ในโลกมหาปราณเบื้องล่างแห่งนี้ สามารถแบ่งระดับลมปราณออกเป็น 4ระดับหลัก และในแต่ละระดับแบ่งย่อยออกเป็น 10 ขั้น แต่ขั้นย่อยที่ 10ได้ถูกตัดออกให้เหลือเพียง 9 ขั้นย่อยที่ใช้กันไปทั่วโลกมหาปราณ เหตุผล...
เนื่องจากในภายโลกมหาปราณในตอนนี้นั้น ตามบันทึกของจอมไร้เงาที่มีการบันทึกไว้ล่าสุดยังไม่มีใครสามารถบรรลุขั้นย่อยที่ 10 ของแต่ละระดับพลังได้เลยแม้เพียงสักคนไม่มีใครเลยสักคนในโลกมหาปราณนี้ที่รู้วิธีฝึกถึงขั้นย่อยที่ 10 นั้นได้...
*หมายเหตุ จากจอมไร้เงา
ตามข้อมูลที่ถูกบันทึกแต่บรรพกาลนั้นเราจอมไร้เงาได้เดินทางสำรวจไปทั่วโลกแห่งมหาปราณแห่งนี้เพื่อเป็นการหาข้อพิสูจน์ ,หาข้อเท็จจริง เกี่ยวกับข้อมูลที่ถูกบันทึกไว้ในบันทึกบรรพกาล
ได้ใจความดังนี้
ถึงแม้จะมีการดำรงอยู่ของขั้นย่อยที่ 10 อยู่ด้วยก็ตามจากที่เราไปสำรวจมานั้นในขั้นย่อยที่ 10 ไม่มีผู้ใดรู้วิธีการบรรลุหรือวิธีในการฝึกฝนลมปราณให้สามารถบรรลุถึงขั้นย่อยที่10 ตามบันทึกมีเพียงผู้ที่คู่ควรเท่านั้นถึงจะสามารถฝึกฝนและบรรลุขั้นย่อยที่ 10ซึ่งเป็นเสมือนการดำรงอยู่ของขั้นในตำนาน
ถ้าหากผู้ใดสามารถฝึกฝนจนมีพลังลมปราณของขั้นย่อยที่ 10 ได้นั้น จะทำให้พลังลมปราณภายในร่างกายของมันมีมากกว่าขั้นที่9 ถึง 1.5 เท่าของค่าพลังพื้นฐานทั้งหมดหรืออาจจะเทียบเท่ากับขั้นย่อยที่ 3ของระดับพลังลมปราณในระดับถัดไปก็มิเกินเลย
ดังนั้นสุดท้ายนี้ ในบันทึกของเราจอมไร้เงาจะให้คำแนะนำว่าสมควรให้ใช้ระดับลมปราณเพียง 9 ขั้นย่อยเห็นควรเพียงพอ เพื่อเป็นมาตรฐานสากลทั่วโลกแห่งมหาปราณสืบไป ฯ
จอมไร้เงา
จากบันทึกของจอมไร้เงาจึงสรุปได้ว่าในโลกมหาปราณเบื้องล่างแห่งนี้ สามารถแบ่งระดับลมปราณออกเป็น4 ระดับ และในแต่ละระดับแบ่งย่อยออกเป็น 9 ขั้นย่อยโดยในแต่ละช่วงของขั้นย่อยนั้นจะเรียกรวมทุก3 ขั้นรวมกันเป็น ขั้นผู้ฝึก ขั้นผู้เชี่ยวชาญ ขั้นปรมาจารย์
ขั้นย่อยที่ 1-3 เรียกว่า ขั้นต่ำ หรือ ขั้นผู้ฝึก
ขั้นย่อยที่ 3 ที่ใกล้บรรลุขั้นที่ 4 เรียกว่า ครึ่งขั้นกลาง, ขั้นกลางเทียม , ขั้นเสมือนผู้เชี่ยวชาญ
ขั้นย่อยที่ 4-6 เรียกว่า ขั้นกลาง หรือ ขั้นผู้เชี่ยวชาญ
ขั้นย่อยที่ 6 ที่ใกล้บรรลุขั้นที่ 7 เรียกว่า ครึ่งขั้นสูง ,ขั้นสูงเทียม , ขั้นเสมือนปรมาจารย์
