เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 49 ดูบ้านต่อ

            ซย่านีลังเลที่จะพูด “นี่มัน...”

            “เจ้าของเรือนหลังนี้แซ่เฉิงเขามีน้องชายเรียนอยู่ต่างประเทศคนหนึ่ง เพราะเรื่องนี้ทำให้ตัวเขาถูกลากเข้าไปพัวพันด้วยเขาก็เลยถูกส่งตัวกลับไปทำนาทำไร่เรือนหลังนี้ก็เลยถูกยึดคืนสู่ประเทศ หลังจากนั้นประเทศก็ทำการแจกจ่ายให้กับคนไร้บ้านแต่เมื่อไม่นานมานี้เขาเพิ่งได้รับการพิพากษาใหม่เรือนหลังนี้ก็เลยหวนคืนสู่ผู้เป็นเจ้าของอีกครั้ง”เฝิงหย่งกล่าวออกมาอย่างเสียดาย “เรือนดีๆ ขนาดนี้พังยับเยินหมดแล้วจริงๆ”

            ซย่านีเอ่ยถาม “คืนเรือนให้เขาแล้วเขาไม่มาอยู่เองหรือคะ?”

            เฝิงหย่งส่ายหน้า “เขามีเรือนอยู่อีกหนึ่งหลังเขาบอกว่าสถานที่นี้เป็นที่ที่น่าเศร้าสำหรับเขา เขาไม่อยากมาอยู่ที่นี่แต่ก็ตัดใจขายไม่ลงดังนั้นจึงวางแผนว่าจะปล่อยเป็นเช่าเรือนหลังนี้แทน”

            ซย่านีเดินตามเฝิงหย่งเพื่อวนดูรอบๆเรือนสี่ประสาน[1] เรือนสี่ประสานแห่งนี้ใหญ่โตเป็นอย่างยิ่ง เป็นเรือนสามชั้น[2]มีเรือนด้านข้างและเรือนด้านหลัง เรือนหลังนี้ตั้งอยู่มานานนับสี่สิบปีไม่สิมันยังคงตั้งอยู่ต่อไปอีกยี่สิบปีให้หลังจนมีราคาขายสูงถึงหลายร้อยล้าน

            หากเธอมีเรือนเช่นนี้เธอและลูกๆก็จะมีกินมีดื่มไม่ขัดสนไปชั่วชีวิต

            ซย่านีดวงตาร้อนวูบวาบ หัวใจเต้นรัวโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเธออยากจะเป็นเจ้าของเรือนหลังนี้แต่พอลองคิดดูแล้ว เธอมีเงินอยู่ในมือเพียงเล็กน้อยเท่านั้นฟังจากที่เฝิงหย่งเพิ่งเล่ามา ช่วงเวลานี้เจ้าของเรือนเองก็ไม่อาจตัดใจขายเรือนหลังนี้ได้ลงซย่านีพลันจิตใจสงบนิ่งและได้สติกลับมาอีกครั้ง 

            “เขาปล่อยเช่าเรือนหลังนี้อยู่ที่ราคาเท่าไหร่หรือคะ?”ซย่านีถาม

            เฝิงหย่งตอบ “เดือนละห้าสิบหยวน”ตอนที่ชายหนุ่มกล่าวตัวเลขนี้ออกมา ปากของเขาสั่นเล็กน้อย ไม่ว่าอย่างไรแล้วผู้คนในกรุงปักกิ่งมากกว่าครึ่งหาเงินต่อเดือนได้ไม่ถึงห้าสิบหยวนเลยด้วยซ้ำเขาเกาหัวพลางกล่าวกับซย่านีว่า “แพงไปหน่อยจริงๆ อีกอย่างเรือนของเขาตอนนี้ก็เละเทะมากถ้าจะเก็บกวาดก็ลำบากมากเช่นกันแถมยังต้องซื้อเครื่องเรือนใหม่อีกไม่รู้ว่าต้องเสียเงินอีกเท่าไหร่ ดูแล้วไม่คุ้มเลยจริงๆ...ฉันยังมีเรือนอีกหลังนะเดี๋ยวจะพาเธอไปดูก่อนอันที่จริงฉันว่าเรือนหลังนั้นเหมาะกับเธอมากกว่า”

