ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่829 คฤหาสน์สวรรค์ลอยฟ้า

        กองทัพร่วม3000ชีวิต ที่ห้อตะบึงไปพร้อมกับอี้เฉิน แม้จะไม่ใช่กองกำลังที่ใหญ่มากนัก แต่จอมยุทธ์ร่วมร้อยชีวิต ต่างก็อยู่ในขั้นราชาอมตะ มีกำลังเทียบเท่า กองทัพขนาดใหญ่หนึ่งล้านชีวิต แพร่กลิ่นอายปราณพลัง ออกมาท่วมท้นท้องฟ้า พุ่งทะยานผ่านเขตแดนน้อยใหญ่ ใจกลางดินแดนจักรพรรดิไปอย่างรวดเร็ว 
 


       ต่างก็ทำให้หมู่ชนหัวใจสั่นสะท้าน ต้องเงยหน้ามองขึ้นมาบนท้องฟ้าสูง ที่เขย่าโยกคลอนผืนฟ้าจนสั่นไหว อากาศแตกระเบิดกระจัดกระจาย จากริ้วคลื่นที่บ้าคลั่ง ซัดสาดออกมาทั่ว ตามการเคลื่อนทัพของพวกอี้เฉิน

 


        ไม่มีหัวเมืองใหญ่ ภายในดินแดนจักรพรรดิใด อาจหาญกล้าพุ่งปราด บินทะยานเข้ามาขัดขวางพวกเขาไว้ ครั้นรับรู้ว่าจักรพรรดิผู้หนึ่ง พึ่งจะตายตกไปไม่นานมานี้ ส่งให้เมืองหลวงใหญ่ ที่กลุ่มกองกำลังอี้เฉินผ่าน เกิดความชุลมุนวุ่นวาย แม้แต่เสียงเด็กเล็กร้องไห้กระจองอแง ยังเสียงดังออกมาระเบ็ง เซ็งแซ่

 


        ระหว่างทางองค์หญิงอิงฮว่า ไต่ถามอี้เฉินออกมาทันที “เจ้ามีความมั่นใจกี่ส่วนอี้เฉิน ที่จะชนะจักรพรรดิเทพมาร ฟู่เฉิง”

อี้เฉินที่เหยียบอากาศออกไปเป็นทางยาว เขามีสีหน้าครุ่นคิดขึ้นมาไม่ตก ก่อนจะกล่าวพูดพลางอธิบายออกมา “น่าจะครึ่งๆ กระมัง หากข้าถูกการโจมตีของ จักรพรรดิเทพมาร ฟู่เฉิง เข้าจังๆ ก็อาจเป็นข้าที่พลาดท่าตายตกก็เป็นได้”

 


“พวกเจ้าเองก็ระวังตัวให้ดี บางทีอาจต้องให้พวกเจ้าลงมือ เกรงว่า จักรพรรดิเทพมาร ฟู่เฉิง เขาหน้าจะเตรียมการต้อนรับ พวกเราไว้เป็นอย่างดีแน่”

 


“อืมๆ ข้าเข้าใจแล้วอี้เฉิน” องค์หญิงอิงฮว่า นางพยักหน้ากล่าวตอบ อี้เฉินขึ้นมาด้วยสีหน้าเป็นกังวล

 


        จักรพรรดิเต่าชราเองก็พยักหน้าเห็นด้วยเช่นกัน  เมื่อเห็นความสงบเยือกเย็น ของจักรพรรดิเทพมาร ฟู่เฉิง ผู้นี้เขาจะต้องมีความมั่นใจ ในพลังของตนเองพอสมควร พวกเขาจะประมาทไม่ได้

 


       เพียงไม่กี่เสี้ยวอึดใจ น่านฟ้าที่ไร้สิ่งกีดขวาง หน้าทางเข้าคฤหาสน์สวรรค์ลอยฟ้า ของจักรพรรดิเทพมารฟู่เฉิง มองเห็นร่างมืดฟ้ามัวดิน ของเหล่าจอมยุทธ์ ตั้งท่าพร้อมจะต่อสู้ มีร่างจักรพรรดิผู้หนึ่ง สืบฝีเท้ามาขวางหน้าพวกเขาไว้

 


