บทที่ 18 หลอกลวง
สองคนพี่น้องเดินขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ไม่นานก็มาถึงห้องเรียน ปลายฝนเข้าไปก่อนจะเช็ดเหงื่อที่ซึมตามกรอบหน้า มันดูเหมือนว่าเขากำลังเป็กังวลมาก แต่ที่จริงแล้วแค่ร้อนก็เท่านั้นเอง
“อิม คีย์” หลังจากที่ขึ้นมาถึง ปลายฝนก็แปลกใจอย่างมากที่จู่ๆคีย์ก็ยืนยิ้มร่าพร้อมกับดอกไม้สีแดงสดในมือ
“ขอโทษที่ต้องหลอกนะปลายฝน แต่...เราแค่อยากจะเซอร์ไพรส์ “แฟน” เท่านั้นน่ะ สุขสันต์วันแห่งความรับครับ ที่รักของคีย์” คีย์พูดขึ้นมาด้วยเสียงนุ่มนวล เขามองไปยังปลายฝนที่ยังอึ้งงันก็คิดว่าเด็กหนุ่มกำลังดีใจที่ตนเองมอบของขวัญให้เป็ครั้งแรกั้แ่ที่คบกัน
“คีย์! นี่คีย์หลอกเราหรอ” ปลายฝนชะงักไป เขามองไปยังคีย์อย่างไม่พอใจ
“ปลายฝน ฉันรู้ว่าที่ผ่านมาอาจจะทำตัวไม่ดี แต่ขอโอกาสได้ไหม ขอให้คีย์ได้ดูแลปลายฝนนะ เรา...เราหมั้นกันก่อนได้ไหม” คีย์พูดออกมาก่อนจะหยิบกล่องสีแดงกำมะหยี่ในกระเป๋า หลังจากที่เขาเปิดออกมาและพบว่ามันเป็แหวน เพื่อนๆที่ซ่อนตัวอยู่ในห้องอื่นๆก็กรูกันเข้ามาล้อมทันที
ปลายฝนมองดูกลุ่มคนที่แสดงออกอย่างตื่นเต้นแล้วรู้สึกขบขันเล็กน้อย ดูเหมือนคีย์กับอิมจะมีความคิดจริงๆเลยนะ ถึงกับให้ผู้คนมากมายมากดดันเขาแบบนี้ ถ้าปลายฝนรู้สึกผิดกับคีย์จริงๆ อย่างไรเขาก็ต้องรักษาหน้าของคีย์เอาไว้ จะกล้าพูดออกไปหรอว่าไม่ได้รักอีกฝ่ายั้แ่แรก และที่ผ่านมาก็แค่ทำเพื่อให้พี่ชายไม่เสียหน้า
ถ้าเป็แบบนั้น พี่ชายของเขาก็จะต้องเสียหน้าอย่างแท้จริง นอกจากนี้ปลายฝนก็ยังจะกลายเป็คนสารเลวอีกด้วยที่เล่นกับความรู้สึกคนอื่น หลอกใช้ความรู้สึกของคนอื่นเป็เครื่องมือให้ตัวเอง
กระนั้น.....คีย์และอิมไม่ได้รู้อย่างแท้จริงว่าเพื่อนของพวกเขาคนนี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว นอกจากนี้ผู้ชายที่อยู่ข้างๆของเขาก็ไม่ใช่คนธรรมดาที่จะมาเล่นด้วยได้ง่ายๆ
“หมั้นเลย หมั้นเลย หมั้นเลย!!” เพื่อนๆหลายคนได้แต่อิจฉาปลายฝนที่มีผู้ชายหล่อรวยและซื้อแหวนหมั้นราคาหลายแสนให้เป็ของขวัญ ถึงอย่างนั้นพวกเขาที่ถูกเชิญมาก็ต้องช่วยกันเท่านั้นเอง อย่างไรปลายฝนก็ไล่ตามคีย์มานานแล้ว เื่นี้ทุกคนรู้ว่ามันจะต้องจบอย่างไร
