บทที่ 48: คำให้การจากมิโกะสาว (The Testimony form The Maiden)
“พวกคุณตำรวจคงจะยังงงอยู่สินะคะ...ว่าทำไมในคืนวันนั้น คนร้ายถึงสามารถเข้ามาขโมยดาบเจ็ดเขี้ยวออกมาจากพิพิธภัณฑ์ได้ โดยที่ไม่มีร่องรอยความเสียหายและการงัดแงะใดๆ เลย...”“คงจะยังงอยู่สินะคะ...ว่าทำไมภาพจากกล้องวงจรปิดถึงไม่สามารถจับภาพคนร้ายนั่นได้...”“คงจะยังงอยู่สินะคะ...ว่าทำไมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของที่นั่นถึงไม่มีใครจำเรื่องราวในคืนเกิดเหตุของวันนั้นได้”สึรุฮิเมะที่กำลังให้การกับพวกสารวัตรเท็นจูโร่ถอนหายใจสักพักก่อนที่จะเฉลยความจริงของคืนเกิดเหตุในวันนั้นออกมา“เพราะคนร้ายรายนี้...มันมีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการใช้เวทย์องเมียวแห่งศาสตร์มืดเป็นอย่างมาก คือคนร้ายได้ร่ายมนต์ดำในการเข้าครอบงำความรู้สึกนึกคิดของพวกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่นั่นไว้ จากนั้นคนร้ายก็เดินทะลุผ่านประตูกระจกเข้าไปด้านในของพิพิธภัณฑ์ด้วยพลังเวทย์ดำของเขา โดยที่ภาพจากกล้องวงจรปิดไม่สามารถจับภาพคนร้ายรายนั้นได้เลย...”“หลังจากที่ได้เดินมาถึงที่จัดแสดงดาบเจ็ดเขี้ยวนั่น คนร้ายก็ยื่นมือทะลุเข้าไปหยิบดาบเจ็ดเขี้ยวออกมาผ่านตู้กระจกนิรภัยด้วยเวทย์ดำของเขาและนำออกมาจากพิพิธภัณฑ์อย่างง่ายดาย หลังจากที่คนร้ายได้ไปจากพิพิธภัณฑ์พร้อมกับดาบเจ็ดเขี้ยวแล้ว พวกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจึงพากันได้สติและก็จำอะไรไม่ได้เลย”หลังจากที่สึรุฮิเมะให้การเกี่ยวกับการหายไปของดาบเจ็ดเขี้ยวที่พิพิธภัณฑ์เสร็จสิ้น ผู้กองทัตสึยะก็เริ่มกล่าวแสดงความเห็นออกมาด้วยใบหน้าคมคายที่นิ่วด้วยความเคร่งเครียดนิดๆ“อย่างงี้นี่เอง ไม่น่าหล่ะ ถึงว่าภาพจากกล้องวงจรปิดถึงไม่สามารถจับภาพคนร้ายที่ก่อเหตุในคืนวันนั้นได้เลย”“ถ้าอย่างงั้น ที่พวกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยบอกว่าไม่ได้ยินเสียงสัญญาณเตือนภัยเลยนั่น ก็เป็นเพราะว่าคนร้ายได้ใช้มนต์ดำอะไรนั่นในการเข้าครอบงำความรู้สึกนึกคิดของเจ้าหน้าที่พวกอย่างงั้นสินะ”“ใช่ค่ะ” ทางด้านสึรุฮิเมะก็พยักหน้าเพียงเล็กน้อยเป็นการยืนยันในข้อสันนิษฐานของผู้หมวดซากุนะ“สารวัตรครับ ไม่ใช่ว่าพวกผมจะเชื่อในเรื่องเวทย์องเมียว หรือมนต์ดำอะไรพวกนั้นหรอกนะครับ แต่ทุกคำให้การที่มาจากผู้หญิงคนนี้ มันก็ชวนให้รู้สึกน่าคิดอยู่เหมือนกันนะครับ”“ดิฉันก็คิดอยู่แบบนั้นเหมือนกันนะคะสารวัตร