“เอ็งท้องโตขนาดนี้ เหตุใดถึงเพิ่งมาหาข้า!”
“ฮะ!”
พีรพลอ้าปากพะงาบ ๆ เป็ปลาหมอขาดน้ำสมองประมวลผลเร็วจี๋ถึงคำพูดของหมอแมะเมื่อตะกี้นี้แต่ไม่ว่าจะคิดอีกกี่ทีก็ยังไม่เข้าใจเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือหน้าโง่ ๆ มึน ๆ จนต้องเปิดปากถามหมอชราอีกครั้ง
“หมอพูดอีกทีดิ๊ เผื่อเมื่อกี้ข้าได้ยินไม่ถนัดคราวนี้ขอช้า ๆ ชัด ๆ เลยนะ”
หมอแมะส่ายหัวช้า ๆอย่างเอือมระอากับความไม่ประสาของคนไข้ ก่อนจะพูดช้า ๆ ชัด ๆ ด้วยเสียงที่ดังจนแทบจะกลายเป็ะโตามที่อีกฝ่าย้า
“ข้าพูดว่า เอ็ง! ท้อง! โต! ขนาดนี้! เหตุใด! เพิ่ง! มาหาข้า! ชัดพอหรือยังห๊า!”
โอย...คราวนี้ชัดเต็มสองหูเลยหม๊อ! ชัดมากจนขี้หูออกมาเต้นระบำแล้วจ้า ฮือ หมอเคืองอะไรพ้ม! พ้มก็แค่อยากฟังให้ชัด ๆ อีกครั้งก็เท่านั้นเอ๊งงง
ฮืออออออ
พีรพลทำใจให้ยอมรับได้ยากเลยออกมานั่งน้ำตาไหลพราก ๆ อยู่หน้าร้านของหมอแมะอย่างคนประสาทแตกในหัวสมองก็คิดย้อนไปถึงชาติก่อน ตอนที่เข้าเรียนวิชาอนาโตมี่ในเวปโอนลี่แฟนรวมถึงวิชาสุขศึกษาสมัยที่ขนยังไม่ขึ้น ซึ่งไม่ว่าจะแหล่งไหน ก็ไม่มีหัวข้อที่บ่งบอกว่าผู้ชายมันจะท้องได้เลยสักที่
เอ๊ะ...หรือว่าโลกนี้มันเปลี่ยนไปแล้วแต่ถ้าเปลี่ยนเขาก็ต้องรู้สิ เพราะเข้าห้องอนาโตมี่ในโอนลี่แฟนทุกวัน!
แค่นั้นยังไม่พอ เมื่อหมอะโถามมาจากด้านในว่า…
“ที่ผ่านมาเอ็งมีอาการแพ้ท้องบ้างหรือไม่!”
ฮือ...หมอคร๊าบบบ ขนาดท้องหย่างหม่ายรุ ถ้ามีอ่าก๊านแพ่ท้องจริ๊งพ้มกะว่า ตัวพ้มแพ่อ่าห๊านนั่นแหละคร๊าบบบบ[1]
หลังจากที่นั่งสติแตกอยู่พักใหญ่ ๆจนเขียดนั่งดูดน้ำมะพร้าวหมดไปแล้วสามลูก หลับน้ำลายยืดไปอีกสองตื่น พีรพลก็เริ่มเรียกสติสตังค์กลับเข้าร่างมาได้บ้างบางส่วนจากนั้นก็นึกย้อนไปั้แ่วันแรกที่ได้ออกมาเผชิญโลกกว้างข้างกำแพงวัด ณตอนนั้นเขาเห็นผู้ชายหน้าสวยอุ้มลูกเดินผ่านไปผ่านมายังนึกชมอยู่ในใจเลยว่าผู้ชายสมัยนี้หน้าตาสวยอย่างกับผู้หญิงแถมยังเป็คุณพ่อที่รักลูกมาก ขนาดที่ว่าไม่ยอมให้ห่างกายบางคนก็จับจูงตามก้นกันมาอีกเป็พรวน
ฮืออออ
สรุปคือเข้าใจผิดไปเองเรอะ!
