บทที่สี่สิบห้า
อิงหมิงนึกทวนคำพูดของเจียงเถียนหนิวที่สระบัวแห่งนี้มีอาคมคุ้มกันอยู่คงไม่สามารถเข้าไปได้ง่ายๆ เป็นแน่คงต้องหวังพึ่งผ้าคลุมผืนนั้น
“ที่แม่นางนำผ้าคลุมมาเพราะแบบนี้ใช่ไหม”
“ใช่ แต่ข้าก็ไม่มั่นใจหรอกนะว่าจะได้ผล ผ้าคลุมนี้กันอาคมได้ก็จริงแต่ตรงหน้าพวกเราเป็นอาคมของเทพมารชั้นสูง”
อิงหมิงพยักหน้าอย่างเข้าใจจอมมารมีพลังรุนแรงและกล้าแข็ง ถ้าจะทำผ้าคลุมนี้ไร้ผลก็ไม่แปลกใจ“แต่อย่างไรก็ต้องลอง ไปกันเถอะแม่นาง” ปีศาจจิ้งจอกน้อยคืนร่างเป็นจิ้งจอกแล้วกระโดดเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของหญิงสาวอย่างเป็นธรรมชาติเหมือนรู้ใจกันเถียนหนิวก็รับก้อนขนขาวนุ่มๆมาไว้แล้วคลุมผ้าอย่างมิดชิดเดินตรงไปที่กระท่อมกลางบึง
เส้นทางเดินเป็นสะพานไม้เก่าพาดจากพื้นดินไปที่เกาะเล็กๆกลางสระบัว มันออกจะดูเก่าไปสักนิด แต่ก็ยังแข็งแรงดีไม่ได้ถึงขนาดที่ผุจนอาจจะตกไปในบึง
ผ่านมาได้ครึ่งทางแล้วยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นเป็นไปได้ว่าผ้าคลุมผืนนี้จะใช้ได้ผลขอแค่ไม่ถูกพบเจอก่อนก็น่าจะลอบเข้ากระท่อมทัน
“ไม่รู้ว่าการต่อสู้นอกเขตจะเป็นอย่างไร ถ้าทางนั้นยังวุ่นวายอยู่อาจจะไม่มีใครมาพบเรา”เถียนหนิวเอ่ยกับจิ้งจอกน้อยแม้อิงหมิงจะพูดอะไรตอนนี้อีกฝ่ายก็คงไม่เข้าใจแต่นางก็ไม่สนเสียงจิ้งจอกน้อยร้องดังวี้ดๆ พอเถียนหนิวได้ยินก็อดยิ้มไม่ได้มือบางของหญิงสาวลูบก้อนขาวอย่างเบามือด้วยความเอ็นดู
ทั้งสองข้ามสะพานมาได้อย่างปลอดภัยหญิงสาวเดินมาหยุดที่หน้ากระท่อมขนาดกลาง แม้แต่บ้านเรือนของมนุษย์ฐานะกลางๆหรือดีหน่อยยังโอ่อ่ากว่ากระท่อมนี้มากใครจะคาดคิดว่าสถานที่แบบนี้จะเป็นที่อาศัยของเซียน ไม่น่าเชื่อจริงๆแล้วยิ่งอิงหมิงเคยไปแดนสวรรค์มาแล้ว แม้จะไม่กี่นานแต่ที่นั่นแทบจะสร้างด้วยทองแท้ชีวิตของลู่อิงหมิงตอนเป็นเซียนคงอดสูมากพอดู
“ข้าไม่แน่ใจว่าอาคมจะมีอาณาเขตถึงไหนแต่ข้าว่าเราคลุมผ้าไว้เช่นนี้จะดีกว่า” จิ้งจอกน้อยพยักหน้าเห็นด้วยแม้จะมองออกไปลำบอกแต่ก็ดีกว่าทำแผนการพัง