            ซย่านีรู้ว่าสิ่งที่เฝิงหย่งพูดมานั้นมีเหตุผลในเวลานี้เรือนหลังนี้ไม่เหมาะกับเธอจริงๆ เหตุผลไม่ใช่เป็นเพราะค่าเช่าราคาแพงแต่เป็นเพราะเรือนหลังนี้ใหญ่โตเกินไปสำหรับเธอหากจะบำรุงรักษาก็คงจะยุ่งยากอย่างที่เฝิงหย่งบอกแต่เธอชอบเรือนหลังนี้มากจริงๆซย่านีลากนิ้วไปตามเสาทางเดิน เธอรู้สึกเหมือนตนเองได้สัมผัสกับช่วงเวลาหลายร้อยปี

            ซย่านีอดไม่ได้ที่จะสงสัยว่าในอดีตมีเหตุการณ์เช่นไรเกิดขึ้นที่เรือนหลังนี้กันแน่

            “ซย่านี ซย่านี?”เฝิงหย่งร้องเรียกเธอ “กำลังคิดอะไรอยู่หรือ?”

            ซย่านีได้สติกลับมาเธอหันไปถามเฝิงหย่ง “พี่เฝิงหย่ง พี่ว่าเรือนหลังใหญ่ขนาดนี้จะตั้งราคาขายเท่าไหร่กันหรือ?”

            เฝิงหย่งกวาดสายตามองไปรอบๆพลางกล่าวตอบ “ไม่ว่าจะคิดอย่างไรก็น่าจะประมาณหนึ่งถึงสองหมื่นล่ะมั้ง?”

            ซย่านีสูดหายใจเข้าลึกๆอากาศเย็นฉ่ำไหลเวียนเข้าสู่ปอด จากนั้นเธอก็ค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกมา “นั่นสินะไม่ว่าอย่างไรก็คงสักหมื่นสองหมื่นหยวนนั่นแหละ”

            เธอทำการค้ามาได้หนึ่งสัปดาห์เก็บเงินได้พันกว่าหยวนเดิมทีเธอพอใจมากๆ อยู่แล้ว ตอนนั้นเธอรู้สึกว่าตนเองช่างเก่งกาจเหลือเกินทว่าตอนนี้หากลองเทียบเงินที่เธอมีในมือกับเรือนสี่ประสานหลังนี้ดูแล้วเงินเท่านี้ก็ไม่เท่าไรเลยจริงๆ

            เฝิงหย่งเองก็ยังถอนหายใจ“หากอาศัยแค่เงินเดือนล่ะก็ ชั่วชีวิตนี้ก็คงไม่มีปัญญาซื้อเรือนสี่ประสานได้หรอก”เขานิ่งไปเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ “ไม่สิ อย่าว่าแต่เรือนแบบสามชั้นเลยต่อให้เป็นเรือนหลังเดียวก็คงซื้อไม่ไหว”

            พอเขาเห็นว่าช่วงนี้เซี่ยงเหมยทำการค้าจนได้เงินมากขึ้นเรื่อยๆเฝิงหย่งก็เกิดความคิดบางอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน เขากำลังคิดเรื่องที่จะลาออกจากงานประจำแล้วมาร่วมกันทำธุรกิจกับเซี่ยงเหมย

            “พี่เฝิงหย่งพี่ช่วยลองถามๆ ดูให้ฉันทีนะคะว่า คุณชายแซ่เฉิงผู้นี้คิดจะขายเรือนสี่ประสานหลังนี้ตอนไหนถ้าพี่รู้แล้วฉันรบกวนพี่ช่วยแจ้งทีนะคะ”

            “เธอคิดจะซื้อเรือนหลังนี้หรือ?”เฝิงหย่งตกตะลึง

            ซย่านีพยักหน้ารับ “ใช่ค่ะ ฉันชอบเรือนหลังนี้มากเลย...ตอนนี้ฉันคงซื้อไม่ไหวแน่ๆอีกอย่างตอนนี้คุณชายแซ่เฉิงเองก็ยังไม่คิดจะขายมันด้วย แต่หลังจากนี้ รอฉันเก็บเงินให้มากขึ้นอีกหน่อยหรือรอให้คุณชายแซ่เฉิงคิดอยากจะขายเรือนหลังนี้เมื่อไหร่ไม่แน่ว่าตอนนั้นฉันอาจจะเก็บเงินได้มากพอจนสามารถซื้อเรือนหลังนี้ก็ได้นี่เนอะ?”