ไอ้ตอนแรกที่บอกว่าเป็เมียบ่าวก็คิดว่าเหมือนโลกเก่าที่ชาว LGBTQ+ เขามีความรักกัน ซึ่งพีรพลก็มองว่ามันเป็เื่ปกติทั่วไปเพื่อนเขามีคู่ที่เป็เพศเดียวกันก็เยอะ ประชากรโลกที่รักกันโดยไม่มองเพศสภาพก็แยะ
แต่มันต้องไม่ใช่แบบนี้ป่าววะ!
แบบที่มีเบบี๋ตัวน้อย ๆ ในพุงเนี่ย!
โอย!...อีตอนอาบน้ำก็สงสัยอยู่ว่าทำไมไข่์มันช่างน่ารักตะมุตะมิ ปุ๊กปิ๊กดุ๊กดิ๊กเป็ไข่แมว แถมงูั์ปานอนาคอนด้าลุ่มน้ำอมาซอนที่เคยภาคภูมิใจก็ลดไซซ์ลดขนาดเหลือแค่งูเขียวหางไหม้ริมท้องร่อง ที่แท้ก็เป็แบบนี้นี่เอง
“นี่เขียด เอ็งเป็แบบข้าหรือเปล่า”แบบที่ท้องได้เนี่ย พีรพลอยากถามให้แน่ชัดเผื่อจะได้มีเพื่อนร่วมตี้ซึ่งเขียดก็ส่ายหัวดิก ดับฝันพีรพลในทันใด
“มิใช่ดอก ข้าเป็ชายทั้งแท่ง”
โอ๊ย! บักเขียด! จะให้ความหวังกันสักนิดก็ไม่มี พีรพลหน้าแห้งยิ่งกว่าเดิมเริ่มกังวลถึงอนาโตมี่อีกแล้ว ไอ้ท้องนี่ไม่เท่าไหร่ถ้ามันท้องได้ก็ต้องมีมดลูกแหละ
ว่าแต่ ลูกมันจะออกมาจากรูไหนวะ…
เขียดหันไปมองเพื่อนก็เห็นว่าเ้าตัวทำหน้ายุ่งเป็ยุงตีกันจึงได้ยื่นมือไปตบบ่าให้กำลังใจ “เอ็งจักกังวลไปไยผู้ชายที่มีลูกได้ก็เดินให้เอ็งเห็นเต็มตลาด”
พีรพลไม่รู้จะบอกเพื่อนสนิทเพียงหนึ่งเดียวคนนี้ยังไงดีว่าตนเองเพิ่งมาอยู่โลกใหม่นี้ได้เพียงสี่เดือน ซึ่งการปรับตัวเื่ทั่วไปให้เข้ากับยุคสมัยมันไม่ใช่เื่ที่ยากเย็นอะไรแต่ไอ้การที่จะให้ยอมรับเื่ท้องได้นี่มันเกินไปหน่อย
ไม่หน่อยอะ! เพราะมันเกินไปมว๊ากก มากซะจนไม่กล้าจินตนาการต่อเลย
แล้วนี่ก็เพิ่งจะเริ่มทำธุรกิจลูกค้าก็ยังมีไม่เท่าไหร่เลย อุตส่าห์วางแผนงานไว้อย่างดิบดี รวมถึงอนาคตต่อจากนี้ว่าหลังจากที่มีเบี้ยมีอัฐมากพอเขาจะออกไปหาซื้อที่ทางทำกินที่นอกเมืองสักแปลงแล้วใช้ชีวิตสงบสุขที่นั่น แต่ถ้าเกิดว่ามันเป็แบบนี้เสียแล้วก็คงต้องพับแผนเดิมแล้วเริ่มมองหาแผนใหม่
เพียงแต่ว่าตอนนี้เขายังคิดอะไรไม่ออกนี่สิ
ช่างมันก่อนละกัน…
ขอแก้ผ้าเอาหน้าลอด เอ๊ย! ขายผ้าเอาหน้ารอด[2]จากโรงหมอนี่ให้ได้ก่อนเพราะตอนนี้หมอเดินออกมาตามอีกแล้ว แถมด้วยคำถามจี้ใจดำอีกจึ๊ก
