เพล้ง
“ก้งเยว่!” เจียลี่กรีดร้องพร้อมกับวิ่งเข้าไปหาเ้าของชื่อเมื่อเห็นของเหลวสีแดงสดไหลย้อยจากหน้าผากหลังจากสิ้นเสียงจอกแก้วแตก
“เ้าพูดเหลวไหลอะไร!” น้ำเสียงโกรธจัดของประมุขหูดังไปทั่วห้องโถงหลังจากปาจอกแก้วในมือใส่หัวลูกชายตัวดีเบื้องหน้า
“ข้ายังยืนยันคำเดิมท่านพ่อ” ก้งเยว่ค่อย ๆ ใช้มือผลักเจียลี่ออกไปเบา ๆ เพื่อที่จะนั่งคุกเข่าได้อย่างสะดวก
“ลุกขึ้นแล้วถอนคำพูดเสีย” เจียลี่แตกตื่นทั้งสีหน้าและน้ำเสียงคุกเข่าตามลูกชายหวังจะพยุงอีกฝ่ายขึ้น
“ข้าไม่ได้พูดเล่น ๆ ท่านแม่” สายตามั่นคงของก้งเยว่จ้องเข้าไปในดวงตาสั่นไหวเพราะโกรธของประมุขหูเบื้องหน้าอย่างไม่ยอมแพ้
ก้งเยว่ครุ่นคิดอยู่นานบวกกับสอบถามจากเหล่าสาวใช้ได้ความว่าเขากลับมาเป็ตัวเองในอายุยี่สิบอีกครั้ง มันคือ่เวลาที่เขาและหลิวเหว่ยยังไม่เคยพบกันอีกทั้งพวกเขาทั้งคู่ยังไม่ได้เป็ประมุขพรรค
พวกเขาทั้งคู่พบกันหลังจากนี้อีกสามปีเพราะเื่บาดหมางระหว่างพรรคแต่คำนวณเวลาแล้วหลิวเหว่ยอาจจะเป็ประมุขพรรคมารในอีกไม่กี่เดือนส่วนเขายังเป็เพียงประมุขน้อยที่กำลังอยู่ใน่แย่งชิงกันภายใน
ภาระที่เคยหนักอึ้งขณะที่รับตำแหน่งประมุขไม่มีอีกแล้วในตอนนี้สิ่งเดียวที่เขาห่วงใยมีเพียงบิดาและมารดาหากไม่นับความคาดหวังจากคนรอบข้างในการสืบทอดตำแหน่งของเขา ตัวเขาเองไม่มีความจำเป็ที่จะต้องแย่งชิงตำแหน่งประมุขพรรคเสียด้วยซ้ำ
ชีวิตคนเรามันสั้นกว่าที่คิดไว้มากนักหากไม่เริ่มต้นความสุขเสียั้แ่วันนี้ไม่รู้ว่าจะรอมันโดยไม่รู้ว่าจะมาถึงหรือไม่ ก้งเยว่กำมือแน่นตัดสินใจบางสิ่งเพื่อตัวเอง
“ข้าจะออกจากตำแหน่งประมุขน้อยและพรรคขอรับ” ก้งเยว่พูดย้ำคำเดิมให้ทั้งมารดาและบิดาในตำแหน่งประมุขพรรคฟังอีกครั้งหลังจากตัดสินใจมาดีแล้ว
เขาไม่ได้ใช้เวลาเพียงวันหรือสองวันหลังจากได้ชีวิตใหม่นี้ในการตัดสินใจเขาตัดสินใจมาั้แ่ชาติที่แล้ว ั้แ่เลือกที่จะจบชีวิตตามหลิวเหว่ยเพราะเหตุโศกนาฏกรรมนั้นเสียด้วยซ้ำ ในเมื่อโอกาสครั้งนี้์ให้เขาตัดสินใจใหม่เขาไม่ลังเลเลยที่จะเลือกมัน
“ก้งเยว่!” ประมุขหูตวาดลั่น
“เกิดอะไรขึ้น มีอะไรติดขัด บอกท่านประมุขไปเผื่อมันสามารถแก้ไขได้” เจียลี่ยังคงไม่ลดละความพยายามที่จะเกลี้ยกล่อมลูกชายที่มีพฤติกรรมประหลาดแบบนี้
“ที่ผ่านมาข้าทำไปเพื่อตอบแทนความกตัญญูของท่านทั้งสองแต่ตอนนี้ข้ารู้ใจตัวเองแล้ว ข้าไม่้าเป็ประมุขขอรับ” สายตาแข็งกร้าวของก้งเยว่ไม่หวั่นเกรงความขุ่นเคืองของชายตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย
“เ้า้าสิ่งใด” ประมุขหูถามเสียงดังน้ำเสียงแฝงไปด้วยความโกรธ
“ได้ใช้ชีวิตในแบบที่ข้า้า”
“การเป็ประมุขทำให้เ้าได้ทุกสิ่งที่เ้า้า”
“ไม่ใช่ทุกอย่างหรอก” การตอบกลับด้วยเสียงเรียบและใบหน้าของเขาทำให้ผู้ถามหงุดหงิดขี้นทวีคูณ
“อะไร! พูดมาว่าอะไร!” ประมุขหูที่สามารถควบคุมอารมณ์ได้ดีในการจัดการกับเหล่าสมาชิกพรรคกลับแสดงอาการโกรธเกรี้ยวกับสถานการณ์ที่คาดไม่ถึงเบื้องหน้า เขาเกือบจะปาจอกแก้วอีกใบใส่ด้วยซ้ำหากไม่เห็นเจียลี่ออกหน้ามาบังไว้แทน
ก้งเยว่ไม่มีคำตอบให้ผู้เป็พ่อเขาไม่สามารถบอกออกไปได้ว่าเขา้าแค่หลิวเหว่ย
“เ้าเป็อะไรไปก้งเยว่” คำถามของผู้เป็แม่เอ่ยออกไปอย่างมีความหวังว่าอีกฝ่ายจะอธิบายทั้งหมดให้เขาฟังรวมไปถึงหู เจี้ยนกั๋วผู้เป็พ่อ
เขาทั้งคู่เลี้ยงลูกชายคนนี้มาั้แ่เด็กทำไมจะไม่รู้ว่าเขาเป็คนเช่นไร นิสัยว่านอนสอนง่าย รักคุณธรรม กล้าหาญ อดทนและข้อดีอีกนับสิบอย่างที่ไม่ว่าจะมองยังไงก็คือคุณสมบัติชั้นเลิศของประมุขและลูกชายที่ดีแต่วันนี้กลับเกิดเื่ตาลปัตรอะไรขึ้นจึงกลายเป็เช่นนี้
“ข้าไม่สามารถแบกรับความคาดหวังของคนในพรรคและความ้าของผู้อื่นได้”
“วันนี้ตระกูลโจวกับตระกูลหวังเขามาคุยกับแม่แล้ว พวกเขาสนับสนุนลูกเป็ประมุข ทุกคนเชื่อในตัวลูกไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่จะต้องทำเช่นนี้” สารพัดเหตุผลที่เจียลี่อยากจะเปลี่ยนความคิดลูกชายบวกกับลดความไม่พอใจของสามี
“ประมุขน้อยก็ไม่ได้มีข้าเพียงคนเดียว ลูกของท่านพ่อกับอนุคนอื่นก็ล้วนแล้วแต่มีคุณสมบัติ” ก้งเยว่ยังคงแนวแน่ในสิ่งที่เลือก
“เ้า!” ใช่ว่าสิ่งที่ก้งเยว่พูดจะผิดแต่ภายในใจลึก ๆ ของประมุขหูแล้วก้งเยว่คือลูกชายของฮูหยินแถมยังเป็ลูกคนแรกไหนจะความสามารถที่เรียกได้ว่าเหมาะสมที่สุด
“ข้าบอกพวกท่านแล้วว่าที่ผ่านมาข้าทำตามความ้าของพวกท่านเพื่อตอบแทนบุญคุณ ข้าไม่ได้เป็คนดีอย่างที่พวกท่านคิดหรือ้าได้หรอก”
‘ไม่จริง’ ในใจของพวกเขาทั้งคู่รู้ดีว่าก้งเยว่ไม่ใช่คนแบบนั้น ทั้งสองเลี้ยงให้เขาเติบโตมายี่สิบปีมีหรือจะดูไม่ออกว่ามันคือการเสแสร้งหรือความจริง
“เ้าออกไปก่อน” หู เจี้ยนกั๋วเอ่ยปากไล่ หวังให้ตนสงบสติอารมณ์และไตร่ตรองความคิดลูกชายสักนิด เขาต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับก้งเยว่ถึงได้ทำเช่นนี้
“ไม่ขอรับท่านพ่อ จนกว่าจะแน่ใจได้ว่าข้าไม่ใช่สมาชิกพรรคชิวหลิงลู่อีกต่อไป” เข่าที่ตั้งชั้นอยู่กับพื้นก็ยังคงเป็เช่นนั้นตลอดบทโต้เถียงของพวกเขา
“ได้!”