ขั้นย่อยที่ 7-9 เรียกว่า ขั้นสูง หรือ ขั้นปรมาจารย์
โดยใน 4 ระดับหลักแห่งโลกมหาปราณเบื้องล่างจะเน้นฝึกพื้นฐานให้มั่นคงเป็นหลักก่อนก็คือจะเน้นการฝึกไปทางร่างกายหรือก็คือกายา เพื่อก่อกำเนิดเป็นลมปราณ ขึ้นมาภายในกายหรือจะพูดให้ถูกคือก่อเกิดลมปราณเพื่อปรับปรุงตันเถียนให้สมบูรณ์นั้นแหละจะมีด้วยกัน4 ระดับหลักดังนี้
- ระดับพื้นฐาน
- ระดับเริ่มต้น
- ระดับก่อเกิด
- ระดับรวมปราณ
ชาวยุทธทุกคนที่อยู่ในระดับขั้นที่ต่างกันจะมีความแตกต่างในสมดุลของพลังที่ต่างกันอย่างมากยิ่งขั้นระดับพลังลมปราณสูงมากเท่าไร ยิ่งเห็นข้อแตกต่างได้มากขึ้นเท่านั้น ตัวอย่างชาวยุทธคนแรกที่มีระดับพลังลมปราณระดับพื้นฐาน ขั้นย่อยที่ 9เมื่อเผชิญหน้ากับชาวยุทธคนที่สองที่มีระดับพลังลมปราณระดับพื้นฐาน ขั้นย่อยที่ 8ก็จะมีความได้เปรียบในเรื่องพลังอยู่บ้าง อย่างไรก็ตามหากชาวยุทธคนแรกมีระดับพลังลมปราณระดับพื้นฐาน ขั้นย่อยที่ 5เมื่อเผชิญหน้ากับชาวยุทธคนที่สองที่มีระดับพลังลมปราณระดับพื้นฐาน ขั้นย่อยที่ 6 มักจะเสียเปรียบเป็นอย่างมาก
แต่ต้องมิลืมข้อสำคัญของโลกใบนี้
*ถึงแม้พลังลมปราณจะเยอะกว่ากัน 1 ขั้น ใหญ่ ก็หาได้มีชัยแบบท่วมท้นเสมอไป ต้องวิเคราะห์ โดยพิจารณาจากพลังธาตุจำเพาะเฉพาะตัวความได้เปรียบความเสียเปรียบของธาตุประจำตัวของแต่ละบุคคล สาเหตุ วิธีการ เช่นการต่อสู้นั่นเป็นการเดิมพันด้วยชีวิต หรือ เป็นการต่อสู้ประลองฝีมือเพียงเท่านั้นฯลฯ
ก่อนหน้านี้ตอนที่กันจิปะทะกับเฮียเปามีพลังเพียงระดับพื้นฐานในขั้นที่1 ต่ำกว่าเฮียเปาถึง 1 ระดับใหญ่ มันเป็นข้อแตกต่างค่อนข้างเยอะ เขาแม้จะได้เปรียบแต่ระดับพลังลมปราณที่สะสมในตันเถียนมีน้อยกว่ามากถ้าใช้จนมันหมดหรือเรียกว่าลมปราณพร่องก็เตรียมคอไว้รอให้ไอ้แก่เฉือดได้เลยหรือถ้าปะทะกันตรงตรงก็มีแต่ตายกับตายเหมือนกัน
แต่มันยังมีข้อแตกต่างอย่างอื่นที่ทำให้กันจิฟลุ๊คชนะไอ้แก่อ้วนนั้นมาได้นั้นคือเขามีเจ๊ซีโร่คนสวย หรือก็คือระบบแห่งความว่างเปล่าของเขาที่ทำให้พลังเขาเลื่อนขั้นได้อย่างรวดเร็วแล้วบวกกับวิชาวรยุทธของเขาที่ทำให้เขาฟลุ๊คเอาชนะมันมาได้โดยที่เขาได้ผสานวิชาตามเงาเข้ากับไทเก๊กปิดฉากโจมตีในจุดสำคัญของไอ้แก่อ้วนก่อนที่เขาจะหมดสติไปเช่นเดียวกัน...
