บทที่ 111 อยากรอด? ใช้พลังทั้งหมดของเจ้าให้ถึงขีดสุดสิ!
‘ถึงฉันจะได้รับพลังมหาศาลจากพลังสายเลือดแต่ฉันก็ยังไม่สามารถต่อสู้กับโครงกระดูกตัวนี้ได้อยู่ดี มากที่สุดที่ฉันทำได้คือการหลบ ภายในสิบนาทีฉันต้องหาทางหนีออกจากอาณาเขตวงแหวนเลือดให้ได้’ สายฝนคิดขึ้นพลางใช้ดวงตาคู่จ้องมองโครงกระดูกยักษ์เบื้องหน้า อีกฝ่ายเป็นศัตรูที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมา มันเกือบทำให้ชีวิตเขาต้องจบชีวิตแล้ว!
สายฝนก้าวถอยหลังเตรียมจะหนี โครงกระดูกยักษ์รู้ทันความคิดเขา มันกระทืบพื้นจนเกิดเสียงดัง วินาทีเดียวกันตัวมันก็ปลดปล่อยพลังงานมืดที่หนาแน่นออกมา พลังงานมืดแพร่ขยายไปไกล ปิดทางหนีของสายฝน สายฝนสบถคำหยาบคายภายในใจเมื่อพบว่าด้านหลังตัวเองปรากฏ ม่านพลังงานมืดเข้มข้น
‘เชี่ยย! ฉันโดนปิดทางหนี ไอ้โครงกระดูกเวรนี่!’ สายฝนไม่คิดเสี่ยงฝืนข้ามม่านพลังงานมืด เขาไม่รู้ว่ามันแข็งแกร่งแค่ไหน ที่เขารู้คือมันแข็งแกร่งมากๆ แม้ความสามาระอักษรลี้ลับ“คงกระพัน”จะทำงานอยู่ทว่าสายฝนก็ไม่ได้เป็นอมตะ เขายังสามารถตายได้ถ้าได้รับบาดเจ็บสาหัสเยอะๆ
‘แม่งเอ้ย! ราตรีเธอช่วยแนะนำฉันหน่อยสิ ควรทำอย่างไรถึงจะผ่านม่านความมืดไปได้?’ สายฝนขอความช่วยเหลือ เขาไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับม่านพลังงานมืดเลย จะเก็บข้อมูลภายในสิบนาทีก็ไม่มีทางทัน ดังนั้นสายฝนจึงตัดสินใจขอความช่วยเหลือจากผีเสื้อเทพธิดาราตรี ฝ่ายตรงข้ามน่าจะมีข้อมูลเยอะกว่าเขามาก
ผีเสื้อเทพธิดาราตรีบินมาจากไหนไม่ทราบ เธอบินเข้ามาใกล้สายฝนจากนั้นก็ส่งเสียงเข้าไปในหัว ‘ข้าก็บอกไปแล้วนะว่าจะไม่ช่วยเจ้า แต่เอาเถอะ ครั้งนี้ข้าจะช่วยเจ้า ยังไงมันก็แค่คำแนะนำ ถ้าเจ้าสามารถทำตามที่ข้ากล่าวไปได้ก็ถือว่าเจ้ามีความสามารถ ทำไม่ได้เจ้าก็แค่ตายอยู่ที่นี่เท่านั้น’
‘มันโจมตีมาแล้ว!’ ก่อนที่จะคิดเช่นนั้น ร่างกายสายฝนพลันขยับไปเองตามความรู้สึก เตะพื้นส่งตัวไปด้านข้างด้วยความเร็วสูง เพราะตอนนี้พลังสายเลือดกำลังทำงานอยู่ แรงเตะเลยเยอะกว่าก่อนหน้านี้ เป็นผลให้ร่างสายฝนสามารถส่งตัวไปได้ไกลกว่าเดิม แน่นอน ต่อให้จะเร็วกว่าเดิมแค่ไหน สุดท้ายแล้วเขาก็ยังไม่พ้นระยะการโจมตีโครงกระดูกยักษ์อยู่ดี
