“เฮ้ยพี่...! ทำไมระบบเรียกชื่อพี่ว่าเอ็ดเวิร์ดล่ะมันต้องสมโชคไม่ใช่เรอะ!?” แทนหันไปถามเมื่อได้ยินเสียงประกาศจากระบบ
“ก็บอกแล้วว่าจะไปเปลี่ยนชื่อที่อำเภอ...”ชายหนุ่มพี่ใหญ่ของกลุ่มตอบออกมาซึ่งลินที่ไม่รู้เรื่องชื่อเดิมของเอ็ดเวิร์ดได้แต่มองอย่างสงสัย
หลังจากนั้นแทน เอ็ดเวิร์ดและลินก็หันไปมองต้นเสียง ชายหนุ่มผมสั้นสีทองรูปร่างบอบบางสวมชุดคลุมสีน้ำเงินยืนอยู่ที่นั่นเขาใส่ชุดรุ่มรามที่ดูก็รู้ว่าน่าจะเป็นพวกจอมเวทอะไรเทือกนั้นแทนจ้องมองอย่างพิจารณาก่อนจะหันไปถามลิน
“ลินๆ เมื่อกี้ทำไมสกิลเจ้านั่นถึงแรงจัง เจ้าชุดคลุมนั่นไม่ได้เรียกใช้คาถาอะไรเลยด้วย” แทนกระซิบ
“เขาใช้คาถาค่ะพี่ไม่ใช่สกิลแต่น่าจะเป็นระดับมากกว่าสิบห้าดาว เกมนี้การเรียกใช้คาถาระดับ 15 ดาวขึ้นไปผู้เล่นต้องท่องตามที่เขียนไว้บนการ์ดก่อนจะประกาศชื่อคาถาแล้วโจมตี ส่วนถ้าเป็นการ์ดอีควิปจะมีเงื่อนไขเมื่อระดับเกินกว่า25 ดาวค่ะพี่แทน”หญิงสาวหันไปป้องปากกระซิบอธิบาย
“เพื่อ?” แทนขมวดคิ้ว
“เท่ห์ดีมั้งคะ...” ลินตอบหน้าแหย
แทนทำหน้าเบ้ก่อนจะขมวดคิ้วมากเข้าไปอีกแต่ก่อนที่เขาจะคุยอะไรต่อไป เสียงของชายที่เดินเข้ามาก็ดังขึ้น “ขอโทษจริงๆ นะครับ ผมไม่ทราบจริงๆว่ามีคนอยู่ตรงนี้” ชายหนุ่มผมทองเริ่มพูดอีกครั้งแล้วใช้มือเกาศีระษะทำหน้าสำนึกผิดซึ่งคำพูดที่ได้ยินนั้น แทนคลับคล้ายคลับคราว่าเมื่อครู่เขาก็พูดทำนองนี้
“อ้อ...! ไม่เป็นอะไร...”เอ็ดเวิร์ดที่กำลังจะพูดว่าไม่เป็นไรต้องหยุดพูดกล่งคันเพราะเสียงหนึ่งแทรกขึ้นมา
“แจม...” แทนพูดพร้อมกับมองหน้าผู้ชายผมทอง
ชายคนที่ว่าสีหน้าประหลาดใจ “หา! ผมนึกว่าพวกคุณจะตายเลยจัดการเจ้าจิ้งเหลนบินนั่น!?”ชายในชุดจอมเวทสีน้ำเงินทำเสียงตื่น
“เรากำลังเก็บเลเวลกัน แล้วนายก็มา...แจม”แทนเน้นเสียง เอ็ดเวิร์ดและลินหันขวับกลับไปมองคนพูดซึ่งประโยคที่ว่ามันทำให้ผู้ฟังหน้าสลดลงทันที
“เอ่อ...” เขาพูดตะกุกตะกัก“ผมต้องขอโทษจริงๆนะครับที่ไม่รู้ว่าพวกคุณกำลังเก็บเลเวลกันอยู่” ชายในชุดคลุมจอมเวทยอมรับผิดเสียอย่างนั้น
“อืม...” แทนพยักหน้ารับหน้าตาเฉยก่อนจะกอดอกจิกสายตาไปที่ชายผมทองตรงหน้า “นายเป็นใครกันถึงมาเก็บเลเวลที่นี่คนเดียว”เขาถาม
“ผมชื่อคอสครับกำลังจะเดินทางไปธุระที่เมืองคาลิป” คนถูกถามตอบเสียงสั่น
