ลิขิตฟ้าให้ข้าเป็นจอมเวท

    ตอนที่ 92 ช่วยเหลือเฟยอู่หลานและหลิวเซียง

            เมื่อมาถึงห้องสุดท้ายอู๋ซวงร่ายเวทในทันที เมื่อประตูเปิดออกเฟยหลงถึงกับอ้าปากค้างเพราะมีทั้งสมุนไพรหายากและโอสถที่หลอมเสร็จจำนวนมากมายก่ายกอง วางเรียงรายอย่างเป็นระเบียบมีทั้งชื่อสรรพคุณ ระดับของโอสถแต่ละชนิดแจกแจงไว้อย่างละเอียด เฟยหลงจัดการเก็บมันเข้าในวิหารเทพสงครามจนเกลี้ยงเช่นเดียวกันจากนั้นประตูห้องทั้งห้าห้องก็ถูกปิดลงอย่างรวดเร็ว ทั้งสองปู่หลานใช้เวลาไม่ถึงสิบห้านาทีก็สามารถนำของทั้งหมดที่มีอยู่ของอาณาจักรกาลเวลาไปทั้งหมดเฟยหลงค่อย ๆ เก็บวิหารเทพสงคราม วิหารเทพสงครามค่อย ๆลอยและหายเข้าไปในร่างของเฟยหลง

                “ท่านปู่พวกเรารีบออกไปจากที่นี่กันก่อนเถอะ”

                สองปู่หลานรีบออกจากตำหนักคลังหลวงโดยที่อู๋ซวงยังไม่สลายพลังเวทที่อยู่ด้านในพลังเวทจะสลายไปเองเมื่อเวลาผ่านไปหากไม่มีอู๋ซวงคอยเสริมพลังให้กับเวทนั้น เฟยหลงยื่นโอสถเสริมเวทให้กับอู๋ซวงในทันที

                อู๋ซวงรับโอสถเสริมเวทนั้นมาพร้อมกับโยนเข้าปากในทันที เพียงไม่นานพลังเวทของอู๋ซวงที่สูญเสียไปก็กลับมาเติมเต็มเช่นเดิม

                “ท่านปู่พวกเรารีบไปช่วยท่านพ่อท่านแม่ของข้ากันเถอะ อีกไม่นานหากพวกเขาฟื้นขึ้นมาคงเกิดเรื่องวุ่นวายไปทั่วทั้งอาณาจักรอย่างแน่นอนที่สำคัญพวกเราจะออกจากอาณาจักรนี้ได้ลำบาก”

                “จริงของหลานพวกเราไปกันเถอะ”เฟยหลงและอู๋ซวงเดินไปยังตำหนักที่คุมขังบิดาและมารดาของเขาเอาไว้

                “คารวะองค์ชายสาม”

                “ข้ามาธุระนิดหน่อย ไม่นานก็กลับแล้วพวกเจ้าจะตรวจข้าหรือไม่?”

                “เชิญองค์ชายสามท่านมีป้ายของฝ่าบาทอยู่ในมือ ไม่จำเป็นต้องตรวจสอบแล้วขอรับ”

                “ขอบใจเจ้ามาก ไปกันเถอะเปาเปียว”

                “ขอรับองค์ชายสาม”

                เมื่อมาถึงห้องของบิดาและมารดาของเฟยหลงเฟยหลงตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปเมื่อทั้งสองคนเห็นองค์ชายสามและเปาเปียวพลันถอนหายใจทันที อู๋ซวงรีบร่ายเวทในทันที ไม่นานม่านพลังค่อย ๆกระจายเต็มห้องนั้น

                “ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกเราไม่มีเวลามากนักไว้ลูกจะอธิบายทีหลัง”

                เฟยหลงนำโอสถหิมะหยกขาวออกมาพร้อมกับยื่นให้กับทั้งสองคน

                “พวกท่านทั้งสองทานโอสถนี้ก่อน”บิดาและมารดาของเฟยหลงลังเลอยู่ครู่หนี่งก่อนที่จะหยิบโอสถนั้นกลืนลงไปเพียงไม่นานร่างกายของทั้งสองคนกลับกลายเป็นหนุ่มสาวอีกครั้ง

                “ท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านทั้งสองรีบเปลี่ยนชุดองครักษ์พวกนี้ก่อน”หลังจากนั้นไม่นานทั้งสองคนเปลี่ยนชุดเป็นชุดองครักษ์ขององค์ชายสาม