            เฝิงหย่งยิ้มพลางพยักหน้า “ใช่ ที่เธอพูดมาก็ถูก”ดูจากความเร็วในการหาเงินของซย่านีในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ไม่ช้าก็เร็วเธอจะต้องเก็บเงินซื้อเรือนได้อย่างแน่นอนเฝิงหย่งยังคงมั่นใจในจุดนี้ “เอ่อ ว่าแต่ซย่านีเธอบอกว่าจะต้องเก็บเงินซื้อเรือนใช่ไหม?”

            ซย่านีตอบ “ใช่แล้วค่ะ รอให้ถึงวันที่พวกพี่มีลูกกันแล้วหากไม่มีเรือนสักหลังเป็นของตัวเองเช่นนั้นจะให้ลูกชายแต่งภรรยาได้อย่างไรเล่า? ตามที่ฉันคิดล่ะก็อย่างไรก็จะต้องซื้อเรือนไว้ อีกทั้งยังต้องรีบซื้อด้วย ทางที่ดีควรจะต้องซื้อเก็บไว้เยอะๆเลยเชื่อฉันเถอะค่ะ รับรองพี่ไม่ผิดหวังแน่นอน!”

            ทว่าเฝิงหย่งกลับไม่เชื่อซย่านีเขาคิดว่าซย่านีกำลังล้อเล่นอยู่ต่างหาก “จะเอาเรือนหลายหลังไปทำไมกันมีแค่เรือนที่อยู่สักหลังไม่พอหรือ?”

            ซย่านียิ้มอย่างมีลับลมคมในแล้วกล่าวว่า“พี่เชื่อฉันเถอะค่ะ วันหน้าพี่จะต้องขอบคุณฉันแน่นอน”

            เฝิงหย่งกล่าว “…ไปกันเถอะเดี๋ยวฉันจะพาเธอไปดูเรือนอีกหลัง”

            “เรือนหลังนี้อยู่ใกล้โรงเรียนของเสี่ยวเยวี่ยเอ๋อร์กับหยางหยางมากที่สุดใช้เวลาเดินเท้าประมาณสิบนาทีก็ถึงแล้ว เดิมทีเรือนหลังนี้เป็นเรือนห้าชั้นซึ่งเคยเป็นที่อยู่อาศัยของพ่อค้าวาณิชหลวงสักคนในช่วงราชวงศ์ชิงนี่แหละต่อมาราชวงศ์ชิงล่มสลายคนในเรือนก็เลยเก็บข้าวของหนีหายกันไปทิ้งไว้เพียงเรือนหลังนี้และชายชราคนหนึ่งที่คอยดูแลเรือนอยู่แต่เขาไหนเลยจะดูแลที่นี่ได้หมดนอกจากเรือนรับใช้ของเขาแล้ว ภายในเรือนหลังนี้ก็ถูกคนแบ่งออกเป็นเรือนหลายหลัง เรือนที่ฉันเล่าให้เธอฟังก็คือเรือนที่ผู้เฒ่าคนนั้นอาศัยอยู่นั่นแหละตอนนี้ผู้เฒ่าคนนั้นจากไปแล้วแต่เขากลับทิ้งคำพูดสุดท้ายไว้ว่าห้ามขายเรือนหลังนี้เด็ดขาดเขายังบอกอีกว่าวันหน้ายังต้องคืนเรือนหลังนี้ให้แก่เจ้านายของเขาดังนั้นลูกชายของผู้เฒ่าคนนั้นก็เลยวางแผนจะปล่อยเช่าเรือนหลังนี้แทน”

            ซย่านีฟังจบก็รู้สึกสะเทือนใจยิ่งนัก“ช่างเป็นข้ารับใช้ที่ภักดีเสียจริง”