เถียนหนิวก้าวมาหยุดหน้าประตูแล้วค่อยๆผลักเข้าไป ไม่คิดว่าแม้แต่ประตูก็จะเปิดได้ง่ายๆ เช่นนี้มันจะราบรื่นไปไหมเถียนหนิวอดจะคิดมากไม่ได้แต่พอประตูแง้มเปิดออกอากาศภายในก็พัดออกมาเป็นความรู้สึกที่เย็นสบายพร้อมกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้หญิงสาวจึงดันประตูให้เปิดกว้างกว่าเดิมจึงเห็นดอกไม้ทีเติบโตอยู่ให้กระท่อมไม่ใช่เพียงตกแต่งในแจกัน หากแต่ปลูกไว้ข้างในเลยต่างหาก บางส่วนก็อยู่ที่พื้นบางส่วนก็เลื้อยอยู่ที่ผนัง
ระหว่างที่สองผู้บุกรุกกำลังตื่นตะลึงกับดอกไม้นานาพันธุ์นั้นมีสายตาคู่หนึ่งมองจ้องมาโดยทั้งสองไม่รู้ตัวเลยเพราะอาจจะเป็นสิ่งที่ดูกลมกลืนกับบรรยากาศโดยรอบก็เป็นได้กว่าจะรู้ตัวสิ่งนั้นก็มาประชิดตัวแล้ว
นกตัวหนึ่งบินมาใกล้ผ้าคลุมทั้งยังพยายามใช้ปากจิกให้ผ้าคลุมหลุดออกพอจิกไม่ได้ก็พยายามคาบ ระหว่างนั้นก็ร้องโหวกเหวกเสียงดัง
“เงียบนะเจ้านก” เถียนหนิวดุเสียงดัง ไม่มีเหตุผลต้องเก็บเสียง เพราะนกตัวนี้มันร้องเสียงดังขนาดนี้แล้วแต่นกตัวสีน้ำตาลเหลืองก็ไม่มีวี่แววจะหยุดปากหญิงสาวที่ใช้มือหนึ่งกระชับผ้าคลุมเอาไว้มือหนึ่งอุ้มจิ้งจอกหิมะอยู่ก็ต้องปล่อยมือออก หมายจะจับเจ้านกตัวปัญหา
พอผ้าคลุมหลุดออกจิ้งจอกสีขาวก็ถูกเปิดเผยด้วยอิงหมิงกระโดดลงไปที่พื้นปล่อยให้เถียนหนิวไล่จับนกไป แต่เจ้านกตัวนี้ฤทธิ์มากนักจับไม่ได้ไล่ไม่ทันหลบหนีเก่งจนปีศาจจิ้งจอกก็ทนยืนดูไม่ได้ไหวกระโดดหมายจะใช้ปากงับเสียให้รู้แล้วรู้รอดกระโดดงับไปสองสามครั้งแต่ก็ไม่สำเร็จ
แล้วจู่ๆเสียงร้องของเจ้านกสีน้ำตาลเหลืองก็เปลี่ยนไป มันเรียกชื่อนางขึ้นมาเฉยๆ“อิงหมิงๆๆ” นกตัวนั้นเรียกนางที่คิดว่าเรียกนางเพราะมันพยายามเข้ามาเกาะที่ตัวของจิ้งจอกน้อยแล้วเลิกไล่จิกไปเสียดื้อๆ
“หะ..เกิดอะไรขึ้น?” เถียนหนิวเอ่ยถามอย่างงุนงง“นกตัวนี้มาจากไหนกัน”
แม้แต่เถียนหนิวยังไม่รู้อิงหมิงก็ไม่รู้จะตอบยังไงหากแต่หญิงสาวก็ไม่ได้รอคำตอบ “เปิดผ้าคลุมแล้วไม่รู้จะมีอาคมอะไรซ่อนอยู่หรือเปล่า เรารีบเถอะ” นางเอ่ยเรียกปีศาจจิ้งจอก
อิงหมิงจึงกระโดดขึ้นไปที่ไหล่ของเถียนหนิวแล้วบนหลังของจิ้งจอกก็มีนกเย่ยิงอีกตัว ดูประหลาดมากแต่ไม่ใช่เวลามาสนใจ
“อิงหมิงๆๆๆ” นกตัวนั้นยังไม่หยุดส่งเสียง ดีที่ไม่ได้โวยวายแบบตอนแรกแล้วทั้งยังซุกตัวเข้าไปในขนนุ่มๆ เสียอีก แม้แต่นกยังหลงปีศาจจิ้งจอกหรือนี่
“น่าจะอยู่หลังประตูนี้”หญิงสาวชี้ไปหลังประตูที่ปกคลุมไปด้วยไม้เลื้อยจนมิด“แต่เราจะไม่จัดการเจ้านกตัวนี้ก่อนหรือ”
