโกนเมื่อเพื่อนถูกเงือกตนหนึ่งใช้กริชเปลือกหอยปาถูกปีกของรินรินจนเกิดบาดแผลใหญ่และเธอร่วงลงสู้ผืนน้ำที่เป็นกาวเหนียวอีกครั้ง

            “ไม่ต้องห่วงฉันไม่เจ็บเท่าไหร่หนีขึ้นฝั่งไปให้ได้” รินรินดิ้นรนให้หลุดพ้นจากบึงกาวอย่างสุดกำลังพลางร้องตะโกนบอกเพื่อนที่พยายามจะเข้ามาช่วยเธอ

            เนย่าลังเลอยู่ชั่วครู่ จึงตัดสินใจทำตามคำบอกของรินรินคือว่ายเข้าหาฝั่งที่ใกล้ที่สุดก่อนการว่ายอยู่ในน้ำที่คล้ายกับกาวเหนียวช่างกินกำลังเธอเหลือเกินถ้าหยุดตะเกียกตะกายบึงนี้ก็จะดูดลงไปแต่ถ้ายิ่งดิ้นขัดขืนว่ายหนีเท่าไรก็ยิ่งหมดแรงแต่พวกชาวเงือกกลับว่ายอย่างคล่องแคล่วว่องไว ราวกับไม่ได้มีน้ำยืดเหนียวเหล่านี้อยู่ในบึงเลยด้วยซ้ำ

            “พรวด!!” ฮาร์มโพล่พ้นน้ำขึ้นมาได้และเขาฆ่าชาวเงือกตายไปหนึ่งตนเป้าหมายต่อไปคือเข้าช่วยเหลือเนย่าแต่กว่าจะว่ายไปถึงตัวเขาก็ถูกชาวเงือกอีกหลายตนรุมกดเขาลงน้ำไปอีก

            “ฮาร์ม!” เนย่าร้องตะโกนด้วยความตกใจเธอใช้กำไลที่บาร์รามเคยให้ไว้แปลเปลี่ยนเป็นแส้แล้วกระชากคอเงือกตนหนึ่งจนขาดกระเด็นเมื่อเห็นเพื่อนตายต่อหน้าเหล่าชาวเงือกจึงพุ่งไปหาเนย่าและหนึ่งในนั้นกระชากเธอจากเบื้องล่างทำให้จมหายไปอีกคน

            “เหยื่ออันโอชะ ๆ” เสียงเล็กแหลมกรีดร้องเป็นเสียงเดียวกันจนดังระงมไปทั่วผืนน้ำราวกับเสียงสวดจากนรกเป้าหมายคือเด็กหญิงที่ดิ้นรนอย่างสุดกำลังเพื่อเอาชีวิตรอดจากเงือกที่ดึงผมเธออยู่เนย่าดำผุดดำว่ายพยายามต่อสู้ขัดขืน

            “ยายหนู เจ้าพร้อมจะตายแล้วใช่ไหมถ้าพร้อมแล้วข้าจะได้หลับตา” ชูม่าที่ยึดศีรษะเนย่าไว้อย่างแน่นเหนี่ยวร้องบอกพลางหลับตาปี๋ครั้งนี้เขาจะไม่ทิ้งยายหนูแน่เขาจะเกาะเป็นเห็บหมัดกับยายหนูจนตายไปด้วยกันนี่ล่ะ

            “พูดบ้าอะไรของนายเนี่ยชูม่า” เนย่าแหวทั้งคู่ใช้มือช่วยกันปัดป่ายดึงทึ้งทุบตีเงือกที่เข้ามาใกล้ตัวเธอเป็นพัลวันแต่ชาวเงือกตนหนึ่งก็เข้ามาหาเธอจากด้านหลังหมายจะกดเนย่าให้จมลงไปในน้ำอีกครั้งแต่แล้วดาบจันทร์เสี้ยวของเซนดรินก็หมุนควงมาตัดหัวของมันจนขาดกระเด็น 

