แสงแดดยามเช้าที่เล็ดลอดผ่านม่านกำมะหยี่หนาทึบ สาดส่องลงมาเป็ลำแสงสีทองอาบบนพื้นห้อง สร้างลวดลายของฝุ่นที่ลอยละล่องอยู่ในอากาศให้เห็นเป็ประกายระยิบระยับ มันคือสัญญาณของการเริ่มต้นวันใหม่ แต่สำหรับเอลาร่าแล้ว มันคือรุ่งอรุณแรกในชีวิตที่เธอตื่นขึ้นมาในอ้อมกอดของใครสักคน...อ้อมกอดที่ทั้งแข็งแกร่งและอบอุ่นอย่างน่าประหลาด
เธอไม่ได้ขยับตัวในทันที เปลือกตาของเธอยังคงปิดสนิท แต่สติสัมปชัญญะทั้งหมดได้ตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์แล้ว เธอรับรู้ได้ถึงท่อนแขนที่แข็งแรงราวกับเหล็กกล้าของคาอินที่พาดอยู่บนเอวของเธออย่างมั่นคง ลมหายใจที่สม่ำเสมอและอุ่นร้อนของเขาที่เป่ารดอยู่บริเวณต้นคอ และกลิ่นกายอันเป็เอกลักษณ์ของเขา...กลิ่นที่ผสมผสานระหว่างกลิ่นของหนังสือเก่า ดินหลังฝน และกลิ่นหอมหวานจางๆ ของเื...มันคือกลิ่นที่เคยทำให้เธอหวาดกลัว แต่บัดนี้กลับกลายเป็กลิ่นที่ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
ความทรงจำของค่ำคืนที่ผ่านมาไหลบ่าเข้ามาในหัวราวกับกระแสน้ำหลาก ทั้งบทลงโทษอันแสนทารุณที่ฉีกกระชากเธอออกเป็ชิ้นๆ และรางวัลอันแสนหวานที่ค่อยๆ ปลอบประโลมและหลอมรวมเธอกลับขึ้นมาใหม่...ดีกว่าเดิม...สมบูรณ์กว่าเดิม ใบหน้าของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีเมื่อนึกถึงภาพของตัวเองที่กรีดร้องและบิดเร่าอยู่ใต้ร่างของเขา ภาพที่เธอนั่งคร่อมอยู่บนตักของเขาและเป็ฝ่ายควบคุมเกมรักอย่างไม่รู้จักอาย ความเ็ปและความสุขสมที่ปะปนกันจนแยกไม่ออก มันคือประสบการณ์ที่รุนแรงและดิบเถื่อนที่สุดในชีวิต แต่เธอกลับไม่รู้สึกเสียใจหรืออับอายแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม...ความรู้สึกของการเป็เ้าของ...และความรู้สึกของการถูกอย่างสมบูรณ์แบบ...กลับเติมเต็มช่องว่างในหัวใจของเธอได้อย่างน่าอัศจรรย์
เธอรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลงในตัวเธอเอง มันไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายเท่านั้น แต่เป็การเปลี่ยนแปลงที่ลึกซึ้งกว่านั้น ราวกับว่าเมื่อคืนนี้ได้ปลุกสิ่งใดสิ่งหนึ่งในตัวเธอให้ตื่นขึ้น สิ่งที่เธอไม่เคยรู้ว่ามีอยู่ในตัวเธอมาก่อน ความรู้สึกแปลกๆ นั้นไหลเวียนอยู่ในกระแสเืของเธอ เป็พลังงานที่อบอุ่นและเร่าร้อนในเวลาเดียวกัน
เธอค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ สิ่งแรกที่เห็นคือแผงอกที่กำยำและเต็มไปด้วยมัดกล้ามของเขา ผิวของเขาขาวซีดราวกับหินอ่อน แต่กลับให้ความรู้สึกอบอุ่นเมื่อัั รอยแผลเป็จางๆ ที่พาดผ่านหน้าอกของเขาคือเครื่องยืนยันถึงชีวิตที่ผ่านการต่อสู้มาอย่างโชกโชน เธอเผลอยกนิ้วขึ้นลูบไล้รอยแผลเป็นั้นอย่างแ่เบาโดยไม่รู้ตัว ใต้ปลายนิ้วของเธอ เธอรู้สึกได้ถึงการเต้นของหัวใจที่แข็งแกร่งและสม่ำเสมอ เป็จังหวะที่ทำให้เธอรู้สึกสงบและมั่นคง
"ตื่นแล้วหรือ?"
