Astral Beast Hunter (นักล่าอสูรดวงดาว)

    ตอนที่ 83 โชคชะตา

            ตอนที่83 โชคชะตา

             

            “เวลาผ่านมานานเท่าไหร่แล้วโมบิท”แอนดรูว์ถามขึ้น เมื่อเห็นว่าร่างกายเลน่าหยุดดูดซับสารอาหารและพลังงานช่วงเวลานี้ร่างกายเธอกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงจากภายใน

            มันเกิดจากยีนพยัคฆ์อสูรไตรเนตรได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับร่างกายเลน่าโดยสมบูรณ์มาระยะหนึ่งซึ่งกำลังจะพัฒนาไปสู่อีกขั้น

            “รายงานหนึ่งเดือน หกวัน สามชั่วโมง สิบหกนาที ยี่สิบวินาทีนับตั้งแต่เริ่มตัดแต่งพันธุกรรม” โมบิทรายงานแบบละเอียดให้แอนดรูว์ฟัง

            แอนดรูว์ที่ได้ยินก็รู้ว่าเขาจดจ่ออยู่กับเลน่าโดยไม่ได้พักผ่อนมาเกินหนึ่งเดือนเพราะเขากลัวว่าเธอจะเป็นอะไรไปถ้าปล่อยให้คลาดสายตา

            “หยุดให้สารอาหารและพลังงานเอาทุกอย่างออกไปจากตัวเธอ เปิดไว้แค่พื้นที่ไร้แรงโน้มถ่วง” แอนดรูว์สั่งโมบิท

            “รับทราบ!” โมบิทตอบรับ ก่อนแขนกลจะเริ่มทำหน้าที่ดึงสายระโยงรยางค์ออกจากร่างเลน่าอย่างเบามือ

            ไม่กี่นาทีบนตัวเลน่าก็ไม่เหลืออุปกรณ์ใดอยู่บนร่างกายเปลือยเปล่าของเธอ

            แอนดรูว์มองเลน่าที่นอนหายใจอย่างสงบเหมือนกำลังนอนหลับ

            ‘น่าแปลกที่พลังของยีนเข้ากับเธอได้ดี...ขนาดส่งผลให้เกิดการวิวัฒนาการหลังตัดแต่งพันธุกรรม’แอนดรูว์คิดเขามองเข้าไปในร่างกายเลน่าที่เปลี่ยนไปโดยสมบูรณ์อีกครั้ง

            โครงกระดูกของเลน่ากลายเป็นสีทองคำขาวทั้งหมดไขกระดูกยังแฝงพลังชีวิตเหลือล้นเส้นประสาทและเส้นเลือดสีเงินเชื่อมโยงไปยังทุกส่วนของร่างกาย…

            ...อวัยวะทุกส่วนเกิดการกลายพันธุ์ให้มีพลังแฝงเร้นอยู่ภายในพลังเหล่านั้นล้วนไหลเวียนอยู่ในร่างกายไม่ถูกปลดปล่อยออกมาตามปกติ...

            ...กล้ามเนื้อสีทองแดงอัดแน่นไปได้พละกำลังผิวหนังสีขาวผ่องใสยังให้ความรู้สึกน่าหลงใหลหากมองผิวเผินเธอคงเป็นแค่เลน่าที่กำลังนอนหลับ แต่ในความเป็นจริงเธอได้ยกระดับจนกลายเป็นอีกคนหนึ่ง...ในด้านความแข็งแกร่งของร่างกาย…

            …ในด้านความพิเศษ มีอวัยวะภายในถูกสร้างขึ้นใหม่ มันใช้เก็บพลังงานและส่งให้ไหลเวียนไปตามกระแสสีทองในร่างกายที่เชื่อมต่อกับทุกส่วน...

