ตอนที่ 39 ปลอบใจเย่ชิงหยู
เย่ชิงหยูจัดการงานราชการเสร็จแล้ว ก็เดินตรงไปยังห้องนอน ถอดเสื้อผ้า นั่งลงบนเตียง หันไปส่งสายตาให้โล่วชิเจี่ย ใบหน้ายังคงมืดครึ้มดูไม่ดี!
โล่วชิเจี่ยเบะปาก ถอดเสื้อผ้าอย่างว่าง่าย แล้วนอนตะแคงลง
ผ้าห่มไหมหนอนน้ำแข็งส่งความเย็นอ่อนๆผ่านกางเกง พอดีช่วยบรรเทาความเจ็บปวดที่สะโพก ซึ่งกำลังร้อนผ่าวๆของนาง!
โล่วชิเจี่ยหลับตาพริ้มอย่างสบาย รู้สึกเหมือนล่องลอยไปในสรวงสวรรค์
เย่ชิงหยูเอนกายลงบนเตียง แต่เขายังไม่นอนราบ ไม่พูดไม่จา เพียงจ้องโล่วชิเจี่ย ด้วยดวงตาลึกล้ำที่เหมือนกับเต็มไปด้วยความกว้างใหญ่ไพศาลและสิ่งที่ไม่รู้จัก มันราวกับดาราจักรและจักรวาล ทำให้คนที่มองดูไม่ออกว่าเขาคิดอะไรอยู่ในใจ
โล่วชิเจี่ยขนลุกไปทั้งตัว เมื่อถูกเย่ชิงหยูจ้องมองเช่นนี้
นางคิดในใจว่าไอ้หมอนี่ดึกดื่นแล้วไม่ยอมนอน มานั่งจ้องนางทำไมกัน? หรือแม้นางจะแต่งตัวเป็นชาย ก็ยังดูน่ากินขนาดนั้นเลยรึ?
“เจ้าไม่มีอะไรจะพูดกับข้าหรือ?”
เย่ชิงหยูหรี่ตาลงเล็กน้อย ดวงตานิ่งสงบคล้ายมีประกาย แต่เป็นประกายอันตรายของหมาป่า!
“ข้ามีอะไรต้องพูดอะไรกับท่านอีก?”
โล่วชิเจี่ยงง ตีก็ตีแล้ว ด่าก็ด่าแล้ว จะให้นางยืนขึ้นปราศรัยรับรางวัลอีกเรอะ?
“ไม่มีคำอนุญาตจากข้า เจ้ายังกล้าหนีออกจากวัง เจ้าไม่มีอะไรจะอธิบายกับข้าบ้างเรอะ?”
“ไม่มี!!”
โล่วชิเจี่ยตอบอย่างเด็ดขาด เมื่อถูกจับได้แล้วจะพูดอะไรอีก ให้บอกว่าข้าจะพยายาม ต่อไปคราวหน้าต้องหนีออกไปให้ได้หรือไง!
“โล่วชิเจี่ย เจ้าไม่สำนึกผิดจริงๆ!”
เย่ชิงหยูสีหน้ามืดครึ้มราวกับเหล็กดำ ดูน่ากลัวมาก
ช่วงนี้เขาค่อนข้างใจดีกับไอ้เด็กนี่ ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะกล้าคิดหนี ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะกล้าข้ามหน้าข้ามตาเขา!
“เจ้าอยากพูดอะไรกันแน่?”
โล่วชิเจี่ยมองเขาอย่างงงๆ ตั้งแต่นางก้าวเข้าห้อง ไอ้หมอนี่ก็พูดจาแปลกๆ ทั้งยังทำตัวประหลาด
โดยไม่รู้ตัว โล่วชิเจี่ยนึกไปถึงความรู้ด้านชีววิทยาในมหาวิทยาลัยที่เคยเรียน ถ้าผู้ชายมีความต้องการทางเพศแบบปกติไม่ได้ ก็มักจะมีอารมณ์แปรปรวน ขึ้นๆ ลงๆเช่นนี้
ถึงแม้เย่ชิงหยูจะไม่แข็ง... แต่เขาก็ยังมีจิตใจในเรื่องความรักระหว่างชายหญิง นี่อาจก่อให้เกิดความปรารถนาทางใจในระยะยาว ส่งผลให้เกิดความอ่อนไหวทางกาย จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้จิตใจเขาบิดเบี้ยว
สุดท้ายแล้ว เย่ชิงหยูก็เป็นแค่คนน่าสงสารคนหนึ่ง
สายตาของโล่วชิเจี่ยเปลี่ยนจากความโกรธ กลายเป็นสงสาร จากนั้นก็เต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจ ดวงตากลมโตเปล่งไปด้วยประกายแปลกๆ
เย่ชิงหยูมองออกทันที ถ้าโล่วชิเจี่ยแสดงออกแบบนี้ แน่นอนว่าคงกำลังจะพูดเรื่องไม่ดีออกมาแน่ เขายื่นมือออกไป จะปิดปากโล่วชิเจี่ย แต่สายไปแล้ว คำพูดสองสามคำ ก็เหมือนเมล็ดถั่วกระเด็นออกมาจากปากของโล่วชิเจี่ย
โล่วชิเจี่ยพูดอย่างเห็นใจ
“ที่เจ้าไม่แข็ง… มันไม่ใช่ความผิดของเจ้าเลย แต่เป็นเพราะฟ้าดินไม่เมตตา ยังไงก็ตาม เจ้าก็ไม่ควรท้อแท้ ห้ามปล่อยตัวไม่สนใจ ต้องยืนหยัดรักษา ยังมีความหวังที่จะหายดอยู่ เข้าใจไหม!”
พูดจบ โล่วชิเจี่ยรู้สึกว่ายังปลอบใจไม่พอ จึงยื่นมือไปลูบหัวเย่ชิงหยู
เย่ชิงหยูอึ้งไปพักหนึ่ง จากนั้นก็กัดฟันดัง “กรอดๆ” ดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธที่ไม่อาจควบคุม ราวกับสิงโตที่ถูกกระตุ้น
“โล่วชิเจี่ย เจ้าออกไปจากห้องข้าซะ!”
โล่วชิเจี่ยรู้สึกว่าคอตัวเองถูกบีบ จากนั้นคนทั้งคนก็ถูกโยนออกไป หมุนคว้างในอากาศราวกับไก่โดนเหวี่ยง
โล่วชิเจี่ยมองหน้าเย่ชิงหยู ซึ่งมืดครึ้มราวกับก้อนน้ำแข็ง นางกล้าโกรธแต่ไม่กล้าพูด
ประตูปิดลง ปัง! เกือบจะโดนจมูกของโล่วชิเจี่ย
แล้วก็ได้ยินเสียงคำรามของเย่ชิงหยู จากห้องทำงาน “ต่อไป ถ้าไม่มีคำอนุญาตจากข้า โล่วชิเจี่ยห้ามเข้าห้องข้า!”
เสียงนี้ราวกับเสียงฟ้าร้องกึกก้อง ดังไปไกลมาก
โล่วชิเจี่ยกอดหมอน นั่งเงียบในสวนอยู่นาน สายลมพัดมา นางสะดุ้งด้วยความหนาวเหน็บ ก่อนตัดสินใจกลับไปที่ห้องของตัวเอง
ไอ้เวรนั่นมันบ้าไปแล้ว!!
คืนนี้ ทั้งสองคนนอนไม่หลับ คนหนึ่งเจ็บก้น! อีกคนเจ็บใจ!!