ตอนที่ 20 น้องสาวผู้น่าสงสาร (1)
ขณะที่แม่เฒ่าซย่ากำลังก่นด่าสาปแช่ง เวลานี้เอง ลูกของบ้านเฉิงซื่อก็วิ่งเข้ามาแล้วพูดกับนางว่า “ท่านป้าสาม พี่เสี่ยวฉานของท่านกลับมาแล้ว”
เดิมทีแม่เฒ่าซย่าฝางซื่อก็กำลังโกรธอยู่ ตอนนี้เมื่อได้ยินว่าซย่าเสี่ยวฉานกลับมาแล้ว นางก็เริ่มเปิดปากด่าทอทันที
“ว่าอย่างไรนะ ผีทวงหนี้ตัวนั้นกลับมาแล้วหรือ ไสหัวไป บอกให้นางรีบไสหัวไปเดี๋ยวนี้! ฮึ่ม ในเมื่อออกไปแล้ว ก็อย่าหวังว่าจะได้เข้าประตูตระกูลซย่าของข้า นางเด็กสารเลวไม่ใช่ว่ากล้าที่จะหนีหรือ เก่งนักก็อย่ากลับมา”
สุดท้ายรอจนนางตีโพยตีพายเสร็จ ครอบครัวเฉิงซื่อก็มาตามลูกกลับไป ครอบครัวเฉิงซื่อยิ้มราวกับไม่ยิ้ม พูดว่า “ท่านป้าสาม ท่านจะด่าอะไรนักหนา ซย่าเสี่ยวฉานบ้านเจ้าอดทนมากนัก ไม่กี่อึดใจก็หาได้สิบห้าตำลึงแล้ว ตอนนี้กำลังหยิบลูกอมมาแจกไปทั่ว”
“ว่าอย่างไรนะ นางตัวดีสมควรตายพันดาบนั่นหาเงินได้ถึงสิบห้าตำลึง ทั้งยังเอาลูกอมมาแจกคนอื่นอีก นางเด็กสมควรตาย นางตัวล้างผลาญ ทำไมข้าถึงให้กำเนิดเจ้าลูกนอกคอกเช่นเจ้าออกมาได้”
ฝางซื่อแม้ว่ากำลังด่าอยู่ แต่ร่างกายของนางกลับคล่องแคล่วยิ่งกว่าใคร นางหมุนตัวโยนมีดทำครัวทิ้งแล้ววิ่งออกไปข้างนอกทันที
ถึงแม้ในมือนางจะเต็มไปด้วยหญ้าจู แต่เวลานี้นางกลับไม่ได้สนใจ
อีกด้านหนึ่ง สะใภ้ใหญ่เฉินซื่อที่เดิมกำลังอาบแดดอยู่ พอได้ยินคำพูดเหล่านี้ นางก็ตาลีตาเหลือกรีบวิ่งตามไปทันที
สิบห้าตำลึง รวยแล้ว คนในครอบครัวต่างทนลำบากมาหลายปีเพื่อประหยัดเงินจำนวนเล็กน้อยเช่นนี้ หากได้มาอยู่ในกำมือ ทุกวันก็สามารถอิ่มหนำสำราญได้
แน่นอนว่าต้องคิดหาวิธีเอาเงินของนางตัวดีมาอยู่ในกำมือของตนให้ได้
เฉินซื่อเดินท้องโย้ตามมาด้วย
หลังจากที่เฉินซื่อเดินตามออกไป เวลานั้นเอง จู่ๆ ประตูห้องที่อยู่อีกด้านหนึ่งก็พลันเปิดออกมา ปรากฏเด็กสาวที่สวมชุดกระโปรงผ้าฝ้ายผิวขาวสะอาดสะอ้านคนหนึ่ง
เมื่อเด็กสาวเดินออกมา เสียงของนางอ่อนโยนและนุ่มนวล ทั่วทั้งร่างราวกับกิ่งหลิวอ่อนแรงที่ลู่ไปตามลมซึ่งทำให้ดูบอบบางเป็นพิเศษ
“ท่านแม่ กำลังจะไปที่ใดหรือเจ้าคะ ข้าอยากจะไปกับท่านด้วย”