เพราะถ้าหากเป็นคนร้ายทั่วไปแล้ว ต่อให้จะเฉลียวฉลาดและวางแผนกันมาอย่างดีสักแค่ไหน ก็คงไม่มีทางที่จะขโมยดาบเจ็ดเขี้ยวออกมาจากพิพิธภัณฑ์ได้อย่างง่ายดายขนาดนั้นแน่”ทางด้านสารวัตรเท็นจูโร่ก็ดูเหมือนจะคล้อยไปตามกับผู้หมวดนากาโนะกับผู้หมวดซากุนะ เขานิ่วใบหน้าด้วยความเคร่งเครียดนิดๆ พลางยกมือหนาขึ้นแตะบนคางอย่างแผ่วเบา“ยังมีอีกหลายสิ่งบนโลกที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยหลักวิทยาศาสตร์นะคะ คุณตำรวจ”ทางด้านสึรุฮิเมะก็พูดกับพวกทีมสารวัตรเท็นจูโร่ในลักษณะเชิงบอกกล่าว“คุณพอจะทราบไหมว่า...คนร้ายรายนั้นเขาก่อเหตุขโมยดาบเจ็ดเขี้ยวเล่มนั้นไปเพื่ออะไร”สารวัตรเท็นจูโร่เอ่ยถามกับสึรุฮิเมะ“เท่าที่ดิฉันพอจะเคยได้ยินมานะคะสารวัตร เห็นว่าในคืนนั้น...คนร้ายรายนี้ได้นำดาบเจ็ดเขี้ยวเล่มนั้นกลับไปคืนสู่นางเทวีอสูรฯ อิซานามิที่ถูกพันธนาการโดยเจ้าหญิงฮิเมรากิเมื่อ 500 กว่าปีก่อน ด้วยการปักเข้ากับก้อนหินเซสโชเซกิบนที่ราบสูงในเมืองนาสุในคืนเดียวกัน ในตอนนี้...นางเทวีอสูรฯ ก็ได้เป็นอิสระแล้วด้วย”หากไม่ใช่เพราะต้องการเบาะแสเกี่ยวกับดาบเจ็ดเขี้ยวเล่มนั้น สารวัตรเท็นจูโร่กับลูกทีมทั้งสามคนก็คงอยากจะหยุดการสอบสวนซะเดี๋ยวนี้เลย เพราะพวกเขานั้นต่างก็ไม่เคยได้ยิน...และก็ไม่ได้มีความสนใจเกี่ยวกับนางเทวีอสูรฯ ที่เป็นตำนานพื้นบ้านของชนเผ่าวาในเมืองเกียวโตเลยแม้แต่นิดเดียว“เพราะงั้นดิฉันถึงได้บอกไว้แล้วนี่คะ...ว่าคำให้การของดิฉันมีส่วนเกี่ยวข้องกับตำนานพื้นบ้านของชนเผ่าวาในเมืองเกียวโตที่เกี่ยวกับนางเทวีอสูรฯ เข้ามาด้วย”“แล้วคุณพอจะทราบไหมคะ...ว่าคนร้ายรายนั้นมันเป็นใคร และที่เขาทำพิธีปลดปล่อยนางเทวีอสูรฯ อะไรนั่น เขาทำมันไปเพื่ออะไร”ผู้หมวดซากุนะเอ่ยถามกับสึรุฮิเมะด้วยสีหน้าที่ดูเคร่งเครียดนิดๆ“คือเรื่องนั้น...ดิฉันเองก็ยังไม่ทราบเหมือนกันค่ะ แต่ที่รู้ๆ ว่าคนร้ายรายนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีอื่นๆ ในหลายคดีอย่างแน่นอนค่ะ ทั้งคดีไฟไหม้ที่หอระฆังในจังหวัดไซตามะ ทั้งคดีระเบิดสะพานเชื่อมกลางอาคารที่อุเมดะสกายในจังหวัดโอซาก้า ทั้งคดีระเบิดสะพานชินเคียวในจังหวัดโทชิกิจนเกิดเหตุไฟไหม้และร่วงหล่นลงไป และรวมไปถึง...คดีวินาศกรรมเหตุระเบิดที่อาคารศาลาว่าการกรุงโตเกียวด้วยค่ะ...”“ถ้าคุณตำรวจจะสืบหาตัวคนร้ายรายนี้ก็คงจะยากหน่อยนะคะ เพราะในคดีเหล่านี้ล้วนมีส่วนเอี่ยวกับผู้มีอำนาจและอิทธิพลรายหนึ่ง และคนร้ายรายนี้ก็เป็นคนของผู้มีอิทธิพลรายนั้นด้วย...”