ณ คณะละครตระกูลเยี่ยน สถานที่อันมีชื่อเสียงเพียงน้อยนิด
คณะละครตระกูลเยี่ยนไม่เพียงขับร้องได้ไพเราะเพราะพริ้ง แต่ยังมีคน...หึหึ...ที่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่า!
ผู้ใดก็ตามที่เอ่ยถึงคณะละครตระกูลเยี่ยน ต่างพากันนึกถึงยาวจิ่ว ทั้งยังแสดงท่าทางเศร้าโศกประหนึ่งว่า เ้ารู้ข้ารู้ออกมาให้เห็น ดูเหมือนว่าบุรุษและสตรีผู้ร่ำรวยและมีอำนาจล้วนแต่มีความสัมพันธ์อันคลุมเครือกับยาวจิ่วด้วยกันทั้งสิ้น
ในขณะที่ฉวนจื่อใกล้จะมาถึงคณะละครตระกูลเยี่ยน เขาชะลอความเร็วของม้าเพราะเกรงว่าจะทำให้เยี่ยนเต๋อหลินโกรธเคือง เขาอยากหันกลับไปมองเ้าซานเซียวตัวนั้นเสียเหลือเกินว่ามันตายแล้วหรือยัง แต่ก็กลัวว่ามันจะพุ่งเข้ามากัด เขาพึมพำในใจ ภาวนาให้ซานเซียวตัวนั้นน้ำลายฟูมปากตายระหว่างทาง อย่ามาทำร้ายเขาได้อีกเลย
เมื่อเลี้ยวเข้ามาบนถนนเส้นหนึ่ง รถม้าจึงหยุดที่หน้าประตูทางเข้าคณะละครตระกูลเยี่ยน
ยาวจิ่วเหยียดแขนบิดี้เีแล้วะโลงจากรถม้า เขาก้มหน้าและใช้มือลูบเสื้อตรงบริเวณหน้าอก จากนั้นหรี่ตาชำเลืองมองคนที่กำลังมองเขา ดวงตาของเขาเป็ประกาย ท่วงท่านี้ทำให้ผู้คนเกิดความหลงใหล เปี่ยมด้วยความคะนึงหา ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นด้วยการชำเลืองมองเพียงปราดเดียว
ทุกคนที่รอเชยชมต่างทึ่งในความงามของเขา ทว่ายาวจิ่วกลับเชิดคางขึ้นเล็กน้อย เมินเฉยต่อทุกสายตาที่มองมา ขณะเดินบิดสะโพกเข้าไปด้านในคณะละครตระกูลเยี่ยน
ฉวนจื่อมองไปทางหูเหยียนที่ถูกมัดไว้ด้านหลังรถม้า ทว่ากลับไม่เห็นเงาของนาง จึงเกิดความสงสัย หรือว่าเ้าบ้านั่นจะหนีไปแล้ว? เขามองไปตามโซ่เหล็กก็พบว่าหูเหยียนกำลังนอนอยู่บนหลังคารถ และถ่มน้ำลายใส่เขา! ฉวนจื่อใจนสะดุ้งโหยง ถอยผงะออกมาหนึ่งก้าว รีบขับรถม้าเตรียมเข้าไปด้านในลานกว้างของตระกูลเยี่ยน มิวายแอบรำพึงในใจ : เ้าบ้านี่ช่างเกียจคร้านและเ้าเล่ห์เสียจริง ศีลเสมอกับยาวจิ่วไม่มีผิดเพี้ยน!
ยาวจิ่วเพิ่งจะก้าวเท้าข้ามประตูใหญ่เข้ามา เยี่ยนเต๋อหลินซึ่งเป็เ้าของคณะละครก็พุ่งตัวออกจากห้องและเข้ามาขวาง
เยี่ยนเต๋อหลินร่างกายสูงใหญ่บึกบึน มองแวบแรกดูเป็คนแข็งกระด้าง แต่เมื่อปริปากพูด ความดุร้ายพลันปรากฏ คนเช่นนี้โดยทั่วไปจะถูกเชิญให้เป็อันธพาลอยู่ในซ่อง ใครจะไปคิดว่าโชคชะตากลับเล่นตลก ขีดเขียนให้เขาได้มาดูแลคณะละครตระกูลเยี่ยน อีกทั้งยังเป็เ้าของคณะ
เยี่ยนเต๋อหลินเข้ามาขวางยาวจิ่ว เขาแค่นยิ้มพร้อมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกระด้าง “เงินล่ะ?”
ยาวจิ่วตอบสีหน้าเรียบเฉย “ไม่ได้ให้มา”
เยี่ยนเต๋อหลินตาขวางคิ้วขมวด ตะคอกด้วยน้ำเสียงเหี้ยมโหด “หลี่เอ้อร์เหย่เรียกเ้าออกไปข้างนอก จะไม่ให้เงินเ้าได้เยี่ยงไร? เ้าอย่าหวังว่าจะหลอกข้าได้! วันนี้หากไม่นำเงินออกมาให้ข้า เ้าได้เห็นดีแน่!”