ส่วนครั้งนี้ไม่เหมือนกันเพราะเขาต้องสู้กับเจ้าอันธพาลทั้ง3 คน ที่มีพลังลมปราณระดับพื้นฐานขั้นที่ 4 5 6 หรือ ขั้นกลาง , ขั้นผู้เชี่ยวชาญ แต่ทว่าเขากับมีพลังลมปราณเพียงระดับพื้นฐานขั้นที่5 แม้มิต่างกันมากนัก แต่พวกมันมีถึง 3 คน ถ้าหากเขาลมปราณพร่องก็รอโดนแขวนคอได้เลย
มันเป็นช่องว่างของความต่างที่มิอาจเข้าถึงเช่นในขณะนี้เป็นเรื่องของจำนวนคน เขาไม่อาจที่จะเข้าถึงความแตกต่างในเรื่องนี้ได้
แม้ว่าในอดีตเขาจะเคยมีพลังลมปราณระดับรวมปราณขั้นที่9 หรือ ขั้นสูง , ขั้นปรมาจารย์ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกแห่งมหาปราณเบื้องล่างแห่งนี้ก็ตามแต่เขาไม่สามารถทำลายความต่างของพลังลมปราณนี้ได้...
# แล้วสิ่งใดกันที่จะมาชดเชยในช่องว่างที่เห็นอยู่นี้ได้กันล่ะ?!
ตัดภาพมาที่ปัจจุบันหน้ารถเข็นขายซาลเปา....
“มิทราบว่าข้าน้อยจะขอลงเดิมพันข้าง…
**พรุบ...พรุบ...พรุบ...
กันจิที่กำลังกล่าวคำออกมาอยู่นั้น เป็นโอกาสให้เจ้า 1 2 3 ที่มองกันจิแบบจะกินเลือดกินเนื้ออยู่ตลอดเวลาเร่งเห็นโอกาสในตอนที่เจ้าหนุ่มหน้าขาวมันเผลอบ้างพวกมันมิรอช้าที่จะเอาคืน ที่พวกมันโดนกันจิเจ้าหนุ่มหน้าขาวผู้นี้ลูบคมซ้ำแล้วซ้ำอีกมันแอบโจมตีทีเผลอถึง 2 ครั้ง 2 ครา
ครั้งนี้พวกมันต้องการเอาคืนจึงปล่อยหมัดด้วยความรวดเร็วหมัดอัดลมปราณเต็มกำลังที่พวกมันทั้ง 3 ได้แอบตระเตรียมไว้เนิ่นนานแล้ว พอเห็นว่ากันจิกำลังจะกล่าวจบประโยคพร้อมกับยกมือเตรียมคารวะชาวยุทธที่อยู่บริเวณรอบรอบอยู่นั่นก็คือเวลาลงมือของพวกมันทั้ง 3 ที่ได้ตกลงกันไว้แล้ว หมัดที่ที่รุนแรงพร้อมกับการพุ่งตัวที่รวดเร็วโถมใส่กันจิโดยพร้อมเพรียงกัน...
“““……
คนที่ลงเดิมพันข้างเจ้าอันธพาลทั้ง3 ที่เป็นบุรุษเพศ พวกมันยืนหลับตามิได้เอ่ยกล่าวคำพูดใดออกมาแต่หน้าตาของพวกมันส่วนใหญ่เป็นสีหน้าที่แสดงออกถึงความสะใจสมน้ำหน้า...
“““……
“““สู้สู้นะ หนุ่มน้อย
“““ช่างเป็นบุรุษที่สมชายชาตรียิ่งนัก
“““……
ส่วนคนที่ลงเดิมพันข้างกันจิที่เป็นสตรีทั้งหมดนั้น แม้ว่าพวกนางจะยืนหลับตามิแต่ปากของพวกนางยังเอ่ยกล่าวคำพูดเชียร์ ให้กำลังใจออกมาไม่ขาดสายยิ่งบริเวณดวงตาที่ปิดสนิทของพวกนางส่วนใหญ่นั้นกลับมีน้ำใสใสซึมออกมาด้วยกันทั้งนั้นใบหน้าของพวกนางและสีหน้าที่แสดงออกมาเป็นบ้างก็รู้สึกสงสาร บ้าง็เห็นใจบ้างก็รู้สึกชื่นชม
แต่จะมีบ้างเป็นบางคนที่แสดงสีหน้ารู้สึกเสียดายออกมาพวกนางคิดสิ่งใดถึงเสียดาย ? ถึงได้หน้าขึ้นสีเป็นสีแดงมิต่างจากมะเขือเทศ !!!