เสียงทุ้มต่ำที่ดังขึ้นข้างหูทำให้เอลาร่าสะดุ้งเล็กน้อย เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาสีเืของเขาที่กำลังจ้องมองเธออยู่ก่อนแล้ว แววตาของเขาในยามนี้ไม่มีความโกรธเกรี้ยวหรือความเ็าหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความอ่อนโยนและความรักใคร่ที่ลึกซึ้งจนเธอรู้สึกราวกับจะจมดิ่งลงไปในนั้น
"ท่าน...ตื่นนานแล้วหรือคะ?" เธอถามเสียงแ่ พลางดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดหน้าอกที่เปลือยเปล่าของตัวเองด้วยความเขินอาย
คาอินหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะของเขาทำให้แผงอกสั่นะเืเล็กน้อย เขายกมือขึ้นปัดผมที่ปรกหน้าผากของเธอออกอย่างอ่อนโยน "นานพอที่จะได้เห็นใบหน้าที่งดงามที่สุดในโลกยามหลับใหล" เขากล่าว "และนานพอที่จะได้ทบทวนความผิดพลาดทั้งหมดของข้าเมื่อคืนนี้"
คำพูดนั้นทำให้รอยยิ้มของเอลาร่าจางลงเล็กน้อย เธอก้มหน้าลงมองผ้าห่ม "ท่าน...เสียใจหรือคะ?"
คาอินเงียบไปครู่หนึ่ง มือของเขาหยุดการลูบไล้ผมของเธอ เธอรู้สึกได้ถึงความตึงเครียดที่เกิดขึ้นในร่างกายของเขา ราวกับเขากำลังต่อสู้กับความรู้สึกภายในตัวเอง
"ข้าเสียใจที่ทำร้ายเ้า" เขาตอบทันทีอย่างหนักแน่น "ข้าเสียใจที่ปล่อยให้ความหึงหวงและความโกรธเข้าครอบงำจนทำในสิ่งที่เลวร้ายลงไป แต่ข้าไม่เคยเสียใจ...ที่ได้ทำให้เ้าเป็ของข้าอย่างสมบูรณ์ เอลาร่า"
เขากระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ดึงร่างของเธอเข้ามาแนบชิดจนแทบจะหลอมรวมเป็หนึ่งเดียวกัน "ข้าไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อน...ความรู้สึกที่อยากจะปกป้อง...อยากจะ...และอยากจะมอบทุกสิ่งทุกอย่างให้...มันคือความรู้สึกที่ทั้งน่ากลัวและน่าอัศจรรย์ในเวลาเดียวกัน"
เขาหยุดพักครู่หนึ่ง ดวงตาของเขาจ้องมองไปที่หน้าต่างที่แสงแดดกำลังส่องผ่านเข้ามา "ข้าเคยคิดว่าข้าเข้าใจความหมายของคำว่า 'ความรัก' แต่กลับกลายเป็ว่าข้าไม่เคยรู้อะไรเลย...จนกระทั่งได้พบเ้า" เขาหันกลับมามองเธออีกครั้ง "เ้าทำให้ข้ารู้สึกเป็มนุษย์...แม้ว่าข้าจะไม่ใช่มนุษย์มานานแล้วก็ตาม"
เขาก้มลงจูบหน้าผากของเธออย่างแ่เบา "ข้าอาจจะไม่ใช่คนดี...ข้าอาจจะเป็ปีศาจในสายตาของคนอื่น...แต่ข้าขอสัญญา...ต่อจากนี้ไป...ปีศาจตนนี้จะเป็ของเ้าแต่เพียงผู้เดียว"