            เสียงกรีดร้องของเงือกที่บาดเจ็บดังระงมแต่ก็ไม่เท่าเสียงตะโกนต่อว่าของชู่ม่าที่หันไปเห็นลาร์เฟียใช้อาวุธของตัวเองที่เป็นริบบิ้นดึงตัวให้ลอยสูงเหนือผืนน้ำและคอยกำจัดพวกเงือกที่อยู่ข้างล่าง

            “ข้าบอกว่าอย่าบินไงยายโง่” ชูม่ามีสีหน้าตื่นตระหนกและแล้วเหตุผลที่ชูม่าพร่ำบอกว่าห้ามบินก็ปรากฏเมื่อเหล่านางพรายที่สิงอยู่ตามต้นไม้ที่ยืนต้นตายต่างทอดไอวิญญาณเป็นตาข่ายสีขาวบีบรัดลมหายใจของทุกคน 

            นางพรายปรากฏตัวด้วยผ้าพันกายสีขะมุกขะมอมที่เห็นเมื่อคราแรกเกี่ยวโยงกันไปมาตามต้นไม้ตอนนี้มันพันร่างนั้นไว้ทั้งตัวเหลือเพียงผมยาวกระเซอะกระเซิงที่พันกันยุ่งเหยิงดูสกปรกน่าเกลียดน่ากลัว

            พวกนางค่อย ๆ ดึงร่างของตัวเองออกมาจากเปลือกของต้นไม้ที่เป็นซากเน่าการเยื้องย่างเคลื่อนไหวคล้ายกับซอมบี้ค่อย ๆ ขยับแขนขยับขาจนเกิดเสียงคล้ายกระดูกหักลั่นจากภายในชวนสยอง 

            พวกมันค่อย ๆขยับมือราวกำลังบรรเลงบทเพลงแห่งความตายเพิ่มไอวิญญาณให้มากขึ้นเหมือนกับกำลังถักทอเป็นใยเพื่อให้บีบรัดสิ่งที่ลอยอยู่ในอากาศอย่างลาร์เฟียเป็นต้น

            ลาร์เฟียคล้ายกับถูกกับดักติดใยแมงมุมดิ้นทุรนทุรายเพราะเริ่มหายใจไม่ออกไอวิญญาณพยายามแทรกตัวและรัดร่างกับอาวุธของเธอจนขยับไม่ได้

            “ลาร์เฟีย! บ้าเอ้ย!” เนย่าสบถสิ่งที่เนย่าคิดได้ในหัวตอนนี้คือน้ำสามารถนำพาอะไรได้บ้างและเธอก็ค้นพบว่าถ้าจะให้ได้ผลดีที่สุดคงจะเป็นกระแสไฟฟ้าเธอจึงเรียกใช้มีดสั้นที่เกิดจากธาตุสายฟ้าให้เป็นประโยชน์เด็กหญิงกระชับมีดในมือก่อนจะจ่อลงผืนน้ำและมันได้ผลพลังสายฟ้าส่งสื่อนำช็อตเหล่าชาวเงือกจนตัวชาและสร้างบาดแผลให้เหล่าชาวเงือกได้หลายสิบพร้อมกับเกิดแรงระเบิดทำให้บางตนกระเด็นกระดอนออกไป

            “ยอมแพ้ซะผู้บุกรุกมิเช่นนั้นพวกเจ้าจะต้องตายทุกคน” เสียงแหบโหยจากนางพรายตนหนึ่งประกาศก้องเนย่าที่กำลังต่อสู้คว้าเงือกตนหนึ่งมาเป็นตัวประกันเธอใช้มีดจ่อคอเงือกตนนั้นที่ไม่สามารถดิ้นรนขัดขืนได้เพราะถูกช็อตจนตัวแข็งตาเหลือกค้างอยู่