พอนกเย่ยิงที่เกาะอยู่หลังอิงหมิงได้ยินประโยคเมื่อครู่ก็แผดเสียงขึ้นมาอีกรอบแล้วซุกหน้าลงที่ขนนุ่มของจิ้งจอกคล้ายจะอ้อนอีกฝ่าย“มันดูจะชอบท่านนะ งั้นแล้วแต่ท่านเถอะจะเก็บไว้ไหม”
อิงหมิงก็คิดเช่นนั้นการมีนกตัวน้อยๆ มาอ้อนก็อดเห็นใจมันไม่ได้เพราะทำให้นึกถึงตอนที่ถูกจางเยี่ยนรับไปเลี้ยง ตอนนั้นนางดีใจมากจิ้งจอกน้อยก็พยักหน้าตัดสินใจเก็บนกตัวนี้ไว้
“ไปกันเถอะ” เถียนหนิวดันประตูให้เปิดออกเมื่อประตูค่อยแง้มเปิดภายในปรากฏเป็นแท่นหินสลักลายวิจิตรงดงามมีไข่มุกฝังอยู่รอบๆเชื่อมกันคล้ายดวงดาวที่เรียงต่อกัน ที่บนสุดมีอัญมณีสีน้ำเงินรูปทรงกลมกึ่งกลางของมันมีประกายระยิบระยับที่ไม่เคยเห็นมาก่อนสวยจนเกือบกลั้นหายใจ
“ในนั้นน่าจะเป็นเสี้ยวผลึก” เถียนหนิวชี้บอกส่วนตัวเองก็เดินเข้าไปใกล้แท่นหินมากขึ้น จนพอจะเห็นสิ่งที่อยู่ในแท่นหิน
ในแท่นหินนั้นมีโลงแก้วบรรจุอยู่อิงหมิงที่อยู่บนไหล่ของเถียนหนิวชะโงกตัวเข้าไปดูให้ใกล้ยิ่งขึ้นหวังจะเห็นคนที่อยู่ในโลงแก้ว คนที่นอนอยู่เหมือนนอนหลับไม่มีผิด
เมื่อได้เห็นในโลงแก้วเต็มสองตาร่างของจิ้งจอกน้อยก็ตัวชา นิ่งค้างแข็งเป็นหิน ‘คนผู้นี้!’คนที่อยู่ในความคิดของอิงหมิงตลอดมา บัดนี้ได้เห็นชัดเจนก็เหมือนภาพที่เลือนรางถูกเติมเต็มคนนี้คือท่านเซียนลู่อิงหมิงหรือ?แม้แต่ชื่อของอิงหมิงยังถูกตั้งตามท่านเซียนแต่ไม่เข้าใจทำไมท่านเซียนถึงมาอยู่ในความคิดของปีศาจจิ้งจอกธรรมดาๆทั้งที่ไม่เคยพบกัน
อิงหมิงกระโดดลงจากไหล่หญิงสาวไปยืนอยู่บนโลงแก้วร้องครวญเสียงดังวี้ดๆๆนกเย่ยิงที่เกาะอยู่ที่หลังก็โผบินขึ้นเหนือโลงแก้ว บินวนรอบๆ อยู่พักใหญ่แล้วจู่ๆ มันก็บินออกไปข้างนอกห้อง “มารๆๆ”
“หรือว่าจอมมารกลับมาแล้ว” เถียนหนิวเอ่ยอย่างตกใจสีหน้าพลันไร้สีเพียงแค่พริบตา “รีบซ่อน” นางหันมาบอกอิงหมิง เพราะอย่างน้อยปีศาจจิ้งจอกก็ตัวเล็กกว่าในห้องที่มีแต่แท่นหินแบบนี้คงอาจจะพอซ่อนได้ “ข้าจะไปดูเอง”
“วี้ดๆ” จิ้งจอกน้อยร้องห้ามแต่ของลืมไปว่าหญิงสาวนั้นฟังไม่เข้าใจความจริงถึงเข้าใจเถียนหนิวก็คงไม่รอ นางถลันออกไปจากห้องส่วนในทันทีส่วนอิงหมิงนั้นก็ไม่ยอมหาที่ซ่อนแต่จะตามอีกฝ่ายไปแต่เจ้านกเย่ยิงกลับบินเข้ามาแล้วใช้จะงอยปากเล็กดึงขนส่วนหัวของจิ้งจอกน้อยให้ไปอีกทาง