            ...ตรงกลางหน้าผากเธอมีดวงตาที่สามถูกสร้างเสร็จสมบูรณ์ดวงตานั้นอยู่ในแนวตั้ง ด้วยการมองเห็นของแอนดรูว์เขาเห็นว่าดวงตานั้นเหมือนดวงตาสีทองของสัตว์ร้าย

            ‘ขีดสุดของร่างกายเธอในปัจจุบัน เทียบได้กับระดับ บี พิเศษ นี่อาจเป็นเรื่องเหนือความคาดหมายแต่ร่างกายเธอที่กำลังจะเกิดการวิวัฒนาการนี่เป็นเรื่องยากจะพบเจอ’ แอนดรูว์คิดในใจ เขาไม่มองการเปลี่ยนแปลงภายในร่างกายเลน่าอีกต่อไปเขาแค่เดินเข้าไปใกล้และใช้ฝ่ามือขวาลูบใบหน้านุ่มนวลของเธออย่างเบามือ

            “ผมจะอยู่ข้างเธอเองจนกว่าทุกอย่างจะจบลง” แอนดรูว์พูดเสียงเบา ทันใดนั้นเองภายในห้องตัดแต่งพันธุกรรมได้ถูกพลังงานห่อหุ้มอย่างหนาแน่นโล่พลังงานนับสิบชั้นก่อตัวขึ้นโดยมีเลน่าเป็นจุดศูนย์กลาง

            “รายงานตรวจพบพลังงานผันผวน อาจเกิดการวิวัฒนาการขนาดใหญ่ โปรดถอยห่างเพื่อความปลอดภัย”เสียงแจ้งเตือนของโมบิทดังขึ้น

            ครั้งนี้แอนดรูว์ไม่โต้ตอบเขาปล่อยผ่านเหมือนหูทวนลม เพราะเขาไม่หวาดกลัวต่อพลังเหล่านั้นถึงไม่มีพลังจิตวิญญาณปกป้อง ร่างกายเขาไม่มีทางได้รับความเสียหายจากพลังงานรุนแรงที่กำลังผันผวน

            “ผมจะอยู่ใกล้ที่สุดและรบกวนให้น้อยที่สุด”แอนดรูว์พูดจบ เขาถอยหลังไปสามก้าวเฝ้ามองร่างเลน่าที่กำลังลอยขึ้นไปในอากาศสูงเกือบหนึ่งเมตร

            เมื่อร่างเลน่าหยุดนิ่งกลางอากาศพลังลึกลับจากที่ใดก็ไม่อาจทราบ ได้ไหลรวมเข้าสู่ดวงตาที่สามที่ปิดสนิท

            พลังงานลึกลับเหล่านั้นไม่ส่งผลต่อห้องวิจัยและโล่พลังงานความผันผวนรุนแรงยังไม่ทำอันตรายหรือสร้างความเสียหายต่อทุกสิ่งแม้ว่าพลังงานเหล่านั้นอาจมองไม่เห็น แต่สามารถตรวจจับและรับรู้ได้

            กลับกันในสายตาแอนดรูว์เขาเห็นทุกอย่างชัดเจน ถึงไม่เข้าใจว่าพลังงานเหล่านั้นคือพลังงานอะไรเขากลับเกิดความรู้สึกหลากหลายเกือบทุกความรู้สึก เมื่อมองไปยังพลังงานลึกลับนั้น

            ‘ความรู้สึกพวกนี้…’ แอนดรูว์รู้สึกตกใจเล็กน้อยขณะที่พลังงานเหล่านั้นรู้สึกคุ้นเคยจิตวิญญาณของเขาคล้ายกลับตกอยู่ในสภาวะบางอย่างที่ไม่เคยพบเคยเจอมาก่อน

            ขณะที่แอนดรูว์ตกสู่สภาวะลึกลับร่างกายเลน่าได้ส่องแสงสว่างเจิดจ้า มันเป็นแสงสีทองที่ไม่ใช่สีทองให้ความรู้สึกอบอุ่นและอันตราย ในเวลาเดียวกันมันยังเต็มไปด้วยความลึกลับยากเข้าใจ

