เนื่องจากเป็นสามอาณาจักรรวมเป็นหนึ่งโดยที่ไม่มีตำแหน่งจักรพรรดิปกครอง เพื่อรักษาเสรียถภาพ ความมั่นคง ตลอดจนการคุ้มครองต่างๆ จึงมีการจัดตั้งสภาในที่ชุมนุมการทหารขึ้นเป็นครั้งแรก[และตลอดเรื่อยมา] คณะผู้แทนจากเมืองนครน้อยใหญ่ทั้งสิบหกแห่ง จึงเดินทางมาร่วมประชุมกัน ภายหลังได้มีการสถาปนาเป็น นครบวรริต นครรัฐพิเศษขนาดเล็ก จัดตั้งขึ้นสร้างขึ้นเพื่อประชุมบริหารและกำกับกิจการทางศาสนาโดยเฉพาะ
ความสำเร็จในการบริหารและปราศจากภัยขัดแย้งรุนแรงภายใน ตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมา คือเครื่องตอกย้ำเสถียรภาพของจักรวรรดิแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี
ภายในห้องโถงสภามีเก้าอี้ให้ตัวแทนนครใหญ่ทั้งสิบหกท่านและผู้ติดตามอย่างพร้อมเพรียง ทุกคนในที่นี้ส่วนใหญ่ล้วนเป็นขุนนางด้านการทูต ส่วนมากยังมีสถานะเป็นผู้แทนอำนาจในนามของกษัตริย์ บางส่วนเป็นนักบวชระดับสูง ในขณะที่ส่วนน้อยจะเป็นเหล่าเชื้อพระวงศ์
ท่ามกลางผู้คนมากหน้าหลายตา บางท่านบางคนเหลือบมองไปยังเจ้าครองนครวาริส มาคัส มาเทซาร์ ในสายตาของชาวศวาติด้วยกัน เขาคือมหาบุรุษผู้ได้ชื่อว่าเป็นเจ้านครผู้ทรงอิทธิพลและน่าเกรงขามที่สุดคนหนึ่ง ชายวัยกลางคนร่างสูงโปร่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ สวมชุดยาวสีเลือดนก
การปรากฏตัวของเขาทำให้เหล่าผู้แทนฉงนสงสัยไม่น้อย เพราะน้อยครั้งที่เจ้าครองนครจะเดินทางมาด้วยตัวเอง...
บางสายตามองมายังหญิงนักบวชที่สวมผ้าคลุมข้างเจ้าครองนคร นักบวชหลี่แต่งกายมาในครั้งนี้อย่างเต็มยศ เธอรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยเมื่อมายังสภาแห่งนี้ แต่ด้วยหน้าที่อันยิ่งใหญ่ ทำให้หญิงสาวยืนหยัดอย่างมั่นคง...
หลังจากทุกท่านพร้อมหน้าแล้ว ประธานในพิธีครั้งนี้คือ เครติส อัครบิดา ผู้นำจิตวิญญาณสูงสุดทั้งสามศาสนา เป็นชายวัยประมาณหกสิบปีเศษ ภาพลักษณ์เรียบง่าย ดูสุขุม สวมหมวกนักบุญสีขาวนักบวชผู้คอยดูแลกิจการศาสนา ซึ่งนั่งอยู่บนบัลลังก์อย่าสง่างามก็เอ่ยขึ้น
“ก่อนเริ่มการประชุม ทางสภาขอชี้แจ้งว่าทุกท่านจะต้องให้ความเคารพต่อเทพเจ้า ขอทุกท่านจงหารือในเรื่องสถานการณ์ปัจจุบัน และชี้ทางสว่างอันเหมาะสมแก่จักรวรรดิศวาติของเรา"
