เทพอสูรมังกรไร้ขอบเขต

หอตำรา

หลังจากที่รู้สึกหดหู่กับเรื่องของรางวัลภารกิจได้ไม่นาน ตัวของเย่หยุนซีนั้นก็ได้เอ่ยถามเรื่องของรางวัลในการเลื่อนขั้นเป็นระดับเซียนกับผู้ซึ่งเป็นเทพธิดาในทันทีโดยไม่คิดชักช้า

 

และเป็นที่แน่นอนว่า ของรางวัลในครานี้ก็คือการใช้งาน หอคอยหยินหยาง ได้อย่างอิสระ

 

"ฮ่าๆๆ ขอบคุณมากขอรับ" เย่หยุนซีเอ่ยปากกล่าวด้วยความตื่นเต้นยินดี เพราะนี่คือของรางวัลที่เขาเฝ้ารอมาแสนนาน ทั้งยังเป็นของขวัญที่มหัศจรรย์ที่สุดในชีวิตของเขา

 

"คิกคิก ต่อไปนี้เจ้าก็ไม่จำเป็นต้องภารกิจอะไรอีกแล้ว ดังนั้นต้องตั้งใจบ่มเพาะพลังให้ดี" ผู้ซึ่งเป็นเทพธิดายกยิ้มพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างพึงพอใจ

 

เย่หยุนซีเมื่อได้ยินก็ไม่วายพยักหน้าตอบรับโดยไม่คิดรอช้า แต่ทว่าทันใดนั้นเอง จักรพรรดิเทพปีศาจ รวมไปถึงเหล่าเชื้อพระวงศ์ก็บินลงมาเบื้องหน้าของเขา

 

"พวกท่านมีอะไรกันหรือเปล่า?" เย่หยุนซีหรี่ตามองพลางกล่าวด้วยความสงสัย

 

"เจ้ามีกายาศักดิ์สิทธิ์และเส้นลมปราณศักดิ์สิทธิ์ใช่หรือไม่?"จักรพรรดิเทพปีศาจไม่คิดอ้อมค้อมเอ่ยถามกลับในทันที

 

"อ่อ ใช่แล้ว ข้ามีกายาศักดิ์สิทธิ์และเส้นลมปราณศักดิ์สิทธิ์หยินหยาง" ในเมื่อเรื่องมันมาถึงขั้นนี้แล้ว เย่หยุนซีก็ไม่คิดจะปิดบังและบอกเล่าความจริงกับอีกฝ่าย

 

"กายาศักดิ์สิทธิ์และเส้นลมปราณศักดิ์สิทธิ์หยินหยาง!! เป็นไปได้อย่างไร!!" เหล่าเชื้อพระวงศ์ทั้งหลายเมื่อได้ยินก็ตกตะลึงจนแทบลืมหายใจกันในทันที

 

ต้องรู้ก่อนว่าการที่มีทั้งกายาและเส้นลมปราณศักดิ์สิทธิ์เป็นสิ่งที่หายากมากในยุคนี้ แต่การที่มีทั้งกายาศักดิ์สิทธิ์และเส้นลมปราณศักดิ์สิทธิ์ชนิดเดียวกันเป็นสิ่งที่หายากกว่าหลายล้านเท่า

 

เจ้าเด็กนี่เป็นคนที่พระเจ้าส่งลงมาจุติหรืออย่างไรกัน!

 

"ก็สมกับเป็นลูกของเจ้าล่ะนะ" จักรพรรดิเทพปีศาจหันไปกล่าวกับกู่หลินเฉินด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูพึงพอใจ ก่อนที่จะหันกลับไปมองเย่หยุนซีอีกครั้งแล้วเผยรอยยิ้มบางออกมา

 

"เด็กน้อย พรสวรรค์ของเจ้าทำให้ข้าทึ่งมาก.........เจ้าอยากจะได้อะไรหรือเปล่าล่ะ? ข้าจะให้เจ้าเป็นของขวัญ"

 

เย่หยุนซีเผยสีหน้าจริงจัง "สิ่งที่ข้าอยากได้นั้น ท่านให้ได้ทุกอย่างจริงน่ะหรือ?"

 

"อืม.........มันก็ต้องดูก่อนว่าสิ่งที่เจ้าอยากได้มันคืออะไรและมีผลกระทบกับใครหรือเปล่า" ผู้เป็นปู่ยังคงยิ้มกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งไม่หวั่นไหว

 

"ถ้างั้นท่านช่วยบอกท่านพ่อหน่อยได้หรือไม่ ว่าให้ปลดผนึกพลังจิตวิญญาณให้ข้าเสียที" เย่หยุนซีเหลือบสายตามองไปที่กู่หลินเฉินพลางเผยรอยยิ้มเจ้าเลห์ออกมา ผู้ซึ่งเป็นจักรพรรดิเทพปีศาจเมื่อสดับวาจาก็หันไปหากู่หลินเฉินเช่นเดียวกัน

 

"ว่าไง เจ้าเด็กแสบ ทำไมต้องปิดผนึกพลังวิญญาณของลูกชายตัวเองเอาไว้อย่างนั้น?"