น้ำตาแห่งความตื้นตันเอ่อคลอขึ้นมาในดวงตาของเอลาร่าอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่น้ำตาแห่งความเ็ปหรือความเสียใจ มันคือน้ำตาแห่งความสุข...ความสุขที่เธอไม่เคยคิดว่าจะได้ััในชีวิตนี้ เธอซบหน้าลงกับแผงอกของเขาและปล่อยให้ตัวเองร้องไห้ออกมาอย่างไม่อาย คาอินไม่ได้พูดอะไรอีก เขาเพียงแค่ลูบหลังเธอเบาๆ ปล่อยให้เธอได้ปลดปล่อยความรู้สึกทั้งหมดออกมา
"ข้าไม่เคยคิดว่าจะมีใครรักข้าได้" เอลาร่าพูดขึ้นเสียงสั่น "ข้าเป็แค่เด็กกำพร้าที่ไม่มีใคร้า
คาอินกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น "เ้าผิดแล้ว" เขากระซิบข้างหูเธอ "เ้าไม่ใช่เด็กกำพร้าที่ไม่มีใคร้า...เ้าคือสมบัติที่ข้าค้นหามาตลอดชีวิต...เ้าคือแสงสว่างในความมืดมิดของข้า...เ้าคือเหตุผลที่ทำให้ข้าอยากจะมีชีวิตต่อไป"
เขาค่อยๆ ยกใบหน้าของเธอขึ้นให้สบตากับเขา "ดูข้าสิ เอลาร่า...ข้าเป็สัตว์ร้ายที่ฆ่าคนมานับไม่ถ้วน ข้าเป็ปีศาจที่ไม่มีวันตาย ข้าเป็ความมืดที่ไม่ควรจะัักับแสงสว่างอย่างเ้า...แต่เ้ากลับมาหาข้า...เ้ากลับยอมรับข้า...เ้ากลับรักข้า" น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจและความซาบซึ้ง "ถ้าเ้าสามารถรักสิ่งที่เลวร้ายอย่างข้าได้...แล้วจะมีใครในโลกนี้ที่ไม่สามารถรักเ้าได้บ้าง?"
เอลาร่ายิ้มผ่านน้ำตา เธอยกมือขึ้นลูบแก้มของเขาอย่างอ่อนโยน "ท่านไม่ได้เลวร้าย...ท่านแค่เ็ป...แค่เหงา...แค่กลัวที่จะเปิดใจให้ใครอีกครั้ง" เธอก้มลงจูบริมฝีปากของเขาเบาๆ "แต่ตอนนี้ท่านไม่ต้องกลัวแล้ว...เพราะข้าจะอยู่ข้างท่านตลอดไป"
หลังจากที่เธอสงบลงแล้ว คาอินก็พูดขึ้นว่า "ข้าหิว..." เสียงของเขาแหบพร่าลง ดวงตาสีเืเริ่มเปล่งแสงวาวขึ้นเล็กน้อย
เอลาร่าเงยหน้าขึ้นมองเขาทันที "ท่านจะไป...ล่าเหยื่อหรือคะ?" เธอถามเสียงสั่นเล็กน้อย ภาพของกวางที่น่าสงสารในป่ายังคงติดตาเธออยู่ ความคิดที่ว่าเขาจะต้องออกไปทำร้ายสิ่งมีชีวิตอื่นเพื่อดับความกระหายของเขาทำให้เธอรู้สึกเศร้า
คาอินส่ายหน้าช้าๆ รอยยิ้มเ้าเล่ห์เล็กๆ เล่นอยู่ที่มุมปาก "ไม่...ข้ามีอาหารที่ดีกว่านั้นอยู่ตรงนี้แล้ว" เขากล่าวพลางจ้องมองที่ลำคอระหงของเธอด้วยแววตาที่ลุกวาวขึ้นเล็กน้อย
เอลาร่าหน้าแดงก่ำ เธอเข้าใจความหมายของเขาทันที แต่แทนที่จะรู้สึกกลัว เธอกลับรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาอย่างประหลาด ความรู้สึกแปลกๆ ที่เธอสังเกตเห็นั้แ่ตื่นขึ้นมากลับมาอีกครั้ง เป็ความรู้สึกที่อยากจะให้...อยากจะมอบสิ่งที่เขา้า เธอค่อยๆ เอียงคอไปด้านข้าง เปิดเผยผิวเนื้อที่ขาวเนียนและเส้นเืที่เต้นตุบๆ อยู่ภายใต้ิั เป็การเชื้อเชิญอย่างเงียบงัน