“ไม่ๆ” นกเย่ยิงร้องบอกเบาๆ นับว่าแสนรู้ไม่น้อยสำหรับการเป็นนกเข้าใจภาษาทั้งยังพูดบ้างคำได้อีกอิงหมิงคิดว่านกตัวนี้ต้องไม่ใช่นกทั่วไปเสียแล้ว
ปีศาจจิ้งจอกยอมตัดใจไม่ก้าวออกจากห้องชั้นในเพียงแต่ใจที่ยังพะว้าพะวังนั้นนางจึงหลบห่างออกมาจากประตูเล็กน้อยแล้วสังเกตเหตุการณ์ด้านนอก
“เป็นเจ้าอีกแล้วหรือ”จอมมารผู้ปรากฏตัวขึ้นชำเลืองมองร่างหญิงสาวที่แต่งกายทะมัดทะแมงต่างจากครั้งแรกที่เจอกันทั้งยังมีท่าทางและดวงตาที่นับวันก็ยิ่งแข็งกร้าวมากขึ้น
“ใช่ ถึงจะไม่สำเร็จวันนี้ ข้าก็จะกลับมาอีก”
“อย่าได้ใจเกินไปนักที่ข้าไม่ฆ่าเจ้าทิ้งมีเพียงเหตุผลเดียวคือครั้งหนึ่งอิงอิงเคยช่วยเจ้ามาอย่างยากลำบากถ้านางกลับมาคงไม่อยากรู้ว่าเจ้าตายเสียแล้ว”ร่างหญิงสาวที่แม้จะมีท่าทางห้าวหาญแต่ก็ยังคงความงดงามเฉกเช่นหญิงงามชายหนุ่มได้พบเจอล้วนตาเป็นประกาย แต่สายตาของจอมมารนั้นเหมือนมองหุ่นไม้เขาไม่คิดอะไรไปมากกว่ารำคาญใจที่อีกฝ่ายคอยมาสร้างปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ให้เสมอ
“เช่นนั้นก็ยกร่างท่านเซียนให้ข้าเสียไม่ดีกว่าหรือ?” เหตุผลที่แท้จริงของเถียนหนิวที่บุกมาภพปีศาจเพราะต้องการร่างของเซียนลู่อิงหมิงนี่เอง
“ไม่มีวัน นางต้องอยู่กับข้า”
“เจ้าช่วยไม่ได้ตั้งแต่แรกยังกล้าถือดีครอบครองร่างท่านเซียน หน้าไม่อาย!”เถียนหนิวเอ่ยเย้ยหยันอีกฝ่ายอย่างไม่กลัวตายแต่เหมือนจะไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์ทำนองนี้ เพราะจอมมารก็ไม่ตอบโต้อะไรรุนแรงเขาไม่แม้แต่เปลี่ยนสีหน้าด้วยซ้ำไม่แน่ว่าคำพูดนี้ก็เป็นสิ่งที่จอมมารย้ำกับตนเองมาเสมอหลายปี ‘ข้าช่วยนางไม่ทัน’แต่เขาก็พยายามจะเปลี่ยนมันหลายคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาทำอะไรไปบ้างเพื่อให้ได้นางคืนมา
“ข้ามีสิทธิ์เหนือทุกสิ่ง แม้แต่วิญญาณของนางข้าก็จะตามกลับมา”
“หึ เหลวไหล ข้ารู้ว่าทุกวันนี้เจ้าทำอะไร เจ้าลืมท่านเซียนไปแล้วอ้างจะแก้แค้นสวรรค์แต่ยามค่ำคืนเจ้าหาคนอื่นมาเสพสมเพียงเพราะรูปลักษณ์คล้ายคลึงท่านเซียน น่าสมเพช!”คำพูดประชดประชันของเถียนหนิวครั้งนี้รุนแรงไม่น้อย จอมมารตวัดแขนที่เดียวกริชก็มาปรากฏอยู่ในมือเขายกมันขึ้นมาระดับอก ห่างจากเถียนหนิวไม่กี่ชุ่น “สิ่งนั้นก็ของตระกูลข้า”