“พอ หยุด หยุดได้แล้ว!!” ปลายฝนร้องออกมา น้ำตาค่อยๆไหลอาบแก้ม เขาไม่แม้แต่จะมองแหวนนั้นซ้ำด้วยซ้ำ เด็กหนุ่มมองไปยังคีย์ด้วยความผิดหวัง
“คีย์ นายหลอกให้เรารีบมาเพียงเพราะเื่นี้หรอ? นายรู้ไหมว่าพวกเราต้องใช้ความพยายามขนาดไหนเพื่อมาที่นี่ให้เร็วที่สุด ถ้าระหว่างทางเราขับรถชนใครเพียงเพราะกลัวว่านายจะตาย นายก็ยังจะมาเล่นสนุกแบบนี้หรอ! แล้วก็อีกอย่างนะ....ไม่กี่วันก่อน นายบอกเลิกกับฉันเอง ด่าทอสารพัดว่าทำให้นายรำคาญ เราก็ตัดใจแล้วไง พอเราตัดใจเลิกรักกับนายเพื่อที่จะตั้งใจเรียน นายก็ยังวางแผนขอหมั้นกับเราแบบนี้หรอ? เพื่ออะไรล่ะ!! วันนี้ตอนที่นายโทรมา เราก็ตกลงคุยกันแล้ว หลังจากนี้ฉันจะไม่ไปขวางทางนายกับอิมอีกแล้ว อยากจะคบกัน อยากจะเดทกันตอนไหนฉันก็จะไม่เข้าไปยุ่งอีก หลังจากนี้ฉันจะสอบเทียบแล้ว ไม่อยู่อีกต่อไปแล้วที่โรงเรียนนี้!!” ปลายฝนพูดออกมารวดเร็วพร้อมกับน้ำตา เขายังแสดงบทนางเอกที่วิ่งร้องไห้ออกไปจากห้องท่ามกลางความเงียบของคนอื่นๆอีกด้วย
ทุกคนใมาก คิดว่าปลายฝนจะดีใจก็เลยมาร่วมมือครั้งนี้ ใครจะไปคิดว่าอีกฝ่ายกลับพูดออกมาแบบนั้น และแต่ล่ะคำก็เป็อะไรที่ทุกคนรู้ดีอยู่แก่ใจด้วย
ั้แ่เื่ที่คีย์ขู่ว่าจะฆ่าตัวตายให้คนรีบมา นี่คือเื่ที่สมควรทำหรอ?
เื่บอกเลิกกับปลายฝน คีย์ไม่ได้ทำหรอ? ก็ไม่ใช่อีก ตอนที่คีย์บอกเลิกนั้นไม่ใช่บอกเลิกเงียบๆ แต่เป็การตวาดและไล่ปลายฝนให้ออกไปจากชีวิต ทุกคนล้วนได้ยินและยังรังเกียจที่ปลายฝนตามตื้อคีย์ไม่เลิกด้วย
ส่วนเื่ที่อิมกับคีย์ไปเดทกัน แม้ว่าพวกเขาจะไม่รู้ว่าจริงไหม แต่มันก็มีแนวโน้มที่จะเป็จริงได้เหมือนกัน หลายครั้งเพื่อนหลายคนก็เคยเห็นคีย์กับอิมอยู่ด้วยกันด้วย เพียงแต่ตอนนั้นพวกเขาสนับสนุนทั้งสองคนมากกว่าปลายฝน จึงไม่ได้มองว่าเป็ความผิดปกติอะไร ยังนึกสมน้ำหน้าปลายฝนอีกด้วย
พอมาถึงตอนนี้ พวกเขาก็รู้สึกผิดจริงๆ
ทางต้นหนาวที่มองหลังของน้องชายร้องไห้ออกไป เขาก็แค่นหัวเราะออกมาคำหนึ่ง ตอนนั้นที่ผู้คนมากมายเพิ่งได้เห็นผู้ชายหล่อเหลาตรงหน้า พวกเพื่อนไม่ว่าจะชายหรือหญิงต่างก็อึ้งไปกับท่าทางของจักรพรรดิคนนี้
