โลกต้าโจว
หลังจากที่ได้จัดการกับปาหลาง อารมณ์ของหลินเฉินก็ปลอดโปร่งเป็นอย่างมาก ราวกับว่าเขาได้กำจัดพันธะที่ผูกมัดตัวเขามาเป็นเวลานานไปหนึ่งอย่างแล้วอย่างไรอย่างนั้น
เขาพลันเข้าไปในมุกมิติ รับหลิงหลิงออกมา จากนั้นก็เดินกับบ้านไปด้วยกัน
หลิงหลิงหลังจากที่ได้ไปเล่นกับเสี่ยวไป๋ เธอก็อารมณ์ดีเป็นอย่างมาก พูดคุยหัวเราะกับหลินเฉินไม่หยุดไปตลอดทาง
............................................
ภายในห้องที่แทบจะมืดสนิท มีเพียงแสงจากเทียนที่สว่างอยู่ที่มุมห้อง บนเตียงนอนที่เก่ามาก จนแทบผุพัง ร่างหนึ่งนอนอยู่
ร่างนี้เป็นชายหนุ่มมีใบหน้าหล่อเหลา ถ้าหลินเฉินมาอยู่ที่นี่ เขาจะจำได้ในทันทีว่าชายหนุ่มคนนี้เป็นใคร
เขาไม่ใช่ใครอื่นเลย นอกจากศิษย์คนที่สี่ของหลินเฉิน...ไป๋ฮ่าว
ไป๋ฮ่าวค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา เขามองเพดานหลังคาที่เป็นหญ้าแห้ง ภายในแววตาปรากฏความงุนงงสับสน
“ที่นี่...ที่ไหน?” ริมฝีปากของเขาเปิดขึ้น มีน้ำเสียงที่แหบพร่าถูกส่งออกมา
ทันใดนั้นใบหน้าของเขาก็บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด เขารู้สึกราวกับว่ากระดูกทั่วร่างของเขามันร้าวไปหมด
ยิ่งไปกว่านั้นเขารู้อย่างชัดเจนว่าแขนข้างหนึ่งของเขามันได้หายไป!
ไป๋ฮ่าวใช้พลังปราณระงับความเจ็บปวดไว้ จากนั้นค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งอย่างเชื่องช้า เขายิ้มออกมาอย่างขมขื่น
“กระแสในช่องว่างมิติรุนแรงจริงๆ แม้แต่เราก็แทบเอาตัวไม่รอด” เขาจำได้ดีว่าหลังจากกระโดดตามท่านอาจารย์ของเขาเข้าไปภายในช่องว่างมิติ เขาต้องพบเจอกับอะไร
มันไม่ใช่อะไรเลย นอกจากกระแสที่รุนแรงภายในช่องว่างมิติ ถึงแม้ว่าเขาจะรอดมาได้ แต่ก็ต้องทิ้งแขนเอาไว้ที่นั่นข้างหนึ่ง
“ไม่รู้ว่าท่านอาจารย์ ศิษย์พี่ใหญ่ ศิษย์พี่รองและศิษย์พี่สามเป็นอย่างไรกันบ้าง?” ไป๋ฮ่าวอดไม่ได้ที่จะกังวล
เขาไม่รู้เลยว่าคนอื่นๆ เป็นยังไงบ้าง เนื่องจากเขาพลัดหลงกับศิษย์พี่ทั้งสามคนของเขา ตั้งแต่กระโดดเข้าไปภายในช่องว่างมิติ
ไป๋ฮ่าวพลันส่ายหน้าไปมา เลิกคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ไปก่อน เพราะตอนนี้สิ่งที่เขาควรทำคือสำรวจว่าเขาอยู่ที่ไหน และใครช่วยเขาไว้
ดูจากที่เขามานอนอยู่ที่นี่ ต้องมีคนช่วยเขาไว้ในตอนที่หมดสติอย่างแน่นอน ยิ่งที่ไหล่ซ้ายที่แขนซ้ายหายไปแล้วมีผ้าที่มีสมุนไพรพันอยู่ เขาก็ยิ่งมั่นใจว่ามีคนช่วยเขาไว้
ทันใดนั้นประตูก็ถูกเปิดออก หญิงสาวคนหนึ่งในชุดสีเหลืองซีดได้ก้าวเดินเข้ามา
เธอมีใบหน้าที่มอมแมม แต่ก็สามารถมองเห็นได้ถึงเค้าความงามอันไม่ธรรมดา ผมยาวที่รวบไว้ยุ่งเหยิง ดวงตากระจ่างใสเป็นอย่างมาก ราวกับดวงดาวอันพร่างพราว
“ท่านพื้นแล้ว?” หญิงสาวร้องขึ้นด้วยความตกใจ จากนั้นก็ยิ้มเล็กน้อย “อาการท่านหนักขนาดนั้น ข้าคิดไม่ถึงเลยว่าท่านจะฟื้นตัวเร็วขนาดนี้”
ไป๋ฮ่าวมองไปที่หญิงสาว ก่อนถาม “เป็นแม่นางช่วยข้าไว้หรือ?”