เครติสกล่าวโดยเสียงอันดัง ชายชราลุกเจ้าเก้าอี้แล้วกางฝ่ามือของตนออกไป“ขอเชิญทุกท่านร่วมปฏิญาณ”
“ขอให้อิเซร่าเทพแห่งการต่อสู้ โปรดมอบพละกำลังให้แก่เรา ขอเทพธาวิสเวลผู้ผดุงปัญญา โปรดประทานความรู้ให้แก่เรา ขอเอมิลท์องค์เทวาแห่งการรักษา โปรดประทานพรให้แก่จักรวรรดิศวาติตลอดไป"
เครติสหรี่ตา ก้มตัวลงทำท่าเคารพต่อเทพด้วยการกำมือแล้วแตะระหว่างหน้าผากหนึ่งครั้ง“ในฐานะประธานสภาแห่งศวาติ” “ขอเชิญผู้เสนอวาระสำคัญแก่สภาบริหารได้”
เจ้าครองนครแห่งวาริสเป็นผู้ยกมือขึ้นเป็นคนแรกแทบจะทันทีที่ประธานสภาพูดจบ
“ข้า มาคัส มาเทซาร์ สายเลือดแห่งแกรนด์เมเลียส เจ้าผู้ครองนคร ตัวแทนพลเมืองแห่งวาริส ขอเสนอวาระในครั้งนี้ ในฐานะเรื่องเร่งด่วน”ชายวัยกลางคนพูดขึ้นก่อนลุกขึ้นยืน สูดลมหายใจลึกๆแล้วเอ่ย
“ข้าเชื่อว่าในขณะนี้ศวาติกำลังถูกคุกคาม!”
เสียงมวลชนภายในห้องโถงดังอื้ออึงในชั่วพริบตา พวกเขาหันปรึกษาต่อกัน บ้างชักสีหน้าด้วยความหวาดหวั่น บ้างก็ตกตะลึงงัน
“เป็นภัยคุกคามจากอะไร!?”เสียงผู้หนึ่งดังขึ้นมาจากฝั่งโถงตรงข้าม มาคัสมองนิ่งก่อนตอบอย่างรวดเร็ว
“ซิเรเดล”เจ้าครองนครตอบหนักแน่น เขาหันมองทุกคนเพื่อให้มั่นใจว่าจะได้ยินสิ่งที่เขากำลังจะประกาศ
“เรากำลังเผชิญภัยคุกคามอีกครั้ง จากจอมมารฑีคา!”
คราวนี้ผู้คนในห้องโถงต่างส่งเสียงอื้ออึงดังกว่าครั้งแรก พวกเขาต่างตื่นตนกอย่างชัดเจนเมื่อเอ่ยชื่อของจอมมารออกมา
“ทุกท่านโปรดอยู่ในความสงบ!”ประธานสภาจักรวรรดิออกปากปราม จนทุกเสียงทยอยเบาลง
“เราจะไม่เอ่ยชื่อพวกมารปีศาจร้ายที่นี่ ในดินแดนแห่งเทพเจ้าทั้งสาม เจ้าผู้ครองนครที่รัก”หนึ่งในตัวแทนสิบหกหัวเมือง นักบวชฟาลาเวล เอ่ยขึ้นอย่างสงบ เธอเคยเป็นเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงแห่งอาณาจักรเทวตัธ และยังเป็นนักบวชหญิงผู้อาวุโสที่สุดในสภาแห่งนี้ “ขอท่านโปรด...อธิบายเรื่องราวครั้งนี้ตามมูลความจริงด้วย”เธอผายมือมายังมาคัส รอฟังคำชี้แจ้งเช่นเดียวกันทุกคนในสภา