ชาวยุทธที่เป็นบุรุษ-สตรีโดยรอบถึงกับหลับตาเพราะเจ้าหนุ่มที่บาดเจ็บสาหัสแบบเขาคงมิอาจทนทานรอดชีวิตจากกระทวนท่าหมัดที่ทุ่มสุดตัวของเจ้าอันธพาลทั้ง3ได้เป็นแน่ยิ่งพวกมันเร่งไปที่ส่วนเปาะบางอย่างเช่นบริเวณหัวและใบหน้าของเจ้าหนุ่มน้อยคนนี้ด้วยแล้ว....
*ผลัวะ!...
*…………ผลัวะ!...
*.........................ผลัวะ!...
เป็นเสียงหมัดที่ฟังแล้วช่างขาดช่วงยิ่งนักฟังแล้วหมัดที่กระทบน่าจะมีระยะเวลาห่างกันประมาณ 2-3 วินาที มันเหมือนกับว่าหมัดเสริมด้วยลมปราณนั้นมิได้โดนที่เป้าหมายในเวลาเดียวกันมันช่างแปลกสะจริง !?
““……!?
“““……
หลังจากเสียงหมัดที่กระทบเป้าหมายผ่านไปไม่มีเสียงอื่นให้ได้ยิน ไม่มีเสียงพูดคุยมีเพียงลมเย็นเย็นที่พัดผ่านไปมากับบรรยากาศที่วังเวง ชวนเศร้าเสียใจ และความหดหู่ของผู้คนในที่แห่งนี้…
ความรู้สึกหดหู่ของผู้คน และความรู้สึกเชิงลบที่มีถึง9 ส่วนที่เป็นพลังงานเชิงลบได้ผสมผสานกลมกลืนกับชั้นบรรยากาศที่มีลักษณะเย็นชื่นไร้แสงตะวันสาดส่องลงมาถึงของบริเวณหมู่บ้านทรายขาวแห่งทิศตะวันตกมันยิ่งเป็นตัวทวีคูณเพิ่มเติมเสริมแต่งให้ความกับพลังงานเชิงลบได้ทวีความรุนแรงขึ้นไปอีกระดับ...
จวบจนเวลาผ่านไปได้มิเกินช่วง 3ลมหายใจเข้าออก
บรรยากาศที่ชวนวังเวงชวนขนลุกถึงกลับแตกกระเจิงด้วยแสงอาทิตย์ที่บังเอิญสาดส่องลงมามันเป็นเวลาพอดิบพอดี ที่มีเสียงใสใสน้อยน้อยอันไพเราะน่าสดับรับฟังของดรุณีน้อยที่กล่าวชื่นชมออกมาทำลายความวังเวงนี้ พร้อมกับปรากฏเสียงหัวเราะดังขึ้นตามมาพร้อมกันถึง 3 เสียง ดังออกมาทำลายความเงียบสงัด ดังออกมาทำลายความหดหู่ของผู้คนดังออกมาทำลายบรรยากาศที่น่าอึดอัด ทำให้ทั่วบริเวณแห่งนี้มีความอบอุ่นจากแสงแดด เสียงหัวเราะอันน่าฟังและบรรยากาศที่สดใสมากยิ่งขึ้น…
““เป็นหมัดที่ดีมากเลยเจ้าค่ะ!!!
เสียงกล่าวของดรุณีน้อยผู้เป็นเจ้ามือกล่าวออกมาด้วยเสียงที่ดีใจนางเป็นเพียงคนเดียวที่เห็นเหตุการณ์ในตอนที่หมัดทั้ง 3 ปะทะเข้ากับเป้าหมายนางเป็นใคร นางเคยอยู่ที่ไหนมาก่อนข่าวเรื่องของกันจิปะทะเจ้าแก่อ้วนเป็นนางเองนี่และที่เอามาขายให้กับโรงเตี๊ยมทรายขาวแต่ไม่มีใครสนใจข่าวของทิศตะวันออกสักคนดังนั้นนางจึงเก็บมันไว้กับตัวเองเผื่อมีโอกาสได้ใช้ประโยชน์และมันก็เป็นที่นางคิดคำนวณไว้ นางได้ใช้ประโยชน์จากข่าวนี้จริงจริง นางจึงมีความมั่นใจในฝีมือของกันจิมากยิ่งนักมิเช่นนั้นคนที่มีหัวการค้า-ขายกำไร (ขี้เหนียว) แบบนางจะยอมเอาเงินทองมาโยนทิ้งกับสิ่งที่มันเป็นไปไม่ได้?!...