“คอส...” แทนทวนชื่อ ซึ่งคู่สนทนาของเขาพยักหน้ารับ“นายไม่ค่อยมีมารยาทเลยนะคอส เที่ยวมายิงเวทแจมคนอื่นแบบนี้...ไม่อายบ้างรึไง”คนพูดทำเสียงเย็นพร้อมกับหรี่ตามองไปที่ชายตรงหน้า
คอสสีหน้าสลดลงกว่าเดิม เขาทำหน้าบอกไม่ถูกสีหน้าของเขาเหมือนกับจะร้องไห้ออกมา “ผม...ผม...ผมไม่รู้จริงๆ นะครับ ผมขอโทษ ขอทษครับ ถ้ายังไงช่วยรับเงินกับการ์ดที่ได้ไปได้ไหมครับ”เขาเริ่มพูดตะกุกตะกักแล้วทำหน้าเศร้า คอสไม่กล้าเงยหน้าสบตาคนอื่น
“ถ้านายพูดแบบนั้น แล้วค่าประสบการณ์ล่ะจะคืนเรายังไงความรู้สึกไม่ดีที่พวกเราสามคนมีจะตีค่าเท่าไรแล้วไอ้เรื่องเอาการ์ดเอาเงินมาฟาดหัวนี่ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่นายคิดว่าความดีความเลวมันวัดกันที่สิ่งของใช่ไหม หัวใจของนายมันไม่ได้บอกนายรึว่าผลตอบแทนของความดีคือเรารู้สึกอิ่มใจส่วนถ้านายทำไม่ดี นายแจมคนอื่น เอาเปรียบผู้เล่นคนอื่นผลที่ได้ก็เป็นตราบาปติดตัวนายไปตลอด” แทนร่ายยาวและขณะที่พูดแต่ละคำออกมาเขาก็จ้องไปที่คอส เขาใช้สายตากดดันชายตรงหน้าพร้อมกับยัดเยียดความรู้สึกผิด
คนถูกคำหนิก้มหน้าแล้วหลบตาเขาส่ายศีรษะช้าๆ แล้วในที่สุด เสียงพูดเบาๆ ก็ถูกส่งออกมา
“ผม ผม...”ยังไม่ทันที่คอสจะพูดจนจบประโยคอีกเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะเสียงจากระบบที่ประกาศการปรากฏตัวของไฮวินด์เดรก...
ไฮวินด์เดรก เลเวล 82 ปรากฏตัว...
หลังสิ้นเสียงของระบบท่แจ้งการมาถึงของไฮวินด์เดรกเจ้าสัตว์ประหลาดที่เป็นตระกูลสัตว์เลื้อยคลานที่สามารถบินบนท้องฟ้าก็ปรากฏตัวออกมาทางด้านหลังของคอสเมื่อเขาได้ยินเสียงที่ว่าก็หันไปทิศทางที่เดรกตัวนั้นปรากฏออกมาทันที คอสเห็นเดรกบินตรงเข้ามาเขาไม่รอช้า เลือกกาณ์ด 1 ในการ์ด 7 ใบที่ปรากฏขึ้นมาเมื่อเริ่มการต่อสู้
“ดวงใจแห่งประกายแสง เทพีสีอัคคีเพลิงกัลป์จงเผาผลาญ มอดไหม้แม้เถ้าถ่าน...” เขาอ่านอักษรที่อยู่บนการ์ดเมจิกซึ่งเขาเลือกขึ้นมาใช้หลังจากที่เขาท่องคาถาไปอีกครู่หนึ่งสุดท้ายคอสก็จบคำสุดท้ายด้วยชื่อของคาถาที่เขาเรียกใช้
“เฟรมบลาสท์! (Flame Blast)”
เปลวเพลิงม้วนตัวเป็นเกลียวที่ด้านหน้าของคอสหลังจากนั้นมันก็ขยายใหญ่ขึ้นกลายเป็นบอลเพลิงอันร้อนแรง ไอร้อนที่แผ่ออกมารู้สึกได้เป็นวงกว้างพลังเพลิงร้อนเร่า คาถาอัคคีที่ถูกร่ายแสดงผล มันพุ่งตรงเข้าใส่ไฮวินด์เดรกที่กำลังบินตรงเข้ามา...