“ข้าไม่คิดเอ่ยชื่อประมุขศัตรู หากไม่มั่นใจแน่ชัดว่าเป็นภัยจากพวกมาร !”มาคัสเอ่ย พลางหันไปยังผู้คุมการประชุม“ข้าแต่ประธานสภาจักรวรรดิ และทุกท่านในที่นี้ ข้าเชื่อมั่นว่าทุกท่านยังจดจำท่านผู้กล้าเมย์ นักพยากรณ์ผู้ยิ่งใหญ่ อดีตประมุขสูงสุดแห่งสภาศวาติได้”ดวงตาประดุจเหยี่ยว จดจ้องไปทั่วสภา ราวกับสะกดนิ่งทุกคนให้ตั้งใจฟังได้
เครติส ประธานสภาเป็นผู้ทำลายความเงียบงันนั้น“แน่นอนที่สุด ข้ารับตำแหน่งประมุขแห่งนครบวรริตต่อจากท่านผู้กล้าเมย์”
“ข้าได้รับคำพยากรณ์ถึงภัยคุกคามครั้งนี้”มาคัสอธิบาย
ท่ามกลางผู้คนต่างกระซิบกัน เครติสก็ถามต่อ“คำพยากรณ์ว่าเช่นไร? ภัยคุกคามแบบไหนกำลังมาเยือนชาวเราหรือ? ท่านเจ้านคร”
มาคัสผายมือไปยังสตรีนักบวชข้างกาย“ท่านหญิงนักบวชผู้นี้จะอธิบายให้ทุกท่านได้ฟัง! ข้าขอเบิกตัว ลูกศิษย์คนสนิทของผู้กล้าเมย์ ท่านนักบวชหลี่”เขากล่าวจบก็นั่งลง เพื่อให้หลี่โดดเด่นแทนตน
หญิงสาวยืนตรงหน้าโถงสภาอันยิ่งใหญ่ เธอขยับเปิดผ้าปิดหน้าขึ้น ผู้คนต่างจดจ้องมองมายังเธอผู้เดียว“ข้าแต่สมาชิกสภาจักรวรรดิอันสูงส่งทุกท่าน ข้าคือหลี่ผินฮวา เป็นลูกศิษย์ท่านเมย์ นักบวชหญิงแห่งนิกายดวงตาดาราเวียนว่าย สาวกแห่งเอมิลท์ เพทผู้พิทักษ์รักษาผืนแผ่นดินค่ะ!”
ฉับพลันเมื่อหลี่แนะนำตัว มือของผู้แทนหญิงวัยกลางคนนางหนึ่งในโถงข้างหนึ่งก็ชูขึ้นมา“ข้าแต่สภาที่เคารพ ข้า เมอร่าดี ผู้แทนจากนครศราวัติ ดินแดนในอาณัติแห่งเทพธาวิสเวล มีข้อสงสัยในตัวนางค่ะ!”เธอกล่าวด้วยสีหน้าบึ้งตึง
“เชิญท่านหญิง เมอร่าดีจากนครศราวัติ”ประธานสภาตอบรับ ตัวแทนหญิงจึงหันไปยังหลี่
“ท่านหลี่ จากชื่อของท่าน ท่านเป็นชาวต้าจินอย่างนั้นหรือ?”
“มีเชื้อสายค่ะ…”หลี่ตอบอย่างใจเย็น เธอพยายามซ่อนความรู้สึกประหม่าเอาไว้แล้วต้องอย่างมุ่งมั่นออกไป“บรรพบุรุษและมารดาข้าเป็นชาวต้าจินค่ะ” เมอร่าดีมองหลี่อย่างสงสัย เธอหันไปยังประธานสภาแล้วเอ่ย“ข้าแต่สภาที่เคารพ เราจะไว้ใจสตรีต่างด้าวจากแผ่นดินอื่นได้อย่างนั้นหรือคะ?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น นักบวชหญิงก็สวนพูดกลับในทันที!
“แด่เทพเจ้าทั้งสาม! ข้าแต่ทุกท่านในสภาจักรวรรดิทุกท่าน! ข้าขอแย้งประเด็นเรื่องชาติกำเนิดไม่ใช่ประเด็นที่เราควรหยิบยกมาในตอนนี้!”
