56.บูชายันต์หอคอยหมาป่าสวรรค์
“ที่เป็นแบบนี้เพราะว่าป้อมนี้ถูกอัพขึ้นเป็นป้อมระดับ 2 ทำให้เกิดมิติที่อยู่ภายในขึ้น และพื้นที่ภายในถูกปรับสมดุลให้สิ่งมีชีวิตดำรงอยู่ได้ ดังที่เห็น แต่ สมดุลของมันต้องใช้พลังงานในการหล่อเลี้ยงจำนวนมหาศาลเช่นกัน และพลังงานเหล่านั้นก็ได้จาก เหรียญปากผี และผ้าห่อศพ ของพวกวิญญาณร้ายเหล่านั้น พื้นที่ด้านในจะถูกแบ่งเป็น 30:30:30:10 ดังนี้ 30% แรกสำหรับแหล่งน้ำ ทั้งการขุดบ่อทำหนองและการขุดคลองไส้ไก่ที่ช่วยระบายน้ำรอบพื้นที่ อีก 30 % สำหรับปลูกข้าว และอีก 30% สำหรับป่า โดยปลูกผักไว้เป็นอาหาร ปลูกไม้ใช้สอย ปลูกยาสมุนไพร ส่วน 10% ที่เหลือ สำหรับเป็นที่อยู่อาศัยและเลี้ยงสัตว์ จะเห็นได้ว่ามีคอกประศุสัตว์ อยู่รอบๆหอคอย นั้นคือพื้นที่ 10 % ที่เป็นอยู่อาศัยของที่นี้ ทุกคนจะอาศัยอยู่ในหอคอยนั้น ตอนนี้มีทั้งหมด 15 ชั้น แต่ละชั้นจุดได้ 50 ครอบครัว โดยจะถูกแบ่งออกเป็นห้องๆคล้ายคอนโดมิเนียม การอยู่อาศัยที่นี้ทำได้ 2 วิธีคือ 1 ซื้อขาด 500000 เหรียญทอง และเช่า 1000 เหรียญทองต่อเดือน หรือ 25 เหรียญทองต่อวัน ต่อห้อง สำหรับ 10 ชั้นแรก และชั้นที่สูงๆขึ้นไป ราคาก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย เรื่องการเช่าและการซื้อจะสามารถทำได้ที่ทางเข้าหอคอย”เขาแนะนำอย่างเป็นธรรมชาติ บรรยากาศรอบๆสดชื่นและเต็มไปด้วยความสวยงาม“แพรลูก!”เสียงของทิวซ์ดังขึ้น ทันทีที่ได้ยินแพรก็หันมาหาผู้เป็นพ่อ“อะไรคะพ่อ”“พ่อว่าเราน่าจะซื่อคอนโดที่นี้เอาไว้นะ ตอนนี้มันมีแค่ 15 ชั้น แต่ละชั้นมี 50 ห้อง ทั้งหมดมีเพียง 750 ห้องเท่านั้น จำนวนนี้น้อยมากหากเทียบกับคนในจังหวัดเราที่มีถึง 493,499 ครัวเรือน 1,813,088 คน หากว่าเราช้ามันต้องเต็มก่อนแน่ๆ”ผู้เป็นพ่อเสนอ“พ่ออยากอยู่ที่นี้เหรอ”เธอถามผู้เป็นพ่อ ทิวซ์ เพียงแค่พยักหน้า“เอาแบบนั้นก็ได้ แต่คงต้องเป็นหลังจากกิจกรรม เพราะตอนนี้เรามีเหรียญ G ไม่มาก หลังจากซื้อธนูให้พ่อกับแม่แล้ว เหลือแค่ พันกว่าเหรียญเอง”เธอพูด ใจจริงเธออยากอยู่กับวิทย์มากกว่าแต่ป้อมของวิทย์ยังสร้างยังไม่เสร็จ และมันคงอีกนานกว่าจะอัพเป็นขั้นที่ 2 ได้ จะสร้างสิ่งเหล่านี้ได้ภายในระยะเวลากระชั้นแบบนี้ มันต้องใช้เม็ดเงินมหาศาลแน่ๆ ซึ่งวิทย์ไม่มีเงินมากถึงขนาดนี้ หากเธอจะพูดความต้องการออกมาตรงๆมันก็จะเป็นการหวังน้ำบ่อหน้าก็เท่านั้น และเธอก็ไม่ยากจะขัดพ่อของเธอซักเท่าไร ดูๆไปแล้ว ทุกๆคนที่มาด้วยกันก็คิดแบบเดียวกันกับ ทิวซ์ กันทั้งนั้น อีกด้านหนึ่งของจังหวัด วิทย์ถูกส่งออกมาจากหอคอย รอบตัวเขาเต็มไปด้วยป้ายหลุมศพมากมาย บรรยากาศอึมครึมเหมือนฝนกำลังจะตก