 

กู่หลินเฉินถึงกับหางคิ้วกระตุกถี่กระชั้น คิดไม่ถึงว่าบุตรชายของตนจะกล้าเล่นไม้นี้ ทั้งๆที่ตัวเขาก็กุมความได้เปรียบในทุกๆด้าน

 

"ตาแก่ ถ้าหากปลดผนึกพลังให้กับเด็กนั่น เกรงว่าทั่วทั้งพิภพปีศาจคงไม่มีใครจับเขาได้ไล่เขาทันอีกแล้ว แบบนี้ท่านยังจะให้ข้าปลดผนึกอยู่อีกหรือเปล่า?"

 

"โอ่ว พลังวิญญาณของเขาสูงส่งมากเลยหรือ?" จักรพรรดิเทพปีศาจเอ่ยปากกล่าวถามกลับด้วยความสงสัย

 

กู่หลินเฉินส่ายศีรษะตอบกลับไป "ก็ไม่ได้สูงมากเท่าไหร่ แค่ระดับเซียนเบิกนภา แต่ทว่าเมื่อนำมาผสานเข้ากับพลังอื่นๆของเขาแล้ว แม้แต่ข้าก็ยังต้องปวดหัว หากจะต้องรับมือกับมัน"

 

"โอ้ ที่แท้ก็เป็นเช่นนั้น ถ้างั้นก็ตามใจเจ้าเถอะ เรื่องนี้ข้าไม่ขอก้าวก่าย"

 

"เจ้าหนู เจ้าเลือกคำขอใหม่ดีไหม?" จักรพรรดิเทพปีศาจหันไปหาเย่หยุนซีแล้วเอ่ยถาม

 

ส่วนทางด้านเย่หยุนซีเมื่อได้สดับฟังก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แต่ก็ต้องเก็บมันเอาไว้ในใจ "ถ้างั้นข้าขอให้ตำหนักมารดาราของข้าอยู่ในอาณัติท่านได้หรือไม่?"

 

"หือ! เจ้าหมายถึงขุมกำลังในพิภพมนุษย์ของเจ้าน่ะหรือ ย่อมได้ เรื่องนี้ข้าไม่มีปัญหา" ผู้เป็นปู่เอ่ยวาจาตอบกลับโดยไร้ซึ่งความลังเลใจ

 

เย่หยุนซีจึงผสานมือคาราวะอีกฝ่ายในทันที "ขอบคุณท่านจักรพรรดิเทพปีศาจที่เมตตา"

 

"หึ! ไม่ต้องมากพิธีไปหรอกน่า นี่คือของขวัญที่เจ้าสมควรจะได้..............อ่อ! แล้วต่อไปก็เรียกข้าว่า ท่านปู่ เข้าใจไหม อย่าได้เอ่ยสรรพนามที่เป็นทางการเช่นนี้อีก" สิ้นคำ! ร่างขององค์จักรพรรดิปีศาจก็พลันหายไปท่ามกลางความว่างเปล่า ในขณะที่เหล่าเชื้อพระวงศ์บัดนี้ราวกับถูกสะกดด้วยบทสนทนาระหว่างปู่กับหลาน

 

'มันเป็นไปได้อย่างไรกัน?' คำถามนี้ยังคงวนเวียนอยู่ในใจของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นองค์หญิงหรือองค์ชาย

 

"เหล่าพี่น้องและหลานๆของข้าทั้งหลาย ตอนนี้ดูเหมือนลูกชายของข้าจะต้องปรับสมดุลพลังแล้ว ช่วยกลับไปก่อนได้หรือเปล่า?" กู่หลินเฉินกล่าวอย่างเรียบนิ่งเฉยชาเมื่อเห็นว่าพวกเขาไม่กลับไปเสียที

 

"อืม ถ้างั้นพวกเราขอตัวก่อน" องค์รัชทายาทผู้ซึ่งเป็นพี่ใหญ่เอ่ยปากตอบกลับ หลังจากนั้นไม่นานนัก บรรดาเชื้อพระวงศ์ทั้งหมดก็ได้กลับไปยังตำหนักของตนเองโดยไม่คิดรอช้า

 

"เหอะ! ปรับสมดุลพลังอะไรกัน พลังของข้าเสถียรตั้งนานแล้ว" เย่หยุนซีหัวเราะกล่าว

 

กู่หลินเฉินเมื่อได้ฟังก็ส่ายศีรษะอย่างเนิบช้าแผ่วเบา "ข้าก็แค่รำคาญพวกเขา เอาล่ะ! ในเมื่อเจ้าบรรลุระดับเซียนแล้ว ข้าจะพาไปที่หอตำราเพื่อรับทักษะประจำสายเลือดเทพปีศาจแห่งการสังหาร"

 