“นี่คือแหวนขอหมั้นของพวกเธอหรอ?” ต้นหนาวมองอย่างดูถูก เขามองไปยังคีย์ก่อนจะพูดออกมาอีกคำ
“รองเท้าที่ฉันซื้อให้น้องชาย ยังแพงกว่าแหวนหมั้นของแกเลย” คนอายุมากกว่าล้วงมือหยิบโทรศัพท์ของตนเองขึ้นมาก่อนจะถ่ายรูปตรงหน้า ภาพคีย์คุกเข่าพร้อมกับแหวนราคาถูกในมือนั้นถูกส่งไปหาเชษ เขาโทรบอกคนเป็มือขวาอีกคำ
“ส่งไปบอกพ่อแม่มันด้วย สู่ขอคนตระกูลอธิบรักขณกุลด้วยเงินไม่กี่แสน พวกมันคงคิดว่าพวกเราดูถูกได้ง่ายๆ หึ” พูดจบก็เตะแหวนราคาแพงในสายตาของเพื่อนๆกระเด็นไปไกล รองเท้าของต้นหนาวมีรอยเล็กน้อย เขาขมวดคิ้ว
“ให้ตายเถอะ แหวนราคาถูกนี่ระคายรองเท้าของฉันจริงๆ” พูดจบก็เดินจากไป ไม่สนใจสายตาอึ้งงันของทุกคนเลย
กว่าที่ใครบางคนจะรู้สึกตัว ก็เป็ตอนที่พ่อแม่ของคีย์โทรเข้ามาเสียแล้ว
“ไอ้ลูกสารเลว แกทำอะไร!! แกอยากให้พ่อแม่แกตายนักใช่ไหม!! ตอนนี้แกอยู่ที่ไหน แกกับเพื่อนๆของแกอยู่ที่ไหน!” เสียงะโดังรอดโทรศัพท์ออกมา ก่อนที่คนอื่นๆจะได้ยินเสียงโทรศัพท์ของพวกเขาบ้าง ที่จริงแล้วเป็เชษที่แจ้งไปยังผู้ปกครองของทุกคนที่อยู่ที่นี่ ด้วยกล้องวงจรปิดของห้องเรียน เขาย่อมรู้ว่าที่นี่มีลูกเต้าเหล่าใครบ้าง
ที่ผ่านมาพวกเด็กเหลือขอนี่กล้ารังแกคุณชายรอง เช่นนั้นก็อย่าปล่อยพวกมันไว้เลย! ต่อให้ใครในนี้ไม่ได้แกล้งคุณชายรอง แต่แค่มองดูคุณชายรองโดนรังแก พวกมันก็มีความผิดมหันต์แล้ว!
ทีละคนสองคน เด็กๆต่างก็หน้าเสียตามๆกันไป พ่อแม่ของทุกคนโทรมาสาปแช่งพวกเขา บางคนยังบอกว่าจะตัดพ่อลูกกันด้วยซ้ำไป ไม่นานรถมากมายก็มาจอดที่โรงเรียนจนเป็เื่ใหญ่โต ผอ.โรงเรียนก็ได้รับผลไปด้วย อาจารย์ประจำชั้นเองก็แจ้นมาก่อนใครเพื่อน หลังจากที่รู้สถานการณ์แล้ว ทุกคนก็ได้แต่หวาดกลัว
ปลายฝนแท้จริงแล้วคือ “วัสสา อธิบรักขณกุล” ไม่ใช่ “วัสสา ธนศา” เสียนี่ ทั้งหมดนี้มีเพียงผอ.โรงเรียนเท่านั้นที่รับเื่ไป แต่ไม่มีคนอื่นรู้เลย นั่นเพราะปลายฝน้าชีวิตที่สงบสุขและต่อต้านพี่ชาย หลังจากเข้าเรียนมัธยมก็ไม่ยอมใช้นามสกุลของคนเป็พี่เสียอย่างนั้น
ขณะที่ทุกคนกำลังวุ่นวายในโรงเรียน ปลายฝนที่นั่งเช็ดน้ำตากับพี่ชายเงียบๆก็ได้ฤกษ์พูดออกมาเสียที