“ท่านพี่” สิ้นเสียงคำตอบของประมุขหู เจียลี่รีบคลานไปกอดเข่าสามีเพื่ออ้อนวอนให้เปลี่ยนคำพูดนั้น
“แต่”
“?” มุมปากของก้งเยว่ไม่ทันได้ยิ้มเต็มที่กลับต้องคว่ำกลับลงเช่นเดิม
“ข้าให้เวลาเ้าคิดไตร่ตรองหนึ่งปี ข้าจะยังถือว่าเ้าเป็คนของตระกูลแต่หนึ่งปีให้หลังหากยังคิดไม่ได้ก็ออกไปจากพรรคชิวหลิงลู่และตระกูลหู”
“...” ทั้งก้งเยว่และเจียลี่นิ่งเงียบฟังคำพูดของชายน่าเกรงขามเบื้องหน้า
“ถ้าคำตอบของเ้าคือตระกูลและครอบครัว ข้าจะแต่งตั้งเ้าเป็ประมุขพรรคชิวหลิงลู่ทันที”
จบคำสั่งเด็ดขาดของประมุขหู ก้งเยว่ถอนหายใจโล่งรีบคว้าโอกาสที่ได้มานี้ให้เร็วที่สุดส่วนเจียลี่รีบพาลูกชายไปทำแผลที่หัวด้วยท่าทีร้อนรน
ตลอดการทำแผลให้ลูกชายเจียลี่ถอนหายใจนับครั้งไม่ถ้วนและยังคงคาดคั้นถามความจริงจากเขาแต่นอกจากจะไม่ได้คำตอบแล้วยังได้ความเป็ห่วงจากสายตาเว้าวอนคู่นั้นกลับมาแทนเสีย
เมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่มีอะไรน่าห่วงเธอรีบกลับไปหาสามีที่ห้องทันทีเพื่อพูดเื่นี้ให้ชัดเจนเพราะนางไม่สบายใจกับเื่ประหลาดที่เกิดขึ้นกับลูกชายตัวเอง
“ท่านพี่”
“ข้ารู้” ไม่รอให้เจียลี่พูดสิ่งที่เตรียมไว้ เขารีบอธิบายความคิดของตนให้ฮูหยินของตระกูลฟังว่าทำไมถึงทำเช่นนี้ ตัวเขาเองก็ไม่เชื่อว่าคนอย่างก้งเยว่จะทำไปโดยไม่มีเหตุผล
หนึ่งปีที่เขาให้โอกาสลูกชายไปเจอสิ่งที่เขาคิดว่ามันถูกต้องและใช่สำหรับเขา หู เจี้ยนกั๋วจะสืบหาความจริงไปด้วย หากความคิดเขาถูก ต้องมีใครทำหรือพูดอะไรใส่ก้งเยว่เป็แน่
“ระหว่างนี้ข้าจะเลื่อนเวลาคัดเลือกประมุขออกไปอีก เ้าไม่ต้องเป็ห่วง” คำพูดของประมุขหูทำให้เจียลี่สบายใจไปได้มาก
ความกังวลของเธอหายไปได้ไม่นานต้องใกับเื่ใหญ่อีกครั้งเมื่อสาวใช้ก้งเยว่รีบวิ่งมาแจ้งข่าวว่าคุณชายกำลังเตรียมข้าวของออกเดินทางไปที่ไหนสักแห่ง
สองสามีภรรยาหันมาสบตากันด้วยความไม่สบายใจ ไม่คิดว่าการให้เวลาก้งเยว่จะหมายถึงการให้เขาออกไปไหนตามอำเภอใจไหนจะเกิดขึ้นกะทันหันแบบไม่ทันได้ตั้งตัวเช่นนี้อีก