“เหมือนว่าครั้งนี้เจ้าอยากจบชีวิตมากสินะ”ร่างสูงใหญ่ขยับมือพุ่งกริชในมือตรงไปที่อกของเถียนหนิวอารามตกใจอิงหมิงกระโจนออกมาจากในห้องร้องห้ามแต่เสียงที่ออกมาไม่ใช่ภาษามนุษย์
“วี้ดๆ” เสียงเล็กๆดังมาจากหน้าห้องชั้นในเป็นการแสดงตัวว่าในกระท่อมมีสิ่งมีชีวิตเกินมาอีกหนึ่งมือที่ถือกริชหยุดชะงัก จอมมารเสมองร่างก้อนขนขาวๆ ทำท่าทางปรปักษ์ขู่แยกเขี้ยวเล็กๆ แต่ไม่ได้ทำให้มันดูน่าหวาดหวั่นแม้สักนิด
“เจ้ามาได้อย่างไร?” ร่างสูงเลิกคิ้วสงสัยแต่คำตอบก็ไม่ยากนักหรอกจอมมารหันกลับมามองหญิงสาวตรงหน้าก่อนจะโบกมือเล็กน้อยก็มีลมที่มองไม่เห็นปัดร่างของนางลอยออกไปจากกระท่อมไม้
“หยุดนะ!” แล้วเสียงนั้นก็ค่อยๆ หายไปทีละน้อยจนไม่ได้ยินอีกจอมมารกำจัดเถียนหนิวออกไป แล้วจึงหันมาหาปีศาจจิ้งจอก บนหัวเล็กๆปกคลุมไปด้วยขนนุ่มๆ สีขาวถูกนกเย่ยิงตัวเล็กเกาะอยู่มันซุกเข้าหาจนดูเป็นนกขี้อ้อน หากจอมมารไม่ได้รู้จักนกตัวนี้มาก่อนก็คงไม่แปลกใจแต่สิ่งนี้ทำให้เขาขมวดคิ้วมากกว่าเดิมตอนนกอ้วนตัวเหลืองเกาะขนนุ่มๆแล้วพยายามขยับปีกดึงจิ้งจอกให้เข้าไปข้างในห้องชั้นใน ปากร้อง “อิงหมิงๆๆ”
“มานี่อินอิน” เขาเรียกเจ้านกเย่ยิง แต่แน่นอนมันไม่ฟังร่างสูงซึ่งมันก็ไม่เคยฟังใครอยู่แล้ว นอกจากเจ้าของที่นอนอยู่ในห้องชั้นใน
จอมมารถอนหายใจก้าวเท้าเดินเข้าไปหาปีศาจจิ้งจอกมันก็รู้ตัวรีบหลบเข้าไปในห้อง พอเดินตามเข้ามาเจ้าก้อนขนก็ซ่อนอยู่หลังแท่นหินเสียแล้ว
“คิดว่าจะหลบได้หรือ”ร่างสูงเดินเข้ามาจนชิดแท่นหินเขาชะโงกข้ามแท่นปรากฏร่างเด็กชายคนหนึ่งแทนที่จิ้งจอกตัวน้อยเสียแล้วมือใหญ่จับที่ไหล่บางดึงร่างเด็กน้อยขึ้นมาใบหน้าเด็กชายตื่นกลัวในสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป อิงหมิงคงคิดว่าไม่รอดแล้วแน่ๆต้องตายแล้วแน่ๆ
“ให้อภัยข้าเถอะ จะไม่หนีอีกแล้ว”ร่างเด็กน้อยทำหน้าอ้อนวอนขอโทษขอโพยเป็นการยกใหญ่แต่จังหวะนั้นนกเย่ยิงก็บินเข้ามาจิกที่มือหนามันพยายามช่วยปีศาจจิ้งจอกจากเงื้อมมือจอมมาร
“หยุด” แต่มีหรือนกตัวนี้จะฟัง มันไม่ฟังทั้งที่ตลอดหลายปีร่างสูงมาที่นี่บ่อยครั้งแต่มันก็ปฏิบัติกับจอมมารเป็นคนแปลกหน้าเจ้านกเย่ยิงนิสัยดุร้ายแบบนี้อยู่เฝ้ากระท่อมมาแสนนานแล้วมันไล่จิกสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่จะเข้ามาในกระท่อมมีคนเดียวที่มันจะฟังคือเจ้าของมันหรือเซียนลู่อิงหมิง