อากาศหนาวเย็นจนขนลุกไปทั้งร่าง แน่นอนเขาติดอยู่ในโลกวิญญาณเช่นเดิม ระบบไม่ได้ Jump เขากลับไปยังมิติโลก เพราะอะไรเขาก็ไม่อาจจะรู้ได้“แบบนี้คงติดต่อกับสามสาวไม่ได้อีกแล้วสิ”เขาคิด ทุกครั้งที่เป็นช่วงกลางวัน เขาจะไม่สามารถติดต่อกับใครได้เลย มันอาจะเป็นเพราะพวกเขาอยู่กันคนละมิติก็ได้ อันนี้วิทย์ก็ไม่แน่ใจนักว่าเพราะอะไร เขาไม่มีผู้ช่วยที่จะให้ถามได้ เขาจึงไม่รู้ และที่แน่ๆตอนช่วงกลางคืน 3 สาวกลับเข้ามายังโลกวิญญาณเขามักจะได้รับข้อความจากพวกเธอเสมอ“เอ้อ พวกนั้นไปเข้าร่วมป้อมบัณฑิต จะเป็นยังไงกันบ้างนะ”เขาคิด“คืนนี้สินะกิจกรรมจะเริ่มขึ้น เราไม่ได้เข้าร่วมป้อมไหนจะเป็นอะไรไหมนะ พวกวิญญาณร้ายจะมาบุกป้อมของเราหรือเปล่า หลังจากบูชายันต์หอคอยเสร็จ ลองไปดูหน่อยดีกว่า”เขาคิด เขาตัดสินใจที่จะไปดูป้อมของตัวเองที่ยังสร้างไม่เสร็จ หลังจากทำพิธีบูชายันต์หอคอยหมาป่าสวรรค์เสร็จแล้ว สถานที่ในการทำพิธี เขาคิดเอาไว้แล้วว่าจะไปตั้งหอคอยภายในเขตแดนเทวา ของหมู่บ้าน ไหนๆเขาก็ได้รับภารกิจกวาดล้างมาแล้ว ก็ทำให้มันจบๆไปในครั้งเดียวไปเลยจะดีกว่า วิทย์ ทะยานร่างลัดเลาะไปตามป้ายหลุมศพ เข้าสู่หมู่บ้านอย่างไม่ยากเย็นนัก พลังสมาธิของเขาสูงขึ้นกว่าเดิมมาก ทำให้เขาหลีกเลี้ยงพวกวิญญาณร้ายได้ดีกว่าเดิม ถึง 5 เท่า เมื่อเข้ามาถึงใจกลางของหมู่บ้าน เขาสังเกตเห็นม่านแสงของเขตแดนเทวา เหมือนมันจะลดขนาดลงไปมากแล้ว มันเหลือพื้นที่คลอบคุมเพียง 1 ในสามส่วนจากเดิมเท่านั้น มันลดขนาดลงไปถึง 2 ส่วน และนี้อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ภูตผีร้ายออกอาละวาดไปทั่วหมู่บ้านอยู่ ณ เวลานี้ ซึ้งปัญหานี้วิทย์ก็ไม่ได้รับรู้เลยแม้แต่น้อยตึ่ง! เสียงหอคอยถูกตั้งลงข้างๆเสาหลักเมืองของหมู่บ้าน มันขยายขนาดขึ้น เท่ากับตึก 3 ชั้น เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ววิทย์ใช้มีดกรีดเลือดไห้ไหลออกจากข้อมือของตัวเอง จิตวิญญาณสีทองของเขาตวัดมือ เอาเลือดแทนหมึก เขียนอีกขระบูชายันต์ลงไปยังกำแพงทั้ง 4 ด้านของหอคอยหมาป่าสวรรค์ทันที อักขระตัวแล้วตัวเล่าถูกเขียนด้วยโลหิตลงบนผนังทั้ง 4 ด้านของหอคอยหมาป่าสวรรค์ ༺ นิมิตตัง เจตตะสิกกัง จิเจรุนิ จิตตัง เจตตะสิกกัง รูปัง กุมมาโรวา นิมิตตัง กุมมารัง อาคัจฉาหิ จิตติ นิมิตตัง เอหิ นิมิตตัง เอหิ นิมิตตัง นะมะพะทะ เจตตะสิกกัง นะมะพะทะ จิเจรุนิ นะมะพะทะ ༻เสียงร่ายคาถาภาวนาดังอกมาจากอักขระทั้ง 4 ทิศทันทีที่อักขระทั้งหมดเสร็จสมบูรณ์ เสียงดังก้องกังวานออกไปไกลหลากกิโลเมตร วิทย์กระโดดพรวดทีเดียวตัวเขาก็ขึ้นไปยืนอยู่บนหอคอยแล้ว