“อะไรนะ? ไม่ใช่ประเด็นหรือ?”เมอร่าดีทวนคำ คิ้วของเธอขมวดเล็กน้อย ราวกับต้องคำชี้แจ้งความหมายที่มากกว่านี้
หลี่สูดลมหายใจ ก่อนตอบอย่างสุขุม“ผู้กล้าเมย์ อาจารย์ของข้า ท่านเป็นชาวต้าจิน…แต่ท่านสามารถแสดงให้ทุกท่านประจักษ์ได้ว่าศรัทธาของอาจารย์เมย์ ได้รับการตอบรับจากเทพเจ้าทั้งสาม! เฉกเช่นเดียวกับนักบวชที่เป็นชาวศวาติ! หากทุกท่านในสภายอมรับในตัวท่านอาจารย์ของข้า ข้าเองก็อยากให้ทุกท่านเชื่อมั่นในตัวข้าด้วยเช่นกันค่ะ!”เธอพูดอย่างฉะฉาน เธอสบตามองไปดวงตาของผู้ที่อยู่ในสภาจนทั่ว
“และบัดนี้ข้าคือนักบวชแห่งนิกายดวงตา อย่างถูกต้องจากศาสนจักรแห่งสามเทพเจ้า ข้าผู้อุทิศตนแด่เทพอันสูงส่ง ข้านั้นมิใช่สตรีต่างด้าว หากแต่เป็นนักบวชแห่งจักรวรรดิศวาติเช่นนี้และตลอดไปค่ะ!”
คำตอบของเธอหนักแน่นกว่าขุนเขา คมกริบจนเหมือนมีดบาดก็ไม่ปาน!ผู้คนในสภาต่างรู้สึกชื่นชมหญิงสาวผู้นี้เพิ่มขึ้นไม่น้อย!!
ประธานเครติสผู้อ่านสถานการณ์ที่เกิดขึ้นมาตลอด จึงกล่าวทำหน้าที่คุมการประชุมต่อไป“ท่านหญิงเมอร่าดี ท่านมีข้อโต้แย้งอะไรในเรื่องนางอีกหรือไม่”
เมอร่าดียอมนั่งเก้าอี้ลง สีหน้าดูผ่อนปรนอย่างเห็นได้ชัด“หากนางให้สัตย์ต่อทวยเทพ ข้าก็ไม่มีข้อโต้แย้งใดค่ะ”เธอพูด
"เมื่อครู่ท่านนักบวชหลี่ได้กล่าวถึงท่านผู้กล้าเมย์...แล้วในเวลานี้ท่านผู้กล้าเมย์อยู่ที่ใด?”เสียงคำถามของเครติส ทำให้หลี่นิ่งไปครู่หนึ่ง
ข่าวการจากไปของเมย์ คือความลับที่รู้เพียงสาวกและคนเพียงหยิบมือ แต่ยังไม่ใช่เวลาบอกความจริงในเรื่องออกไป
มาคัสเห็นนักบวชหญิงเงียบไป จึงเป็นผู้เอ่ยออกมา“ผู้กล้าเมย์ล้มป่วยมานาน เป็นเรื่องที่ทุกท่านคงพอจะทราบมาบ้าง เวลานี้นางได้พำนักและอยู่ภายใต้การดูแลอย่างดีในนครวาริส เรื่องนี้ข้าและลูกสาวขอยืนยัน”
ชื่อเสียงของมาคัสและเพตรามีความหมายมั่นคงยิ่งกว่าความเชื่อมั่น คำพูดของเขาจึงมีน้ำหนักอย่างมาก
หลังจากมาคัสเอ่ยไปสักครู่ใหญ่ เสียงหนึ่งก็เอ่ยขึ้น“ข้าแต่ประธานสภาจักรวรรดิที่เคารพ ข้า เวนูเลส ตัวแทนจากคาธาเวีย ดินแดนในคุ้มครองของเทพแห่งปัญญา มีเรื่องสอบถามท่านนักบวชหลี่ค่ะ!”
“เชิญท่านหญิงเวนูเลสแห่งคาธา”
หญิงสาวผมดำแห่งคาธาเวียก้มหน้าราวกับทำความเคารพ เธอเอ่ยพูดขึ้นอย่างรวดเร็ว“ในเวลานี้มีสัตว์อสูรบุกรุกโจมตีเมืองคาธาเวียของเรา สาเหตุมาจากนักบวชของเราเชื่อว่าอาคมของท่านเมย์กำลังเสื่อมลง!”สายตาของเวนูเลสพุ่งไปยังหลี่และมาคัส“เรื่องนี้ตัวแทนของท่านเมย์และท่านมาคัสผู้คุ้มครองนางจะชี้แจ้งและแก้ไขอย่างไรคะ?”