“พี่ใหญ่ เื่จริงหรือ” เจียวหั่วเปิดประตูเสียงดังตึงตังในห้องนอนของก้งเยว่และได้คำตอบของข่าวลือเมื่อภาพที่เห็นคือพี่ชายต่างแม่กำลังเก็บข้าวของคล้ายไปไหนสักแห่ง
“จะวิ่งจะอะไรระวังด้วยน้องสี่” ก้งเยว่หันไปดุเจียวหั่วอย่างที่เคยและคุ้นหูของทุกคนในบ้าน
“ท่านขอออกจากพรรคและตำแหน่งประมุขน้อยจริงหรือ” เจียวหั่วไม่สนใจคำเตือนแถมยังถลาเข้าไปประจันหน้ากับอีกฝ่าย
“จริง”
“ข้าไม่เข้าใจ แล้วนี่ท่านจะไปไหน” เจียวหั่วขมวดคิ้วเป็ปม ไม่ปล่อยให้พี่ใหญ่ได้เก็บของต่อรีบคว้าแขนไว้เพื่อคาดคั้นคำตอบ
“ข้าบอกเ้าไม่ได้”
“พี่ใหญ่ เกิดอะไรขึ้น แล้วตำแหน่งประมุขจะเป็เช่นไร ท่านทำ...”
“เจียวหั่ว ฟังข้า” น้ำเสียงเรียบนิ่งแฝงไปด้วยความดุดันของก้งเยว่ทำให้อีกฝ่ายหยุดตั้งคำถามมากมายและตั้งใจฟัง
“...”
“ข้าแค่ออกไปตามหาความสุขที่ข้า้ามากที่สุดส่วนเื่ตำแหน่ง ข้าไม่เคย้ามันเลยมันคงจะดีกว่าถ้ามอบให้กับน้องรอง น้องสามหรือเ้า”
“แม้ข้าจะไม่อยากยอมรับแต่ใคร ๆ ก็รู้ว่าท่านคู่ควร” เจียวหั่วแสดงอาการไม่สบายใจเพราะไม่ว่าจะมองอย่างไรก้งเยว่ก็มิได้พูดเล่นเลยสักนิด
“พวกเ้าดูถูกตัวเองเกินไป ใคร ๆ ก็รู้ว่าพวกเ้าฝึกหนักแค่ไหนเพื่อที่จะมาเป็คู่แข่งกับข้า พวกเ้าเหมาะสมกว่าคนที่ไม่เห็นค่าของมันอย่างข้ามากนัก” ก้งเยว่ยิ้มอ่อนก่อนจะก้มลงดึงมือทั้งสองข้างของเจียวหั่วออกจากแขนแล้วหันกลับมาจัดข้าวของต่ออย่างใจเย็น
“...” คำพูดของก้งเยว่ไม่ผิดเสียทั้งหมด พี่น้องคนอื่นรวมถึงตระกูลอื่นพยายามแย่งชิงตำแหน่งประมุขกันสุดความสามารถเขาที่ควรจะดีใจที่ตัดคู่แข่งที่แข็งแกร่งที่สุดไปได้กลับไม่รู้สึกดีใจเลยสักนิดและคิดว่าการถอยออกไปของพี่ใหญ่เป็เื่ไม่ถูกต้อง
พี่น้องทั้งสี่ไม่ได้เกิดจากแม่คนเดียวกัน ไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่ารักใคร่กลมเกลียวแต่สิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้เลยว่าเขาไม่เคยคิดจะลอบกัดก้งเยว่ที่ทำดีกับเขามาั้แ่เด็กแม้จะเป็ลูกของอนุก็ตาม