            หลังจากเนย่าตั้งสติได้ว่าเกิดอะไรขึ้นในสถานการณ์ตอนนี้ภาพที่เธอเห็นก็คือเหล่าผองเพื่อนที่บ้างถูกจับกดน้ำบ้างถูกไอวิญญาณดึงรั้งทึ้งร่างจนได้รับบาดแผลไปทั่วตัวเนย่าเองก็ไม่แน่ใจว่าจะช่วยเพื่อนทุกคนให้ออกไปจากที่นี่ได้หรือไม่

            “ทุกคน” เนย่าเอ่ยเรียกเพื่อนทุกคนกำลังดิ้นรนจากบึงเหนียวและทั้งพรายทั้งเงือกที่ร่วมมือกันเล่นงานพวกเธอ เนย่าเรียกทุกคนก็หยุดชะงักและจ้องมองสถานการณ์ตรงหน้า

            “จะหยุดทำไมเล่ายายหนู เดี๋ยวก็ได้ตายหรอก” ชูม่ากระซิบบอก

            เพียงครู่เดียวที่เนย่าเผลอไผลไม่ได้รวบรวมจิตให้แน่วแน่ธาตุสายฟ้าก็หายไปในบันดล และพวกชาวเงือกก็เริ่มได้สติมีดสั้นสายฟ้าในมือของเธอก็หายไปด้วย ทำให้เงือกตนที่เธอจับไว้ได้ฉีกยิ้มกว้างอย่างน่ากลัว

            “ลองฟังข้อเสนอพวกมันก่อน” เนย่าเหนื่อยหอบ อาวุธก็หายไปพลังต่าง ๆก็ดูเหมือนจะถูกดูดไปจนไร้เรี่ยวแรง ขืนสู้ต่อโอกาสแพ้น่าจะสูงกว่า

            “สุดท้ายพวกเจ้าก็ไม่มีใครรอดอยู่ดีและข้าจะลงมือกินเจ้าเสียเดี๋ยวนี้” เนย่าที่กำลังหมดเรี่ยวแรงเมื่อหันไปจ้องตาพวกมันตรง ๆ ก็ต้องมนต์สะกดได้โดยง่าย เธอพลาดท่าเสียแล้วแม้จะรู้ตัวแต่ก็ขยับไม่ได้

            สติเธอหลุดลอยไปไกลเกินกว่าที่จะรู้ว่าเธอล็อกคออันตรายเอาไว้กับตัวแทนที่เธอจะเป็นฝ่ายได้เปรียบทำให้ฝ่ายตรงข้ามกลัว  กลับเป็นเธอเองเสียแล้วที่กำลังหวาดกลัว

            เธอไม่ได้กลัวความตายที่อยู่ตรงหน้าสิ่งที่เธอกำลังกลัว คือเพื่อน ๆ เธอที่ไม่มีใครช่วยเหลือตัวเองได้เลยในตอนนี้ไอวิญญาณ และบึงน้ำคล้ายกับกาวเหนียวเหล่านี้กำลังดูดกลืนพลังของพวกเธออย่างทวีคูณ

            เงือกตนที่เนย่าจับตัวไว้ หันกลับมาหาเด็กหญิงมือที่เต็มไปด้วยกรงเล็บค่อย ๆ ประคองใบหน้าเด็กหญิงช้า ๆเนย่าได้แต่นิ่งงันตัวแข็งทื่อเพราะถูกดูดกลืนพลังชีวิต

            นางเงือกค่อย ๆ ฉีกยิ้ม ริมฝีปากค่อย ๆเปิดอ้าออกจนกว้าง เกือบจะเท่าขนาดใบหน้าของเด็กหญิงแล้ว 