“212,546!”
จบข่าว...ล่าก่อนเดรกผู้โชคร้ายพระเพลิงที่พุ่งเข้าใส่ก่อให้เกิดประกายเพลิงเผาผลาญร่างของเดรกตรงหน้ากลายเป็นละอองแสงไปในทันที ระบบน่าจะประกาศผลการต่อสู้เรียบร้อยแต่พวกของแทนไม่ได้เสียงนั้นเพราะไม่ใช่คนในปาร์ตี้เดียวกัน
“โหด...ฟัดๆ” เอ็ดเวิร์ดพูดขึ้นก่อนคนอื่นหลังจากนั้นก็ตามด้วยเสียงลิน
“เท่ห์...มากค๊า!” เธอพูดพร้อมกับประสานมือสองข้างไว้ที่หน้าอกดวงตาฉายแววปลาบปลื้ม ส่วนแทนนั้นยังตีหน้านิ่ง ไม่แสดงอาการใดๆ
หลังจากที่จัดการเดรกเรียบร้อยแล้ว คอสก็หันกลับมาหาแทนอีกครั้ง“ผมรู้สึกผิดจริงๆ ครับแล้วที่คุณบอกว่าผมเสียมารยาทเรื่องจะใช้เงินและการ์ดฟาดหัวนั่นเมื่อได้ฟังที่คุณพูดก็ทำให้ผมอายจนไม่มีหน้าไปพบใครแล้วล่ะครับผมไม่รู้จะกล่าวคำขอโทษอะไรถึงจะสาสม ผมยอมรับผิดครับ...ผมผิดเอง” สีหน้าคนพูดต่างจากตอนร่ายคาถาจัดการเดรกตัวเมื่อสักครู่อย่างชัดเจนตอนที่เขาร่ายเวทเมื่อครู่สีหน้าเขาจริงจังแถมแววตายังกร้าวอีกต่างหาก “ถ้าผมพอจะช่วยทำอะไรไถ่โทษได้บอกมาเลยครับ...”คอสเอ่ยปากออกมา
“นายช่วยงานพวกฉันแล้วจะยกโทษให้” แทนพูดขึ้นทันทีที่ชายตรงหน้าพูดจบเมื่อมาถึงตรงนี้เอ็ดเวิร์ดกับลินก็รู้จุดประสงค์ของแทนในทันที
คอสเลิกคิ้วสูงก่อนจะทำหน้าบาน
“จริงหรือครับ! คุณจะให้โอกาสผมแก้ตัวใช่ไหม!”เขาว่า
“เราต้องทำเควสกิลด์นายมาปาร์ตี้กับพวกเราแล้วไปจัดการบอสที่ระบบเลือก แล้วเราหายกัน” แทนพูดหน้านิ่งขณะที่เอ็ดเวิร์ดส่ายหน้าเมื่อได้ยินเรื่องที่เพื่อนของเขาพูดออกมา
คอสมีสีหน้ากังวล เขานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งแต่สุดท้ายเขาก็ถอนหายใจก่อนจะพูดออกมา “ให้ผมปาร์ตี้กับพวกคุณทำเควสกิลด์ มันจะดีหรือครับ” เขาถามอย่างสุภาพ
“ก็ไม่เป็นไรนะฉันไม่ค่อยซีเรียสถ้านายอยากกลับคำก็โอเค้...!” แทนเสียงสูงพร้อมกับหันไปหาลิน“ไม่เป็นไรนะลิน คราวหลังพี่จะเก่งกว่านี้จะไม่ให้ใครมารังแก ‘ผู้หญิง’ต่อหน้าพี่อีกแล้ว”
“เปล่าๆๆๆ ครับ!” คอสโบกไม้โบกมือปฏิเสธเป็นพัลวันคิ้วของเขาเลิกสูง ดวงตาเบิกกว้าง “ถ้าคุณต้องการ ผมก็รับปากครับ!ผมต้องชดใช้ให้แน่ๆ ครับ!”