เขาอยากชนะพี่ใหญ่ด้วยความสามารถตัวเองซึ่ง ๆ หน้าและยอมรับผลแพ้ชนะอย่างตรงไปตรงมาแต่การที่อีกฝ่ายทำเช่นนี้เขายอมรับไม่ได้เด็ดขาด
“พี่ใหญ่ข้าไม่ให้ท่านไปจนกว่าจะอธิบายให้ข้าฟังว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่” เจียวหั่วเสียงแข็งยังคงดื้อรั้นไม่ยอมท่าเดียว
“พอเถอะ อาหั่ว” เสียงของประมุขหูทำให้ทั้งคู่ต้องหันไปมองผู้มาเยือนใหม่
“ท่านพ่อ” ทั้งเจียวหั่วและก้งเยว่หันไปทำความเคารพรวมถึงฮูหยินข้างกาย
บทสนทนาของสองพี่น้องดังมากพอที่จะทำให้พวกเขาทั้งสองคนได้ยินชัดเจนและมันยิ่งตอบย้ำในใจว่าก้งเยว่ไม่ใช่คนที่จะทิ้งหน้าที่ไปง่าย ๆ มันต้องเกิดเื่ขึ้นเป็แน่ ต้องรู้ความจริงและจัดการเพื่อให้ก้งเยว่กลับมารับตำแหน่งอย่างที่ควรจะเป็
“ให้พี่ใหญ่ของเ้าไปเถอะ อาหั่ว” สิ้นเสียงของเจี้ยนกั๋วทำให้เจียวหั่วที่กำลังจะต่อต้านหยุดชะงัก ยืนแข็งทือมองก้งเยว่เก็บของต่อ
ในห้องของคุณชายตระกูลหูเต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วนภายใต้ความเงียบของคนทั้งสี่
ไม่นานเกินรอเพราะถึงแม้จะเป็คุณชายแต่ก้งเยว่ก็ไม่ได้มีสมบัติอะไรที่จะต้องพกไปด้วยมีเพียงกระบี่ข้างกายกับหยกประจำตระกูลบวกกับเงินทองไม่กี่ชั่ง
“ข้าขอให้ท่านพ่อและท่านแม่อภัยทางเลือกของข้าด้วย” ก่อนที่ก้งเยว่จะเดินออกไปยังไม่วายคุกเข่าขอขมากับสิ่งที่ทำลงไป เจียลี่ก้มลงสวมกอดลูกชายแน่น ความแข็งแกร่งที่นางมีไม่สามารถยับยั้งน้ำตาที่เอ่อล้นออกมาได้
นางทั้งสับสนและไม่เข้าใจ ก้งเยว่ของนางไม่เคยต่อต้านเช่นนี้มาก่อนเพียงแค่สองสามวันที่ผ่านเปลี่ยนไปราวกับคนละคนจนเกิดเื่ที่ทำให้นางหัวใจเกือบสลาย
“แม่ไม่เคยโกรธหรือโทษเ้าเลยก้งเยว่ ขอแค่ให้จำไว้ตลอดว่าไม่มีใครรักเ้ามากไปกว่าแม่” นางอวยพรให้ลูกชายอีกสองสามคำก่อนจะลุกขึ้นส่งยิ้มให้อย่างจำใจ
“อย่าลืมกลับมาตอบคำถามของข้า กลับมาเยี่ยมตระกูลหูบ่อย ๆ” ประมุขหูไม่กอดและไม่อวยพรใด ๆ ให้ลูกชาย หันตัวเดินออกไปแทบจะทันทีเพราะสำหรับเขามันไม่ใช่การจากลาหรือแยกย้าย อย่างไรเสียเขาจะต้องหาทางทำให้ลูกชายของเขากลับมาให้ได้