            “อันตราย! อันตราย! ตรวจพบความผิดปกติของพลังงานไม่ทราบชนิด”เสียงโมบิทดังก้องไปทั่วห้องตัดแต่งพันธุกรรม โล่พลังงานทั้งหมดยังเปลี่ยนเป็นสีฟ้าเข้มเป็นผลมาจากโมบิทเพิ่มพลังเข้าไปเต็มพิกัด เพื่อช่วยเสริมความแข็งแกร่งถึงขีดสุด

            แขนกลทั้งหมดยังหยิบโล่พลังงานออกมาขวางกั้นระหว่างแอนดรูว์กับเลน่าเกิดเป็นชั้นป้องกันซ้อนทับหลายชั้น

            วูบ!

            คลื่นพลังลึกลับสายหนึ่งกวาดผ่านไปทั่วทุกทิศทางไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นนอกจากแสงสีทองทั้งหมดได้หดตัวลงจนเล็กกว่าร่างกายเลน่าสามเท่า

            พอแสงสีทองจางหายไปร่างของแมวป่าขนสีทอง ลวดลายบนตัวงดงามไม่เหมือนแมวป่าตัวไหนได้ปรากฏขึ้นแทนที่จะเป็นเลน่า

            ง๊าวววววววววววววว~

            แมวป่าอ้าปากหาวก่อนจะยืดตัวเล็กน้อยและกลับมานั่งลง

            ซู๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด~

            แมวป่าอ้าปากอีกครั้งครั้งนี้พลังงานลึกลับถูกดูดเข้าสู่ร่างกายโดยตรง

            หลายชั่วโมงต่อมาเส้นแสงสีทองได้รัดพันไปทั่วร่างของแมวป่าทีละเส้นทีละเส้น...จนรัดพันไปทั่วทั้งตัว ไม่นานก็กลายเป็นเหมือนก้อนไหมพรม

            พลังงานลึกลับถูกดูดซับอย่างต่อเนื่องอีกหลายชั่วโมงก่อนก้อนไหมพรมจะกลายเป็นไข่ทรงกลมสีทองใบหนึ่งหลังจากนั้นพลังงานลึกลับก็ไม่ถูกดูดซับอีกต่อไป

            ปึงปึง ปึง

            ไข่สีทองขยายตัวสามครั้งมีขนาดใหญ่กว่าเดิมถึงห้าเท่า ก่อนจะลอยขึ้นไปในอากาศและนิ่งอยู่อย่างนั้น

            ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นถูกโมบิทบันทึกไว้ทั้งหมดและไม่มีความเสียหายอะไรเกิดขึ้นแต่ว่าโล่พลังงานยังถูกสลายออกไป เพราะแอนดรูว์ยังยืนนิ่งเหมือนคนไม่ได้สติ

            “ยืนยันพบการเปลี่ยนแปลงการวิวัฒนาการกำลังเกิดขึ้น.....ยืนยันการตัดแต่งพันธุกรรม.....ตรวจสอบพบข้อมูลตรงกับข้อมูลลับหลายฉบับ.........

            ...ยืนยันการตัดแต่งพันธุกรรมที่ทำให้เกิดการวิวัฒนาการ...

            ...ยืนยันสถานการณ์พิเศษเพิ่มระดับความปลอดภัย เพิ่มระดับความปลอดภัย”เสียงโมบิทดังก้องห้องตัดแต่งพันธุกรรม ข้อความแจ้งเตือนอันตรายวิ่งไปทั่วพื้นที่

            หลังจากนั้นระบบรักษาความปลอดภัยในด้านป้องกันได้ถูกเสริมเข้ามาอย่างต่อเนื่องภายในห้องตัดแต่งพันธุกรรมจึงแทบไม่ต่างไปจากพื้นที่ปิดกั้นเพื่อป้องกันอันตราย

            .