                “ท่านปู่พวกเราพร้อมแล้ว”

                อู๋ซวงร่ายเวทคลอบคลุมไปทั่วทั้งตำหนักอย่างรวดเร็วก่อนที่อู๋ซวงจะระเบิดพลังเวทระดับปราชญ์จอมเวทออกมาอีกครั้งทุกคนในตำหนักแห่งนี้สลบไปทันทีเหมือนดังเช่นตำหนักคลังหลวง

                “พวกเรารีบออกไปกันเถอะ”เฟยหลงรีบวิ่งนำหน้าพวกเขาทั้งหมดออกไป เฟยหลงมุ่งหน้าไปยังประตูทางออกไปจากพระราชวังหลังจากที่ออกมาจากพระราชวังได้ เฟยหลงคลายเวทแปลงกายของเขาเขากลับมาอยู่ในร่างของเฟยหลงตามเดิมส่วนบิดาและมารดาและอู๋ซวงเองก็เปลี่ยนชุดองค์รักษ์เป็นชุดธรรมดาทั้งหมดมุ่งตรงไปยังเขตเมืองหลวงที่มีผู้คนมากมาย

                เมื่อมาถึงโรงเตี้ยมเฟยหลงกำลังจะเดินเข้าไปในโรงเตี้ยม

                “เปาเปียวเจ้าเองก็ออกมาหาข่าวเช่นเดียวกันเช่นนั้นหรือ?” เสียงหนึ่งดังขึ้นมาก่อนที่พวกเขาจะหันไปมองยังต้นเสียงนั้นเมื่อทุกคนหันไปกลับเจอกับองครักษ์ทั้งเก้าคนขององค์ชายสามที่กำลังเดินทางกลับมา

                “ใช่แล้ว เจอพวกเจ้าก็ดีแล้ว พวกเจ้ารีบไปเปลี่ยนชุดองครักษ์ออกก่อนองค์ชายสามสั่งให้พวกเราทำภารกิจลับ หากไม่เสร็จก็ไม่ต้องกลับไปยังพระราชวัง”

                “ภารกิจลับ”

                “พวกเจ้าอย่าได้ถามมากตอนนี้รีบไปเปลี่ยนชุดก่อน แล้วมาพบข้าที่ห้องพักข้าจะจองห้องพักที่โรงเตี้ยมแห่งนี้เผื่อพวกเจ้าด้วย”

                “ขอรับ ท่านหัวหน้าองครักษ์”

                เฟยหลงรีบไปจองห้องพักทันทีหลังจากนั้นจึงเดินขึ้นไปยังห้องพักของพวกเขา

                “ท่านปู่ท่านนี่สุดยอดจริง ๆ หลานคิดว่าจะแย่เสียแล้วสิ”

                “เอาน่าเอาไว้คุยกันทีหลังตอนนี้คิดก่อนว่าภารกิจลับนั้นคืออะไรปู่เองก็พูดไปอย่างนั้นสถานการณ์เช่นนั้นต้องตามน้ำไปก่อนอย่างเดียว”

                “ไม่ยาก ไม่ยากท่านปู่ภารกิจลับคือคุ้มครองพวกเราไปยังเมืองสำนักเทพวายุ ของอาณาจักรสายลมและอยู่รับใช้พวกเราจนกว่าจะยึดอาณาจักรกาลเวลาคืนได้”

                “ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้านี่มันสุดยอดจริง ๆสมแล้วที่เป็นหลานปู่ ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

                ไม่นานองครักษ์ทั้งหมดเปลี่ยนชุดเป็นชุดธรรมดาทั้งหมดมาหาเปาเปียวที่ห้องพัก

                “ท่านเปาเปียว ภารกิจลับที่องค์ชายสามสั่งให้พวกเราทำคืออะไรหรือขอรับ”

                อู๋ซวงโยนป้ายประจำตัวให้พวกเขาคนละอันพร้อมกับเอ่ย

                “ภารกิจลับของพวกเราคือคุ้มครองคนพวกนี้ไปยังอาณาจักรสายลมพร้อมกับติดตามรับใช้พวกเขาจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงและห้ามนำเรื่องนี้แพร่งพรายบอกใครเด็ดขาด และไม่ต้องถามด้วยว่าคนพวกนี้เป็นใครเมื่อภารกิจสิ้นสุดลงพวกเจ้าและข้าจะได้รับรางวัลเป็นที่ดินและทรัพย์สินเงินทองจำนวนมากที่สำคัญคือพวกเราสามารถเลือกเกษียณตัวเองได้เมื่อถึงเวลานั้น”