สายฝนใช้ท่าเหยียบจันทร์ดับแสงในการหลบออกจากระยะการโจมตี เขาสามารถหลบได้อย่างฉิวเฉียด พลังสายเลือดทำให้เขาได้รับเรี่ยวแรงที่ไม่มีวันหมดและพลังมหาศาล แต่มันไม่ได้ทำให้เขาเข้าใจท่าเหยียบจันทร์ดับแสงมากขึ้นแม้แต่น้อย ความเข้าใจยังคงตํ่าอยู่ ท่าเหยียบจันทร์ดับแสงจึงจึงเหมือนเดิม ไม่ได้แข็งแกร่งขึ้น
ตูมมมมมม! จุดเดิมที่เมื่อครู่สายฝนเคยอยู่ถูกพลังงานมืดกลืนกิน พื้นทรายเกิดหลุมขนาดใหญ่ ภายในอากาศมีพลังงานมืดความเข้มข้นน้อยจำนวนมากซึ่งหลงเหลือจากการโจมตีของโครงกระดูกยักษ์
‘เกือบหลบไม่ทัน บ้าจริง!’ สายฝนกล่าวด้วยความไม่สบอารมณ์ภายในใจ กัดฟันแน่นและหยิบดาบนิวลินออกมาจากแอปพลิเคชัน[มิติคลังเก็บสิ่งของ] จะให้เขารอความตายโดยไม่ตอบโต้กลับหรือ มันไม่มีทางเป็นเป็นไปได้! สายฝนก็คือสายฝน สิ่งที่ทำให้เขาเกือบตาย เขาจะไม่มีทางปล่อยใว้แน่
“แกตายยย!” สายฝนคำรามดังลั่น เขารู้ว่าการโจมตีเขาไม่มีทางสร้างความเสียหายกับโครงกระดูกยักษ์ได้ทว่าสายฝนก็เลือกไม่สนใจ สถานการณ์ในตอนนี้เขาไม่มีหนทางหนีแล้ว แน่นอนว่าคนอย่างสายฝนไม่มีทางปล่อยให้ศัตรูโจมตีเขาอยู่ฝ่ายเดียว ถ้ามันหนีไม่ได้ก็มีแต่ต้องสู้เท่านั้น!
แกร็ก! แกร็ก! แกร็ก!
เห็นท่าทางสายฝนโครงกระดูกยักษ์พลันหัวเราะออกมา เกิดเสียงกระดูกกระแทกกันเสียงดัง พลังงานมืดเข้มข้นมหาศาลถูกปลดปล่อยออกจากตัวมัน พลังงานความมืดค่อยๆกลายเป็นเกราะอันน่าเกรงขามสีดำ กลายเป็นเกราะความมืดสำเร็จ เพลิงฟ้าครามภายในส่วนลึกเบ้าตาของโครงกระดูกยักษ์ก็ได้รุนแรงยิ่งกว่าเดิม ฉับพลันมันหยุดหัวเราะจากนั้นก็ส่งเสียงคำรามกึกก้อง
ม่านพลังงานมืดเข้มข้นยิ่งขึ้น พลังงานมืดความเข้มข้นน้อยที่อยู่ในอากาศค่อยๆไปรวมตัวกันที่ดาบพลังงานมืดของโครงกระดูกยักษ์ ดาบพลังงานความมืดขยายใหญ่กว่าก่อนหน้า ยังไม่จบ โครงกระดูกยักษ์ใช้ทักษะของมัน ทักษะเพลิงสีคราม!
พรึบ! พรึบ! พรึบ!
เกิดไฟสีฟ้าครามลุกไหม้เกราะความมืดและดาบพลังงานมืดขนาดใหญ่ ความร้อนของไฟนั้นทำให้สายฝนรู้สึกร้อนมากแม้จะไม่ได้อยู่ใกล้ก็ตาม เพียงไม่นานตามร่างกายสายฝนก็เต็มไปด้วยเหงื่อจำนวนมาก นี่แสดงให้เห็นว่าความร้อนของไฟสีฟ้าครามร้อนขนาดไหน!
