จากหลังม่านน้ำตกตันตันกำลังจ้องมองเงาสะท้อนบนผืนน้ำ ภาพใบหน้าเรียวเล็กของหญิงสาวหน้าตาพิสุทธิ์คนหนึ่งจ้องมองตอบกลับราวกับจะตอกย้ำคำถามในใจ ว่าเธอเกิดใหม่ในร่างของหญิงสาวนามมู่ตานจริงๆ น่ะหรือ ปลายนิ้วค่อยๆ ลากไล้จากหางคิ้วโก่งลงมาจรดปลายคาง เงาสะท้อนของหญิงสาวตรงหน้าแม้ไม่อาจจัดว่างามล่มเมืองแต่ช่างเย้ายวนจนมิอาจละสายตา ในระหว่างที่ติดอยู่ในภวังค์ของการครุ่นคิดเธอกลับได้ยินเสียงของหญิงสาวดังขึ้นในหัว
“พี่สาว… ตอนนี้ท่านก็คือข้าและข้าก็คือท่าน ท่านได้ความทรงจำทั้งหมดของข้าที่นี่ ส่วนข้าก็รับรู้เื่ราวของท่านเช่นกัน ตอนนี้ร่างกายที่ท่านเห็นไม่ใช่ของข้าอีกต่อไปแล้ว นั่นเพราะข้าอ่อนแอนักมิอาจทนอยู่กับความคับแค้นในใจได้อีก แต่หากเป็ท่าน ข้าเชื่อว่าจะสามารถอยู่เหนือผู้คนทั้งหลายในภพนี้ได้ ข้ารู้ว่าข้าผิดต่อท่านมากนัก แต่ข้าอยากขอร้องวิงวอนต่อท่าน โปรดจงช่วยสะสางความแค้นของตระกูลแทนข้า แม้ชาตินี้มิอาจตอบแทนท่านด้วยตนเอง แต่ปิ่นดอกมู่ตานจะเป็ดังเครื่องรางนำโชคให้ท่านแคล้วคลาดในยามขับขัน”
“อะ อาว ความแค้นของใครคนนั้นก็สะสางเองสิ อย่าเพิ่งไปฉันไม่อยากอยู่ที่นี่ ฉันอยากกลับไปเป็ตันตันไม่ใช่มู่ตาน”
"มู่… มู่… มู่ตาน หรือเ้าคะเฟิงเออร์ต้องขออภัยที่ฟังพี่สาวไม่ค่อยถนัดนัก หากพี่สาว้าดอกมู่ตาน เมืองลั่วหยางขึ้นชื่อที่สุดแล้วเ้าค่ะ" ทันทีที่พูดจบประโยคเด็กน้อยก็ลุกขึ้นโค้งเต็มพิธีการ
"เฟิงเออร์ขอบคุณพี่สาวผู้มีพระคุณ หากพี่สาวไม่ช่วยเฟิงเออร์ไว้ เกรงว่าป่านนี้เฟิงเออร์คงนอนตายเพราะแพ้พิษตัวต่ออยู่ท้ายหมู่บ้านนั้นแล้วเป็แน่"
“ช่วยพาวิ่งหนีลงน้ำ จนตอนนี้ตัวสั่นเป็เ้าเข้ายังเรียกว่าเป็ผู้มีคุณอยู่หรอเนี้ย ได้! ผู้มีคุณก็ผู้มีคุณ ชื่อเฟิงเออร์ใช่ไหม ตอนนี้ผู้มีคุณของเ้าหิว หิวมาก หิวสุดๆ ไปเลยเรารีบออกจากที่นี่ไปหาอะไรกินกันเถอะ ป่านนี้ตัวต่อขี้โมโหฝูงนั้นคงไปกันหมดแล้วมั้ง”
“ดีนักเ้าค่ะ หากพี่สาวไม่รังเกียจว่าบ้านข้ายากจน ข้าจักให้พี่ชายนำหมั่นโถมาให้กินเป็การตอบแทนนะเ้าคะ”
“ดีมาก!” นางกำลังคิดว่ามื้อนี้จะพากระเพาะน้อยๆ ผ่านพ้นไปได้อย่างไร ต้องนั่งตกปลา ก่อไฟเองหรือไม่ เพราะเมื่อครู่สำรวจตัวเองแล้วนอกจากปิ่นดอกมู่ตานทั้งเนื้อทั้งตัวก็ไม่มีเงินสักกะแดง!