“แล้วผัวเอ็งมันเป็บ้ากระไร ถึงเพิ่งพาเอ็งมาหาข้าเอายามนี้”
ถามจบก็มองแรงไปทางเขียดที่กำลังดูดน้ำมะพร้าวลูกที่สี่ซึ่งเมื่อเห็นสายตาของหมอ เขียดก็สำลักทันทีเช่นกัน
“เขียดเป็สหายข้า”พีรพลตอบคำถามแทนเ้าตัวที่ยังไอโขลกจนตัวโยนพร้อมทั้งโบกไม้โบกมือให้หมอรู้ว่าไม่ใช่ตนเอง
“อ้าว แล้วผัวเอ็งเล่าไปอยู่ที่ใด มันตายไปแล้วเรอะ”
ก็ถ้าให้สหายพามาแบบนี้ มีสาเหตุอยู่แค่ผัวตายซึ่งหมอแมะก็มิได้แปลกใจเท่าไหร่ เพราะคนสมัยนี้ตายกันง่าย นิด ๆ หน่อย ๆก็ตายแล้ว บางคนแต่งงาน กันยังไม่ทันข้ามปีก็หนีตายไปก่อนทิ้งลูกทิ้งเมียไว้ตามยถากรรม
และเมื่อได้ยินคำถามของหมอ พีรพลก็รีบพยักหน้ารับทันทีโดยไม่ต้องคิดไตร่ตรองอะไรอีกแล้วก็ั้แ่ฟื้นขึ้นมา เขายังไม่เคยเห็นหน้าผัวของเ้าของร่างนี้เลยสักครั้งดังนั้นเขาก็จะขอโมเมเอาตามคำที่หมอพูดนี่เลยก็แล้วกัน...ง่ายดี
“ใช่จ้ะ ผัวข้ามันตายห่าไปแล้ว...”
ฮัดเช้ยยยย
“ใครด่ากูวะไอ้เนียม ไอ้จิก”ท่านเ้าคุณสิงห์ที่กำลังนั่งจิบน้ำกระเจี๊ยบอยู่ที่ศาลาใหญ่ริมน้ำจามออกมาติด ๆกันจนน้ำสีแดงเข้มจากขันน้อยในมือกระฉอกเปียกไปทั่วโสร่งที่นุ่งอยู่ส่วนหนึ่งกระเด็นไปถูกตำราที่วางไว้บนตั่งเตี้ยข้างตัว
ศาลาริมน้ำแห่งนี้ สร้างขึ้นจากไม้สักขนาดใหญ่ กว้างหนึ่งวายาวแปดวาสองศอก ใช้การประกอบแบบเข้าลิ่มเพื่อให้มั่นคงแ่าจากนั้นก็ขัดให้เรียบแล้วลงยางไม้สนอีกทีเพื่อให้ขึ้นเงาและป้องกันการผุกร่อนจากความชื้น
ซึ่งไม้ที่นำมาใช้ทำศาลารวมถึงหมู่เรือนต่าง ๆเป็ไม้ที่ตัดมาจากผืนดินในของท่านเ้าคุณ และที่แห่งนี้ยังเป็ศาลาส่วนตัวผู้อื่นในเรือนหากไม่ได้รับอนุญาตก็จะไม่มีสิทธิ์ขึ้นมาใช้ รวมถึงคุณทั้งสามด้วยเช่นกัน
และสืบเนื่องจากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่ท่านเ้าคุณป่วยด้วยโรคประหลาดหลังกลับจากทำงานท่านก็มักจะมานั่งรับลมที่ศาลาแห่งนี้ทุกวัน โดยข้างกายจะมีขันทองแดงใส่น้ำกระเจี๊ยบหวานอมเปรี้ยววางไว้ไม่ห่างถึงแม้จะไม่อาเจียนในตอนเช้าตรู่แล้วแต่ของเปรี้ยวก็ยังขาดไม่ได้เหมือนเดิมเพียงแต่ไม่เปรี้ยวเข็ดฟันเหมือนเก่าส่วนสำรับอาหารก็เริ่มกลับมารับได้ตามปกติเช่นเดียวกัน