            เฝิงหย่งส่ายหน้ากล่าวอย่างไม่เห็นด้วย“ข้ารับใช้ที่ภักดีอะไรกัน นี่มันเรียกว่าสันดานทาสไม่เปลี่ยนเสียมากกว่า นี่มันยุคสมัยไหนแล้วก่อตั้งประเทศมาตั้งสามสิบกว่าปีทุกคนในประเทศมีสิทธิเท่าเทียมกันมีอย่างที่ไหนมาแบ่งแยกเจ้านายกับข้ารับใช้”

            ซย่านีหลุดหัวเราะ “ใช่แล้ว พี่เฝิงหย่งพูดถูกแล้วค่ะ”

            ชายชราถูกปลูกฝังชุดความคิดเยี่ยงทาสตั้งแต่เด็กหลังจากตัวเขาตายไป ความคิดของเขาก็ยังไม่เปลี่ยนจึงกล่าวได้เพียงว่าระบบศักดินาช่างทำร้ายผู้คนจริงๆอย่างไรก็ตามชายชราก็ยังยืนหยัดรักษาความตั้งใจเดิมเอาไว้ไม่โลภต่อสิ่งของของผู้อื่นดังนั้นเขาจึงสมควรได้รับการยกย่องเป็นอย่างสูง

            ไม่นานซย่านีก็เจอเรือนที่เฝิงหย่งบอกที่นี่เป็นดังที่เขากล่าวไว้จริงๆเรือนหลังนี้ไม่ใหญ่มากนัก พื้นที่ประมาณสิบตารางเมตรเท่านั้นมีกระถางดอกไม้เรียงรายกันเป็นแถวอยู่ข้างกำแพงกระถางหลายใบเต็มไปด้วยพลังชีวิตแม้ว่าจะไม่ได้รับการดูแลเท่าที่ควรแต่ต้นไม้ในกระถางกลับเขียวชอุ่มทำให้ผู้คนที่ได้พบเห็นต้นไม้ใบหญ้าพวกนั้นพลอยรู้สึกชอบใจขึ้นมาบ้าง

            ผังเรือนหลังนี้คล้ายกับเรือนตระกูลซ่งเป็นอย่างยิ่งมีห้องโถงหลักเชื่อมกับเรือนด้านหลังทั้งสองฝั่ง อย่างเรือนปีกตะวันออกและเรือนปีกตะวันตกซึ่งเธอสามารถอาศัยอยู่กับลูกๆในห้องทางทิศตะวันออกได้ ส่วนห้องทางทิศตะวันตกก็สามารถทำเป็นห้องทำงานได้เช่นกัน ตรงเรือนฝั่งปีกตะวันออกยังมีอีกสองห้องย่อยซึ่งสามารถแบ่งให้ลูกทั้งสองคนของเธอได้นอกจากนั้นในเรือนฝั่งปีกตะวันตกก็ยังมีอีกสองห้องย่อยเช่นกันซึ่งสามารถใช้ทำเป็นห้องครัวได้อีกด้วย

            ที่นี่แตกต่างจากเรือนสามชั้นหลังก่อนหน้านี้มากเห็นชัดว่าเรือนหลังนี้ได้รับการดูแลเอาใจใส่และซ่อมแซมเป็นอย่างดีพื้นเรียบเสมอกัน สีแดงสดใสดูแล้วให้ความรู้สึกรื่นเริงอีกทั้งภายในเรือนยังมีเครื่องเรือนครบถ้วนสมบูรณ์ซย่านีไม่จำเป็นต้องซื้ออย่างอื่นเพิ่มเลยสักชิ้นเรียกได้ว่าหิ้วกระเป๋าเข้าอยู่ได้เลยทีเดียว

     

    [1] เรือนสี่ประสาน 四合院คือ เรือนแบบจีนโบราณซึ่งอาคารแต่ละหลังจะหันหน้าเข้าหากันโดยมีลานบ้านอยู่ตรงกลางเพื่อเป็นจุดศูนย์กลางของบ้าน

    [2] เรือนสามชั้น 三进院子 คือเรือนสี่ประสานแบบมีสามตอน 

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ] ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908