“ทำไมเขาถึงมองว่าความรู้สึกของผมเป็เื่ตลกล่ะครับ พวกเขาทำแบบนี้ทำไม” ปลายฝนพูดออกมาอย่างเหนื่อยใจ เชษลอบมองคนเป็นายที่ตระกองกอดน้องชายเอาไว้ไม่มีท่าทีว่าจะพูดอธิบายอะไรราวกับอยากให้คิดได้เอง เขาคิดชั่วครู่ก่อนจะพูดขึ้น
“คุณชายรองครับ ผู้คนมากมายมีหลายแบบนะครับ บางคนรู้หน้าไม่รู้ใจครับ ต่อไปคุณชายต้องระวังให้มากๆนะครับ ถ้ามีอะไรแปลกคุณชายก็คิดในแง่ไม่ดีเอาไว้บ้าง”
“อะไรแปลกๆงั้นหรอ”
“ครับ”
“อย่างเช่นอะไรครับ”
“อย่างเช่นคนที่ชอบพูดโกหก แบบว่าพูดกับคุณชายรองอย่างหนึ่ง แต่ก็ทำอีกอย่างน่ะครับ”
“เห๋ งั้นพี่ก็เป็คนไม่ดีหรอ” ปลายฝนพูดขึ้นก่อนจะขยับตัวออกห่างจากต้นหนาว ทำเอาคนอายุมากกว่าหน้าเหวอไปเลย
“พี่ทำอะไร”
“ก็พี่ ก็พี่ชอบดุต่อหน้า แต่จริงๆแล้วพี่ก็เป็ห่วงผมไง” ปลายฝนแตะคางตนเองเหมือนกับคนแก่ นี่ทำให้ต้นหนาวได้แต่ยีผมเด็กน้อยเบาๆ
“แบบนั้นก็แปลว่าลับหลังแล้วประธานหวังดีใช่ไหมครับ ดีแล้วที่คุณชายรองสงสัย แต่ถ้าผลออกมาหลังจากสงสัยว่าเป็คนดี ก็เชื่อใจได้ใช่ไหมครับ”
“งั้นแบบนี้ก็ไม่ถูกใช่ไหม งั้นถ้าเป็แบบป้านิ่มล่ะ” เมื่อปลายฝนพูดถึงตรงนี้ เขาก็มองไปยังเชษที่ชะงักไปทันที ทุกคนในที่นี้รู้ว่าป้านิ่มไม่ใช่คนดี แต่อีกฝ่ายนั้นสนิทกับปลายฝนอย่างมากในเวลาที่ผ่านมา พวกเขาเลยไม่กล้าเตือน
“บางครั้งป้านิ่มพูดกับผมอย่างหนึ่ง พอไปบอกคนอื่นก็บอกอีกอย่าง ผมก็งง แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกันนะ” ปลายฝนแตะคางสองครั้ง ต้นหนาวที่เห็นแบบนั้นก็แทรกขึ้นมา ตลอดหลายปีปลายฝนไม่ยอมให้เขาแตะต้องป้านิ่มเลย ดังนั้นจึงได้แต่สืบเื่บางอย่างและเฝ้าระวังเท่านั้น ไม่เคยได้เข้าไปสืบเบื้องลึกเลยแม้แต่น้อย
“บอกคนอื่นว่ายังไง”
“แบบที่ชอบบอกกับคนอื่นว่าผมอยากได้อยากทำนั่นนี่ ทั้งๆที่จริงๆแล้วป้านิ่มแนะนำผมเอง หรือบางทีที่ป้านิ่มบอกว่าพี่ชายไม่ชอบผม ชอบที่จะควบคุมผมเพราะมองว่าผมเป็เด็กดื้อ แต่สุดท้ายป้านิ่มก็ไปฟ้องพี่ทุกทีว่าผมไปทำอะไรมาบ้าง บางเื่ผมก็ไม่ได้ทำแบบนี้อ่ะ” ปลายฝนพูดไปก่อนจะยักไหล่เหมือนกับไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก แต่เชษกับต้นหนาวลอบมองหน้ากัน คิ้วของคนอายุมากทั้งสองขมวดแน่นอย่างไม่พอใจนัก
