ห้องประชุมใหญ่ของวรโชติเมธีกรุ๊ปตกอยู่ในความเงียบ
หลังน่านฟ้าเสนอแผนขยายตลาดส่งออกไปยังต่างประเทศ
กรรมการหลายคนสบตากันไปมาก่อนหนึ่งในนั้นจะเอ่ยขึ้น
"ผมว่ายังเร็วเกินไปครับคุณน่านฟ้าเพิ่งเข้ามาบริหารได้
ไม่นานโครงการนี้ยังมีความเสี่ยงค่อนข้างสูง"
เสียงเห็นด้วยดังขึ้นจากหลายมุมโต๊ะ น่านฟ้านั่งฟังเงียบๆ
สีหน้าไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย ขณะนั้นเธนศจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"ผมคิดว่าไอเดียของน่านน่าสนใจนะเด็กสมัยใหม่มีมุมมองที่ต่างออกไป
พวกเราควรเปิดโอกาสให้เขาได้แสดงฝีมือบ้าง"
คำพูดดูเหมือนการสนับสนุนแต่สุดท้ายมติของที่ประชุมก็ยังเป็เหมือนเดิม
แผนงานถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนดน่านฟ้ามองภาพนั้นอย่างเงียบงัน
ในบริษัทแห่งนี้ตำแหน่งผู้บริหารของเขาอาจดูมีอำนาจแต่คนที่ทุกคนเชื่อฟังจริง ๆ
ยังคงเป็ เธนศ วรโชติเมธี เพียงคนเดียว
หลังออกจากห้องประชุม
น่านฟ้ากลับมาที่ห้องทำงานของตัวเองไม่นานนักเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
"เชิญครับ"
รินดาเปิดประตูเข้ามาพร้อมแก้วOrange Americano
เธอวางมันลงบนโต๊ะก่อนมองสีหน้าเ้านายแล้วอมยิ้ม
"โดนหนักเลยสิวันนี้"
น่านฟ้าหยิบแก้วขึ้นมาจิบก่อนพยักหน้ารับสั้น ๆ รินดาเปิดแท็บเล็ตในมือ
" อีกสามวันมีงานแต่งตระกูลอัครเดชนะ คุณต้องไปร่วมงาน"
น่านฟ้าถอนหายใจทันที
"ไม่ไปได้ไหม
เบื่อพวกคุณหญิงคุณนายในงานเดี๋ยวก็ส่งคนเข้าหาอีก"
รินดาหลุดหัวเราะ
"ไม่ได้ คุณเธนศก็ไป
อย่างน้อยก็ต้องทำตัวเป็ลูกชายที่ดีต่อหน้าสื่อหน่อย"
น่านฟ้าพิงพนักเก้าอี้อย่างเหนื่อยใจก่อนตอบกลับเรียบๆ
"งั้นติดต่อริสาให้ผมหน่อย"
รินดาเลิกคิ้ว "คนเดิมอีกแล้วเหรอ"
"อืม"
"แล้วส่งเครื่องประดับคอลเลกชันใหม่กับชุด
แบรนด์เนมที่เพิ่งออกวางขายไปให้เธอด้วย"
เลขาสาวส่ายหน้าเบาๆ "ใช้วิธีเดิมตลอดเลยนะ"
น่านฟ้ายกแก้วขึ้นจิบก่อนตอบกลับหน้าตาเฉย
"ก็ได้ผลนี่" รินดาหลุดหัวเราะออกมาส่วนเ้าของห้อง
ก็ยังคงมีสีหน้าเรียบนิ่งเหมือนเดิม
สามวันต่อมา
ภายในโรงแรมหรูริมแม่น้ำเ้าพระยางานแต่งงานของทายาทตระกูลอัครเดชในคืนนี้
แทบไม่ต่างจากงานรวมตัวของบุคคลสำคัญในวงการธุรกิจและการเมือง
น่านฟ้ายืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มแขกด้วยรอยยิ้มสุภาพตามแบบฉบับคุณชายวรโชติเมธี