ตอนนี้ร่างของเขายืนอยู่ด้านบนเหมือนกับเจ้าของเดิมของมัน มนุษย์หมาป่าตนนั้นที่ถูกเขาสังหารไป ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่ามันกำลังทำอะไร มันต้องกำลังทำพิธีบูชายันต์ ให้กับหอคอยหมาป่าสวรรค์อยู่เป็นแน่ และมันถูกเขาฆ่าตายระหว่าทำพิธี หอคอยนี้จึงตกมาเป็นของเขา“ถ้าเราถูกฆ่าตายไปตอนนี้ มันก็จะตกไปเป็นของคนอื่นเช่นกัน”วิทย์คิด แววตาเขาประกายมุ่งหมันขึ้นมา หากทำพิธีที่อื่นเขาไม่มั่นใจในความสามารถของตนเองนักว่าจะมีชีวิตรอดไปได้ แต่ถ้าเป็นที่นี้ ยังไงเขาก็รอด เพราะอะไรนะหรือ มันก็เพราะว่าดวงวิญญาณทุกดวงที่เข้ามาภายในเขตแดนเทวานี้จะถูกสะกดลงทั้งหมด พวกมันจะกลายเป็นเพียงดวงวิญญาณโง่ๆ ที่เดินไปเดินมารอให้เขาเชือดทิ้งก็เท่านั้น เพียงชั่วอึดใจ ดวงวิญญาณมากมายหลายร้อยตัวก็กรูกันเข้ามาอย่างหน้าหวาดกลัว ผีปอบ ผีกระสือ สารพัดผี พวกมันเป็นวิญญาณร้ายระดับ 2 ขึ้นไปทั้งนั้น ปกติพวกมันจะมีสติปัญญา แต่ตอนนี้พวกมันถูกสะกดด้วยอำนาจของอักขระบูชายันต์ทำให้พวกมันขาดสติ เสียงของมนต์สะกด ทำให้พวกมันคลั่ง พวกมันพุ่งเข้ามาหาหมายจะทำลายต้นตอของเสียงลงให้สิ้นซาก วีด!!!อ้าก!!โฮก!! เสียงร้องแรกแหกกระเชอของพวกมันดังลั่นเข้ามา พ่าง!ฟู่!!!!ฟุบ!ฟุบ!ฟุบ!ฟุบ!ฟุบ!ฟุบ! ทันทีที่พวกมันวิ่งเข้ามาในเขตอาคมของหลักแดนเทวา พวกมันกลับเหมือนลืมเลือนไปว่าวิ่งเข้ามาที่นี้เพื่ออะไร พวกมันเดินเตร่ไปมา ราวกับซอมบี้โง่ๆในหนังอย่างไรอย่างนั้น รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่มุมปากของวิทย์ ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่เขาได้วาดหวังเอาไว้ ตึ่ง! ชิ่ง!ชิ่ง!ชิ่ง!ชิ่ง!ชิ่ง!ชิ่ง! มีดอาคมมากมายลอยออกจากช่องด้านบนของกล่องที่เขาสะพายอยู่ด้านหลัง ด้วยอำนาจควบคุมของเนตสมาธิทั้ง 7 ดวงของเขา พวกมันลอยขึ้นไปบนอากาศ บินฉวัดเฉวียนราวกับฝูงนกนางแอ่นนับร้อยตัว เขาวาดมือออกไปด้านหน้ามีดร้อยเล่ม พุ่งลงไปหาฝูงวิญญาณร้ายที่ทำตัวโง่ๆอยู่ด้านล่างอย่างไม่ปราณีปราศรัย คมมีดสายลมเสียบทะลุหัวของพวกมันจนหัวระเบิดออกตัวแล้วตัวเล่า วิทย์ใช้สมาธิทั้งหมดของเขาควบคุมพวกมันดั่งใจนึก ร่างกายและเลือดอันเน่าเฟะของพวกมันอาบชโลมไปทั่วทั้งบริเวณ รอบๆรัศมีของเสาเขตแดนเทวาเต็มไปด้วยซากของพวกมัน มันไม่ได้สลายหายไปเหมือนดวงวิญญาณระดับต่ำ พวกมันเลื่อนขั้นเป็นวิญญาณระดับ 2 แล้วทำให้มันสามารถสร้างกายเนื้อขึ้นมาได้ จากการกัดกินคนหรือสิ่งมีชีวิตที่ยังไม่ตายตึ่ง! หอคอยสั่นไหวอย่างรุนแรง มันดูดเอาศพเน่าๆพวกนั้นเข้ามาอย่างรวดเร็ว ทันทีที่ศพเหล่านั้นสัมผัสกับผิวของหอคอย เลือดเนื้อของพวกมันถูกดูดกลืนเข้าไปอย่างรวดเร็ว ไม่กี่อึดใจร่างเล่านั้นก็เหลือแต่โครงกระดูกเท่านั้น ดวงวิญญาณและเลือดเนื้อของพวกมันหายไปตลอดกาล รอยถูกฟันที่ประตูค่อยๆลดขนาดลงอย่างช้าๆโฮก!!!