“แต่ป้านิ่มก็ไม่ได้ทำอะไรเลยนะ บางเื่ก็ช่วยผมได้เยอะด้วย แบบนี้ก็แปลว่าบางคนเป็ห่วงเรา แต่มีเหตุผลของเขาหรือเปล่า” ปลายฝนถามเชษอีกครั้งอย่างสนใจใคร่รู้
เชษหัวเราะแห้งๆออกมาทันที เขาไม่รู้ว่าจะตอบคุณชายรองอย่างไรแล้วตอนนี้
“ดีที่สุดคือเชื่อแค่พี่เท่านั้น” ต้นหนาวตัดบทสนทนา ปลายฝนหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ
“พี่ก็เชื่อผมได้เหมือนกัน” ปลายฝนเย้าแหย่คนเป็พี่ กระนั้นสิ่งที่เขาพูดก็ออกมาจากใจจริง ต่อไปนี้เขาอยากให้พี่ชายเชื่อสิ่งที่เขาทำและพูดเท่านั้น ไม่อยากให้คนคิดไปเองเลย
“ประธาน คุณชายรอง คุณก็เชื่อผมได้นะครับ” เชษรีบเสนอตัว กลัวว่าจะถูกทั้งสองจับผิดไปด้วย ทำเอาปลายฝนหัวเราะเอิ้กอ้ากอย่างชอบใจ
ไม่นานพวกเขาก็มาถึงบ้าน นะโมที่ยืนรออยู่ก่อนแล้วก็ทำท่าทางเป็ต้อนรับอย่างกระตือรือร้น ใบหน้าของเขานั้นเป็สีชมพูสดใส ดูน่ามองอย่างมาก
“อื้อ นะโมน่ารักจัง” ปลายฝนที่อยู่ในรถพูดออกมา เขากระทั่งเกาะกระจกมองคนข้างนอกอย่างสนอกสนใจด้วยซ้ำ ต้นหนาวหรี่ตาลงอย่างอันตราย นี่ทำให้เชษรับรู้ได้แล้วว่านะโมหลานป้านิ่มไม่น่าจะมีชีวิตอยู่ในบ้านได้อย่างมีความสุข ในเมื่อโดนคนเป็นายใหญ่หมายหัวแล้วแบบนี้
ปลายฝนเองก็รับรู้ได้ถึงออร่าของคนเป็พี่ แต่แน่นอนว่าที่เขาทำนี้ก็เพื่อให้พี่ชายไม่สนใจนะโม ตั้งหลักไม่ชอบได้ก็ยิ่งดี แม้จะรู้อยู่แล้วว่าพี่ชายไม่ได้มีรสนิยมอะไรเช่นนี้ ทว่าเขาก็ป้องกันไว้ก่อน เดี๋ยววันใดพี่ชายหื่นกามจนหาที่ลงไม่ได้ จะได้นึกถึงหน้าเขาเอาไว้
“ถ้าพี่เป็แฟนกับนะโมก็ดีเลย ผมจะขอกอดแฟนพี่ทุกวัน คนอะไรหน้าเหมือนตุ๊กตาเลยนะครับ ใช่ไหมพี่....” ปลายฝนพูดอย่างมีความสุขก่อนจะแสร้งใเมื่อเห็นสายตามืดครึ้มของพี่ชาย ใบหน้าของเขาถอดสีเล็กน้อย
“เอ่อ ผมพูดอะไรผิดใช่ไหมครับ” คนตัวเล็กรื่นไหลมากในตอนนี้ เขาเอนกายของตนเองทิ้งหัวลงที่ขาของคนเป็พี่อย่างออดอ้อน
“พี่อย่าโกรธ” น้องน้อยจิ้มไปที่หน้าผากของพี่ชายที่ขมวดเป็ปม เห็นท่าทางเหมือนแมวน้อยเช่นนี้ ต้นหนาวจะยังโกรธได้อยู่หรือ เพียงแต่ปลายฝนเห็นว่าเขายังไม่ยอมพูดอะไรออกมา เด็กน้อยก็เลยครุ่นคิดชั่วครู่