ยาวจิ่วหาได้เกรงกลัวเยี่ยนเต๋อหลินไม่ เขายิ้มเยือกเย็น “วัน ๆ เ้าเอาแต่บอกว่าจะทำให้ข้าได้เห็นดี ข้าก็รอวันที่จะได้เห็นดีเช่นกัน ว่าแต่เมื่อไหร่ที่เ้าจะทำให้ข้าได้เห็นดีเสียที?”
เยี่ยนเต๋อหลินเกรี้ยวกราด เขายกฝ่ามือเตรียมจะตบฉาดเข้าที่หน้าของยาวจิ่ว ทว่ากลับถูกเฟิ่งฮัวหลานผู้เป็ภรรยาเข้ามาห้าม นางพูดโน้มน้าว “อย่าตี ๆ ่บ่ายยังมีการแสดง หากเ้าทำให้เขาาเ็ ใครจะขึ้นแสดงแทนล่ะ?”
เยี่ยนเต๋อหลินสะบัดมือลงอย่างแรง เขาถลึงตามองยาวจิ่วและหอบหายใจ ปีกจมูกที่บานใหญ่กระพือขึ้นลง เห็นขนจมูกผลุบ ๆ โผล่ ๆ เขาโกรธมาก แต่ก็รู้ดีว่าไม่สามารถทำอะไรยาวจิ่ว
ยาวจิ่วเปล่งเสียงหึในลำคอ พร้อมแสดงสีหน้ารังเกียจ “ไปหายใจที่อื่น อย่ามาทำให้ชุดที่ข้าเพิ่งซื้อต้องสกปรกเพราะลมหายใจของเ้า”
เยี่ยนเต๋อหลินหรี่ตาจนกลายเป็เส้นตรง เขาถลึงตามองยาวจิ่วด้วยความเคียดแค้น ยกนิ้วขึ้นมาชี้หน้าอีกฝ่ายเตรียมจะอ้าปากด่า ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงหัวเราะ เสียงนั้นค่อนข้างแหบพร่าและแปลกประหลาดมาก ราวกับเสียงพ่นลมหายใจของม้า และคล้ายกับเสียงร้องของลิง สรุปสั้น ๆ คือเป็เสียงหัวเราะเยาะเย้ย กล้าหัวเราะเยาะเยี่ยนเต๋อหลินแห่งคณะละครตระกูลเยี่ยน มันผู้นั้นต้องตาย! เยี่ยนเต๋อหลินเพ่งมองไปรอบ ๆ แต่ไม่พบใคร เห็นเพียงรถม้าที่ฉวนจื่อกำลังลากเข้ามายังลานด้านใน เขาจึงพุ่งเข้าหาอีกฝ่ายด้วยอารมณ์พลุ่งพล่าน
ฉวนจื่อซึ่งไม่รู้ว่าตนทำผิดอะไร รีบย่อตัวลงด้วยความใ ยกมือขึ้นกุมศีรษะรอรับหมัดของหัวหน้าคณะ
ในเวลาเดียวกัน หูเหยียนะโลงจากหลังคารถมาปรากฏตัวเบื้องหน้าของฉวนจื่อ
เยี่ยนเต๋อหลินที่กำลังเดือดดาลใจนสะดุ้งโหยง รู้สึกตาลาย ร่างของเศรษฐีที่สวมเสื้อคลุมยาวและหมวกมู่หลีปรากฏขึ้นตรงหน้า เขาบังคับตัวเองให้ยืนนิ่ง ความโกรธแค้นที่แสดงออกมาถูกข่มให้กลับเข้าไปจนใบหน้าบิดเบี้ยว จากนั้นจึงแค่นยิ้มอย่างประจบสอพลอ เขายกสองมือขึ้นมาประสานกันแล้วโค้งคำนับเล็กน้อย “บุคคลท่านนี้...”
ฉวนจื่อเมื่อเห็นว่าหมัดนั้นไม่ได้ชกใส่เขา จึงถอนหายใจเฮือกใหญ่ รีบกุลีกุจอลุกขึ้นและเขยิบเท้าไปด้านหน้าหนึ่งก้าวอย่างฉับไว เขากระซิบข้างหูเยี่ยนเต๋อหลิน“เ้าคณะ ถึงเ้าสิ่งนี้จะดูเหมือนคนนิสัยเยี่ยงสุนัข แต่มันคือซานเซียวที่คุณชายยาวเพิ่งซื้อกลับมา นี่คือ...สัตว์เลี้ยงตัวใหม่ขอรับ” ฉวนจื่อไม่ได้บอกว่ามันมีความน่ากลัว เพราะ้าให้เยี่ยนเต๋อหลินใ เมื่อเยี่ยนเต๋อหลินโกรธ แน่นอนว่าต้องซัดหมัดใส่เ้าบ้านี่! ฉวนจื่อผู้นี้ก็แค่นั่งยองอยู่ข้าง ๆ ดูฉากสนุก ๆ ไม่แน่เขาอาจจะร่วมวงเตะเ้าบ้านี่สักสองสามป้าบ!