เสียงคำรามดังลั่นมาแต่ไกล เสือตัวใหญ่เท่าช้างตัวเป็นๆปรากฏตัวขึ้น ตัวสีเหลืองมีลายคาดสีดำทึบ ตาของมันแดงแววาวราวกับทับทิม กรร!! มันย่างเท้าเข้ามาหาวงอาคมช้าๆ สายตาจับจ้องระแวดระวังราวกับว่ามันไม่ได้ต้องมนต์สดเลยแม้แต่น้อย “กรร!เจ้าคือมนุษย์สินะ หยุดสิ่งนั้นซะไม่อย่างนั้นข้าจะฆ่าเจ้า”มันคำรามก้องพร้อมทั้งสงกระแสจิตเข้ามายังหูของวิทย์ แน่แล้ว มันบำเพ็ญพลังสมาธิแน่ๆ ไม่อย่างนั้นจิตของมันจะกล้าแข็งถึงเพียงนี้ได้หรือ วิทย์คิด “ข้าจำเป็นที่จะต้องดำเนินพิธีต่อ ไม่ว่าใครก็อย่าคิดจะมาขวาง” เขาตอบกลับทางกระแสจิต โฮก!!“เจ้ามนุษย์โอหัง ถึงเจ้าจะอยู่ในนั้นก็อย่าคิดว่าราชาตนนี้จะทำอะไรเจ้าไม่ได้” มันคำรามขึ้นอย่างเกรี้ยวกราด กรงเล็บของมันตะปบไปยังก้อนหินใหญ่ก้อนหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆ ตูม!!! ก้อนหินแตกละเอียด เป็นก้อนเล็กก้อนน้อยกระจัดกระจายกันออกไป วิ้ง! ดวงตาของมันทอประกายแสงสีแดงสว่างจ้าขึ้นมาก กึก!!!กึก!!!กึก!!!เสียงก้อนหินทุกก้อนสั่นสะท้าน ก่อนจะลอยขึ้นมาในอากาศ โฮก!!!! มันคำรามอีกครั้งก้อนหินเหล่านั้น พุ่งพรวดเข้ามาในม่านอาคมของเขตแดนเทวาอย่างรวดเร็วประดุดสายฟ้าฟาด ตรงมาหาร่างของวิทย์ “เฮ้ย!มันเอากูแล้ว” วิทย์สบถลั่นก่อนจะกระโจนออกจากยอดหอคอยเพื่อหลบวิถีของก้อนหินพวกนั้น ตูม!...ตูม!ตูม!ตูม!ตูม! เสียงก้อนหินปะทะเข้ากับปลายหอคอยดังสะเทือนเลื่อนลั่น ฝุ่นจากเศษหินเศษดินลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณ วิทย์สะบัดมือ มีด 20 เล่มลอยกลับมาจากการสังหารเหล่าวิญญาณร้าย เขาบังคับมันให้ พุ่งสวนเข้าไปหาเจ้าเสือโคร่งตนนั้นทันที เคล้ง!...เคล้ง!...เคล้ง!...เคล้ง!...เคล้ง!...เกิดเสียงดังขึ้นราวกับมีดกระทบเข้ากับกำแพงเหล็กหนา มีดอาคมกระเด็นกระดอนออกไปต่อหน้าต่อตาของพญาเสือโครงตนนั้น กำแพงแก้ว 7 ขั้นที่ปรากฏขึ้นต่อหน้ามัน แข็งราวกับผลึกเพชร คมมีดอาคมไม่อาจจะทะลวงมันได้แม้เพียงชั้นเดียว อักขระอาคมป้องกันร้อยเรียงอยู่ในกำแพงใสทั้งเจ็ดชั้นทอแสงสีทองสว่างจ้าออกมา มันไม่ใช่เสือธรรมดาเสียแล้ว แล้วอย่างนี้จะสู้มันได้อย่างไร โฮก!!!มันคำรามขึ้น ตึกรางบ้านของที่อยู่ใกล้เกิดรอยร้าวเพราะคลื่นเสียของมัน และพังทลายลงมาในไม่กี่อึกใจต่อมา วาป!!กึก!!กึก!!กึก!!เศษซากอาคารมากมายลอยขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ได้เล็งไปที่ตัวของวิทย์อีกแล้ว