หญิงสาวส่ายหน้าไปมาในทันที “ไม่ใช่ข้า แต่เป็นอง...ไม่สิ เป็นพี่สาวของข้า”
“พี่สาวของเจ้าหรือ ข้าอยากพบนางเพื่อขอบคุณ ข้าแซ่ไป๋ มีนามว่าฮ่าว” ไป๋ฮ่าวอยากจะประสานมือขึ้น ทว่าเขาก็ทำไม่ได้ เพราะเขามีมือเดียว เขาจึงได้แต่ยกมือข้างหนึ่งขึ้นมากำไว้ระหว่างอก
“ข้าเรียกว่าหลิงลั่วลั่ว ท่านตามข้ามา พี่สาวข้าอยู่ข้างนอก”
ไป๋ฮ่าวพยักหน้า ลุกจากเตียง เดินตามหลิงลั่วลั่วไป
เขาตามหลิงลั่วลั่วมาจนถึงข้างนอก ก็รู้ว่าห้องที่เขาเคยนอนอยู่ก่อนหน้านี้นั้น เป็นบ้านหลังหนึ่งที่เก่ามากแล้ว
“พี่สาวข้าอยู่นั่น” หลิงลั่วลั่วพูด พลางชี้นิ้วไปยังทิศทางหนึ่ง
ไป๋ฮ่าวมองตามไป เขาก็เห็นหญิงสาวคนหนึ่งกำลังนั่งล้างผักอยู่ที่ริมแม่น้ำ แม้ว่าเธอจะสวมใส่ชุดที่สีซีด ทว่าใบหน้านั้นกลับงดงามไร้ที่ติด
ผมยาวถูกรวมไว้ด้วยปิ่นปักผม ดวงตาเรียวตรงคล้ายพระจันทร์เสี้ยว คิ้วงามราวต้นหลิว ริมฝีปากอวบอิ่ม
‘นี่...’ ไป๋ฮ่าวถึงกับนิ่งไป เขาพบว่าหญิงสาวคนนี้ไม่ได้ด้อยไปกว่าเหล่าเทพธิดาที่มีความงามเป็นเลิศในโลกอมตะเลย
หากว่าจิวตี้ ศิษย์พี่สามของเขาอยู่ที่นี่ อีกฝ่ายคงจะรีบวิ่งเข้าไปเกี้ยวเธออย่างแน่นอน
“พี่สาว คนที่ท่านช่วยไว้ฟื้นแล้ว” หลิงลั่วลั่วตะโกนไปทางหญิงสาวที่ล้างผักอยู่
เธอหยุดมือลงในทันที จากนั้นก็หันมองมา ก่อนที่จะนำผักที่ล้างใส่ตระกร้าไม้สานก้าวเดินมา
“ข้าไป๋ฮ่าว ขอบคุณแม่นางที่ช่วยชีวิต บุณคุณครั้งนี้ไป๋ฮ่าวจะตอบแทนอย่างแน่นอน” ไป๋ฮ่าวยกขึ้นกำแน่นระหว่างอก ก้มศีรษะลงเล็กน้อย
หญิงสาวยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่งดงามหาใดเทียม “ท่านไม่ต้องคิดมาก เมื่อเห็นคนบาดเจ็บไร้สติ ข้าไม่อาจนิ่งดูดายได้”
ไป๋ฮ่าวจ้องมองใบหน้าที่มีรอยยิ้มของหญิงสาวจนโง่งม แต่เขาก็ไม่ใช่คนธรรมดา พริบตาเดียวก็สีหน้าสงบ เขายิ้มเล็กน้อย “จิตใจของแม่นางช่างน่าเลื่อมใส ไม่ทราบแม่นางมีนามว่าอันใด?”
