ตอนที่ 174 สัตว์เลี้ยงของท่านไวทเคานต์
เช้าวันใหม่เริ่มต้นอีกครั้ง ซึ่งทุกอย่างดูจะกลับไปเงียบสงบเหมือนกับวันแรกๆ ที่ไลท์ทะลุมิติมายังโลก The Gloria อย่างไรอย่างนั้น
‘ไม่มีลูกค้าหรือนักผจญภัยจำนวนมากมายืนรอ เข้าแถวเพื่อซื้ออาหารเช้ากันอีกแล้ว!’
มีเพียงลูกค้าไม่กี่คนจากหมู่บ้านดาราฉายที่เคยเดินทางมายังป่าดาราฉายในฐานะนักผจญภัย แวะเวียนมาซื้อหมูปิ้งจำนวนหนึ่งและรีบขี่ม้ากลับหมู่บ้าน เพียงไม่กี่คนเท่านั้น
ฮาว~!
เจ้าชายหนุ่มนั่งเท้าคาง มองดูหน้าร้านที่ว่างเปล่า ก่อนจะหาวฟอดๆ ออกมาด้วยความเบื่อหน่าย
“เชฟครับ ผมขอตามไปที่ฟาร์มด้วยไม่ได้เหรอครับ?” โทมัสและจิม ที่วันนี้ต้องอยู่เฝ้าร้าน พยายามรบเร้าไลท์ เพื่อขอติดตามไปยังฟาร์ม เพราะอย่างน้อยๆ ที่ฟาร์มแม้จะเหนื่อย แต่มันก็ยังมีอะไรให้พวกเขาทำ ไม่เหมือนกับอยู่ที่นี่ ที่ไม่มีลูกค้าเหมือนเช่นวันก่อนๆ
“พวกนายอยู่ที่นี่เป็นเพื่อน คุณตากับคุณยายและเอลล่ากับแอลเถอะ ฉันไปแค่แป๊บเดียว เดี๋ยวก็กลับมา” วันนี้ไลท์จะไปตรวจเช็กฟาร์มของเขา เพื่อตรวจสอบปลาที่ได้เพาะเลี้ยง โดยวันนี้เขาได้พา แมทและคาห์นไปด้วย
เพื่อในระหว่างเดินทางจะได้พูดคุยกับคาห์นถึงเรื่องของมาควิสแอชตันและเซอร์เลโอนาร์ดไปด้วยเลย
รถม้าที่ขับเคลื่อนโดยแมท ได้เคลื่อนตัวออกจากร้านอาหารสามเวลากันตั้งแต่หัววัน ก่อนที่ไลท์จะเริ่มเอ่ยถามถึง ตัวตนของบุคคลดังกล่าวกับคาห์น
“ไลท์รู้จักมาควิสแอชตันกับเซอร์เลโอนาร์ดด้วยเหรอ?” คาห์นเอ่ยถามด้วยความสงสัยเมื่อไลท์ได้ถามถึงคนข้างต้น ว่าไปรู้จักกับขุนนางเหล่านี้ได้อย่างไร เพราะขุนนางที่ว่านี้ถือเป็นขุนนางชั้นสูงที่มียศศักดิ์สูงเสียยิ่งกว่า ไวทเคานต์นิคถึงสองระดับเลยทีเดียว
“ผมก็พึ่งจะมารู้จักว่าเป็นใคร ก็เมื่อวันก่อนนั่นแหละครับ” ไลท์ตอบกลับ
วันก่อน? คาห์นทำสีหน้างงงวย ประหนึ่งว่าไม่เข้าใจคำตอบของไลท์
“เมื่อวันผมกับท่านไลท์ ไปพบท่านมาควิสแอชตันกับเซอร์เลโอนาร์ดที่มายังหมู่บ้านดาราฉายกันนะครับ” แมทที่กำลังบังคับรถม้า ได้หันมากล่าวเสริม
“อะไรนะ มาควิสแอชตันกับเซอร์เลโอนาร์ดเนี่ยนะ จะมาที่หมู่บ้านดาราฉาย?! มันจะเป็นไปได้ยังไง นายกับไลท์คงเข้าใจผิดกันไปเองหรือเปล่า”
“ไม่ผิดหรอกครับ พ่อของผมเป็นคนยืนกรานเองว่ามาควิสแอชตันและเซอร์เลโอนาร์ด ได้มาที่หมู่บ้านจริงๆ และทั้งสองมาก็เพื่อจับกุมตัว เจ้าของร้านกระทะทอง หากท่านไม่เชื่อก็ลองถามท่านไลท์ดูได้เลย ท่านไลท์มีภาพจากเจ้าโปริ่ง ที่เก็บภาพของขุนนางทั้งสองเอาไว้ได้เป็นหลักฐานครับ” แมทเองก็เห็นถึงการมาถึงของสองขุนนางด้วยตาของตัวเองพร้อมๆ กับไลท์
แต่เพื่อความแน่ใจ สู้เอาหลักฐานมาให้ดูด้วยตัวเอง ดีกว่าต้องมาโต้เถียงกันไปมา แบบนี้เป็นไหนๆ
“เจ้าของร้านกระทะทองถูกจับได้แล้วอย่างนั้นเหรอ? ไลท์ถ้าไม่ว่าอะไร ฉันขอดูหลักฐานที่ว่านี้หน่อยจะได้ไหม” สีหน้าของคาห์นดูค่อนข้างเคร่งเครียดขึ้นมาในทันใด เมื่อรู้ว่าเจ้าของร้านกระทะทองได้ถูกจับกุมตัวไปแล้ว
แน่นอนว่าการจับกุมเจ้าของร้านกระทะทองได้ย่อมเป็นเรื่องที่ดี แต่ทว่า....มันมีบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากล
ก็ตรงที่ เรื่องทั้งหมด คาห์นที่เป็นเสมือนตัวแทนของท่านไวทเคานต์นิค ที่รับหน้าที่ประสานงานกับทหารและนักผจญภัย จนป่านนี้ ข้ามวันมาแล้ว ก็ยังไม่รู้เรื่องราวอันใดและพึ่งจะมารู้เอาจากปากของไลท์และแมทเสียอย่างนั้น
ไลท์เมื่อเห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเคร่งเครียดของคาห์น ก็รีบส่งเจ้าโปริ่งให้กับคาห์น
โดยคาห์นที่คุ้นชินกับเจ้าโปริ่งมานานแล้ว ก็อุ้มเจ้าโปริ่งไปครอบศีรษะของตนเอง เพื่อที่จะดูหลักฐานที่ไลท์เก็บมาได้อย่างทะมัดทะแมง
เจ้าโปริ่งได้ฉายภาพทั้งหมดของเมื่อวาน ไล่ตั้งแต่ตอนที่ไลท์และแมทพูดคุยอยู่กับหัวหน้าหมู่บ้าน พร้อมกับมีรถม้าของมาควิสแอชตันและเซอร์เลโอนาร์ดผ่านหน้าพวกเขาไป
พร้อมกับภาพที่ตัดสลับมาตอนที่ การจับกุมได้เริ่มต้นขึ้นในหมู่บ้านดาราฉาย และภาพสุดท้ายก็คือภาพที่มาควิสแอชตันมุ่งหน้ากลับเมืองหลวงเพียงลำพัง ส่วนเซอร์เลโอนาร์ดอยู่รถม้าคันเดียวกับเจ้าของร้านกระทะทองและกำลังมุ่งหน้าไปยังตอนใต้ของอาณาจักร
ทั้งนี้แม้คาห์นจะไม่รู้ว่ารถม้าของเซอร์เลโอนาร์ดจะมุ่งหน้าไปที่ไหน แต่จากการคาดเดาคงต้องเป็นฐานที่มั่นสุดท้ายที่อยู่ทางตอนใต้อย่างแน่นอน
และคำถามต่อมาคือ เซอร์เลโอนาร์ดนั้นพาตัวเจ้าของร้านกระทะทองไปที่นั่นด้วยเหตุผลอะไร?
เซอร์เลโอนาร์ดคือผู้บังคับบัญชาฐานที่มั่นสุดท้าย มีหน้าที่ปกป้องชายแดน แล้วมีสิทธิ์อันใดมาควบคุมตัวนักโทษเฉกเช่นนี้? อีกทั้งมาควิสแอชตันก็ด้วยเช่นกัน ภาระงานและหน้าที่ของมาควิชแอชตัน คือขุนนางที่คอยดูแลเมืองหลวงให้สงบปลอดภัย สถานที่ทำงานของมาควิชแอชตัน ควรจะต้องอยู่ในพระราชวังหรือไม่ก็ศูนย์ประชุมขุนนาง
ทว่า...มาควิชแอชตันกลับมาปรากฏตัวและช่วยจับกุม เจ้าของร้านกระทะทอง ที่อยู่นอกเหนือจากหน้าที่ของตนเองเสียอย่างนั้น
นี้ไม่เรียกว่าแปลกก็ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าอะไรแล้ว!
คาห์นเมื่อได้ดูหลักฐานจากเจ้าโปริ่ง ก็นั่งเงียบกุมขมับมาตลอดทาง...และในทันทีที่รถม้าได้จอดเทียบท่ายังฟาร์มของพวกเขา
ตัวของคาห์นก็รีบกระโดดลงจากรถม้า กล่าวทักทายกับไรอัน ไรเซนและจีน่าที่เป็นเจ้าของฟาร์ม เพื่อขอใช้บ้านของพวกเขาด้วยเหตุผลส่วนตัว ก่อนจะหายวับไป
ซึ่งไลท์คาดว่า คาห์นคงจะรีบไปติดต่อกับไวทเคานต์นิคเพื่อแจ้งเรื่องที่เกิดขึ้นที่หมู่บ้านดาราฉายให้กับไวทเคานต์นิคอย่างแน่นอน
“ผมได้เห็นมากับตาครับท่าน ท่านไวทเคานต์ก็น่าจะจำพลังของเจ้าโปริ่งสัตว์เลี้ยงของท่านไลท์ได้ดีว่ามันไม่เคยโกหก ฉะนั้นแล้วภาพที่ผมเห็นจะต้องเป็นมาควิชแอชตันอย่างแน่นอน” ใช่แล้ว...เป็นดังที่ไลท์คาดเดา ทันทีที่คาห์นแยกตัวออกไปเพื่อขอใช้บ้านของไรอันและจีน่า
คาห์นก็รีบติดต่อไปหาไวทเคานต์นิคผ่านเครื่องสื่อสาร ที่ได้รับมอบมาในทันที
“หลักฐานนี้มาจากท่านไลท์กับเจ้าโปริ่งเหรอ?!” น้ำเสียงของท่านไวทเคานต์ที่อยู่ปลายสาย ได้เอ่ยถามด้วยตื่นตระหนก
“ใช่ครับ”
“ถ้าอย่างนั้นมันต้องเป็นเรื่องจริงๆ อย่างที่เจ้าว่ามาแน่ๆ ...เพราะข้านั้นเชื่อในตัวท่านไลท์อย่างเต็มเปี่ยมว่าท่านไลท์และเจ้าโปริ่งไม่ได้พูดโกหก”
ขุนนางวัยกลางคนก็ไม่มีเหตุผลอันใดที่จะไม่เชื่อหรือตั้งข้อสงสัยใดๆ อีก
ไวทเคานต์นิคนั้นเชื่อใจและนับถือไลท์ประหนึ่งคำพูดของนักผจญภัยที่ยกย่องไลท์ว่าเป็นผู้อาวุโสเร้นกายอย่างสนิทใจ
ฉะนั้นเมื่อรู้ว่าข้อมูลที่คาห์นพูดมา นั้นมาจากไลท์และเจ้าโปริ่ง ไวทเคานต์นิคก็เริ่มตั้งข้อสงสัยขึ้นมาบ้างเช่นกัน
“คาห์นพอจะเรียกท่านไลท์มาสนทนากับฉันจะได้หรือไม่?” หลังจากคิดอยู่สักพัก ไวทเคานต์นิคก็ได้ขอให้คาห์นไปตามตัวไลท์เข้ามาสนทนากับตนเอง ผ่านเครื่องสื่อสารพลังเวทที่จัดว่าเป็นความลับของทางการ
“เอ๊ะ เรียกท่านไลท์มาคุยเหรอครับ? ไม่ใช่ว่าเครื่องมือสื่อสารนี้เป็นความลับทางทหารหรอกเหรอครับ”
“ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น ท่านไลท์รู้จักเครื่องมือสื่อสารนี้มาตั้งนานแล้ว อีกทั้งฉันยังเคยมอบสิ่งนี้ให้กับท่านไลท์ด้วยตัวเองไปแล้วอีกด้วย”
คาห์นนิ่งอึ้งไปสักพัก เมื่อรู้ว่าท่านไวทเคานต์นั้นเคยมอบเครื่องมือสื่อสารนี้ให้กับไลท์ไปแล้ว เพราะนั้นหมายถึงว่าขุนนางผู้นี้ดูจะไว้ใจไลท์มากจริงๆ
คาห์นได้ผละออกจากการสนทนาเพื่อมาตามไลท์ไปพูดคุยกับท่านไวทเคานต์ ที่ซึ่งไลท์ในตอนนี้ก็ไม่ได้จากไปไหนไกล เขายังจัดเตรียมของอยู่ที่รถม้ากับแมทเพื่อนำของกินของใช้ไปให้กับ เอ็ดดี้และลูกหาบ ที่อยู่ดูแลฟาร์มนั่นเอง
ไลท์ได้ติดตามคาห์นเข้าไปยังบ้าน ก่อนจะพบเครื่องมือสื่อสารที่เป็นป้ายชื่อของคาห์นวางอยู่บนโต๊ะที่กำลังเชื่อมต่อกับไวทเคานต์นิค
“สวัสดีครับท่านไวทเคานต์ ไม่ทราบเดินทางปลอดภัยดีไหมครับ ฝากคำทักทายกับคุณผู้หญิงและเด็กๆ ด้วยนะครับ?” ไลท์เอ่ยทักตามมารยาท
“สวัสดีจ้ะ สวัสดีครับ/ค่ะ พี่ไลท์”
ดูเหมือนว่าทางด้านของไวทเคานต์นิคจะอยู่กับครอบครัวของพวกเขาเช่นกัน เพราะทันทีที่ไลท์ได้ฝากคำทักทายไปยังภรรยาและลูกๆ ของท่านไวทเคานต์
ปลายสายก็พลันมีเสียงอันสดใสของลูกๆ และเสียงสุภาพของคุณผู้หญิงดังเจื้อยแจ้วเข้ามา
“ฉันปลอดภัยดี แถมการเดินทางกลับในครั้งนี้ก็ไม่ได้ลำบากอะไรเลย เพราะมีอาหารของท่านไลท์คอยเติมเต็มให้พวกเราอิ่มท้องกันทุกมื้อ ขอบคุณจริงๆ” ไวทเคานต์นิคได้แย่งเครื่องมือสื่อสารกลับมาบ้าง
ก่อนจะเข้าเรื่องของมาควิชแอชตันและเซอร์เลโอนาร์ดที่ไลท์ได้ไปพบมา ว่ามีเรื่องอะไรที่ผิดแปลกไปจากหลักฐานอีกหรือไม่
ไลท์ได้บอกเล่าเรื่องทั้งหมดที่พบพานมาอย่างไม่มีหมกเม็ด ซึ่งก็เป็นเรื่องเดียวกับที่คาห์นได้บอกเล่าไปในก่อนหน้านี้ เพียงแต่ลงรายละเอียดให้มากขึ้น แต่กระนั้นสิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น
แม้ไลท์และคาห์นจะบอกเล่าไปสักแค่ไหน แม้ตัวของไวทเคานต์นิคเองจะเชื่อพวกเขาอย่างสนิทใจ...แต่ทั้งหมดทั้งมวล หากไม่มีหลักฐานมาเป็นเครื่องพิสูจน์ ก็อยากต่อการจะสืบเรื่องของมาควิสชแอชตันและเซอร์เลโอนาร์ดได้
ทั้งนี้ไวทเคานต์นิค ยังไม่มีแผนที่จะกลับมายังหมู่บ้านดาราฉายในอีกเร็ววัน กว่าจะได้เห็นหลักฐานด้วยตนเอง ป่านนี้เจ้าของร้านกระทะทองก็คงหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยแล้ว
คาห์นกับไวทเคานต์นิคดูจะหมดหวังกับเรื่องนี้ไปแล้ว แต่ทว่า จู่ๆ ไลท์ก็ได้พูดบางอย่างขึ้นมา ทำเอาทั้งสองคนถึงกับดวงตาเบิกโพลงด้วยความ ไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
“ผมก็ไม่รู้ว่าความคิดของผมจะทำได้จริงหรือไม่ แต่ผมมีความคิดบางอย่างที่ฟังดูบ้าๆ แต่ถ้ามันสำเร็จขึ้นมา ผมอาจจะส่งหลักฐานไปให้กับท่านไวทเคานต์ได้ในตอนนี้เลยครับ” คำพูดของไลท์ทำเอาทุกคนต่างก็อึ้งกันไปหมดแล้ว
“ความคิดบ้าๆ นั้น ฉันอยากลองฟัง ท่านไลท์บอกมาได้เลย” ดวงตาของไวทเคานต์นิค ฉายแววเป็นประกาย ราวกับกำลังตื่นเต้น
“ท่านไวทเคานต์พอจับสไลม์แถวนั้นสักตัวมาได้ไหมครับ ไม่ต้องทำร้ายหรือทำสัญญาอะไรกับมัน แค่จับเอาไว้เฉยๆ ก็พอ” ไลท์เองก็ไม่มั่นใจเหมือนกันว่าแผนของเขาจะได้ผลริงๆ หรือไม่
แต่พอเขาเหลือบไปมองดูเจ้าโปริ่ง ที่เป็นถึง คิงสไลม์ ความคิดบ้าๆ นี้ก็พลันบังเกิดขึ้นมา ว่าถ้าหากเจ้าโปริ่งเป็น ราชาของสไลม์ทั้งปวงจริงๆ
เช่นนั้นสไลม์ทุกตัวบนโลกนี้ ก็ต้องยอมรับใช้และขานรับราชาของพวกมัน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนอย่างแน่นอน
“สไลม์?! ได้ๆ หัวหน้าหน่วยสั่งทหารของเราทุกคน ออกไปจับสไลม์กลับมาเดี๋ยวนี้และก็ระวังอย่าได้พลั้งมือทำร้ายพวกมันเป็นอันขาด ให้คิดเสียว่าสไลม์ทุกตัวคือเจ้าโปริ่งของท่านไลท์ เข้าใจไหม” ไวทเคานต์นิคได้สั่งหยุดรถม้าและสั่งให้ทหารองครักษ์ออกไปจับสไลม์กลับมาในทันที
สิ้นเสียงคำสั่ง เมื่อได้ยินว่าให้คิดเสียว่า สไลม์ทุกตัวบนโลกใบนี้คือเจ้าโปริ่ง ทหารและองครักษ์ก็ไม่มีใครสักคนที่กล้าลงมือ รุนแรง
เพราะทุกคนต่างรักและเทิดทูนเจ้าโปริ่งของไลท์ ไม่ต่างอะไรกับเจ้าของของมันเลยนั่นเอง
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
ตารางการลงนิยายเวลา 18.00 หยุดทุกวันพุธครับ
เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ
www.facebook.com/writelazy