“ความร้อนของไฟสีฟ้าร้อนมาก!” สายฝนพึมพำเบาๆกับตนเองพลางกำดาบนิวลินในมือแน่น เตรียมพร้อมสู้ทุกเวลา เขามองโครงกระดูกอย่างไม่เกรงกลัว ไม่ว่ามันจะเป็นเทพหรือปีศาจสายฝนก็ไม่รู้สึกกลัว เทพแล้วอย่างไร? ปีศาจแล้วอย่างไร? มันไม่เห็นน่ากลัวเท่าความตายเลย
จังหวะนั้นผีเสื้อเทพธิดาราตรีก็ได้กล่าวขึ้นด้วยนํ้าเสียงไม่พอใจเล็กน้อย ‘ไม่ใช่ว่าเจ้าเพิ่งขอความช่วยเหลือจากข้าเมื่อครู่หรือ? ตกลงแล้วเจ้าต้องการให้ข้าช่วยเหลือหรือไม่เนี่ย? ถ้าเจ้าไม่ต้องการก็ไม่เป็นไร เจ้าคงมั่นใจมากว่าตัวเองจะสามารถสถานที่แห่งนี้ได้’ คำกล่าวของผีเสื้อเทพธิดาราตรีเป็นผลให้สายฝนนึกขึ้นได้ว่าเมื่อครู่เขาเพิ่งขอความช่วยเหลือจากเธอไป
“ทำไมฉันจะไม่ต้องการล่ะ ฉันต้องการมากๆ” สายฝนรีบส่ายหัวปฏิเสธทันที การได้รับข้อมูลเกี่ยวกับม่านพลังงานมืด มันจะทำให้เขามีโอกาสหนีออกไปจากวงแหวนเลือดมากขึ้น สายฝนรู้ตัวดี ถ้าเขาไม่ใช้สุดยอดหลักประกันชีวิตเขาจะไม่มีทางชนะโครงกระดูกยักษ์ ทำได้มากสุดก็แค่หลบการโจมตีจากมัน
แล้วทำไมไม่ใช้สุดยอดหลักประกันชีวิตล่ะ? สุดยอดหลักประกันชีวิตเป็นสิ่งที่สามารถช่วยชีวิตเขาจากสถานการณ์นี้ได้ ทว่ามันก็ทำให้เขาไม่สามารถรอดชีวิตออกจากสถานการณ์นี้ได้เช่นกัน ทุกๆสิ่งมีข้อเสีย ไม่มีสิ่งไหนไม่มี ด้วยสภาพร่างกายสายฝนในปัจจุบัน หากเขาใช้สุดยอดหลักประกันชีวิต เขามีโอกาสตายเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะงั้นควรหลีกเลี่ยงการใช้มันในเวลานี้ ยกเว้นเสียจากว่าจะอยู่ในสถานการณ์ไม่มีทางเลือกแล้วจริงๆ
ผีเสื้อเทพธิดาราตรีกล่าวออกมาด้วยนํ้าเสียงจริงจัง ‘ม่านพลังงานมืดนี้มันจะคงอยู่ได้แค่แปดนาทีเท่านั้น โครงกระดูกยักษ์ไม่อาจทำให้มันคงอยู่ได้เกินกว่านั้นเพราะม่านนี้มันกินพลังงานมาก ตามที่ข้ากล่าวไป หลบการโจมตีได้แปดนาที เจ้าก็รอด ไม่ได้ ชีวิตเจ้าก็จะหายไปตลอดกาล…’ ก่อนกล่าวต่อว่า
‘ความห่างชั้นของระดับหนึ่งกับระดับสองน่ะกว้างใหญ่ ไม่อาจลดระยะห่างได้ง่ายๆ จากที่ข้าดูมา ตอนนี้เจ้าสามาถหลบการโจมตีระดับสองทั่วไปได้ โครงกระดูกยักษ์เมื่อใช้ทักษะเพลิงสีครามของมัน ความแข็งแกร่งจะอยู่ในระดับสองชั้นสูง! มันเป็นไปไม่ได้ที่เจ้าจะสามารถรอดชีวิตได้เกินห้านาที’
“กินพลังงานเยอะงั้นแสดงว่าม่านพลังงานก็แข็งแกร่งมากน่ะสิ โชคดีที่ฉันไม่เสี่ยงฝืนผ่านมันไป ราตรีฉันควรทำอย่างไรถึงสามารถรอดจากสถานการณ์นี้ได้?” สายฝนถาม ผีเสื้อเทพธิดาราตรีมีระดับสูงกว่าเขามาก เธอน่าจะแนะนำเขาได้ในเรื่องนี้
แกร็ก! แกร็ก! แกร็ก!
เป็นวินาทีเดียวกับที่สายฝนถามผีเสื้อเทพธิดาราตรี โครงกระดูกยักษ์พลันพุ่งอย่างรวดเร็วเข้ามาทางเขา เพียงไม่นานมันก็ถึง มือกระดูกขนาดใหญ่ทั้งสองข้างยกดาบพลังงานมืดเพลิงฟ้าครามขึ้นเหนือหัวก่อนฟาดลงมาด้วยความรุนแรง
‘แม่งเอ้ย! หลบไม่ทันแน่’ สายฝนหน้าซีด เขาพยายามจะหลบการดาบที่พุ่งเข้ามา น่าเสียดาย ดูเหมือนกับว่าตัวเขาในปัจจุบันยังไม่มีความเร็วพอจะหลบการโจมตีจากโครงกระดูกยักษ์
ผีเสื้อเทพธิดาราตรีไม่สนใจดาบพลังงานมืดเพลิงฟ้าครามแม้แต่น้อย เธอกล่าวตอบสายฝนว่า ‘อยากรอด? ใช้พลังทั้งหมดของเจ้าให้ถึงขีดสุดสิ!’
---
จบบทที่ 111 อยากรอด? ใช้พลังทั้งหมดของเจ้าให้ถึงขีดสุดสิ!