เสียงอื้ออึงเริ่มดังขึ้นอีกครั้ง...
หลี่เป็นผู้ตอบคำถามข้อนี้“ท่านอาจารย์เมย์ป่วยหนักอยู่ในเวลานี้จนทำให้พลังอาคมของยันต์คุ้มกันอ่อนลงก็จริง กระนั้นด้วยความรวดเร็ว เธอได้แจ้งสาวกนิยายดวงตาให้ความร่วมมือการนักบวชนิกายเทพแห่งการรักษา นิกายเทพนักรบและนิกายเทพแห่งปัญญา ในการดูแลผนึกอาคมที่กระจายอยู่ทั่วศวาติแล้ว ดังนั้นภัยคุกคามจากอสูรจะน้อยลงไป”
"นี่เป็นสิ่งหนึ่งที่เรามั่นใจได้ว่าอสูรจำนวนมาก ถูกส่งมาจากซิเรเดล เพื่อสร้างความปั่นป่วนภายใน"มาคัสกล่าวเสริม
เวนูเลสยกมือขึ้น ก่อนพูดต่อ“เมืองของเราได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ทางเราต้องการยื่นเรื่องต่อสภาในเรื่องการสนับสนุน”
ประธานเครติสพยักหน้าอย่างใจเย็น“สภาจะรับเรื่องของท่านหญิงไว้ในการพิจารณา”
เวนูเลสโค้งเคารพเมื่อได้ยิน“ขอบคุณท่านประธาน ท่านมาคัส ท่านนักบวชหลี่”เธอพูด ก่อนนั่งลง
“ข้าแต่สภาจักรวรรดิ"เสียงของผู้แทนชายหนุ่มวัยประมาณยี่สิบปีเศษ รูปร่างองอาจ เรือนผมสีเงินเอ่ยขึ้นด้วยเสียงอันดัง"ข้า เจ้าชาย วาแครฟต้า มัสครีน ตัวแทนพระบิดาเอเลเวียที่สามแห่งนิโวกรีน เกราะเหล็กแห่งเทพอิเซร่า มีเรื่องจะขอแสดงความเห็นและตั้งคำถามต่อนักบวชหลี่ครับ!”
“เชิญท่านวาแครฟต้าแห่งนิโวกรีน!”
เจ้าชายหนุ่มหันไปยังนักบวชหลี่แล้วพูดขึ้น“ข้าไม่กังวล ไม่ถือสา หรือแบ่งพรรคพวก! ไม่ว่ท่านนักบวชจะเป็นชาวจักรวรรดิใด สำหรับนักรบแห่งนิโวกรีน เราเชื่อมั่นในผู้กล้าเมย์ ผู้ช่วยเหลือพวกเรา คราศึกสงครามศักดิ์สิทธิ์กับจอมมาร ข้าให้ความเคารพนางเฉกเช่นเดียวกับท่านผู้กล้าเมย์"
เจ้าชายเว้นช่วงคำพูดเล็กน้อยก่อนเอ่ยต่อ“หากแต่เป็นเรื่องภัยคุกคามที่จะเกิดขึ้นตามพยากรณ์คือเหตุเช่นไร?”

หลี่หลับตาลง เธอพึมพำบางอย่าง ก่อนประกาศคำตอบแก่ชาวสภา“ข้าเห็นเปลวไฟ ...เปลวไฟแห่งสงครามกำลังจะปะทุ ลุกลามขึ้นอีกครั้งในไม่ช้า แผ่นดินจะเต็มไปด้วยความเดือดร้อนโกลาหลไปทั่วทุกแห่งหน ความตายกำลังมาเยือนดินแดนเอซิเรียของเรา ความสงบสุขกำลังจะถึงคราวสิ้นสุดหากเราไม่หาทางรับมือ!”