“ไอ้จิก เอ็งไปแจ้งที่เรือนหลังด้วยว่าไม่ต้องรอข้าประเดี๋ยวข้าจักรับสำรับเย็นที่บนนี้เลยแลไปบอกยายชุกให้ต้มยาแก้หวัดมาให้ข้าด้วย”
ที่จามติด ๆกันหลายหนจนเริ่มคัดจมูกนี่ก็คงเกิดจากลมแม่น้ำที่พัดอยู่นี่แหละซึ่ง่นี้ท่านเ้าคุณรู้สึกว่าตนเองป่วยง่ายเสียเหลือเกิน นิดหน่อยก็อ่อนเพลียนิดหน่อยก็หายใจฟืดฟาด น้ำมูกไหลยืดย้อยจนน่ารำคาญ
“ส่วนเอ็ง ไอ้เนียม ประเดี๋ยวไปนำสมุดรายชื่อแขกมาให้ข้าหลังมื้อค่ำข้าจักตรวจดูอีกทีว่ามีผู้ใดตกหล่นบ้าง”
“ขอรับท่านเ้าคุณ”
“อ้อ แล้วพวกเอ็งก็มาช่วยกันแบ่งอัฐใส่ถุงหลังงานบุญแล้วค่อยนำไปแจกจ่ายให้พวกบ่าวไพร่มัน”
“ขอรับท่านเ้าคุณ”
เนื่องจากท่านเ้าคุณ้าปัดเป่าคราวเคราะห์ให้กับตัวเองท่านจึงได้จัดงานบุญเลี้ยงพระนี้ขึ้นมา โดยนอกเหนือจากการทำบุญแล้ว ก็ยังมีการแจกทานให้กับบ่าวไพร่ในเรือนทั้งหมดเพื่อความเป็สิริมงคลอีกด้วย
และด้วยความที่ท่านมียศศักดิ์เป็ถึงเ้าพระยาการจัดงานบุญเช่นนี้จึงเป็ธรรมเนียมที่จะต้องมีการเชิญแเื่ที่เป็ขุนน้ำขุนนางคหบดีใหญ่ รวมไปถึงเ้าขุนมูลนายทั่วทั้งพระนครให้มาร่วมงาน
โดยหมายกำหนดการจะมีขึ้นในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าท่านเ้าคุณจึงลงมาดูในส่วนของการนิมนต์พระกับเชิญแเื่รวมถึงการจัดเตรียมสถานที่และให้บรรดาเมียรองรับหน้าที่ดูแลเื่สำหรับคาวหวาน
การไม่มีเมียเอกมาช่วยปกครองเรือนมันก็ยากลำบากเช่นนี้
“อ้อ แล้วพวกมึง ใครก็ได้ ไปบอกนังดอกปีบให้มารับใช้ข้าในคืนนี้ด้วย”
นังดอกปีบที่ว่า เป็เมียบ่าวที่ท่านรับเข้ามาใหม่เมื่อวันก่อนเพิ่งได้มีโอกาสรับใช้เป็ครั้งแรก และด้วยความที่นางผู้นั้นเอาอกเอาใจเก่งท่านเ้าคุณจึงติดใจและเรียกใช้อีกครั้งในค่ำคืนนี้ กะว่าถ้าทำตัวดีก็จะให้ย้ายขึ้นมาอยู่ที่เรือนบุษบา
แต่ยังไม่ทันที่ท่านเ้าคุณจะได้รับสำรับเย็นไอ้เนียมที่ลงเรือนไปต้มน้ำอุ่นให้เ้านายอาบก็วิ่งหน้าเริดกลับมา พร้อมกับแจ้งข่าวว่าบ่าวดอกปีบที่ท่านเ้าคุณได้เรียกหาถูกบรรดาเมียบ่าวคนอื่นรุมตบตีจนหน้าบวมปูดอยู่แถว ๆ เรือนบุษบาดังนั้นเมียรองทั้งสามจึงให้มันขึ้นมาเชิญท่านลงไปตัดสิน