            มันจับเนย่าแหงนหน้าขึ้นให้สบตาที่เหลือกถลนของมันเพื่อให้เธอยอมรับความตายแต่โดยดีครีบที่ใบหูสั่นระริกด้วยความยินดีที่จะได้ลิ้มรสอาหารเหล่าเงือกตัวอื่นก็ไม่แตกต่างกัน ค่อย ๆคืบคลานเข้ามาใกล้เด็กหญิงเพื่อร่วมชิมความหอมหวานนี้ด้วย 

            คมเขี้ยวน่าเกลียดนั้นอยู่ห่างจากใบหน้าเด็กหญิงไม่ถึงคืบ แต่แล้วจู่ ๆดวงตาที่เหลือกถลนอยู่แล้วของเงือกก็ทะลุออกมาจากเบ้า พร้อมกับหัวของเงือกตนนั้นที่ค่อยๆ เลื่อนหลุดออกจากลำตัวทำให้เลือดสีเขียวขุ่นกระเด็นเปรอะเปื้อนใบหน้าเด็กหญิงจนทั่ว พร้อมกับสติของเนย่าที่กลับคืนเสียงกรีดร้องจากความเจ็บปวดของเหล่าชาวเงือกและนางพรายดังระงมไปทั่วผืนน้ำอีกระลอก

             “อย่าแตะต้องยายเด็กนี่ถ้าจะทำข้ามศพข้าไปก่อน” เพียงคมแส้สีม่วงฟาดผ่านเพียงครั้งเดียว หัวของเงือกตัวที่จับเนย่าไว้ก็ขาดครึ่งเงียบเพียง ชั่วอึดใจ เมื่อหัวของเจ้าตัวร้ายหล่นลงน้ำ เสียงกรีดร้องระงมของเหล่าชาวเงือกและนางพรายสะเทือนไปทั่วบริเวณ เด็กหญิงได้สติ หันกลับมามองคนที่ได้ช่วยชีวิตเธอไว้

            “เรเนรอส คุณมาได้ยังไง” เนย่าฉีกยิ้มเฝื่อนแม้จะดีใจแต่ก็อดนึกถึงมังกรที่ติดพันธะของเธออีกสองตนไม่ได้ว่าจะโผล่มาด้วยหรือไม่

            “เจ้าคิดว่าการหนีมาเจออันตรายมันมีผลกระทบต่อพวกข้าหรือไม่ เหตุใดจะไปจะมาจึงไม่บอกข้าก่อน เจ้านั่นแทบจะคลั่งตายการ์รอลบีบบังคับให้ข้ารีบมา กว่าจะตกลงกันได้ พันธะก็ทำพวกข้าแสบร้อนไปหมด” เรเนรอสว่าพลางระวังภัยโดยรอบ เหล่าเด็ก ๆพยายามตะเกียกตะกายช่วยเหลือซึ่งกันและกัน รวมถึงเนย่าที่พยายามประคองตัวเองว่ายไปหารินรินและฮาร์ม 

            “หนูไม่ได้หนีมาแต่มาทำภารกิจหาของเลยหลงทางค่ะ” เนย่าแทบอยากจะกระโดดกอดเรเนรอสที่กำลังมีสีหน้าเคร่งเครียดคงจะรีบมากจริง ๆ เพราะมีรอยพุพองตามแขนและลำตัวบางส่วนซึ่งอาจจะเกิดจากอำนาจของพันธะผู้พิทักษ์‘โทษของคำสัญญาช่างน่ากลัวจริง ๆ’ เนย่าคิด

            เหยื่อทุกคนหลุดพ้นจากพันธนาการ เนื่องจากเหล่าเงือกและนางพรายกำลังมองหาที่ตั้งหลักพวกมันเล็งเห็นแล้วว่าผู้มาเยือนใหม่ หาได้สะทกสะท้านกับน้ำในบึงที่เหนียวข้นไม่ แถมยังแหวกว่ายราวกับเป็นเจ้าของบึงเสียเอง จึงจำต้องปล่อยเหยื่อก่อนเพื่อหาทางเอาตัวรอด