เมื่อฝางซื่อเห็นเด็กสาวคนนี้ ดวงตาอันดุดันของนางก็อ่อนลงทันที สีหน้าดูเศร้าสร้อย ตอบว่า “หมิงจู มิใช่ว่าเจ้าชอบอยู่แต่ในห้องหรือ เหตุใดถึงออกมาเล่า”
เด็กสาวคนนี้เด็กกว่าซย่าเสี่ยวฉานสองปี นางคือน้องสาวของซย่าเสี่ยวฉาน ซย่าหมิงจู เป็นฝาแฝดของซย่าซานหู่
ซย่าหมิงจูก็เป็นเหมือนกับชื่อของนาง เปรียบเสมือนไข่มุกของตระกูลซย่า เดิมทีไม่ต้องทำงานบ้าน สิ่งที่ต้องทำก็คือแค่ตามพี่สามไปโรงเรียนเพื่ออ่านเขียนหนังสือ ปกติจะไม่ค่อยได้ปรากฏตัวออกมาให้ผู้คนได้พบเห็นบ่อยนัก
ในบ้านตระกูลซย่า แม่เฒ่าซย่ามองซย่าหมิงจูเป็นดั่งดวงใจ ไม่อาจทนเห็นซย่าหมิงจูรับความอยุติธรรมเพียงเล็กน้อยได้
ส่วนเหตุผลน่ะหรือ ตอนที่ซย่าหมิงจูอายุได้ห้าขวบ วันหนึ่งมีหมอดูเฒ่าลัทธิเต๋าที่ทำนายชะตาชีวิตเข้ามาให้หมู่บ้าน หมอดูเฒ่าผู้นี้ทำนายชะตาชีวิตได้แม่นยำยิ่งนัก คนในหมู่บ้านล้วนมาหาเขาเพื่อให้ทำนายชะตา และหมอดูเฒ่าผู้นี้ก็ทำเงินได้มากมายเพราะสิ่งนี้
เมื่อหมอดูเฒ่าเห็นซย่าหมิงจู เขาก็ตะโกนร้องด้วยความตื่นตระหนกในทันที เป็นเหตุให้ฝางชื่อกังวล จิตใจไม่อยู่กับร่องกับรอย หมอดูเฒ่าเดินวนรอบๆ ซย่าหมิงจูแล้วพูดด้วยน้ำเสียงชื่นชมว่า “ดี ดี ดี ช่างเป็นไข่มุกที่งามหาใดเปรียบ ฮูหยินผู้นั้น ชีวิตลูกสาวคนนี้ของเจ้าช่างยอดเยี่ยมจริงๆ”
เมื่อฝางซื่อได้ยินดังนั้น ดวงตาก็เป็นประกายแทบจะในทันที “จริงหรือ ชะตาลูกสาวข้ามีอะไรที่ยอดเยี่ยมหรือ”
หมอดูเฒ่าลูบเคราสีขาวของตนช้าๆ แล้วเอ่ยว่า “ลูกสาวคนนี้ของเจ้าสวรรค์ได้ลิขิตให้เกิดมามีชีวิตมั่งคั่งร่ำรวย แม้แต่ฮูหยินก็สามารถเป็นได้ ความมั่งคั่งของตระกูลเจ้าล้วนอยู่บนกายของเด็กคนนี้ ฮูหยิน ท่านต้องเลี้ยงดูเด็กคนนี้ให้ดี ให้นางอ่านหนังสือรู้อักษรและใส่ใจดูแลร่างกายนางให้มาก มิฉะนั้นความมั่งคั่งของตระกูลท่านก็น่าเป็นห่วง”
เพราะหมอดูเฒ่าผู้นี้รู้แม้แต่เรื่องเล็กน้อยภายในหมู่บ้าน ทั้งยังรู้เรื่องราวของผู้คนเป็นอย่างดี ครอบครัวไหนโชคร้ายเขาก็รู้อย่างชัดเจน พร้อมกันนี้ยังเสนอวิธีแก้ไข และด้วยคำพูดนี้ของเขานี่เอง ฝางซื่อก็แทบจะเชื่อสนิทใจในทันที