เอ็ดเวิร์ดกับลินทำตาโตก่อนจะหันมองหน้ากัน“มันเป็นแบบนี้ไปได้ยังไงคะพี่เอ็ด”ลินถาม สีหน้าของเธอแทบไม่อยากเชื่อว่าเรื่องจะกลับกลายเป็นแบบนี้ได้จากการที่มีคนมาช่วย กลับกลายเป็นคนมาช่วยผิดแล้วสุดท้ายแทนก็กดดันจนเขาต้องมาช่วยงานชดใช้ความผิด
เอ็ดเวิร์ดส่ายหน้าไปมาก่อนจะพูดไปส่ายหน้าไป“พี่ก็มึนนะลิน...”เขาบอกกับลินที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ขณะมองคนบ้าสองคนคุยกัน
“ยินดี...นายสมควรชดใช้คอสความเป็นคนมีจิตสำนึกจะทำให้นายเป็นคนดี” พูดจบแทนก็ยื่นมือออกไป
“ยินดีที่ได้รู้จักอีกครั้งครับ ผม...คอสครับ” ช่ายในชุดจอมเวทใช้มือซ้ายลูบหัวตัวเองเบาๆ แล้วยื่นมือขวามาจับมือกับชายตรงหน้า
“แทนไทย เรียกแทนก็แล้วกัน” แทนว่า
เอ็ดเวิร์ดที่กำลังมองทั้งคู่อยู่ทำท่านึกอะไรบางอย่างออกเขาดีดนิ้วเสียงดังแล้วเสนอหน้าไปไปอยู่ระหว่าง คอสกับแทน
“เดี๋ยวฉันไปตามน้อง ‘ซาย’มาให้” คนสวมเสื้อลายดอกพูดไปอมยิ้มไป
คราวนี้ไม่ใช่แค่แทนที่ต้องขมวดคิ้วลินและคอสเองก็ไม่เข้าใจความล้ำลึกของมุกเอ็ดเวิร์ด...
“หมายความว่าไงพี่เอ็ด” แทนหรี่ตามถาม
“อ่าว...!” เอ็ดเวิร์ดยืดคอหลังส่งเสียงสูง“ก็... ซาย คอส แทน ไง พวกนายไม่เคยเรียนตรีโกณในวิชาเลขรึไง”
นิ่ง...เงียบ...ไม่มีใครพูดอะไรออกมา แทนนึกถึงนกกาในการ์ตูนที่จะบินผ่านเมื่อเกิดอาการที่เรียกว่า‘มุกแป๊ก’ ถ้าจะจัดลำดับมุกนี้ก็น่าจะพอฟัดพอเหวี่ยงกับราชามุกไม่ขำอย่างบลานซ์เลยทีเดียว
“พี่เอ็ด...” แทนเดินมาตบไหล่แล้วส่ายหน้า“มุกไม่ฮามันพาเพื่อนเครียดนะพี่”
“อารายว้า...” เอ็ดเวิร์ดห่อไหล่หลังพูดจบพร้อมกับทำหน้าผิดหวังส่วนคนอื่นหัวเราะให้กับมุกฝืดในครั้งนี้
“เดี๋ยวก่อนนะคอส...พวกฉันขอเก็บเลเวลอีกสักหน่อยเดี๋ยวเจ้าแม่ที่สั่งเรามาจะพิโรธ” แทนพูดถึงนิกกี้ที่สั่งให้พวกเขามาเก็บเลเวลเพิ่มในขณะที่เธอกับบลานซ์ลงไปยังขั้น5 ของดันเจี้ยนเขาวงกตใต้เมืองคาลิป
“งั้นเดี๋ยวผมจัดการพวกตัวที่เข้ามากวนให้ก็แล้วกันครับถ้าเอาผมเข้าปาร์ตี้ด้วยพวกคุณจะพาลไม่ได้ค่าประสบการณ์เอา” คอสว่า