คาอินมองเธอด้วยความประหลาดใจ "เ้า...แน่ใจหรือ?" เขาถามเสียงแหบ "ข้าไม่อยากให้เ้าทำเพราะรู้สึกว่าต้องทำ"
"ข้าอยากทำ" เอลาร่าตอบอย่างมั่นใจ "ข้าอยากให้ท่านได้สิ่งที่ท่าน้า...และข้าก็อยากรู้สึกใกล้ชิดกับท่านมากกว่านี้"
คาอินยิ้มอย่างพอใจ เขาก้มลงใช้ปลายลิ้นไล้เลียบริเวณลำคอของเธออย่างหยอกเย้า ทำให้เอลาร่าขนลุกซู่ไปทั้งตัว ความรู้สึกนั้นทำให้เธอหายใจไม่ออก เป็ความรู้สึกที่ทั้งหวาดกลัวและตื่นเต้นไปพร้อมๆ กัน ก่อนที่เขาจะฝังเขี้ยวที่แหลมคมของเขาลงไปอย่างนุ่มนวลที่สุด
ความเจ็บแปลบเพียงเล็กน้อยเกิดขึ้นเพียงชั่วครู่ ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกซาบซ่านและสุขสมอย่างน่าประหลาดเมื่อเขาเริ่มดูดกลืนเืของเธอ เธอรู้สึกได้ถึงพลังชีวิตของตัวเองที่กำลังถูกถ่ายทอดไปยังร่างกายของเขา และในขณะเดียวกันก็รู้สึกได้ถึงพลังของเขาที่ไหลย้อนกลับเข้ามาในตัวเธอ เป็การแลกเปลี่ยนที่ลึกซึ้งและแแ่ยิ่งกว่าการร่วมรักเสียอีก
ความรู้สึกแปลกๆ ที่เธอสังเกตเห็นั้แ่เช้ากลับแรงขึ้นเป็ทวีคูณ เธอรู้สึกราวกับมีสายไฟฟ้าไหลเวียนอยู่ในร่างกาย เป็พลังที่อบอุ่นและเร่าร้อนที่ทำให้เธอรู้สึกเหมือนจะลอยขึ้นไปในอากาศ
เมื่อเขาถอนเขี้ยวออก เขาก็เลียแผลเล็กๆ นั้นจนมันหายสนิทไปในพริบตา "เืของเ้า...หวานกว่าไวน์ใดๆ ในโลกนี้" เขากระซิบ "และมีพลังมากกว่าที่ข้าเคยลิ้มรสมา"
"ตาข้าบ้าง" เอลาร่าพูดขึ้นอย่างกล้าหาญ ความรู้สึกที่อยากจะให้และอยากจะรับในเวลาเดียวกันทำให้เธอกล้าที่จะขอ เธอพลิกตัวขึ้นคร่อมอยู่บนร่างของเขา ก่อนจะก้มลงกัดที่ข้อมือของตัวเองจนเืไหลซึมออกมา แล้วยื่นไปจ่อที่ปากของเขา
คาอินมองเธอด้วยความประหลาดใจ แต่ก็ยอมรับ "ของขวัญ" นั้นแต่โดยดี เขาดูดกลืนเืของเธอจากข้อมืออย่างตะกละตะกลามราวกับคนที่อดอยากมานานหลายวัน เมื่อเขาดื่มจนพอใจแล้ว เขาก็เลียแผลของเธอจนหายสนิทเช่นกัน
"ตอนนี้...เราเป็หนึ่งเดียวกันแล้วจริงๆ" เขากล่าวเสียงแหบพร่า "เืของข้าไหลเวียนอยู่ในตัวเ้า...และเืของเ้าไหลเวียนอยู่ในตัวข้า...เราผูกพันกันแล้วในทุกระดับ"
เอลาร่ารู้สึกได้ถึงความจริงในคำพูดของเขา เธอรู้สึกได้ถึงการเชื่อมโยงที่ลึกซึ้งระหว่างพวกเขา เป็สายใยที่มองไม่เห็นแต่แข็งแกร่งกว่าโซ่เหล็กใดๆ เธอรู้สึกได้ถึงอารมณ์ของเขา ความรู้สึกของเขา และแม้กระทั่งความคิดของเขาบางส่วน