            .

            .

            .

            ณห้องหินโบราณขนาดใหญ่

            จิตวิญญาณของแอนดรูว์นั่งสมาธิอยู่ใจกลางห้องหินโบราณรอบตัวเขาล้อมรอบไปด้วยแผ่นศิลาจารึกสูงตระหง่านสิบแผ่น ทุกแผ่นต่างเต็มไปด้วยอักขระโบราณลึกลับนับไม่ถ้วนแต่ละตัวปลดปล่อยคลื่นพลังมหาศาลกับความศักดิ์สิทธิ์ยากบรรยาย เหมือนจะแยกตัวออกจากแผ่นศิลาจารึกได้ตลอดเวลา

            ด้านบนเป็นเพดานที่มีแผนภูมิเกิดจากอักขระนับไม่ถ้วนพวกมันเคลื่อนไหวในบางครั้ง ทำให้รูปแบบแผนภูมิแตกต่างไปจากเดิมราวกับว่ามันเปลี่ยนแปลงไปตามอะไรสักอย่าง

            ห่างออกไปบนพื้นหินยังมีอักขระโบราณเรียบเรียงเป็นรูปแบบต่างๆ พวกมันขยับไปมาตลอดเวลาเหมือนมีชีวิตทุกครั้งที่รูปแบบเปลี่ยนไปยังสร้างภาพธรรมอัศจรรย์พันลึกขึ้นไม่ซ้ำกัน

            สุดเขตห้องหินโบราณเป็นกำแพงหินบนกำแพงเต็มไปด้วยรูปสลักของสิ่งมีชีวิตที่ถูกสร้างขึ้นมาจากอักขระโบราณอักขระโบราณเหล่านั้นขยับไปมา ทำให้รูปสลักบนกำแพงเหมือนมีชีวิตบางครั้งยังสร้างภาพธรรมของสิ่งมีชีวิตขึ้นมาทำให้ดูเหมือนกับว่าในห้องหินมีสิ่งมีชีวิตอัศจรรย์ดำรงอยู่

            ฮรึ่ม!

            คลื่นพลังสีขาวสายหนึ่งปะทุออกมาจากจิตวิญญาณของแอนดรูว์คลื่นพลังนั้นกวาดผ่านไปรอบทิศทางเป็นวงกว้าง ในชั่วพริบตาความอัศจรรย์ภายในห้องหินโบราณทั้งหมดต่างหายไปอักขระโบราณส่วนใหญ่กลับกลายเป็นตัวอักขระธรรมดาไม่ได้แสดงความน่าอัศจรรย์ออกมาอีก

            วู่ม!

            คลื่นพลังสีทองเต็มไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์อีกสายหนึ่งปะทุออกมาจากจิตวิญญาณของแอนดรูว์ครั้งนี้คลื่นพลังกวาดผ่านไปรอบทิศทางแบบเดียวกับคลื่นพลังสีขาวแต่เมื่อคลื่นพลังสายนี้กวาดผ่านไป อักขระโบราณได้เริ่มแสดงความอัศจรรย์อีกครั้งหนึ่ง

            หลังจากนั้นจิตวิญญาณของแอนดรูว์ก็นิ่งสงบไม่ได้ปลดปล่อยคลื่นพลังออกมาอีก

            กระทั่งเวลาผ่านไปนานแสนนานไม่รู้ว่านานเท่าไหร่พลังลึกลับสายหนึ่งได้ไหลเข้ามาภายในห้องหินโบราณช่วงเวลาที่พลังสายนั้นกำลังควบรวมกันเป็นเส้นด้ายบางเบาสายหนึ่งตรงเข้าหาแอนดรูว์...