3 สหายวัยกระเต๊าะ
“ฮิฮิ ฮิฮิ
(✿ ◜◒◝ ) (หึหึ / ฮิฮิ)
**หงิง หงิง อาดิง อาดิง… ????
(*≧▽≦)(งุงิงุงิ)
**อาโฮก โฮก อาโฮก โฮก... ????
(*≧▽≦)(งุงิงุงิ)
***…………………………….
“““หืม !?....นี่มัน !!!
(⊙ヮ⊙) ! (อึ้ง)
เมื่อมีเสียงมาทำลายความเงียบที่น่าอึดอัดชาวยุทธทุกคนไม่ว่าจะเป็นบุรุษ หรือ สตรี ต่างค่อยค่อยลืมตาขึ้นมาดูสถานการณ์ตรงหน้าที่คงไม่ต่างจากที่พวกเขาได้คิดคำนวณไว้มากนักกระมั้ง!?
***เพี๊ยร์ !!!!
“““นี่มันอะไรกัน !!!
~( ´•︵•` )~ ไม่รู้ขอรับ ?!
“““ไอ้อันธพาล 3 ตัวพวกมึงจะเล่นตลกอะไรกันอีกวะ?!
(ꐦ ´͈ ᗨ `͈ ) (ปากกล่าวถามแต่เริ่มมีอารมณ์โมโห)
แต่ความเป็นจริงมันกับตบไปที่บริเวณใบหน้าของชาวยุทธชายทุกผู้คนที่ลงเดิมพันข้างเจ้าอันธพาลทั้ง3 ไว้ถึงกับรู้สึกหน้าชากับภาพที่ปรากฏให้เห็นตรงหน้า ที่มันสมจริงยิ่งกว่า 4K จนพวกเขาอดสบถออกมาไม่ได้...
“““กรี๊ด...กรี๊ด !!!
“““ว้าย...กรี๊ด...กรี๊ด!!!
“““ว้าย...กรี๊ด...หนุ่มน้อยสู้สู้!!!
สวนพวกสตรีนั้นกลับรู้สึกดีใจที่มันมิได้หน้าเศร้าเหมือนที่พวกนางได้จินตนาการไว้พร้อมกับส่งเสียงเชียร์กันจิที่ยังคงนั่งคุกเข่า 1 ข้างอยู่บนพื้นเหมือนเดิม
““………….?! เจ้า 1
(⊙ヮ⊙) ! (อึ้ง)
““………….?! เจ้า 2
(;ꏿ︿ꏿ) ตกตะลึงจนใบ้กิน !
““………….?! เจ้า 3
(⊙ꇴ⊙) (อา...เอิ่มม / พูดไม่ออก)
““นี่มันอะไรกัน !?
เจ้า 1 เจ้า 2 เจ้า 3 นักเลงถิ่นตะวันตกแห่งหมู่บ้านทรายขาว กับยืนสตั้น พร้อมกับเสียงอุทานด้วยความตกใจเป็นอย่างมาก
““เจ้าใช้วิช...อัก
““ท..ท่านต่อย...อัก...ตุบ !!!

พวกมันที่กล่าวพร้อมกัน แต่กล่าวยังมิท่านจบประโยคก็ต้องก็กระอักเลือดชั่วสีแดงเข้มออกมาแทบจะพร้อมเพรียงเป็นเวลาเดียวกัน โดยอาการของเจ้า 1 บาดเจ็บปานกลาง ส่วนเจ้า 2บาดเจ็บน้อยที่สุด ส่วนเจ้า 3 บาดเจ็บมากที่สุดจนถึงกับลงไปนั่งคุกเข่าอยู่ตรงข้ามกับกันจิ…