พวกเขาใช้เวลาที่เหลือของ่เช้าไปกับการสำรวจร่างกายของกันและกันอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันเต็มไปด้วยความอ่อนโยน ความรัก และความเข้าใจ ไม่มีบทลงโทษ ไม่มีการแสดงอำนาจ มีเพียงการมอบความสุขให้แก่กันและกันอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
คาอินใช้เวลาในการสำรวจทุกตารางนิ้วของผิวกายเธอด้วยริมฝีปากและลิ้นของเขา เขาจูบและเลียทุกจุดที่เคยทิ้งรอยไว้เมื่อคืนนี้ด้วยความอ่อนโยน ราวกับเขากำลังขอโทษและแสดงความรักในเวลาเดียวกัน เอลาร่าสั่นะเืใต้การััของเขา ร่างกายของเธอตอบสนองต่อเขาอย่างเป็ธรรมชาติ ราวกับพวกเขาถูกสร้างมาเพื่อกันและกัน
เมื่อเขาเข้ามาในตัวเธออีกครั้ง มันไม่ใช่การแบบเมื่อคืน แต่เป็การรวมเป็หนึ่งเดียวกันอย่างแท้จริง พวกเขาเคลื่อนไหวไปด้วยกันในจังหวะที่สมบูรณ์แบบ ราวกับเป็การเต้นรำที่พวกเขาฝึกฝนมาตลอดชีวิต เสียงครางและเสียงกระซิบคำหวานหวนกังวานไปทั่วห้อง
เอลาร่ารู้สึกได้ถึงพลังที่เพิ่มขึ้นในตัวเธอ มันไม่ใช่แค่พลังทางร่างกาย แต่เป็พลังที่ลึกซึ้งกว่านั้น เป็พลังที่เธอไม่เคยรู้ว่ามีอยู่ในตัวเธอ เธอรู้สึกราวกับมีแสงสว่างเรืองรองอยู่ใต้ิัของเธอ รอคอยที่จะถูกปลดปล่อยออกมา
เมื่อพวกเขาไปถึงจุดสุดยอดด้วยกัน เอลาร่ารู้สึกราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน เวลาหยุดนิ่ง และมีเพียงพวกเขาสองคนเท่านั้นที่มีอยู่ในจักรวาลนี้ เธอกรีดร้องออกมาด้วยความสุขสมที่ล้นเหลือ ในขณะที่คาอินก็คำรามเสียงทุ้มต่ำข้างหูเธอ
หลังจากนั้น พวกเขาก็นอนกอดกันอย่างแแ่ หายใจหอบ หัวใจเต้นรัว แต่เต็มไปด้วยความสุขและความพึงพอใจ
"ข้ารักเ้า" คาอินกระซิบข้างหูเธอ
"ข้าก็รักท่าน" เอลาร่าตอบกลับ เสียงของเธอเต็มไปด้วยความมั่นใจและความจริงใจ
แต่แล้ว...่เวลาแห่งความสุขก็ต้องหยุดชะงักลง...เมื่อมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น!
ก๊อก...ก๊อก...ก๊อก...
ทั้งสองคนผละออกจากกันทันที คาอินลุกขึ้นจากเตียงอย่างรวดเร็วและสวมกางเกงขายาวของเขาไว้ได้อย่างทันท่วงที ในขณะที่เอลาร่าก็รีบคว้าผ้าห่มมาพันกายของเธอไว้จนมิดชิด หัวใจของเธอเต้นรัวด้วยความใและความกลัว
"ใคร?" คาอินถามเสียงเรียบ แต่แฝงไปด้วยความไม่พอใจอย่างชัดเจน ดวงตาของเขาเปลี่ยนจากความอ่อนโยนเป็ความเ็าในพริบตา
"ข้าเอง...อิซาเบลล่า" เสียงที่ตอบกลับมานั้นร่าเริงและยียวนเหมือนเช่นเคย "ข้าแค่จะมาดูว่า...การ 'ลงโทษ' เมื่อคืนนี้มันได้ผลดีแค่ไหน...หรือว่า...มีใครบางคนทนไม่ไหวจนต้องเปลี่ยนจากบทลงโทษมาเป็บทรักเสียก่อน?"
