เกิดใหม่เป็นไอ้เจิด

    ตอนที่หนึ่งร้อยเจ็ด Practicality

    ตอนที่หนึ่งร้อยเจ็ด Practicality

    หลังจากที่ผมทดลองบินขึ้นลงด้วยกระด้งและใช้สากเป็นหางเสือควบคุมทิศทางอยู่สักพักแล้ว

    ผมสามารถสรุปได้ว่ามันมีเหตุผลอยู่ที่อาจารย์คงจะใช้การขี่คอโหงพรายแทนในการเดินทางไปไหนมาไหน

    เนื่องจากการควบคุมการบินด้วยกระด้งค่อนข้างลำบากกว่าการเป็นกระสืออีกเพราะร่างกายของเราใหญ่กว่าและการเคลื่อนไหวตีวงกว้างกว่า

    ต่างกับกระสือที่ลอยด้วยตนเองและขนาดร่างกายเล็กกว่าเพราะมีแค่หัวกับไส้

    อีกประการคือกิ่งไม้ต้นไม้และหนามต่างๆ

    มันมีเหตุผลอยู่ที่มีคำเตือนในการป้องกันกระสือให้เกี่ยวหนามต่างๆเอาไว้

    ก็พอใช้กับการบินแบบกระหังได้เช่นกัน

    โชคดีที่ผมมีวิชาคงกระพันเลยไม่ได้เจ็บอะไรสักเท่าไรจากการที่ผมให้พวกไอ้ห้อยไอ้โหนเอาลวดหนามมาขวางเส้นทางไว้ตอนที่ผมฝึกบินไปมาเพื่อหลบลวดหนาม

    แต่มันมีเหตุผลอยู่ที่กระสือหรือกระหังนั้นมีขอบเขตการทำมาหากินไม่เกินวงรัศมีของหมู่บ้านที่ไม่เกินห้ากิโลเมตร

    การจะเดินทางข้ามป่าข้ามเขานั้นใช้วิธีการขี่คอโหงพรายจะปลอดภัยและสบายมากกว่า

    เพราะภูมิประเทศภูเขาและขึ้นเขาลงห้วย

    ขี่คอผีพรายต่างๆจะสามารถแก้ปัญหาเรื่องความเหนื่อยและความยากลำบากในการเดินทางได้ต่างจากการบินที่มันต้องขยับแขนเองก็เหนื่อยอยู่

    ไม่แปลกที่อาจารย์คงแม้จะสร้างเรือเหาะได้หรือกระด้งกระหังได้ แต่ก็ใช้บริการผีโหงพรายมาตลอดในการเดินทางไปไหนมาไหน

    Practicality

    การสามารถใช้งานได้จริง

    การสามารถใช้งานได้จริงและใช้งานง่ายการขี่คอโหงพรายนั้นชนะกระด้งของกระหังหรือเรือเหาะ

    แต่ผมแค่ไม่ค่อยอยากจะพึ่งการใช้บริการโหงพรายไปไหนมาไหนแบบอาจารย์คงเท่านั้นเอง

    สำหรับผมที่เอาวิญญาณนางตะเคียนทองมาอยู่ในเรือเหาะพูดอย่างนี้ก็กระไรอยู่แต่ผมพยายามเอาให้มีจุดที่อาจจะผิดพลาดได้มากที่สุดจากวิญญาณออกไปก่อน

    แต่สำหรับคนอย่างอาจารย์คงนั้นคงมองว่าของที่ไม่มีวิญญาณสิงอยู่มันจะไปมีฤทธิ์อะไรเสียมากกว่า

    “ลูกพี่เก่งมากเลยจ๊ะ”

    ไอ้ห้อยไอ้โหนตะโกนให้กำลังใจผมที่บินวนยอดมะพร้าวอยู่สามสี่รอบ

    ผมได้รู้อีกอย่างว่าคงกระพันมันไม่รวมถึงการ

    “ไม่เหนื่อย”

    ว่าการจับตัวที่มีวิทยาอาคมระดับแสนตรีเพชรกล้านั้นก็ใช้วิธีรุมและคอยจนอีกฝ่ายเหนื่อยอ่อนจึงจับตัว

    ท่าทางผมคงต้องค้นคว้าเวทย์ที่ทำให้ “ไม่เหนื่อย”ให้มากขึ้นแล้ว

    จากคนที่ชกท่อนซุงจนปลิวเตะต้นกล้วยจนหัก

    แต่พอลองบินแบบกระหังไม่กี่รอบทำให้เหงื่อของผมถึงกับชุ่มหลังไปหมด

    แต่ผมมองว่าก็เป็นอีกหนึ่งการออกกำลังกายที่ดี

    คงจะจัดเรื่องนี้ไว้ในชีวิตประจำวันอีกอย่างหนึ่ง

    การบินก็สนุกดีเมหือนกันหากถามผมถึงจะไม่เท่อย่างการบินแบบอื่นๆก็เถอะ