         เสียงฝีเท้า ฟึบ!! ที่เหยียบอากาศออกไปเป็นทางยาว พวกเขาหยุดฝีเท้ากะทันหัน ครั้นเห็นอี้เฉินผายมือขึ้นมา พร้อมอี้เฉินที่จ้องมองไปทิศทาง จักรพรรดิสิงโตทองซือจือ ไม่ผิดไปจากที่เขาคาดเดานัก เมื่อไม่เห็นจักรพรรดิ ผู้หนึ่งปรากฏกาย แม้แต่จักรพรรดิมนุษย์เกอซูหยาง จักรพรรดิมังกรฟ้า จ้าวหานเฟิง พวกเขายังไม่อยากเชื่อสายตาว่า จักรพรรดิสิงโตทองซือจือ จะเข้าร่วมกับ จักรพรรดิเทพมารฟู่เฉิงเช่นนี้

 


        ร่างกายที่กำยำใหญ่โตชายวัยกลางคน เต็มไปด้วยมัดกล้าม ช่วงบนเปลือยเปล่า ราวกับหินผ่าที่ตั้งตระหง่านค้ำฟ้า

เผยให้เห็นรอยบาดแผลน้อยใหญ่ทั่วร่าง พร้อมขนหนาบางส่วน มีลักษณะคล้ายขนของสัตว์ร้าย ชุดหนังสัตว์ที่ทำขึ้นมา หยาบๆ ไม่ละเอียด ขลับให้จักรพรรดิสิงโตทองซือจือ ดูดุดันแข็งกร้าว

 


        เมื่อชายวัยกลางคนปลดปล่อย อายปราณพลัง สัตว์ป่าซัดสาดออกมาทั่วอาณา ราวกับเสือมังกรที่เก็บซ่อนเล็บ เผยคมเขี้ยวพุ่งทะยาน ออร่าปราณพลังออกมาโดดเด่น พร้อมกระดูกในฝ่ามือขนาดใหญ่ กระแทกพื้นอากาศจนเกิดเสียง ปัง!! ดังออกมาสนั่นก้อง

 


ก่อนจักรพรรดิสิงโตทอง ซือจือ จะแค่นเสียงแข็งขึ้นมา พร้อมสายตาคมกล้า จ้องมองมาที่อี้เฉินด้วยสายตาดุร้าย “เป็นเจ้าเองหรือเจ้าหนุ่ม”

 


       จักรพรรดิสิงโตทองซือจือ เขาจดจำอี้เฉินได้ดี ตอนที่จักรพรรดิหนุ่ม ขึ้นมาสร้างชื่อบนดินแดนจักรพรรดิในยามอดีต ไม่คิด400ปี อี้เฉินจะขึ้นมายืนเทียบชั้น กับเหล่าผู้ยิ่งใหญ่ ผู้เชี่ยวชาญบนจุดสูงสุด ของโลกหล้าได้

 


       ก่อนจักรพรรดิสิงโตทอง ซือจือจะเอ่ยพูดออกมาอีกครั้ง ทว่าริมฝีปากเขา เผยคมเขี้ยว สีขาวออกมาน้อยๆ อยากจะต่อสู้กับอี้เฉินอยู่ไม่น้อยเช่นกัน “จักรพรรดิเทพมารฟู่เฉิง กำลังรอเจ้าอยู่ภายในพระราชวังโบราณ เจ้าเข้าไปเสีย เจ้าหนุ่ม”

 


          อี้เฉินที่ได้ยินคำของจักรพรรดิสิงโตทอง ซือจือ เขาหดหรี่ดวงตาจนเล็กแคบ ก่อนจะพุ่งปราดขึ้นไป ยังคฤหาสน์สวรรค์ลอยฟ้า ที่ตั้งคนเผ่าเทพมารอย่างไม่ลังเล สายตาไม่มีท่าทีสะทกสะท้านหวาดกลัว

 


         เมื่อเสียงแค่น ฆ่า!!จักรพรรดิสิงโตทอง ซือจือคำรามออกมาก้องฟ้า เข้าต่อสู้พัวพันกับจักรพรรดิเต่าชรา พร้อมองค์หญิงอิงฮวา อย่างไม่มีหวาดเกรง เมื่อเห็นพวกเขาคิดจะตามติดอี้เฉิน เข้าไปภายในคฤหาสน์สวรรค์ลอยฟ้า