สูทสีเทาเข้มช่วยขับให้บุคลิกของเขาดูโดดเด่นยิ่งขึ้น
ข้างกายมีหญิงสาวในชุดราตรีสีดำเดินเคียงอยู่ไม่ห่าง
ริสานางแบบสาวชื่อดังและคู่ควงคนล่าสุดในสายตาสังคม
ข้อดีของการพาเธอมาด้วยคือช่วยกันบรรดาคุณหญิงคุณนายที่
พยายามจับคู่ลูกสาวให้เขาได้เป็อย่างดี
ขณะงานกำลังดำเนินไปเสียงฮือฮาก็ดังขึ้นจากทางเข้าห้องจัดเลี้ยง
ชายร่างสูงในสูทสีดำเดินเข้ามาด้วยท่าทางสงบนิ่ง
ใบหน้าคมคาย สายตาดุดันและบุคลิกที่โดดเด่นจนยากจะละสายตา
ข้างกายมีชายหนุ่มอีกคนเดินตามมาไม่ห่าง
น่าจะเป็บอดี้การ์ดน่านฟ้าหันไปมองตามเสียงซุบซิบรอบตัว
"คุณเฉินแห่งเฉินกรุ๊ปนี่"
"ไม่คิดว่าจะมางานนี้"
เฉินเฟยหลง
นักธุรกิจชาวจีนผู้ทรงอิทธิพลชื่อที่น่านฟ้าเคยได้ยินมานับครั้งไม่ถ้วน
ขณะที่กำลังใช้ความคิด ริสาที่ขอตัวไปหยิบเครื่องดื่มก็เดินกลับมา
"คุณน่านคะ ริสาหยิบมาให้ค่ะ"
น่านฟ้ารับแก้วมาถือไว้ตามมารยาทแต่เพียงมองแวบเดียว
เขาก็สังเกตเห็นความผิดปกติ เหงื่อที่ซึมบนหน้าผาก
แววตาที่ดูร้อนรนเกินเหตุ
"ชนแก้วหน่อยนะคะยินดีด้วยสำหรับโครงการใหม่"
น่านฟ้ายิ้มบางๆ ก่อนยกแก้วขึ้น เขาจิบเพียงเล็กน้อย
แต่ไม่นานนักภาพตรงหน้าก็เริ่มพร่าเลือน
แรงในร่างกายค่อย ๆ หายไป ริสารีบเข้ามาประคองทันที
"คุณน่านคะเดี๋ยวริสาพาไปพักนะ"
"ไม่เป็ไรครับ..." น่านฟ้าพยายามปฏิเสธ
แต่หญิงสาวยังคงพาเขาเดินออกจากห้องจัดเลี้ยง
มุ่งหน้าไปยังลิฟต์ด้านใน ก่อนจะถึงจุดหมาย เสียงทุ้มของผู้ชายคนหนึ่งก็ดังขึ้น
"จะพาเขาไปไหน"
ริสาสะดุ้งสุดตัวน่านฟ้าเงยหน้าขึ้นช้าๆ
ก่อนพบชายร่างสูงในสูทสีดำยืนอยู่ตรงหน้า
เฉิน เฟยหลง
สายตาคมมองหญิงสาวนิ่งๆ
"ผมเห็นคุณใส่อะไรลงไปในแก้วเขา
ถ้าไม่อยากให้ผมเรียกตำรวจ...ก็รีบไปซะ"
สีหน้าของริสาซีดเผือด
ก่อนปล่อยมือน่านฟ้าแล้วรีบเดินหนีไปทันที
ร่างของน่านฟ้าโอนเอนแต่เฟยหลงเข้ามาประคองไว้ได้ทัน
กลิ่นน้ำหอมราคาแพงลอยเข้ามาแตะปลายจมูก
ให้ความรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด
น่านฟ้าพยายามลืมตาขึ้นมอง
รอยสักสีดำบางส่วนโผล่พ้นขอบปกเสื้อเชิ้ต
ยิ่งขับให้เ้าของร่างดูน่าเกรงขามมากขึ้น
"ไหวไหมครับ คุณน่านฟ้า"
"ไหวครับ..."
เขาตอบเสียงแ่แต่ในหัวกลับเต็มไปด้วยคำถาม
เฉิน เฟยหลง... เขามาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร และมันจะบังเอิญเกินไปหรือเปล่า