“ข้าเรียกว่าหลิงหลง”
“ที่แท้ก็แม่นางหลิง” ไป๋ฮ่าวพยักหน้า ก่อนฉุกคิดถึงบางอย่างขึ้นมาได้ อดไม่ได้ที่จะถาม “ไม่ทราบว่าที่นี่ใช่โลก ใช่ประเทศจีนหรือไม่?”
สาเหตุที่ไป๋ฮ่าวถามออกมาแบบนี้ เป็นเพราะว่าเคยได้ยินได้ฟังหลินเฉิน ท่านอาจารย์ของเขาเล่าให้ฟังหลายครั้งแล้วว่า สถานที่ๆ เขาจากมาและต้องการกลับไปคือประเทศจีนในโลกปัจจุบัน
หลิงหลงส่ายหน้าไปมา “ข้าไม่เคยได้ยินสถานที่ที่ท่านพูดถึงมาก่อน ที่นี่คือทวีปฉีหนานในโลกต้าโจว”
“ทวีปฉีหนาน? โลกต้าโจว?” ไป๋ฮ่าวชะงักงันไปอย่างเห็นได้ชัด จากนั้นเขาก็ถอนหายใจออกมา ดูเหมือนว่ากระแสในช่องว่างมิติจะส่งเขามาที่นี่
ไม่รู้ว่าท่านอาจารย์หรือศิษย์พี่ทั้งสามคนของเขาจะถูกส่งมาที่โลกต้าโจวด้วยหรือไม่
“ท่านสมควรไปพักผ่อน อาการบาดเจ็บของท่านยังไม่ดีขึ้นมาก สมควรพักผ่อนรักษาตัวให้มาก ท่านรู้หรือไม่ว่าท่านสลบไปนานถึงเจ็ดวัน”
“ขอบคุณแม่นางหลิง” ไป๋ฮ่าวขอบคุณด้วยความซาบซึ้งใจ อย่างไรก็ตาม เขาก็คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะสลบไปถึงเจ็ดวัน
“หลิงหลง เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแล้ว!” ในเวลานี้ชายวัยกลางคนในชุดเก่าได้วิ่งเข้ามาหาด้วยสีหน้าร้อนรน
ใบหน้าของหลิงหลงกับหลิงลั่วลั่วเปลี่ยนไปในทันที
“เกิดอะไรขึ้น ลุงสอง?” หลิงหลงรีบถาม คิ้วคู่งามขมวดขึ้น
“หม่าจี้กงกำลังมาที่นี่ พวกเราต้องรีบหนี พวกมันรู้ที่อยู่ของพวกเราแล้ว!” ชายวัยกลางคนที่ถูกเรียกว่าลุงสองหยุดลงพลางพูดอย่างเหนื่อยหอบ
เมื่อได้ฟังคำพูดของลุงสอง ใบหน้าของหลิงหลงกับลั่วลั่วก็ซีดขาวลงอย่างมาก ร่างกายของพวกเธอสั่นสะท้านขึ้นมา
“ลั่วลั่วรีบไปเก็บของ!” หลิงหลงรีบพูด เธอทิ้งตระกร้าใส่ผักลง ก่อนหมุนตัวเดินไปทางบ้านเก่า
หลิงลั่วลั่วพยักหน้ารีบตามไป
ลุงสองที่เห็นทั้งสองคนหันหลัง ดวงตาก็ฉายแววอำมหิต เขาหยิบมีดที่แหลมคมที่เหน็บอยู่ข้างเอวออกมา ก่อนที่จะวิ่งเข้าหาหลิงลั่วลั่ว จ้วงแทงไปที่หลังของเธอ
หลิงลั่วลั่วเหมือนจะสัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหว เธอรีบหันกลับมามอง ทันใดนั้นดวงตาของเธอก็เบิกกว้าง สีหน้าซีดขาวลงยิ่งกว่าเดิม
ภายในใจของเธอเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง หากว่าเธอถูกแทง เธอคงจะต้องตายอย่างแน่นอน
ไป๋ฮ่าวที่ยืนเงียบอยู่มาโดยตลอดพลันเคลื่อนไหว เขากระโดดถีบใบหน้าของลุงสองอย่างรวดเร็ว
ปัก!
ร่างของลุงสองกระเด็นปลิวออกไปในทันใด เลือดพุ่งออกมาจากปากและจมูกของเขา!
จบบทที่ 59