เสียงของผู้คนที่ได้ยินเริ่มแตกตื่นในทันที...
“ทุกท่านโปรดอยู่ในความสงบ"เครติสพยายามปรามผู้คนในที่ประชุม ก่อนเอ่ยถาม"นักบวชหลี่เรื่องที่กล่าวมาเป็นความจริงอย่างนั้นหรือ”
“ข้าแต่อำนาจเทพเจ้าทั้งสาม ด้วยพลังของท่านอาจารย์เมย์ ทุกท่านจะได้เห็นนิมิต!”หลี่พูด

ทันใดนั้นเหมือนมีกระแสพลังบางอย่างปรากฏขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์!!!
มันคือการถ่ายทอดภาพนิมิตขนาดใหญ่ทั่วทั้งสภา!!!
ภาพที่ทุกคนเห็นมองเห็นคือสมรภูมิสนามรบต่อสู้...เต็มไปด้วยเพลิงและโลหิต
ทุกคนมองเห็นกองทัพใหญ่ของพวกมารจำนวนมหาศาลกำลังเคลื่อนทัพ...
เขามองเห็นจอมมารบนบังลังก์และกองทัพฝ่ายมนุษย์ ปรากฏร่างผู้กล้าถือดาบวิเศษขึ้น...ก่อนที่จะกลายเป็นแสงสว่างวาบหายไปจนหมดสิ้น...
“โอ้”เสียงของเหล่าผู้แทนและผู้ติดตามทั้งหลายสนทนากันในทันที
“นิมิตแห่งเทพ พลังของท่านเทพเจ้าสามารถทำให้เราเห็นนิมิตพร้อมกัน...”
“พลังมนตราอันมหาศาลจริงๆ”
“เรื่องราวที่ว่า เป็นความจริงหรือเนี่ย!?”
ท่ามกลางเสียงกระซิบ เจ้าชายหนุ่มผู้ยื่นคำถามก็เอ่ยทำลายความวุ่นวายนั้น
“กองทัพแห่งนิโวกรีนพร้อมยกทัพสู้กับพวกมารอีกครั้ง!”เขากล่าว“ในทันทีที่มีการร้องขอ”
“กองทัพภายใต้ธงผู้ศรัทธาเทพสงคราม เราทั้งหลายพร้อมรบ”เสียงสนับสนุนจากเมืองผู้นับถือเทพสงครามดังขึ้นอย่างรวดเร็ว
"หนทางเดียวที่เราจะยุติเภทภัยคือผู้กล้าทั้งเจ็ด!"หลี่หล่าวเสริม เธอใช้พลังอย่างมากเพื่อให้ทุกคนเห็นภาพนิมิต แต่ก็สะกดใจให้พูดต่อไป"เราต้องเตรียมพร้อมสนับสนุนผู้กล้าทั้งหลายเตรียมสู้ศึกในอนาคต ขอให้ทุกท่านเห็นแก่ส่วนรวม ร่วมมือกันเพื่ออนาคตของเอซิเรีย!"
เสียงดังอย่างฮึกเหิมดังขึ้นก้องไปทั่วสภาแห่งนี้
"เวลานี้ผู้กล้าแห่งศวาติได้เดินทางไปพร้อมผู้กล้าซือหลินแล้ว ไม่ช้าคงพบผู้กล้าที่เหลือ!"มาคัสชี้แจ้ง เขาลุกขึ้นเพื่อประกาศต่อ"การจะประกาศการรบ จำเป็นต้องใช้ทุนทรัพย์มหาศาล หากเจ้านครผู้ใดขัดเคือง สามารถมาหาข้าได้ทุกเมื่อ ข้าจะรอพบที่วาริส"
หลี่หันมาเครติสด้วยสีหน้าเริ่มซีด"ข้าขอสภาโปรดพิจารณาด้วย"เธอโค้งศีรษะก่อนจะนั่งเก้าอี้ลง
"เราจะโหวตเพื่อลงมติ หากท่านได้ประสงค์เข้าร่วมการตระเตรียมทัพ ขอจงชูมือขึ้น"เครติสกล่าว
ผู้คนในสภาจ้องกัน แล้วพากันลงมติอย่างรวดเร็ว
"ผลเป็นเอกฉันท์...จากนี้ขอให้นครทั้งสิบหกแห่งเคารพในการตัดสินใจครั้งนี้ด้วยในทันที!"