 


         ส่งให้เสียงต่อสู้ผู้ยิ่งใหญ่ ดังออกมาสนั่นก้องฟ้าไม่ขาดสาย จากร่างที่หาย ฟึบ!!ออกไปเป็นทางยาว ส่งศาสตราวุธ ระดับสุดยอดของมหาพิภพ เข้าใส่กัน ราวกับอสูรร้าย ที่หลุดออกจากกรงขัง

 


เสียง เคร้ง!! ที่ดังออกมาสนั่นก้องฟ้า ส่งแสงเปลวเพลิง พร่างพราวฉาบไปทั่วผืนฟ้า พร้อมสะเก็ดไฟแตกซ่าน กระจัดกระจายออกไปทั่ว

 


          ร่างจอมยุทธ์บางคน ถึงกับร่างแตกระเบิดออก กลายเป็นหมอกเลือดอาบย้อมผืนพสุธา จอมยุทธ์หลายคน จึงเลี่ยงที่จะต่อสู้ ออกห่างจากพื้นที่ต่อสู้ของผู้ยิ่งใหญ่ มาพร้อมเสียงแค่น ฆ่า!! ที่คำรามดังออกมาก้องฟ้า ...สองกำลังพลต่างก็พุ่งปราด เข้าประหัตประหารกัน ราวกับเป็นเครื่องจักรเข่นฆ่า สังหารออกไปเบื้องหน้า

 


         แม้แต่ร่างสายเลือดสัตว์อสูรบรรพกาล ยังสำแดงสายเลือดที่แท้จริงกันออกมา อย่างไม่มีเก็บออม ส่งให้อายสังหารแพร่กระจาย ออกมาท่วมท้นท้องฟ้า

 


          ด้านจักรพรรดิเทพมาร ฟู่เฉิง ที่อยู่บนบัลลังก์รับรู้ถึงการต่อสู้ใหญ่ เขายังคลี่ยิ้มออกมากว้าง ให้หญิงสาวภายในกรงขังสีทอง พร้อมกับกล่าวพูดพึมพำออกมา “เจ้าไม่ดีใจเช่นนั้นหรือน้องหญิง ที่จะได้พบเจอคนที่คุ้นเคย ของเจ้าอีกครั้ง ...แต่เจ้าสบายใจได้ ลูกของเรา เขาจะปลอดภัย ไปช่วงเวลาหนึ่ง..ฮ่าๆ”

 


         “เจ้า! เจ้า! กล้าขู่ข้าเช่นนั้นหรือ?” อี้ฟางหรง นางเม้มริมฝีปาก จนมีโลหิตไหลซึมออกมา แม้แต่ฝ่ามือนางยังกำหมัดไว้จนแน่น ใจจริงนางไม่อยากให้อี้เฉินมาที่นี่บัดนี้ เมื่อเห็นรอยยิ้มชั่วร้าย ของจักรพรรดิเทพมาร ฟู่เฉิง
 


         ด้านอี้เฉินที่สืบฝีเท้าขึ้นไปด้านบนคฤหาสน์ สวรรค์ลอยฟ้า ที่ตั้งเผ่าเทพมาร ราวกับเป็นที่ประทับของเซียนโบราณ ต้นไม้ใหญ่ที่แข็งเป็นหิน อายุหลายหมื่นปี ประหนึ่งกำเนิดมาจากยุคสมัยเบิกฟ้า ส่งกลิ่นอายปราณพลัง ต้นกำเนิดออกมาหนาแน่น

 


        “เกรงว่าสถานที่แห่งนี้จะต้องมี สิ่งสืบทอด มรดก ลับ หลับใหลอยู่แน่” อี้เฉินที่กล่าวพูดพึมพำออกมาน้อยๆ พร้อมสายตาที่กวาดสำรวจ ก่อนจะค่อยๆ หดหรี่ดวงตาจนเล็กแคบแหลมคม

 