“สองคำถาม” แทนพูดพร้อมชูนิ้วสองนิ้ว“นายเลเวลเท่าไร และอาชีพอะไร” เขาถามเสียงเข้ม
“ร้อยยี่สิบสอง อาชีพพ่อมดครับ” คอสตอบ
“ร้อยยี่สิบสอง!” ลินเสียงตื่นทำตาโต
แทนพยายามทำหน้านิ่งเก็บอาการ ส่วนเอ็ดเวิร์ดอ้าปากค้าง“นี่มันคนรึเปล่าฟะเลเวลอย่างกับคาเมนไรเดอร์ตัวสีแดง” เอ็ดเวิร์ดว่า
“พี่เอ็ด ขบวนการห้าสีมันมีเลเวลด้วยรึ” แทนถาม “แล้วทำไมต้องสีแดง”เขาถามย้ำ
“ไม่มีอะ...แต่พี่ไม่รุ้จะเทียบกับอะไรแล้วที่ว่าสีแดงน่ะ เพราะสีแดงมันเก่งสุด”สองคนที่คุยเรื่องไรสาระไม่อยู่ในความสนใจของลินในตอนนี้เธอเริ่มสนใจในความเก่งของชายตรงหน้า
“โห...เลเวลร้อยยี่สิบสองแถมยังอาชีพพ่อมดอีก”ลินพูดสีหน้าชื่นชม
แทนซึ่งเลิกคุยเรื่องไร้สาระกับเอ็ดเวิร์ดแล้วพยายามทำหน้านิ่งหันไปหาลิน“พ่อมดมันก็อาขีพเกร่อๆทุกเกมไม่ใช่รึไง ไม่ได้เป็นสาระ ไม่ได้สำคัญอะไรไม่ใช่รึ”เขายังทำเป็นไม่สนใจคอส
“ถ้าเกมอื่นน่ะไม่น่าตกใจหรอกค่ะพี่แทนแต่เกมนี้น่ะนะ พวกอาชีพพ่อมดนี่เป็นอาชีพระดับสูง แถมต้องทำเควสยากมากด้วยนะพี่กว่าจะเปลี่ยนอาชีพได้!”หญิงสาวว่า
“อ่อ...นิยมโบราณว่างั้นนะเกมนี้” แทนพูดก่อนจะทำเสียงหัวเราะขึ้นจมูก แต่ก่อนที่เขาจะพูดอะไรต่อไป เสียงจากระบบดังขึ้น...
เพลย์เยอร์ควรจะแยกแยะคำว่า โบราณ กับคลาสสิค ให้ออก หากผู้เล่นไม่สามารถแยกแยะได้ในเมืองคาลิปมีหอสมุดที่ผู้เล่นจะหาข้อมูลเพิ่มความรู้เรื่องนี้ การค้นคว้าอาจจะมีประโยชน์ในการพัฒนาโลกแคบๆที่ผู้เล่นใช้ตัวเองเป็นจุดศูนย์กลางได้บ้าง...
“ใส่ใจกันจริ๊ง...” แทนเริ่มชินกับความจุ้นจ้านของระบบในขณะที่เอ็ดเวิร์ส่ายหัว ลินเบ้ปาก และคอสทำเสียงหัวเราะเบาๆ
หลังจากนั้นพวกแทนก็พากันเก็บเลเวลในสถานที่โดยรอบนานหลายชั่วโมงการเก็บเลเวลของพวกเขาง่ายขึ้นมากเพราะมีคอสคอยจัดการพวกมอสเตอร์ที่เข้ามารบกวนแต่เมื่อลองมองดูขริงๆ แล้วคอสนั้นก็ไม่ได้มีทีท่าจำใจอะไร เขาดูเหมือนจะสนุกเสียด้วยซ้ำแทนซึ่งเก็บเลเวลกับพวกเพื่อนๆ ได้ลุ้นตลอดเวลา เมื่อระบบแจ้งว่าสกิลอาชีพของเขาทำงานและมีการสุ่มของทักษะอาชีพที่ตัวเองมีอยู่
“มูนไลท์แอโรว์!”
เมื่อสิ้นเสียงเรียกใช้สกิลของแทนที่ยิงใส่มอนสเตอร์ตรงหน้าค่าความเสียหายสุดท้ายก็เกิดขึ้น และแล้วการต่อสู้ก็จบลง ถ้านับตั้งแต่เข้ามาที่นี่เลเวลของทั้งสามคนขยับสูงขึ้นมากกว่าเดิมพอสมควร แทนเลเวลเพิ่มไม่มากนักเพราะลินและเอ็ดเวิร์ดเลเวลห่างกับเขามากทำให้ระบบปรับค่าประสบการณ์ที่เขาจะได้รับน้อยลง แต่แทนก็ยังมีเลเวลเพิ่มเป็น 76 ในขณะที่เอ็ดเวิร์ดและลินเลเวลขยับเป็น 45 และ 49 ตามลำดับ
“พี่เอ็ด...ลิน...เราพอกันแค่นี้ก่อนเถอะพวกนิกกี้น่าจะเสร็จจากทางวงกตแล้วล่ะ ขอไปยลผลงานสองคนนั้นหน่อย” แทนซึ่งเคยลงไปยังเขาวงกตกับบลานซ์คิดว่าความลึกระดับ 5 ชั้นไม่น่าจะทำให้ผู้เล่นอย่างนิกกี้เสียเวลามากนัก
“โหย...พี่ยังฆ่ามอนสเตอร์ได้ไม่มันมือพอเลย” เอ็ดเวิร์ดทำเสียงตัดพ้อ
“ได้ข่าวว่าพี่ใช้แต่ยาเพิ่มพลังไม่ได้โจมตีมอนสเตอร์สักกะตัวนะพี่เอ็ด แล้วเมื่อไหร่มันจะหายมันมือพี่ล่ะเอาเป็นว่าหายมันปากดีไหม ดูดค่าประสบการณ์เอา ดูดค่าประสบการณ์เอา” แทนพูดขณะที่เหล่มองหน้าคนพูดก่อนหน้าเขา ลินได้แต่ยืนอมยิ้มเธอไม่ได้หัวเราะเยาะเอ็ดเวิร์ดหรือทำท่าต่อว่าแทน
“ป่ะ...กลับเมืองกัน” แทนหันไปบอกอีกคนที่เหลือแต่ก่อนที่จะออกเดินทาง เขาก็เปิดสถานะของตัวเองดูทำให้รู้ว่ามีสกิลเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งอย่าง
“หึ...น่าสนุกนะไอ้เจ้าสกิลใหม่นี่...ท่าจะได้มั่วกันน่าดูชม”
แทน เอ็ดเวิร์ด ลินและคอสเดินทางมาถึงเมืองคาลิปอย่างไม่ยากเย็นนัก และเมื่อพวกเขาเดินเข้าไปด้านในตัวเมืองเสียงพูดของคอสก็ดังขึ้น
“ไม่ได้มาเมืองนี้เสียนานไม่รู้เจ้านั่นจะยังเป็นเหมือนเดิมไหม” คอสที่เดินรั้งท้ายพูดกับตัวเองเบาๆ
“นายมากจากไหนกันแน่” แทนหันหลังกลับมาถามดูเหมือนเขาจะไม่ได้สนใจเรื่องที่คอสพูดออกมา
“เมืองเหนือครับ”
คนเดินนำขมวดคิ้ว ทันทีที่ได้ยิน “เมืองเหนือ?” แทนทวนคำ “แล้วทำไมไม่วาร์ปมา เลเวลสูงอย่างนายวาร์ปมาไม่ง่ายกว่ารึไง”
คนถูกถามหัวเราะร่าก่อนจะตอบปัญหาคาใจชายที่กำลังมองเขาด้วยสายตาสงสัย“ง่ายครับแต่มันไม่ได้บรรยากาศ” คอสตอบ
“หะ...” แทนยื่นคอไปด้านหน้าแล้วเอียงคอมองคนพูด“แล้วนายเดินมาเนี่ยนะ” เขาถามต่อ
“ก็มีเดินบ้างไม่เดินบ้างครับ” คอสตอบอีกครั้ง แต่ในตอนนี้จุดสนใจของเขาไม่ใช่คนที่ถามเรื่องราวของเขาแต่เขากำลังสนใจบรรยากาศในเมืองคาลิปอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อเห็นเป็นอย่างที่ว่าแทนก็ยักไหล่ผายมือสบายๆแล้วแล้วเดินต่อไป เขาไม่ได้ถามเรื่องที่อยากถามต่อ ทุกคนพากันเดินตรงไปยังจุดหมายทั้งสี่ก็เดินกลับไปยังที่รวมตัวของพวกแทน บ้านพักของนิกกี้ซึ่งตั้งอยู่ในเขตพักอาศัยทางด้านตะวันออกของเมืองคลิป
“น่าน...มากันแล้ว คราวนี้หวังว่าคงไม่ก่อเรื่องอีกล่ะ”นิกกี้หรี่ตามองแทนที่เพิ่งจะเดินเข้ามาพร้อมกับอีกสามคน “แล้วเจ้าชุดรุ่มร่ามนั่นมันใครอีกล่ะ” เธอถามเมื่อมองเห็นคอส
“เจอกันบนเขา แล้วเจ้านี่ก็ตกลงว่าจะช่วยเราเรื่องจัดการบอส”แทนตอบก่อนจะหันไปพยักหน้าให้คอสที่เดินตามมา
“เจ้าคนนี้เนี่ยนะ” นิกกี้ทำเสียงสงสัยแล้วใช้มือทั้งสองข้างเท้าเอว“ทำไมท่าทางดูกระจอกจัง” เธอพูดออกมา
“คุณคอสเลเวล 122แล้วก็เป็นพ่อมดด้วยค่ะพี่นิกกี้!” ลินทำเสียงตื่นเต้นแล้ววิ่งไปกอดแขนนิกกี้
“หา!? ร้อยยี่สิบสอง!”นิกกี้ทำเสียงตกใจพร้อมกับชี้ไปที่ผู้ชายท่าทางนุ่มนิ่ม “สามสิบยังเยอะแล้วเลยท่าทางแบบนี้น่ะ!”
“เอ๋?” คอสทำหน้างง
“เดี๋ยวๆ เรื่องเจ้าคอสเอาไว้ทีหลัง ว่าแต่เธอเถอะเรียบร้อยไหมไอ้เหรียญตราอะไรนั่นน่ะ”แทนซึ่งเดินมาหยุดตรงหน้าของนิกกี้ถามออกไป
“สบายๆ น่ะ แต่ไม่ได้การ์ดดีๆ มาเลยสักกะใบเซ็งเลย” หญิงสาวตอบ
“ไม่ลองลงไปขั้นหกดูล่ะ” แทนพูดยิ้มๆ
“ว่าจะลงไปเหมือนกัน แต่บังเอิญไม่ค่อยว่าง”นิกกี้ตอบก่อนจะแสยะยิ้มเย็นยะเยือก “ว่าจะรอนายพาไปน่ะ” เธอว่า
“ได้ไปแน่ๆ ฉันมีธุระกับเฟรน่านั่น” ถึงจะดูเหมือนพูดเล่นแต่แววตาของแทนที่พูดคำนี้ออกมากลับจริงจังเขากำลังจะพูดอะไรต่อสักอย่าง แต่ก่อนที่พูดอะไรกันต่อบลานซ์ที่กำลังอ่านข่าวความเคลื่อนไหวของ D.W.O. อยู่ก็พูดเสียงดัง
“พวกนายดูข่าวนี้สิ!” เขาว่า“โคซี่เพลิงผลึกพากิลด์คริสตัลอิเฟอร์โนไปจัดการกับมังกรน้ำแข็งเทสตาเมนท์ได้สำเร็จและเป็นสี่อวตารคนที่สองที่มีการ์ดแอเรียระดับ A ถึงสองใบ!”