“มันกระไรกันนักกันหนาวะนังพวกนี้! เหตุใดจึงมิปล่อยให้กูได้อยู่อย่างสงบบ้างหรือกูใจดีมากเกินไป พวกมันจึงมิเกรงกลัว”
ทั้ง ๆ ที่ผ่านมาท่านก็ได้สั่งให้มีการเฆี่ยนตีผู้ที่กระทำผิดอยู่เนืองๆ แต่ไอ้อีพวกนั้นก็หาได้หวาดกลัวไม่ ยังคงก่อเื่ก่อราวได้ไม่เว้นแต่ละวันสงสัยคงต้องหาทางจำหน่ายออกไปเสียบ้าง เพื่อความสงบสุขในภายภาคหน้า
ท่านเ้าคุณเดินลงเรือนด้วยสีหน้าบึ้งตึงพร้อมไม้ตะพดคู่ใจมุ่งหน้าไปทางเรือนบุษบาซึ่งเป็จุดเกิดเหตุ ระหว่างทางก็พบเจอกับบุตรีของตนที่วิ่งเล่นอยู่กับบ่าวไพร่จิตใจของท่านจึงได้สงบลงบ้าง อย่างน้อยเรือนนี้ก็ยังมีเสียงหัวเราะของบรรดาเด็ก ๆให้พอได้ชุ่มชื่นหัวใจ
แต่คงจักดีกว่านี้มาก ถ้าหากว่าท่านได้มีบุตรชายกับเขาบ้างสักคนสองคน
ร่างสูงใหญ่แบกหัวใจที่หนักอึ้งก้าวเดินต่อไป จนกระทั่งพบเจอกับบรรดาเมียรองที่นั่งรออยู่บนแคร่ไม้ไผ่ใต้ต้นหูกวางที่แผ่กิ่งก้านให้ร่มเงาบนพื้นหญ้าเป็เมียบ่าวทั้งชายหญิงหมอบกระแตรอท่า ส่วนบ่าวดอกปีบและคู่กรณีอีกสามสี่คนถูกบ่าวร่างั์จับแยกไว้อีกทางหนึ่ง
“คุณพี่เ้าคะ”คุณทองเอกกระวีกระวาดมาต้อนรับสามีพร้อมทั้งชี้ไปยังพวกบ่าวปากดีที่ตบตีกันเมื่อครู่“นังบ่าวไม่รักดีพวกนั้น มันอิจฉากันเองอีกแล้วเ้าค่ะโดยเฉพาะนังดอกปีบที่โอ้อวดว่าคุณพี่เรียกให้มันไปรับใช้คืนนี้เ้าค่ะ”
“จริงเ้าค่ะนังดอกปีบมันป่าวประกาศลั่นเรือนรักเร่ ว่าคุณพี่ติดอกติดใจมันเพียงผู้เดียว แถมยังเดินมาเยาะเย้ยพวกน้องถึงที่เรือนบุษบาอีกด้วยนะเ้าคะ” คุณแย้ม เมียรองที่สองเดินนวยนาดมาเกาะเกี่ยววงแขนของสามีพูดขึ้นมาบ้าง
ท่านเ้าคุณสิงห์ปวดหัวจี๊ดรีบยกมือขึ้นมาห้ามเมื่อเห็นว่าคุณกมล เมียรองที่สามกำลังจะอ้าปากฟ้องขึ้นมาอีกคนก่อนจะตวัดสายตาดุดันไปทางบ่าวดอกปีบ ซึ่งท่านก็เห็นว่าบ่าวนางนั้นส่ายหัวเร็วรี่ใบหน้าที่บวมปูดจากการถูกตบตีนองไปด้วยน้ำตาและมีคราบเืที่มุมปากส่วนปากก็พูดแบบไม่มีเสียงว่าตัวมันมิได้ทำอย่างที่ถูกกล่าวหาพอมองเลยไปยังบ่าวที่ถูกจับอยู่ข้างกัน บ้างก็หัวร้างข้างแตก บ้างก็เนื้อตัวเปรอะเปื้อนดินโคลนสภาพเละเทะน่าสมเพชยิ่ง
“คุณพี่เ้า...”