“ผมยอมให้พี่หอมแก้มก็ได้นะ” เ้าตัวเอียงคอตนเอง พลิกนอนตะแคงแล้วทำแก้มพองออกมาอย่างน่ารัก
แก้มใสที่มีเส้นเืฝาดพองออกเหมือนล่อลวงคนอายุมากให้หลงใหล ต้นหนาวมองดูน้องชายที่รู้จักเอาอกเอาใจก็ยกยิ้มออกมาอย่างมีความสุข แน่นอนว่าเขาไม่ปฎิเสธข้อเสนอนี้ของเ้าหนูตัวน้อยเด็ดขาด คนก้มลงไปก่อนจะใช้จมูกเกลี่ยที่แก้มใส
“ฮิ ฮิ ผมจักจี้นะครับพี่” ปลายฝนบ่นออกมาแต่หน้ายังหัวเราะอยู่เลย เขาหดคอเหมือนอยากขยับหนี แต่ก็ไม่พ้นอยู่ดี ต้นหนาวหอมน้องชายไปฟอดใหญ่ก็ชื่นใจมาก แก้มนิ่มของปลายฝนยุบลงไปจนเป็สีแดงเพราะถูกพี่ชายสูดเข้าใจแก้มจะติดเข้าจมูกไป กลิ่นหอมของแป้งลอยตลบอบอวลอยู่ในจมูกของเขา
“เอาอีกข้างมา เดี๋ยวมันน้อยใจ” ต้นหนาวพูดขึ้นอย่างเ้าเล่ห์
ในเมื่อก่อนหน้านี้ปลายฝนเป็คนพูดเองว่าต้องหอมเขาให้ครบสองแก้ม ไม่อย่างนั้นจะทำให้อีกข้างน้อยใจ เช่นนั้นเขาก็จะทำแบบนี้บ้างเหมือนกัน
“ก็พี่หอมแรงนี่ครับ ดูสิ แก้มของผมเป็รอยแล้วแน่เลย” ปลายฝนลุกขึ้นนั่ง บ่นกระปอดกระแปดจนต้นหนาวคิดว่าเด็กน้อยจะไม่ยอมให้เขาหอมอีกข้าง ใครจะคิดว่าปลายฝนขยับเอี้ยวตัวก่อนจะทำแก้มพองให้อีกข้าง
“ทำให้เท่ากันด้วย อย่าให้หน้าผมเบี้ยวนะ” ดูเหมือนเ้าเด็กน้อยนี่จะคิดจริงๆว่าการหอมข้างหนึ่งแล้วจะทำให้หน้าเบี้ยวน่ะ ไม่อย่างนั้นเขาจะพูดมันด้วยน้ำเสียงจริงจังแบบนี้ได้อย่างไร
เชษที่มองคนเป็นายยิ้มอย่างมีความสุขก็อดที่จะยิ้มตามไม่ได้
หลายปีแล้วที่ประธานจอมเนี๊ยบของเขาต้องเครียดกับงานและเื่ในบ้าน พอไปที่ทำงานก็อาละวาดลูกน้องที่ทำงานไม่ได้เื่ ไหนจะคู่อริที่จ้องจัดการพวกเขา ไหนจะคนสายเืเดียวกันที่ทำตัวเป็ปลิงอยากจะเอาหุ้นส่วนของเขาไปหมด พอกลับมาก็ต้องมาเครียดกับปัญหาหัวใจอีก ตอนนี้เด็กน้อยคนนี้ทำให้คนเป็ประธานยิ้มได้หลายต่อหลายครั้งในแต่ละวัน เขาที่เป็คนติดตามอยากขอให้วันคืนเช่นนี้มีต่อไปตลอดจริงๆ
ยามที่เห็นคนเป็นายกระดกเหล้าเข้าปากเพื่อข่มอารมณ์ตนเอง เขาก็นึกสงสารอย่างมาก ตอนเช้ายังต้องแบกสังขารไปสู้กับคนอื่นอีก ถ้าเป็อย่างนี้ตลอดไปคาดว่านายท่านของเขาจะต้องตายเพราะอ่อนเพลียแน่ๆ
หลังจากนี้หวังว่าคุณชายรองจะทำตัวน่ารักแล้วก็ดูแลประธานให้ดีต่อไปนะ
.............................