เสียงปรบมือดังขึ้นตามด้วยผู้คนสนทนากัน ในระหว่างนั้นมาคัสก็หันมายังหลี่ด้วยความเป็นห่วง
"ท่านหลี่ ท่านช่างทำให้ข้าตะลึงนัก เป็นการพูดที่ดีมาก ประหนึ่งเป็นนักการทูตได้"มาคัสกล่าว มองร่างนักบวชหญิงที่นั่งบนเก้าอี้"ข้าไม่ทราบว่าท่านสามารถแสดงพลังนิมิตให้เห็นได้"
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นแล้วตอบอย่างแผ่วเบา"ข้าจำต้องใช้พลังอย่างมากเพื่อให้ทุกคนในห้องนี้เห็นนิมิตค่ะ เมื่อเห็นเรื่องราบรื่นเช่นนี้ก็ค่อยรู้สึกดีใจขึ้นหน่อย"หลี่ยิ้มเมื่อความพยายามของเธอสำเร็จ"จากนี้ไปต้องฝากท่านมาคัสแล้วค่ะ"เธอพูดขึ้น
"งานจากนี้คงวุ่นวายน่าดูชมเลยล่ะ..."มาคัสยิ้ม ก่อนประสานมือแล้วครุ่นคิดกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อไป
ในขณะเดียวกัน หมู่บ้านวายุพิรุณ หุบเขาซุยซาน
"ขอบคุณท่านอาจารย์ที่มาส่งนะครับ"ซือหลินกล่าวขอบคุณอาจารย์ที่พาคณะของเขาลงมายังพื้นดิน
มังกรหญิงยิ้มก่อนเอ่ย"จะไปกันแล้วสินะ เหมือนเพิ่งมาไม่นานเองแท้ๆ"
"ไว้จะมาเยี่ยมใหม่นะครับ"ซือหลินตอบ
"ขอให้โชคดีซือหลิน เจ้าเป็นศิษย์ที่ข้าภูมิใจเสมอไม่ว่าจะตอนหนุ่มหรือแก่ จงอย่าลืมว่าเจ้าเป็นศิษย์ของข้าเสมอ"เป็นภาพอาจารย์มังกรเฮอเหลียวโอบกอดร่างลูกศิษย์เอาไว้ ทว่าเหมือนกับมารดาและบุตรชาย"รักษาตัวด้วย"
"ท่านอาจารย์ด้วย โปรดรักษาตัว"ซือหลินคำนับ
"เวทินเอ๋ย จงดูแลผู้เฒ่าซือหลินด้วยล่ะ"
"ข้าจะพยายามอย่างเต็มที่ครับท่านเฮอเหลียว"เด็กชายนักบวชตอบ เฮอเหลียวลูบศีรษะอย่างเอ็นดู
"ขอบคุณที่ท่านมังกรเมตตาพวกเรามาตลอดหลายวันมานี้นะคะ"เพตรากล่าวพลางโค้ง
"เพตรา มาเทซาร์ มาหาข้าหน่อย"เฮอเหลียวยิ้ม พลางกวักมือให้หญิงสาวเข้ามาใกล้"ขอบใจที่ดูแลซือหลิน ดูแลทุกคนในถ้ำ ข้าขอมอบสิ่งนี้เป็นรางวัลให้เจ้า ตลอดเวลาที่เจ้าช่วยคุ้มครองจนไม่มีปีศาจย่างกรายเข้ามา"พูดจบเฮอเหลียวก็มอบห่อของบางสิ่งให้กับเพตรา
"ข้าไม่ได้ทำมานานหลังว่ายังได้ผลนะ มันคือยาน้ำตามังกร ใช้รักษาโรคหรือเสริมพลังแก่อาวุธได้ จงเก็บติดตัวไว้เถอะ"
เพตรายิ้ม ก่อนจะรับรางวัลนั้นเอาไว้"ขอบคุณมากค่ะ"