หลังสิ้นคำ กู่หลินเฉินก็ทำการเปิดประตูมิติและพาเย่หยุนซีเดินเข้าไป ส่งผลให้ทัศนีภาพแปรเปลี่ยนจากตำหนักใหญ่กลายเป็นหอคอยสีแดง 3 ชั้น

 

"คาราวะองค์ชายกู่หลินเฉิน คาราวะองค์ชายน้อย" ชายชราที่นั่งอยู่บนเก้าอี้เอนหลังข้างๆประตูรีบลุกขึ้นแล้วทำความเคารพผู้มาใหม่

 

"ผู้เฒ่าถังไม่ต้องมากพิธีไป ข้าพาลูกชายมาเลือกทักษะสายเลือด ท่านช่วยประเมินความเข้มข้นให้หน่อยได้หรือเปล่า?" เป็นกู่หลินเฉินที่กล่าวด้วยความเคารพอย่างน่าประหลาด

 

"โฮ่ะๆๆ ได้สิขอรับ แต่ว่าก็ว่าเถอะ องค์ชายน้อยท่านนี้ช่างมีพรสวรรค์มากมายจริงๆ ดีไม่ดี อาจจะยิ่งกว่าองค์ชายผู้เป็นบิดาด้วยซ้ำ!!" ผู้เฒ่าถังเอ่ยปากชมเชย จากนั้นนำลูกแก้วขนาดเท่ากำปั้นออกมาในทันที

 

"องค์ชายน้อย ได้โปรดหยดโลหิตใส่ลูกแก้วลูกนี้นะขอรับ ที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ข้า"

 

เย่หยุนซีเมื่อสดับวาจาก็พลันพยักหน้าแล้วยื่นมือออกไปหยดโลหิตลงบนลูกแก้วสีใส ซึ่งเพียงไม่กี่ลมหายใจ สีบนลูกแก้วก็ค่อยๆแปรเปลี่ยนไปจนกระทั่งกลายเป็นสีดำสนิทไม่อาจมองทะลุผ่าน

 

"สะ สีดำ! ความบริสุทธิ์ 10 ส่วน นี่มันเกินไปแล้ว!!" ผู้เฒ่าถังเต็มไปด้วยความตกใจ เพราะต้องบอกก่อนว่ายิ่งลูกแก้วสีเข้มมากเท่าไหร่ ความบริสุทธิ์ของสายเลือดก็จะยิ่งเข้มข้นมากเท่านั้น

 

และด้วยความที่เย่หยุนซีเป็นลูกครึ่ง มันจึงแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยในทางทฤษฎีที่จะมีพลังสายเลือดบริสุทธิ์เต็ม 10 ส่วนเช่นนี้ได้

 

"ผู้เฒ่าถังไม่ต้องแปลกใจ บุตรชายข้าได้รับมรดกจากจักรพรรดิเทพปีศาจรุ่นแรก ดังนั้นพลังสายเลือดของเขาจึงได้รับการพัฒนามาตั้งแต่ตอนนั้น?" กู่หลินเฉินแม้จะตกตะลึงกับสถานการณ์เบื้องหน้าอยู่เหมือนกัน แต่เขาก็ตั้งสติและแถลงไขทุกอย่างไปตามที่ตนเองคาดเดาไว้

 

"โอ้ สวรรค์! นี่พระเจ้าส่งเขามาให้พิภพปีศาจหรืออย่างไร!!" ผู้เฒ่าถังเมื่อได้ยินทุกคำพูดของอีกฝ่ายก็แทบจะน้ำตาไหลออกมาเพราะความปิติยินดี

 

เนื่องจากถึงแม้จะเป็นจักรพรรดิเทพปีศาจรุ่นนี้ก็ยังมีความบริสุทธิ์ของสายเลือดเพียง 9 ส่วนเท่านั้น ซึ่งมันเทียบเท่ากับองค์ชายกู่หลินเฉินที่ถูกขนานนามว่าเป็นอัจฉริยะอันดับ 1 ของพิภพปีศาจ

 

"เอาล่ะๆ ท่านเลิกซาบซึ้งได้แล้ว บอกมาเถอะว่าลูกชายข้าสามารถไปเลือกทักษะที่ชั้นไหนได้บ้าง?"

 

"โฮ่ะๆๆ องค์ชายยังจะให้ข้าประเมินอะไรอีกกัน แค่มีพลังสายเลือดบริสุทธิ์เต็ม 10 ส่วน องค์ชายน้อยก็สามารถเข้าหอตำราได้ทุกชั้นแล้ว ที่เหลือก็แค่รอลุ้นดูว่าเขาจะเลือกทักษะอะไร" ผู้เฒ่าถังกล่าวตอบกลับไปด้วยความอารมณ์ดี ตอนนี้เขาอยากรู้จริงๆว่าทักษะสายเลือดทักษะไหนที่จะมีวาสนากับองค์ชายน้อยผู้มากพรสวรรค์

คล้ายกับเรื่องเทพอสูรมังกรไร้ขอบเขต ที่คุณอ่าน