          เมื่ออี้เฉิน เห็นจอมยุทธ์ไม่น้อย สืบฝีเท้าออกมาจาก คฤหาสน์หลังน้อยใหญ่จากหลายทิศทาง เผยเจตนาฆ่าสังหาร ตัวเขาออกมาอย่างไม่ปิดบัง ก่อนคนเผ่าเทพมาร เหล่านั้น พวกเขาจะเรียกศาสตราวุธออกมาถือ ระเบิดปะทุปราณพลัง ออกมาท่วมท้นท้องฟ้า พร้อมปีกที่หลังทั้ง6คู่ แผ่สยายออกกว้าง พุ่งปราดเข้าฆ่าสังหารอี้เฉิน อย่างไม่มีหวาดเกรง แม้พวกเขาจะอยู่ในขั้นราชันสวรรค์ก็ตาม เมื่อเสียงแค่น “ฆ่า!!” คำรามออกมาก้องฟ้า

 


        เสียงอากาศลมแตกระเบิด ก็ดังออกมาเป็นทางยาว ราวกับสายศรแสง พุ่งปราดถูกยิงออกมา ศาสตราวุธที่บีบรัดเข้าหากันจนแน่น เข้าประหัตประหาร อี้เฉินในเสี้ยวฉับพลัน ..ผู้คนเผ่าเทพมารไม่น้อย ต่างก็มุงดูเหตุการณ์เช่นกัน พวกเขาต่างก็ไม่เชื่อว่าอี้เฉินจะสามารถ มายืนเทียบชั้นจักรพรรดิเทพมารฟู่เฉิงของพวกเขาได้

 


          ด้านอี้เฉิน ที่หยุดชะงักฝีเท้ากะทันหัน ก่อนเขาจะแค่นเสียง ชิ! ดังเล็ดลอดไรฟันออกมา เมื่อเห็นสายแสงพุ่งปราด มาด้วยความรวดเร็ว แหวกอากาศมิติจนแตกร้าว ออกมาหลายทิศทาง

 


         ฝ่ามืออี้เฉิน ชูขึ้นมา เหนือหัวไหล่ ปลดปล่อยปราณพลัง บีบอัดปลายนิ้วมือออกมา จนมันส่งริ้วคลื่น อายความเฉียบคม อันตรายซัดสาด แพร่กระจายออกมาทั่วในเสี้ยวขณะ
 


         ขณะเดียวกันร่างพวกเขาเหล่าราชาอมตะ ที่คิดจะตัดสะบั้นคออี้เฉิน จู่ๆ ก็ราวกับเวลาหยุดนิ่งไปชั่วครู่ ประหนึ่งกับติดสตั๊นโดนค้อนยักษ์ทุบหัว เมื่อจู่ๆ เห็นร่างอี้เฉิน พุ่งปราดสืบฝีเท้า ไปด้วยความเร็วที่โอหัง

 


        พร้อมพวกเขาที่คิดจะหันปรายตาไปมองแผ่นหลัง อี้เฉินที่จากไป พร้อมความเจ็บปวดที่แล่นพล่าน “เจ้า! เจ้า! ไอ้เด็กเวร” ร่างพวกเขาต่างก็ถูกสองนิ้วมืออี้เฉิน ตัดสะบั้นจนร่างขาดเป็นสองท่อน ฟึบ!! ฟึบ!! ฟึบ!! ในเสี้ยวพริบตา ที่อี้เฉินสืบฝีเท้าจากไป เศษขนปีกเผ่าเทพมาร ปลิวออกมาว่อนทันที แม้แต่ร่างยัง ร่วงหล่นสู่พื้นเบื้องล่าง ดับสลายทั้งกายและจิต โลหิตอาบกระฉูด ออกไปหลายพันจั้ง ไม่มีเสียงร้องโหยหวนคร่ำครวญ ของพวกเขาเพียงนิด
 


        ผู้คนเผ่าเทพมารที่มองชม ต่างก็กลืนน้ำลายลงคอ ออกมาเสียงดัง อึก!! เข้าไปคำใหญ่ พร้อมดวงตาที่เบิกออกกว้าง จวนรูม่านตาหดขยายออกสุด ไม่มีใครกล้าขัดขวาง การสืบฝีเท้าของอี้เฉินขึ้นไปยัง พระราชวังโบราณอีกต่อไป เมื่อพวกเขาเห็นว่า พลังของอี้เฉินเป็นของจริง



คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน