Astral Beast Hunter (นักล่าอสูรดวงดาว)

    ตอนที่ 69 ภัยร้ายมาเยือน

            ตอนที่69 ภัยร้ายมาเยือน

             

            ปั๊บ!

            ชายชุดโบราณสีเขียวตบมือขวาไปยังกระเป๋าไม้ด้านหลังพลังงานลึกลับบางอย่างได้ดึงวัสดุสามชนิดออกจากกระเป๋าไม้ พุ่งไปยังหอคอยโบราณ

            ทรายหลอมวิญญาณ! เพลิงผลาญขั้นแปด! น้ำพุเยือกแข็ง!

            ผสานรวม! ซ่อมแซม!

            ชายชุดโบราณสีเขียวทำมุทราพลังลึกลับของเขากระตุ้นเปลวเพลิงให้เผาไหม้หอคอยโบราณก่อนวัสดุจะหลอมละลายเข้าไปเชื่อมรอยตัดเรียบเนียนให้กลายเป็นเนื้อเดียวกัน

            ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่หอคอยโบราณเก้าชั้นได้อยู่ในสภาพครบส่วน แต่ยังคงไม่สมบูรณ์ เพราะความเสียหายอีกหลายส่วนยังไม่ถูกซ่อมแซม

            “หนทางเซียนแสนยาวไกล”น้ำเสียงชายชุดโบราณสีเขียวฟังดูท้อแท้เขาใช้ปลายเล็บนิ้วโป้งกรีดปลายนิ้วชี้จนเกิดรอยแผลก่อนจะรีดเลือดสีเขียวเรืองแสงเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิตออกมาสามหยด

            ไป!

            หยดเลือดทั้งสามพุ่งเข้าไปผสานกับตัวหอคอยโบราณเก้าชั้นครู่หนึ่งชายชุดโบราณสีเขียวท่องคาถาบางอย่างและย่อขนาดหอคอยให้เล็กลงเท่าฝ่ามือจากนั้นจึงใช้พลังลึกลับดึงเข้ามาอยู่ในมือ ก่อนจะใช้ดวงตามองเข้าไปด้านใน

            “ไม่เหมือนที่ท่านอาจารย์บอกภายในหลงเหลือเพียงสถูปเจดีย์ เสาผนึกมารที่ไม่มีอยู่ในคำบอกเล่าว่ามาจากไหน...กาลเวลาผ่านพ้นนับพันยุคสมัยน่าเสียดายไม่ค่อยคุ้มค่า เว้นเสียจะหาวัสดุมาหลอมเสริมเข้าไป”ชายชุดโบราณสีเขียวแสดงความรู้สึกเสียดายผ่านทางใบหน้าเขาแสดงความรู้สึกไม่นานก็เก็บหอคอยโบราณเก้าชั้นเข้าสู่กระเป๋าไม้

            ในจังหวะที่หอคอยโบราณเก้าชั้นกำลังถูกเก็บตัวหอคอยเกิดการสั่นสะเทือนรุนแรง ด้านในเกิดรอยแยกมิติและหายไปในชั่วอึดใจเพียงเสี้ยวพริบตาแม่ชีชุดขาวผู้หนึ่งได้ปรากฏตัวเบื้องหน้าชายชุดโบราณสีเขียว

            “ใคร?” ชายชุดโบราณสีเขียวถอยหลังไปสองก้าวโดยไม่รู้ตัว ปากร่ายคาถาผนึกกระเป๋าไม้พร้อมร่ายม่านพลังป้องกันสายตาจับจ้องไปยังแม่ชีที่มีใบหน้างดงาม ศีรษะไร้เกศา สวมชุดขาวเปื้อนเลือดมีรอยขาดเหมือนผ่านการต่อสู้ตรงคอสวมประคำไม้ลูกใหญ่ ในมือขวาถือไม้เคาะและมือซ้ายถือปลาไม้

            “ศิษย์อารามใหญ่อัสนีคำรนนามว่า พุทราขาว นักปราชญ์เล่าเรียกขานเช่นไร” น้ำเสียงแม่ชีฟังดูสงบดวงตาไม่ลืมขึ้นมองชายชุดโบราณสีเขียว แต่เหมือนจะมองเห็นได้ทุกสิ่ง

            ชายชุดโบราณสีเขียวนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งใบหน้าเผยความตกใจหลังได้ยิน ก่อนจะตอบกลับแม่ชีด้วยท่าทางเคารพ

            “ผู้เยาว์นามว่าจื่อมู่ ศิษย์เอกของ ปรมาจารย์หลี่เทียนสิง จากวิหารเต๋าสวรรค์มาเก็บกู้ของวิเศษกลับวิหารตามคำสั่งท่านอาจารย์”

            “วิหารเต๋าสวรรค์ไม่ต้องการขจัดสิ่งชั่วร้าย?” แม่ชีถามน้ำเสียงสงบ

            “เรียนผู้อาวุโสเบื้องลึกเบื้องหลังผู้เยาว์มิทราบ ผู้เยาว์มิรู้ด้วยว่าผู้อาวุโสอยู่ด้านใน”ชายชุดโบราณสีเขียวไม่คลายความระมัดระวังลงแม่ชีเองยังเล่าบางอย่างด้วยน้ำเสียงสงบ

            “ในอดีตพุทราขาวเดินทางผ่านมาพบเห็นสิ่งชั่วร้ายกระจายไปทั่วจึงแสดงธรรมชำระล้างทั่วพื้นที่เพื่อสร้างกุศลเมื่อพบว่าในหอคอยมีสิ่งชั่วร้ายกำลังทำลายผนึกจึงเข้าไปสะกดไม่คาดคิดว่าสะกดได้สองชั้น ต้องเข้าปะทะกับสิ่งชั่วร้ายจำนวนมหาศาลจึงผนึกพื้นที่ปิดล้อมสำแดงเดชกำจัด น่าเสียดายพุทราขาวติดอยู่ในห้วงมิติไม่สามารถออกมาได้จนถึงเมื่อครู่”

            “ผู้อาวุโสมีคุณธรรมสูงส่งจื่อมู่ขอนับถือ” ชายชุดโบราณสีเขียวคารวะแม่ชีพลางใช้พลังลึกลับนำหอคอยเก้าชั้นมาด้านหน้า

            “ผู้อาวุโสโปรดตรวจสอบเพื่อความสบายใจผู้เยาว์มีหน้าที่เพียงนำหอคอยนวลักษณ์กลับวิหารเต๋าสวรรค์”

            สิ้นเสียงชายชุดโบราณสีเขียวแม่ชีพลันลืมตา เผยดวงตาสีขาวส่องประกาย นัยน์ตาคล้ายมีดอกบัวสีทองสถิตอยู่

            “ด้านในไม่เหมือนเดิมเหลือเพียงเสาผนึกสิ่งอัปมงคลที่ผนึกไว้รอบสถูปเจดีย์อย่างเดียว”

            “ฟังจากผู้อาวุโสกล่าวตอนที่ข้าพบหอคอยนวลักษณ์สภาพก็เป็นเช่นนี้อาจมีผู้กล้าแกร่งบางท่านเข้าไปเก็บกวาดด้านใน”ชายชุดโบราณสีเขียวกล่าวน้ำเสียงจริงใจแสดงความบริสุทธิ์ให้แม่ชีเห็นด้วยการสลายม่านพลังป้องกันเพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาไม่รู้เรื่องเหล่านี้

            “สิ่งชั่วร้ายถูกกำจัดถือเป็นเรื่องดีมิสู้ช่วยกันกำจัดมารร้ายในสถูปเจดีย์เพื่อสร้างกุศล” แม่ชีเสนอความคิดชายชุดโบราณสีเขียวก็ไม่ขัดข้อง

            “ความต้องการของผู้อาวุโสผู้เยาว์เห็นด้วย”

            ไม่นานชายชุดโบราณสีเขียวได้ใช้พลังบังคับหอคอยโบราณให้ห่างออกไปก่อนจะเปลี่ยนให้มีขนาดใหญ่เท่าเดิม

            “ดูไม่ผิดคงอยู่ระดับจักรพรรดิขั้นสูงสุดใกล้ทะลวงสู่ระดับเซียน” แม่ชีพูดพลางมองสำรวจชายชุดโบราณสีเขียว

            “สายตาผู้อาวุโสเฉียบแหลมมิทราบว่าผู้อาวุโสอยู่ระดับใด” ชายชุดโบราณสีเขียวถาม

            “ระดับเซียนน่าเสียดายพลังถดถอยไปไม่น้อย แต่ยังสามารถกำจัดมารร้ายได้ไม่ยาก”แม่ชีตอบด้วยน้ำเสียงที่ให้ความรู้สึกสงบอย่างไม่น่าเชื่อก่อนจะพุ่งหายเข้าไปในหอคอยโบราณชายชุดโบราณสีเขียวจึงกลายเป็นรุ้งสีเขียวพุ่งตามเข้าไป

            .

            .

            ด้านในหอคอยนวลักษณ์

            ชั้นที่สี่ที่มีเพียงเสาหินและสถูปเจดีย์

            ร่างแม่ชีปรากฏขึ้นเบื้องหน้าทางเข้าสถูปเจดีย์ก่อนร่างชายชุดโบราณสีเขียวจะปรากฏขึ้นด้านข้างห่างไปพอสมควร

            จงเปิด! แม่ชีใช้ไม้เคาะ เคาะลงบนปลาไม้จนเกิดเสียงดัง ‘ป๊อก’ก้องกันวานให้ความรู้สึกนิ่งสงบ เสี้ยววินาทีประตูสถูปเจดีย์เปิดออกเสียงดัง‘ปัง’

            ฉับพลันคลื่นพลังชั่วร้ายพร้อมเสียงร้องโหยหวนดังออกมาจากด้านในสถูปเจดีย์ทันใดนั้นเสาหินรอบด้านเกิดส่องแสง ภาพธรรมพระโพธิสัตว์ผู้ทรงเมตตาปรากฏขึ้นตามด้วยเสียงบทสวดเปี่ยมไปด้วยพลังลึกลับ

            ครื้นๆ ๆ......

            จู่จู่ได้เกิดแรงสั่นสะเทือนรุนแรงไปทั่วหอคอยแม่ชีกับชายชุดโบราณสีเขียวที่กำลังจะเข้าไปด้านในสถูปเจดีย์หยุดชะงัก

            ทั้งสองส่งจิตสัมผัสออกไปนอกหอคอยได้พบรอยแตกแยกขนาดใหญ่ในห้วงอวกาศสายหนึ่งกำลังลุกลามไปไกลสุดลูกหูลูกตา

            “เกิดเหตุวิปลาสอันใด”ชายชุดโบราณสีเขียวอุทาน ทันใดนั้นแม่ชีได้เตือนขึ้นมา

            “อย่ามองป้องกันร่างกายและดวงจิต”

            โอมโอม โอม ระฆังทองจงสำแดงเดชานุภาพ ปกปักรักษาผู้ทรงศีลจากเภทภัยทั้งหลายทั้งปวง ปัดเป่าความชั่วร้ายทั้งหมดทั้งมวลให้สิ้นไป

            นะมะ พะ ธะ..

            มะพะ ธะ นะ..

            พะธะ นะ มะ..

            ธะนะ มะ พะ..

            แม่ชีเริ่มท่องบทสวดยาวเหยียดเหมือนไม่มีทีท่าว่าจะหยุดมือใช้ไม้เคาะ เคาะปลาไม้เป็นจังหวะ ลูกประคำบนคอส่องแสง ชั่วอึดใจระฆังสีทองได้ครอบคลุมร่างกายแม่ชีเอาไว้ภายในและยังแข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง

            มุทราฟ้าดินประสานอินรวมเป็นหนึ่ง

            มนุษย์โลก สวรรค์ จงกลายเป็นม่านพลังป้องกันข้าให้พ้นภัยอันตราย

            ชายชุดโบราณสีเขียวผสานมุทราปากร่ายคาถาลึกลับ ม้วนหนังในกระเป๋าไม้ด้านหลังสามม้วนพุ่งตัวออกมาและกางออก สร้างตัวอักขระนับไม่ถ้วนที่อัดแน่นไปด้วยพลังมหาศาลก่อนจะรวมตัวกันกลายเป็นม่านพลังสีม่วงดูศักดิ์สิทธิ์ครอบคลุมร่างกาย ม้วนหนังทั้งสามยังกลายเป็นโล่โบราณหมุนวนอยู่รอบตัว

            ปึง! เสียงระเบิดดังก้อง ก่อนรอยแยกมิติขนาดใหญ่เกินจินตนาการจะถูกเปิดออกเป็นทางยาว

            ปัง~

            คลื่นพลังรุนแรงหลายสายถูกส่งออกมาจากรอยแยกมิติชั่วพริบตาดวงดาวหลายดวงที่ไม่แข็งแกร่งพอถูกทำลายกลายเป็นผุยผง ตัวหอคอยโบราณเกิดการสั่นสะเทือนรุนแรง

            ไม่นานเสาหินและสถูปเจดีย์เริ่มเกิดรอยแตกร้าวภาพธรรมพระโพธิสัตว์ผู้ทรงเมตตาเริ่มไม่มั่นคง กลิ่นอายชั่วร้ายทวีความรุนแรง

            “ผู้อาวุโสเป็นเช่นนี้ต่อไปไม่เพียงผนึกถูกทำลาย ข้ายังไม่สามารถป้องกันตนเอง” ชายชุดโบราณสีเขียวมีใบหน้าเคร่งเครียดแม่ชีกลับไม่สนใจและยังท่องบทสวดต่อไป

            กลิ่นอาย~

            คุ้นเคย!...เจ้าตัวปลิ้นปล้อนเคยมาที่นี่

            เสียงทรงอำนาจดังไปทั่วทั้งอวกาศไม่ว่าจะเป็นสิ่งไหนต่างได้ยินและได้รับผลกระทบรุนแรง

            แม่ชีกับชายชุดโบราณสีเขียวที่อยู่ในหอคอยยังถูกทำลายการป้องกันในชั่วอึดใจทั้งสองกระอักเลือดคำโต ยังดีไม่ทรุดร่างลงหรือสูญเสียพลัง น่าเสียดายที่หอคอยโบราณเริ่มพังทลายสถูปเจดีย์เริ่มทลายไปเป็นส่วน ๆ

            Free~

            Freedom~

            เสียงชวนขนหัวลุกราวกับมาจากขุมนรกแผ่กลิ่นอายน่าหวาดกลัว เปลี่ยนบรรยากาศรอบด้านให้เย็นเยียบดังออกมาจากสถูปเจดีย์

            เมื่อสถูปเจดีย์พังทลายเผยให้เห็นสิ่งที่ถูกผนึกอยู่ด้านใน ดวงตาขนาดใหญ่จากอีกฟากฝั่งของรอยแยกมิติในอวกาศสอดส่องอวกาศไปทั่วพื้นที่พร้อมพลังกดดันมหาศาล

            Ahhhhhhhhhhhhhhhhh~

            จระเข้ที่ถูกผนึกกรีดร้องเสียงหลงแม่ชีกับชายชุดโบราณสีเขียวกระอักเลือดไม่หยุด

            อัก!

            อึก!

            ไม่อยู่แล้ว? คงไปได้ไม่ไกล อย่าให้พบตัวเชียว

            เสียงทรงอำนาจดังขึ้นอีกครั้งก่อนรอยแยกมิติในห้วงอวกาศจะถูกปิดลง

            โครมคราม! หอคอยโบราณพังทลาย ชิ้นส่วนด้านบนทลายลง แม่ชีที่แทบยืนไม่ไหวกลายเป็นรุ้งสีขาวออกไปนอกหอคอยชายชุดโบราณสีเขียวที่นั่งทรุดอยู่บนพื้นกลิ้งตัวหลบเศษซากหอคอยที่ตกลงมา ก่อนจะกลายเป็นรุ้งสีเขียวพุ่งตามแม่ชีออกไป

            ภายในหอคอยจึงเหลือเพียงจระเข้ยุคดึกดำบรรพ์ที่แอนดรูว์เคยเจอเหลืออยู่ตัวเดียวแต่ในเวลานี้ด้านบนไม่มีพระธาตุคอยสะกดข่ม ด้านล่างยังไม่มีพลังงานส่งให้โซ่สีทอง มันเพียงถูกพันธนาการไว้พร้อมกับอาการบาดเจ็บที่พึ่งได้รับมา

            Roar~

            จระเข้ยุคดึกดำบรรพ์ส่งเสียงคำรามมันปะทุพลังสายหนึ่งทลายพันธนาการ บนตัวยังมีรอยเลือดไหลซึมออกมาจากผิวหนัง

            Freedom!

            .

            .

            ด้านนอกหอคอยโบราณ

            แม่ชีจ้องมองหอคอยพังทลายลงอย่างช้าๆ พร้อมจับสัมผัสกลิ่นอายชั่วร้ายรุนแรงที่ปรากฏอยู่ด้านในจึงรับมือด้วยการเคาะไม้ลงบนปลาไม้และท่องบทสวดสร้างภาพธรรมดอกบัวบานอยู่ด้านหลัง

            ส่วนชายชุดโบราณสีเขียวยืนมองหอคอยโบราณทั้งน้ำตามือกำแซ่หางม้าแน่น ปากพูดคำตัดพ้อไม่หยุด

            “โชควาสนาสูญหายหอคอยนวลักษณ์พังทลาย ความพยายามทั้งหมดสูญเปล่า เวลาหลายยุคสมัยใช้ไปอย่างไร้ค่า...”

            “...โชคชะตาเล่นตลกกับจื่อมู่ผู้ยิ่งใหญ่ไม่เป็นธรรม คำสั่งท่านอาจารย์มิอาจสำเร็จลุล่วง วิถีเต๋าช่างโหดร้ายวิถีเต๋าช่างโหดร้าย”

            “ศัตรูกำลังมา จงสงบจิตสงบใจ ธรรมแท้ไม่มีวลีปลอบใจ” แม่ชีพูดสั้น ๆ และท่องบทสวดต่อ

            กระทั่งหอคอยโบราณพังทลายไปจนเหลือเพียงส่วนฐานบางส่วนกลิ่นอายชั่วร้ายพลันลอยโชยไปทุกทิศทาง ตามด้วยเสียง ‘ตู้ม’ เศษซากหอยโบราณกระจาย จระเข้ยุคดึกดำบรรพ์ยืนสองขามีสองหางและสีแขนโผล่ขึ้นมาส่งเสียงร้องน่าขนลุก

            อุวะ Haha อุวะHaha~

            “ข้าจะใช้หัวเจ้าเป็นความสำเร็จ”ชายชุดโบราณสีเขียวแค่นเสียง โบกแซ่หางมาในมือ กระเป๋าไม้ด้านหลังสั่นเบา ๆภาพวาดม้วนหนึ่งพุ่งขึ้นเหนือศีรษะแล้วกางออก เผยรูปวาดมังกรร่างยาวคล้ายงู ทั่วร่างปกคลุมด้วยเกล็ดสีเขียวอมฟ้ามีเขาหนึ่งคู่ ขาสี่ข้าง ขาแต่ละข้างมีสี่กรงเล็บ

            ภาพธรรมสถิต!

            ชายชุดโบราณสีเขียวร่ายมุทราส่งพลังลึกลับสายหนึ่งเข้าม้วนภาพวาด ทันในนั้นก็มีเสียงมังกรคำรามดังก้อง

            โกร๊วววววววววววววววววววววววววว

            ร่างมังกรพุ่งออกมาจากภาพวาดมันมีขนาดใหญ่ไม่เท่าจระเข้ยุคดึกดำบรรพ์ แต่เรื่องความยาวนั้นกินขาด

            “ผู้เยาว์เป็นผู้เข้าปะทะขอให้ผู้อาวุโสสนับสนุน”

    คล้ายกับเรื่องAstral Beast Hunter (นักล่าอสูรดวงดาว) ที่คุณอ่าน