คำพูดนั้นทำให้ใบหน้าของเอลาร่าแดงก่ำขึ้นมาอีกครั้ง ในขณะที่คาอินขมวดคิ้วด้วยความรำคาญ เขาไม่ชอบที่อิซาเบลล่ามาขัดจังหวะใน่เวลาส่วนตัวของพวกเขา
"กลับไปซะ อิซาเบลล่า ข้าไม่มีอารมณ์จะมาเล่นกับเ้าในตอนนี้" คาอินตอบกลับเสียงเย็น
"โอ้...อย่าใจร้ายไปหน่อยเลย คาอิน" อิซาเบลล่ายังคงไม่ยอมแพ้ เสียงของเธอเต็มไปด้วยความเ้าเล่ห์ "ข้าแค่มี 'ของขวัญ' เล็กๆ น้อยๆ มาฝากเด็กน้อยของท่านน่ะ...ของขวัญที่จะช่วยให้เธอ... 'ตื่นขึ้น' ได้เร็วกว่าเดิม"
คำว่า "ตื่นขึ้น" ทำให้คาอินชะงักไปชั่วครู่ เขามองไปที่เอลาร่าด้วยแววตาที่ครุ่นคิด เธอก็มองเขากลับด้วยความสงสัย ก่อนจะหันกลับไปที่ประตู
"เ้าหมายความว่ายังไง?" คาอินถามด้วยความระมัดระวัง
"เปิดประตูสิ...แล้วท่านจะรู้เอง" อิซาเบลล่าตอบด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความลึกลับ
คาอินลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เขามองไปที่เอลาร่าที่กำลังมองเขาด้วยความกังวล แต่ความอยากรู้ก็มีมากกว่า เขาเดินไปเปิดประตูแง้มออกเล็กน้อยพอที่จะมองเห็นสิ่งที่อิซาเบลล่าถืออยู่ในมือ...มันคือขวดแก้วคริสตัลขนาดเล็กที่บรรจุของเหลวสีเขียวมรกตที่ส่องประกายเรืองรองอยู่ในตัวเองราวกับมีชีวิต
"นี่คือ 'น้ำตาแห่งพงไพร'" อิซาเบลล่าอธิบาย เสียงของเธอจริงจังขึ้น "สกัดจากแก่นแท้ของป่าเอลฟ์โบราณ มันจะช่วยปลุกพลังสายเืเอลฟ์ในตัวเด็กคนนั้นให้ตื่นขึ้นอย่างสมบูรณ์"
คาอินจ้องมองขวดแก้วนั้นด้วยสายตาที่ซับซ้อน เขารู้ดีว่าการที่พลังของเอลาร่าตื่นขึ้นนั้นเป็สิ่งจำเป็ในการต่อสู้กับพวกเอลฟ์ แต่ในขณะเดียวกัน...เขาก็กลัว...กลัวว่าเมื่อเธอแข็งแกร่งขึ้น...เธออาจจะไม่้าเขาอีกต่อไป กลัวว่าเธออาจจะรู้สึกว่าเขาเป็อุปสรรคในชีวิตของเธอ
"ทำไมเ้าถึงช่วยเรา?" คาอินถามอย่างไม่ไว้ใจ "เ้าไม่เคยทำอะไรโดยไม่หวังผลตอบแทน"
อิซาเบลล่ายิ้มอย่างมีเลศนัย "ก็เพราะว่า...เกมนี้มันจะสนุกกว่าเดิมเยอะ...ถ้าผู้เล่นทุกคนมีพลังเท่าเทียมกันไม่ใช่หรือ?" เธอยื่นขวดแก้วให้เขา "เอาไปสิ...ถือว่าเป็ของขวัญจากข้า...สำหรับค่ำคืนอันแสนเร่าร้อนของพวกท่าน"
เธอยิ้มกว้างอีกครั้ง ก่อนจะหันหลังเดินจากไป ทิ้งให้คาอินยืนนิ่งอยู่กับขวดแก้วในมือและความสับสนในใจ เขาจะทำอย่างไรต่อไป? เขาควรจะมอบสิ่งนี้ให้เอลาร่าหรือไม่? การตัดสินใจครั้งนี้...อาจจะเปลี่ยนอนาคตของพวกเขาทั้งหมดไปตลอดกาล