“พอได้แล้ว!!!”
เสียงดุดันตวาดกลับทันทีก่อนจะเบี่ยงตัวเพื่อให้มือของเมียรองที่เกาะเกี่ยวอยู่หลุดออกไปจากวงแขนจากนั้นก็เดินหน้าถมึงทึงไปนั่งบนแคร่ และปรายตาห้ามเมียรองทั้งหลายมิให้ขึ้นมานั่งเสมอตัวพร้อมกับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
นี่มันเป็เวรเป็กรรมอะไรนัก ทั้งที่บุญทานก็ทำมิได้ขาดแต่น้ำที่เคยกรวดเคยสาดกลับมิช่วยให้คนในเรือนได้อยู่อย่างสงบเลย
ท่านเ้าคุณเหลือบตาไปมองบ่าวดอกปีบอีกครั้งรู้สึกเสียดายที่คืนนี้ท่านจะไม่ได้กกกอดร่างนุ่มนิ่มอย่างที่หวังจะให้เรียกคนอื่นขึ้นไปปรนนิบัติแทนรึก็หมดอารมณ์ เพราะเจอเข้าไปแบบนี้ อะไร ๆที่มันเคยคึกคัก จุ๊กกรู๊ว ๆ ก็พากันแห้งเหี่ยว หดหัวกลับไปพักผ่อนกินนมนอนั้แ่ที่ไอ้เนียมขึ้นไปบอกแล้ว
เสียงถอนหายใจอันเหนื่อยหน่ายดังขึ้นอีกครั้งก่อนที่เสียงก้องกังวานปานฟ้าถล่มจะเอ่ยตัดสินความผิดที่พวกมันก่อขึ้นในครั้งนี้
“โบยอีพวกที่ก่อเื่คนละยี่สิบหวายแล้วขับมันไปอยู่เรือนครัวกับเรือนซักล้างเสียทั้งหมดอย่าให้พวกมันขึ้นมาเป็เสนียดบนเรือนรักเร่อีก!”
เมื่อได้ยินคำสั่งอันเด็ดขาดของท่านเ้าคุณบ่าวที่ก่อเื่ทั้งหมดรวมทั้งบ่าวดอกปีบต่างก็ร่ำร้องขอความเมตตากันระงมบางคนถึงกับแข้งขาอ่อน ร่วงลงไปกองกับพื้นส่วนผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องก็สะดุ้งจนตัวสั่น ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
ถึงแม้จะเสียดายบ่าวดอกปีบนั่นแค่ไหนแต่ถึงอย่างไรท่านเ้าคุณก็ไม่คิดที่จะผ่อนปรน เพราะถ้ามีผู้ใดกล้าก่อเื่ให้เรือนหลังลุกเป็ไฟท่านก็ไม่เก็บเอาไว้ให้เป็เชื้อไฟจนมันเผาวอดวายไปถึงเรือนหน้าอย่างแน่นอน
[1] คิดในใจด้วยสำเนียงใต้
[2] ยอมสละแม้แต่ของจำเป็ที่ตนมีอยู่ เพื่อรักษาชื่อเสียงและสถานภาพของตนไว้
*****