.
.
.
ณ หมู่บ้านไท่หยาง
.
“ท่านพี่ ข้ากลับมาแล้วเ้าค่ะ” ทันทีที่ก้าวผ่านประตูเข้ามาตันตันก็ต้องพบกับความจริงที่ว่า ข้าจน จนมาก แต่ทำไมถึงได้เจอกับคนที่จนเท่าเทียมเช่นนี้ การได้บังเอิญเจอกับลูกสาวแม่ทัพหรือท่านอ๋องแบบในนิยายบ้างมันคืออะไร ในโลกแห่งความจริงมันคงไม่ง่ายดายปานนั้นสินะ อาหารสี่น้ำแกงสองไว้รับแขกตันตันเอ๋ยโปรดอย่าได้ฝันถึง หมั่นโถร้อนๆ งั้นหรอ ฮึ...ตันตันไม่อยากจะคิด ตอนนี้หากในบ้านหลังคามุงฟางโทรมๆ หลังนี้พอจะมีโจ๊กเปล่าเย็นๆ สักชามตันตันก็ดีใจน้ำตาไหลแล้ว!
.
.
“เฟิงเออร์ เฟิงเออร์ของพี่กลับมาแล้ว หากเ้ากลับมาช้ากว่านี้อีกนิดพี่คงต้องทิ้งงานออกไปตามเ้าอีกเป็แน่” พูดยังไม่ทันจบประโยคดีชายหนุ่มก็หันไปมองหญิงสาวที่ยืนอยู่เคียงข้างกับน้องสาวตัวเล็กของตน
“ท่านพี่นางเป็ผู้มีพระคุณของข้า วันนี้หากไม่ได้นางช่วยเหลือข้าคงไม่ได้กลับมาพบหน้าท่านอีกแล้วรู้หรือไม่” หยดน้ำอุ่นๆ ตกลงบนแก้มแดงๆ ของเด็กสาวที่ตอนนี้กระโจนเข้าไปกอดขาพี่ชายเอาไว้แน่น
“เ้าพวกเด็กเกเรในหมู่บ้านมันแกล้งข้าจนไปชนกับต้นไม้ที่มีรังต่อเ้าค่ะ ท่านพี่ข้ากลัวยิ่งนักแต่พี่สาวท่านนี้ยอมอุ้มข้าไปหลบหลังน้ำตกจึงรอดมาได้เ้าค่ะ” เด็กน้อยเล่าเื่ราวทั้งหมดโดยที่ตันตันได้แต่ยืนเขินเขินเพราะเจตนาแรกเริ่มของนางไม่ใช่เช่นนั้น!
“ข้าเฟิงเฉินขอบคุณท่านนักที่เมตตาช่วยเหลือน้องสาวข้า” เขาโค้งตัวลงเพื่อคารวะอย่างนอบน้อมจนทำให้ตันตันรู้สึกกระอักกระอ่วนใจ
“อย่าได้มากพิธีเลย ข้าก็ทำไปด้วยสัญชาตญาณเท่านั้น” เอาวะสวมบทมู่ตานสักหน่อยภาษาของผู้คนในชาตินี้ก็ฟังแล้วไม่ต่างกับที่เคยอ่านในนิยายจีนมามากนัก ตอนนี้จะให้ใช้ภาษาของภพเดิมคนอื่นคงคิดว่านางเป็ตัวประหลาดแน่
“ตอนนี้ข้าว่าท่านควรจะบอกน้องสาวผลัดเปลี่ยนเสื้อให้อุ่นขึ้นเสียก่อนเถิด อากาศเริ่มเย็นเกรงว่าหากใส่เสื้อผ้าที่ชื้นอยู่นานๆ เช่นนี้จะไม่สบายเอาได้”
“พี่สาวพูดถูกแล้วตอนนี้เฟิงเออร์หนาวจริงๆ เ้าค่ะ เดี๋ยวเฟิงเออร์ขอตัวไปผลัดผ้าก่อนนะเ้าคะ ส่วนพี่สาวววว ท่านพี่เราเอาเสื้อท่านแม่ให้พี่สาวผลัดเปลี่ยนก่อนได้หรือไม่”
“แน่นอนว่าย่อมได้” เฟิงเฉินลูบหัวน้องสาวก่อนจะผ่ายมือเชื้อเชิญให้หญิงสาวตรงหน้าเข้าไปในบ้าน