สารวัตรเท็นจูโร่กับลูกทีมอีกสามคน เมื่อได้ยินเช่นนั้นพวกเขาต่างก็พากันอึ้งกันเป็นยกทีม“คงไม่จำเป็นต้องเอ่ยชื่อนะคะ เพราะคุณตำรวจเองก็น่าจะเคยได้ยิน...หรือคุ้นชื่อนี้มาบ้าง”หลังจากที่ให้การกับพวกตำรวจในทีมสารวัตรเท็นจูโร่ได้เสร็จสิ้นลง สึรุฮิเมะก็รีบโค้งคำนับให้ก่อนที่เธอจะเดินออกไปจากอาคารกรมตำรวจนครบาลโตเกียวและก็รีบขึ้นรถม้า(ที่แปลงกายมาจากทานุกิ)เดินทางกลับไปยังบ้านพักในศาลเจ้าโอยามะซุมิเมื่อวันก่อน มีรถตู้ VIP ยี้ห้อหรูสีดำมันเงา 2 คันได้แล่นเข้ามาในบ้านคฤหาสน์สุดหรูแห่งหนึ่งที่ทั้งใหญ่โตมโหฬารและเงียบสงบในเวลาเดียวกัน ทันทีที่ประตูรถถูกเปิดออกก็ได้มีชายหญิงคู่หนึ่งลงมาจากรถตู้พร้อมกับไฮโซทั้ง 7 คนกับลูกน้องบริวารอีก 3 คนชายหญิงคู่นี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นนางเทวีอสูรฯ อิซานามิที่อยู่ในคราบหญิงไฮโซสุดหรู กับองเมียวจิแห่งศาสตร์มืดผู้มีนามว่าอาชิยะ โดมันที่อยู่ในคราบของฟูจิวาระ เก็นเซย์ ผู้เป็นมือขวาของเก็นอิจิโร่ อิชชิน ส่วนทางด้านไฮโซทั้ง 7 คนนั้นก็คือลูกสมุนของนางเทวีอสูรฯ ที่อยู่ในร่างมนุษย์โดมันและพวกนางเทวีอสูรฯ ที่อยู่ในร่างมนุษย์ทั้งหมดได้เข้ามานั่งโซฟาหรูที่มีราคาแพงที่ห้องนั่งเล่นภายในบ้านคฤหาสน์ ซึ่งมีการจัดตกแต่งภายในอย่างสวยงามและหรูหราโอ่อ่า...สมกับฐานะของผู้เป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ที่เป็นถึงนักการเมืองผู้มีอิทธิพลมากที่สุดอยู่ในขณะนี้“ที่นี่ก็เงียบสงบดีนะ เจ้าว่าไหม”“ที่นี่คือบ้านของเจ้านายข้าเอง เชิญพวกเจ้าอยู่ตามอัธยาศัยเถอะ”สักพัก ก็ได้มีชายผู้เป็นเจ้าของบ้านคฤหาสน์หลังนี้ค่อยๆ เดินลงบันไดหรูมายังชั้นล่างทีละก้าว จนเขาได้ลงมาถึงที่ชั้นล่าง ชายผู้นี้ค่อยๆ เดินมายังห้องนั่งเล่นชั้นล่างพร้อมกับลูกน้องบริวารทั้ง 3 คน ซึ่งเป็นลูกน้องคนเดียวกับที่ทำหน้าที่ขับรถพาพวกนางเทวีอสูรฯ ในร่างมนุษย์มายังบ้านหลังนี้ จนเขาได้เดินมาถึงที่ห้องนั่งเล่นและพบกับชายผู้เป็นมือขวาที่กำลังนั่งรอเขาอยู่บนโซฟาหรูพร้อมกับนางเทวีอสูรฯ และเหล่าลูกสมุนที่อยู่ในร่างมนุษย์ชายผู้เป็นเจ้าของบ้านคฤหาสน์หรูแห่งนี้จะเป็นใครที่ไหนเป็นไม่ได้ นอกจากเก็นอิจิโร่ อิชชิน แม้จะเต็มเปี่ยมไปด้วยออร่าแห่งยำเกรงที่พร้อมจะสยบผู้คนให้อยู่ใต้เท้าแทบจะทันที แต่นั่นก็ไม่สามารถทำอะไรกับชายผู้เป็นมือขวาคนนี้ได้เลย