            ...แผ่นศิลาจารึกสูงตระหง่านสิบแผ่นที่ล้อมอยู่รอบจิตวิญญาณของแอนดรูว์ ได้สั่นสะเทือน ปลดปล่อยอักขระโบราณกล้าแกร่งออกมาแผ่นละตัวพุ่งเข้าใส่เส้นด้ายสีแดง…

            …ขณะที่อักขระโบราณกำลังพุ่งเข้าใส่เส้นด้ายสีแดง อักขระโบราณทุกตัวไปเปลี่ยนรูปร่างไปเป็นกระบี่บินสีทองแผ่กลิ่นอายคมกล้าพร้อมตัดผ่าทุกสรรพสิ่งให้แยกออก

            ตรึ่ง!

            คลื่นพลังสีทองสิบสายพุ่งออกจากจิตวิญญาณแอนดรูว์ตรงเข้าใส่กระบี่บินสีทองทั้งสิบเล่ม โชคดีกระบี่บินสีทองทั้งหมดถูกหยุดเอาไว้ก่อนจะถึงเส้นด้ายสีแดงเพียงนิดเดียว

            “นี่ก็คือโชคชะตา”เสียงแอนดรูว์ดังก้องไปทั่วห้องหินโบราณ ในเวลาเดียวกันกระบี่บินสีทองทั้งสิบเล่มได้เปลี่ยนรูปร่างกลับไปเป็นอักขระโบราณอีกครั้งก่อนบินกลับเข้าสู่แผ่นศิลาจารึกสูงตระหง่านแต่ละแผ่น

            วู่มมมมมมมมมม~

            คลื่นพลังสีทองกระจายออกมาจากจิตวิญญาณของแอนดรูว์หลายระลอกร่างจิตวิญญาณของเขาได้ลืมตาขึ้นมา ขณะเดียวกันเส้นด้ายสีแดงมาหยุดอยู่เบื้องหน้าเขา

            สายตาแอนดรูว์จับจ้องไปยังเส้นด้ายสีแดงเขามองย้อนไปตามเส้นด้าย เห็นว่าเส้นด้ายนั้นทะลุเข้ามาภายในห้องหินราวกับว่ามีใครบางคนยื่นส่งมาให้

            “ถึงเวลาที่ผนึกต้องคลายออก”แอนดรูว์พึมพำ เขาเอื้อมมือขวาไปจับเส้นด้ายสีแดง

            เมื่อแอนดรูว์จับเส้นด้ายสีแดงเขาสัมผัสได้ถึงพลังลึกลับที่ไม่เข้าใจ แต่รู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด

            อึดใจต่อมาพลังลึกลับจากเส้นด้ายสีแดงได้เลื้อยไปทั่วจิตวิญญาณของเขาราวกับว่ามันจะพันธนาการ

            แอนดรูว์ปล่อยให้พลังลึกลับเคลื่อนผ่านโดยไม่ต่อต้านในที่สุดพลังงานลึกลับก็สลายไป เส้นด้ายสีแดงในมือยังปลดปล่อยพลังรุนแรงสายหนึ่งสั่นสะเทือนห้องหินโบราณ

            ต่อมาเสียง‘เพล้ง’ คล้ายบางสิ่งบางอย่างแตกออกดังก้องฉับพลันเส้นด้านสีแดงจึงหายไปเหมือนไม่เคยมีตัวตนมาก่อน

            ทันใดนั้นเองจิตวิญญาณของแอนดรูว์ได้ลอยขึ้น คลื่นพลังสีทองหลายสายปะทุออกจากร่างไม่หยุดหย่อนอักขระโบราณทั้งหมดในห้องหินโบราณเริ่มลอยเข้าหาจิตวิญญาณของเขา

            ครู่เดียวอักขระโบราณเกือบทั้งหมดในห้องหินได้มาหมุนวนอยู่รอบจิตวิญญาณแอนดรูว์เขามองอักขระโบราณก่อนจะควบรวมมันให้กลายเป็นดาบเล่มหนึ่งในมือขวา