                “จริงหรือท่านเปาเปียวภารกิจนี้คงสำคัญเป็นอย่างยิ่ง หากพวกเราทำสำเร็จพวกเราก็ไม่ต้องลำบากตลอดชีวิตแล้ว”

                “ใช่พวกเจ้าเต็มใจจะรับทำภารกิจนี้พร้อมกับข้าหรือไม่”

                “พวกเราเต็มใจรับทำภารกิจนี้ขอรับ”

                “เช่นนั้นก็ดี พวกเจ้าไปพักผ่อนก่อนพวกเราจะเริ่มออกเดินทางกันในคืนนี้”

                “ขอรับท่านเปาเปียว”

                ทางด้านเมืองหลวงอาณาจักรกาลเวลาเมื่อผู้คนที่สลบไปจากผลกระทบจากระดับพลังเวทขั้นปราชญ์จอมเวทของอู๋ซวงฟื้นคืนสติขึ้นมาพวกเขาต่างรีบปลุกให้ตื่น พวกเขาตรวจสอบทุกอย่างพบว่าทุกอย่างปกติดีเจ้าหน้าที่คนหนึ่งจึงรีบไปรายงานผู้อาวุโสทันที แต่เมื่อไปถึงห้องผู้อาวุโสพวกเขาก็พบกับผู้อาวุโสที่หมดสติอยู่เช่นเดียวกันกับพวกเขา

                “ท่านผู้อาวุโส ท่านผู้อาวุโสเกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ”

                ผู้อาวุโสตำหนักคลังหลวงค่อย ๆลืมตาขึ้น เมื่อเขาได้สติ จึงได้เอ่ยถาม

                “เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมอยู่ ๆพวกเราถึงได้สลบไปได้”

                “ข้าน้อยเองก็ไม่รู้เหมือนกันขอรับแต่ที่สำคัญคือทุกคนต่างหมดสติไปไม่รู้ว่านานเท่าไหร่แล้วขอรับ”ผู้อาวุโสมองไปยังนอกหน้าต่างเขาพบว่าในตอนนี้ตะวันได้ตกดินไปเรียบร้อยแล้วจึงเร่งเดินออกมาจากห้อง

                “พวกเจ้าทั้งหมดตรวจสอบดูว่ามีอะไรเสียหายหรือสูญหายไปหรือไม่”

                “ขอรับท่านผู้อาวุโส”

                หลังจากนั้น คนของตำหนักคลังหลวงทั้งหมดจึงเริ่มตรวจสอบทรัพย์สินของมีค่าต่าง  ๆแต่เมื่อพวกเขาเปิดประตูห้องทั้งห้าพวกเขาถึงกับต้องทรุดนั่งลงกับพื้นในทันที

                “ท่านผู้อาวุโสท่านผู้อาวุโสเกิดเรื่องใหญ่แล้ว”

                “จะเอะอะโวยวายไปทำไมกัน มีอะไรก็รายงานข้ามา”

                “เชิญท่านผู้อาวุโสไปดูเองเถอะครับห้องเก็บสมบัติทั้งห้า ห้องทั้งห้า....”พนักงานคนนั้นยังพูดไม่จบผู้อาวุโสใหญ่รีบไปยังห้องเก็บสมบัติทั้งห้าในทันทีทุกคนต่างติดตามผู้อาวุโสใหญ่ไป เมื่อไปถึงทุกคนถึงกับหน้าถอดสีท้องเก็บสมบัติทั้งห้าห้องโล่งเตียนไม่เหลือสมบัติใด ๆ แม้แต่ชิ้นเดียวทุกห้องว่างเปล่า

                “เป็นไปได้ยังไง เป็นไปไม่ได้สมบัติทั้งหมดของอาณาจักรกาลเวลา หายไปได้ยังไง หมดสิ้นแล้ว หมดสิ้นแล้วชีวิตของข้าหมดสิ้นแล้ว” ผู้อาวุโสใหญ่ของตำหนักคลังหลวงกระอักเลือดออกมาพร้อมกับหมดสติไปในทันที