เยี่ยนเต๋อหลินที่เพิ่งจะโน้มตัวลง กลับมายืดตัวขึ้นโดยพลัน เขากวาดตามองหูเหยียนพลางถามฉวนจื่อด้วยน้ำเสียงหยาบกระด้าง “ซานเซียว? ซื้อมางั้นรึ? มันคืออะไร? รูปร่างดูเหมือนมนุษย์แต่นิสัยเยี่ยงสุนัข!” เมื่อกวาดตามองอย่างละเอียด จึงพบว่ามือทั้งสองข้างของหูเหยียนถูกมัด อีกทั้งยังมีโซ่เหล็กรัดอยู่ที่คอ เยี่ยนเต๋อหลินโกรธถึงขีดสุด ยาวจิ่วใช้เงินของเขาสุ่มสี่สุ่มห้า! ใช่ มันคือเงินของเขา! ทุกอย่างในคณะละครตระกูลเยี่ยน ไม่ว่าจะมีชีวิตหรือไม่มีชีวิต ล้วนแต่เป็ของของเยี่ยนเต๋อหลินทั้งสิ้น!
เยี่ยนเต๋อหลินด่าทอ “เ้าบอกว่าไม่ได้เงิน แต่กลับซื้อเ้าบ้านี่กลับมา เ้าเห็นข้าเป็พวกหน้าโง่หูเบาเชื่อคนง่ายรึ?! วันนี้หากข้าไม่ได้...อ๊าก!” ระหว่างที่พูด เขายื่นมือออกไปแหวกม่านของหมวกมู่หลีที่อยู่บนศีรษะของหูเหยียนออก
เยี่ยนเต๋อหลินส่งเสียงร้องด้วยความใ ทันใดนั้นกางเกงของเขาพลันปรากฏร่องรอยของความเปียกชื้น
ฉวนจื่อเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ภายในใจแอบยกนิ้วโป้งขึ้นมาชื่นชมตนเอง และเอ่ยในใจว่าตนเองนี่แหละคนจริง เขากวาดตามองเ้าบ้านั่น บัดนี้จึงรู้สึกว่าไม่มีอะไรน่ากลัวเลยสักนิด
เยี่ยนเต๋อหลินรู้สึกเสียหน้ามาก เืพุ่งปรี๊ดขึ้นกลางหน้าผากก่อนจะล้มลงหมดสติ เฟิ่งฮัวภรรยาของเยี่ยนเต๋อหลินใไม่น้อยไปกว่าสามี นางกลอกตาขึ้น้าก่อนจะเป็ลมหมดสติ โดยล้มตัวไปทางอ้อมแขนของยาวจิ่วพอดี ทว่าเขากลับถอยไปหนึ่งก้าว ทำให้ร่างของเฟิ่งฮัวกระแทกพื้นเต็ม ๆ
ยาวจิ่วเมื่อเห็นสองสามีภรรยาใจนเป็ลม ภายในใจแอบยิ้มด้วยความพึงพอใจ มั่นใจว่าสิ่งที่ตนนำกลับมามิใช่ซานเซียว หากเป็บางสิ่งที่เคลื่อนไหวอย่างชาญฉลาด ถึงแม้เยี่ยนเต๋อหลินจะแค่ใจนหมดสติ แต่ก็นับว่าคุ้ม
ทันทีที่เยี่ยนเต๋อหลินเป็ลม จากเดิมที่มีแค่พวกเขาไม่กี่คนในลานกว้าง จู่ ๆ ปรากฏผู้คนวิ่งกรูเข้ามานับสิบคน บางคนรีบเข้ามาแบกร่างของเยี่ยนเต๋อหลินและเฟิ่งฮัวกันจ้าละหวั่น เพียงไม่นานภายในคณะละครตระกูลเยี่ยนก็กลายเป็สถานที่แออัด
ฉากนี้สร้างความบันเทิงให้กับหูเหยียน นางนั่งยอง ๆ อยู่ข้างรถม้าด้วยท่าทางเหมือนลิง อ้าปากกว้าง ปรบมือ และหัวเราะคิกคัก
ยาวจิ่วหัวเราะจนท้องแข็ง เขาเอามือกุมท้องเพราะหัวเราะจนเหนื่อย จากนั้นจึงเดินกลับเข้าห้องของตนเองเพื่อแช่ตัวในอ่างน้ำที่โรยด้วยกลีบดอกไม้สวย แต่ก่อนจะเข้าห้อง ยังไม่ลืมสั่งให้ฉวนจื่อลากหูเหยียนไปอาบน้ำด้วย
.
.
.