ถึงรอยจิกของนกตัวน้อยจะไม่สร้างแผลให้จอมมารด้วยซ้ำแต่มันก็น่ารำคาญใจ เวลาเขามาที่นี่จะขังไว้ในกรง แต่บัดนี้มันทำตัวแปลกประหลาดไม่ไล่จิกผู้บุกรุกทั้งยังปกป้อง เขาเต็มไปด้วยความสงสัยใบหน้าคมคายขมวดคิ้วมุ่นกว่าตอนที่เถียนหนิวกล่าวเหยียดหยามเสียอีก
อิงหมิงสังเกตสีหน้าของเผู้ทรงอำนาจพลางคิดว่าหรือกำลังจะโมโหอีกแล้ว ถ้าไม่ทำอะไรเจ้านกตัวน้อยตายเพราะอยากช่วยตนแน่จอมมารดีดทีเดียวก็ตายแล้วตัวแค่นั้น “อย่าจิกเขา หยุดเดี๋ยวนี้”ร่างเด็กน้อยหันไปตะโกนใส่นกเย่ยิงพอจบประโยคปีกที่ขยับบินกลางอากาศก็ย้ายมาเกาะที่ไหล่อีกข้างของเด็กน้อยที่ไม่ได้ถูกจับ
“เจ้า..ทำอะไร?” ไม่คิดว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นนกเย่ยิงแสนดุร้ายยอมฟังคนแปลกหน้า แต่อิงหมิงไม่เข้าใจ ทำได้แต่เพียงส่ายหน้า
“ข้าเปล่า ข้าจะไม่ขัดคำสั่งอีกแล้ว ไว้ชีวิตข้าด้วย”
“...กลับไปที่เรือน” ร่างสูงปัดเจ้านกตัวน้อยออกจากไหล่เด็กชาย มันถูกส่งเข้าไปอยู่ในกรงที่แขวนอยู่เหนือแท่นหินส่วนอิงหมิงก็ถูกปล่อยตัวเช่นกัน เด็กน้อยเดินด้วยท่าทางหงอยๆ ออกจากห้องชั้นใน
“อิงหมิงๆๆ” นกเย่ยิงตีปีกอย่างบ้าคลั่งพยายามให้หลุดออกจากกรงส่งเสียงร้องว่าอิงหมิงไม่หยุด จอมมารหรี่ตามองตามร่างเด็กชายที่กำลังเดินพ้นสายตาแล้วหันมามองหวงอวิ๋นนกที่ลู่อิงหมิงเลี้ยงเอาไว้
ปีศาจจิ้งจอกในร่างของเด็กชายเดินออกมาจากกระท่อมพ้นเขตของบึงสระบัวก็เจอขุนพลเฉิน
“ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะหนีออกมาได้ ผ้าคลุมของเถียนหนิวนับว่าเป็นของดี”นี่คือคำเอ่ยทักทายของเขา
“นางเป็นอย่างไรบ้าง?” อิงหมิงกลัวว่านางจะถูกสำเร็จโทษอดไม่ได้จะถามถึง
“นางยังปลอดภัยดี ท่านจอมมารคงยังไม่คิดให้นางตาย”
“ดีแล้ว..แล้วข้าละ? จะตายไหม”
“ให้ข้าพาเจ้ากลับเรือนก่อน”อิงหมิงกระโดดพร้อมเปลี่ยนร่างกลับเป็นจิ้งจอกตัวน้อยแล้วไปเกาะที่ไหล่ปีศาจงู
ร่างในอาภรณ์ดำสนิทแฝงตัวอยู่ในความมืดเขาจ้องมองร่างจิ้งจอกตัวน้อย มันเป็นสายตาที่ทอดมองแปลกไปจากเดิม“หรือว่าข้าพลาดอะไรไป?” เขารำพึงออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนนุ่มอย่างที่ไม่ได้ใช้มานาน
“ต้องสนทนากันสักหน่อยแล้ว..เหยียนโหรว” จอมมารหายไปจากกลางสระบัวจุดมุ่งหมายที่เขาจะไปคือยมโลก