                ทางด้านเฟยหลง และพวกเมื่อตะวันตกดินและท้องฟ้าเริ่มมืด เฟยหลงนำกระบี่บินออกมาเฟยหลงนำกระบี่แจกให้กับองครักษ์ทั้งเก้าคน รวมถึงบิดาและมารดาของเขาด้วยทุกชิ้นล้วนเป็นกระบี่ระดับจักรพรรดิเมื่อองครักษ์ทั้งหมดเห็นกระบี่ที่เฟยหลงแจกให้พวกเขาถึงกับตะลึง เพราะในชีวิตนี้ของพวกเขาคงไม่มีโอกาสได้อาวุธระดับจักรพรรดินี้มาครอบครองอย่างแน่นอน

                “พวกเราออกเดินทางกันเถอะ ต้องรบกวนพวกท่านด้วย”

                “ขอรับนายน้อย”เหล่าองครักษ์ต่างตอบเฟยหลงอย่างพร้อมเพียงหลังจากนั้นพวกเขาบังคับกระบี่บินออกไปจากเมืองหลวงอาณาจักรกาลเวลาอย่างรวดเร็วโดยมีอู๋ซวงนำทางพวกเขาไปพวกเขาใช้กระบี่ระดับจักรพรรดิในการเดินทางทำให้ความเร็วของพวกเขาสามารถเดินทางได้อย่างรวดเร็ว

                ทางด้านตำหนักคุมขังเฟยอู่หลานและหลิวเซียงหลังจากที่ทุกคนฟื้นหมดแล้วพวกเขารีบวิ่งไปดูที่ห้องที่ใช้คุมขังทั้งสองคนแต่ก็พบกับความว่างเปล่า

            “พวกเรารีบไปรายงานองค์กษัตริย์เร็ว แล้วองค์ชายสามหายไปไหนพวกเจ้ารีบออกตามหาองค์ชายสามโดยเร็ว”

            “ขอรับท่านผู้อาวุโส”

             ทางผู้อาวุโสตำหนักกองคลังเองเมื่อฟื้นคืนสติได้เขาเองก็รีบเข้าพบองค์กษัตริย์เช่นเดียวกันแต่เมื่อไปถึงพวกเขากลับพบว่าองค์กษัตริย์เก็บตัวฝึกเวทอยู่ห้ามไม่ให้ใครเข้าไปรบกวนโดยเด็ดขาด พวกเขาทำได้เพียงแค่ภาวนาให้องค์กษัตริย์ออกจากการเก็บตัวโดยเร็วที่สุดเท่านั้น

                “ท่านผู้อาวุโสองค์กษัตริย์เก็บตัวฝึกเวทอยู่เช่นนั้นพวกเราต้องรายองค์ชายสามก่อนหากพวกเราไม่รายงานองค์ชายสามก่อน พวกเราคงยากจะรับผิดชอบเรื่องทั้งหมดได้นะขอรับ”

                “อื่ม ถูกของเจ้ารีบไปตามหาองค์ชายสามเร็ว”

                “ขอรับท่านผู้อาวุโส”

                ทั่วทั้งวังหลวงเกิดความวุ่นวายไปทั่วเมื่อเหล่าขุนนางรู้เรื่องตำหนังคลังหลวงถูกปล้นจนไม่เหลืออะไรเลยรวมทั้งองค์ชายสามที่หายตัวไปด้วย ส่วนเรื่องตำหนักที่คุมขังเฟยอู่หลานและหลิวเซียงไว้นั้นมีเพียงแค่คนในครอบครัวขององค์กษัตริย์เฟยอ้าวซวงและขุนนางบางส่วนเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้

                พวกเขาโต้เถียงกันอยู่ในท้องพระโรง อยู่นานเพราะต่างคนต่างไม่อยากรับผิดชอบเรื่องที่เกิดขึ้นในครั้งนี้

                “พวกเราทำยังไงกันดีองค์กษัตริย์ก็เก็บตัวฝึกเวทอยู่ ส่วนองค์ชายสามเองก็หายตัวไปไม่รู้เป็นตายร้ายดียังไง”

                “ตำหนักคลังหลวงเองก็ถูกปล้นจนไม่เหลืออะไรเลยแบบนี้อาณาจักรกาลเวลาของพวกเราคงจะวุ่นวายไปทั่วอย่างแน่นอนในวันพรุ่งนี้”

    คล้ายกับเรื่องลิขิตฟ้าให้ข้าเป็นจอมเวท ที่คุณอ่าน