"ขอให้เจ้าโชคดีในเรื่องที่ปรารถนานะจ้ะ"มังกรสาวกระซิบข้างหู จนเพตราสะดุ้งโหยง เฮอเหลียวหัวเราะเบาๆก่อนเดินไปหาฟาน
"แล้วก็ฟาน หลานสาวของข้า เจ้าเด็กตัวหอมเอ๋ย!!"เฮอเหลียวมากอดน้วยหลานสาวอย่างเต็มรัก! จนเด็กทารกน้อยในอกพ่อร้องด้วยเสียงอันดังเพราะความอึดอัด"ลูกสาวของผู้กล้า ชีวิตเจ้าช่างมหัศจรรย์นัก การผจญภัยของเจ้ายังอีกยาวไกล จงเติบโตขึ้นอย่างแข็งแรงนะ"
"อ้อแอ้"ฟานคำรามดัง
"ดีมาก! เอ้า! ข้าขอมอบสร้อยนี้แก่เจ้า"เฮอเหลียวมอบสร้อยพันคออันแวววาวแก่ฟาน เธอใส่ไว้ได้พอดี"ทำมาจากศิลามังกร พอดีไปเจอมา หวังว่ามันจะคุ้มครองเจ้าให้ปลอดภัยได้นะ"
เด็กสาวมองสร้อยคอที่ได้รับ ก่อนยกขึ้นมาแทะจนน้ำลายเต็มไปหมด "ง่ำๆ"
"อย่ากินสิลูก!"ซือหลินปราม ก่อนหันมาทางอาจารย์"พวกข้าขอตัวเดินทางก่อน ขอลาท่านอาจารย์!"
"เจ้าจะเดินทางไปที่ใดต่อ ให้ข้าไปส่งไหม?"พญามังกรพันปีถาม
"ไม่ขอรบกวนอาจารย์ไปมากกว่านี้แล้วครับ"ผู้กล้าวัยกลางคนตอบ"เราจะไปยังเมืองหลวง มีเรื่องต้องไปชี้แจ้งเรื่องราวกับทางองค์จักรพรรดิ!"
มังกรสาวพยักหน้าเล็กน้อย"ถ้าอย่างนั้นก็...ไปดีมาดีนะทุกคน ขอให้โชคดี"เฮอเหลียวโบกมือเล็กน้อย ก่อนมองทุกคนเดินจากออกไปจนลับสายตา เธอยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะกลายร่างกลับเป็นร่างพญามังกร แล้วทะยานบินกลับไปยังขุนเขาของตนไปอย่างรวดเร็ว
จบไปแล้วนะครับกับตอนในจักรวรรดิสภาอันดุเดือด ถือเป็นการต่อสู้ของอาจารย์หลี่ในฟากจักรวรรดิศวาติ และทิ้งท้ายด้วยการลาจากอาจารย์มังกร เฮอเหลียวเป็นตัวละครน่ารักสำหรับนักเขียน เธอเต็มไปด้วยความสดใสและรอยยิ้ม นอกจากนี้ยังเป็นตัวละครที่มีอดีตและความเกรี้ยวกราดกับความเป็นมังกรของเธอ การปรากฏของเธอสร้างสีสันอย่างมากกับเรื่องอ้อแอ้อู้โอ้ว! และในขณะเดียวกันในฐานะอาจารย์ เธอคอยสอนและลับคมให้ซือหลิน เวทิน ไม่น้อยอีกด้วย เป็นตัวละครที่สนุกทุกครั้งที่เขียนถึงเลยครับ เราจะคิดถึงเธอจนกว่าจะเจอกันในบทต่อไป ยังไงก็ขอฝากผลงานตอนต่อไปกันด้วยนะครับ (ノ◕ヮ◕)ノ*:・゚✧ ✧゚・: *ヽ(◕ヮ◕ヽ)
