การทำงานที่ค่อนข้างใช้เวลา ทำให้น้ำส้มแทบไม่ได้พักผ่อนไหนจะลูกสาวตัวน้อยที่เธอต้องดูแล โชคดีที่มีนักรบคอยช่วยเหลือเทียวรับเทียวส่ง ทำให้เธอเบาแรงขึ้นเยอะ สิ่งที่เขาทำให้ไม่ใช่ว่าเธอนิ่งเฉย รู้สึกเกรงใจเขามากโข แต่ก็ไม่อาจปลีกตัวทำหลาย ๆ อย่างได้ในคราวเดียวกัน เมื่อตกลงกันได้และเขาก็ยินดี จากนั้นทั้งสองคนจึงไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป
“วันนี้คุณแม่ขาไม่มารับน้องเหรอคะ?” น้องมะนาวเอ่ยถามเมื่อมองเห็นเพียงนักรบเดินเข้ามารับเพียงลำพังหน้าอาคารเรียน
“พอดีว่าคุณแม่ของน้องติดงานยุ่งมาก แดดดี๊ก็เลยมารับน้องแทน” นักรบให้คำตอบ
“น้องก็มีแดดดี๊แต่ทำไมเพื่อนต้องล้อน้องไม่มีแดดดี๊ด้วย...นะ น้อง เสียใจ” เพียงได้ยินคำแทนตัวของนักรบ คำพูดของเพื่อนในเมื่อบ่ายช่วงที่เหล่าเด็กน้อยต้องทำกิจวัตรหลังตื่นนอน ก็ฉุดเข้ามาในหัวของเด็กหญิง มันทำให้เธอน่าเศร้า น้ำตาเอ่อคลออย่างน้อยใจ เมื่อถูกเพื่อนล้อ เด็กหญิงที่คิดว่าตัวเองเข้มแข็ง แท้จริงแล้วก็บอบบางและอ่อนไหว เมื่อถูกเพื่อนรุมล้อเลียนในปมด้อยของเธอ ทำให้นักรบต้องชะงักเดิน ย่อตัวลงเสมอน้องมะนาวด้วยความรู้สึกสงสาร สองมือหนาลูบหัวน้องมะนาว เบา ๆ และดึงเธอเข้ามาในอ้อมกอด สื่อถึงการปกป้องที่เขาจะไม่ยอมให้เธอบอบช้ำ จะพยายามดูแลเธอให้ดีไม่ต่างไปจากพ่อแท้ ๆ
“น้องจะไม่มีแดดดี๊ได้ยังไงครับ คนที่กอดน้องอยู่ตอนนี้ไง บอกเพื่อนไปเลยว่าแดดดี๊คือแดดดี๊ของน้อง และรักน้องมาก ๆ” นักรบพูดปลอบประโลม
“ฮึก ฮึก เพื่อนไม่เล่นกับน้องเลยค่ะแดดดี๊ พวกเขาว่าน้อง ฮือ” เด็กหญิงปล่อยเสียงร้องไห้พรั่งพรู ทำให้นักรบต้องกัดฟันแน่น ยิ่งน้ำตาของเด็กน้อยไหลรินเขาก็รู้สึกเจ็บปวดไม่ต่างจากคนเป็นพ่อแม่ผู้ให้กำเนิด แล้วถ้าน้ำส้มได้ยินเหมือนที่เขาได้ยิน เธอก็คงเจ็บปวดเพราะสงสารลูกน้อยไม่ต่างกัน
“ร้องออกมาเลยครับ แดดดี๊รู้ว่าน้องกำลังเสียใจ แดดดี๊จะอยู่กับน้องไม่ไปไหนจะปกป้องน้องให้ปลอดภัยเองนะครับ”
“แดดดี๊ ฮือ”
“โอ๋ ๆ คนเก่งเราไปขึ้นรถกันดีกว่าเนอะ”
“ฮือ”
นักรบพูดปลอบพร้อมกับอุ้มเด็กหญิงแนบอก แล้วเดินพาเธอไปยังรถยนต์ที่จอดอยู่หน้าโรงเรียนด้วยความรู้สึกสงสาร สองมือน้อย ๆ โอบกอดรอบคอแกร่งของผู้ที่เป็นพ่อไม่แท้ แต่รักเธอไม่แพ้ใคร เขาแทบน้ำตาไหลเมื่อเห็นสายน้ำสีใสแห่งความเดียงสาไหลรินอาบสองแก้ม ใบหน้ากลมตึงแนบชิดกับไหล่แกร่ง ธารน้ำตาไหลรดจนเสื้อเชิ้ตเปียกชุ่ม แต่นักรบก็หาได้แยแส เพราะเขากำลังแคร์เด็กน้อยในอ้อมกอด ครั้นจะโกรธหรือโมโหให้กับเด็กผู้เป็นเพื่อนร่วมห้องก็คงไม่ใช่เรื่อง ได้แต่พูดประโลมคนในอ้อมกอดด้วยความรัก จนตอนนี้เด็กหญิงเผลอหลับไปทั้งน้ำตา
ทางด้านน้ำส้มที่กำลังถ่ายงานอย่างตั้งใจ ต้องการให้สิ่งที่ทำเสร็จเร็วไว จึงแทบไม่พักเบรกเลยสักนิด แต่แล้วก็มีสิ่งไม่คาดคิดเกิดขึ้นในขณะที่เธอกำลังโพสต์ท่าท่ามกลางสายตาของผู้คน
น้ำสีแดงสาดใส่ใบหน้าของน้ำส้ม ด้วยฝีมือของแอนนา ผู้ที่ไม่ถูกชะตากับเธอ แต่ไม่คิดฝันเลยว่าเธอจะกล้าลงมือได้ขนาดนี้ โดยไม่ห่วงภาพลักษณ์ของตัวเองต่อสาธารณชน จนผู้คนหวีดเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจ ช่างภาพและสไตลิสต์ต่างก็รีบกรูเข้าหาน้ำส้ม
((ว้าย))
“ตอแหลจนได้โล่ ก็แค่แม่หม้ายลูกติด ที่ไม่มีอะไรดีสักนิด จนก็จนแถมยัง.....เน่าเฟะ!!!” แอนนาที่พาลหัวเสีย เธอสาดคำหยามเหยียดใส่น้ำส้มอย่างไม่คิดอายใคร เพราะคนตรงหน้าคือมารหัวใจและทำให้เธอถูกเมิน จนเกิดความเคียดแค้นเจ็บใจ
“คุณแอนนา!!!” จ๋าที่เป็นคนดูแลงาน ตะคอกเสียงดังลั่นอย่างไม่คิดกลัว เธอประจันหน้าสบสายตามองแอนนาด้วยความเกรี้ยวกราด ที่สร้างความเดือดร้อนแก่ส่วนรวม แต่แอนนากับหาแยแสสนใจ เธอผลักจ๋าจนกระเด็น “อ๊ะ”
“แค่พนักงานเงินเดือนกระจอก อย่ามาสาระแนขวางทาง” แอนนาว่าขึ้นด้วยท่าทีเกรี้ยวกราด ไม่สนเลยว่าใครเป็นใคร เมื่ออารมณ์ตอนนี้มันพัดพาไปเพราะความขุ่นเคือง
“มากเกินไปแล้วนะ!” น้ำส้มที่กำลังพยายามควบคุมสติให้ตั้งมั่น เธอไม่อยากทำให้เรื่องราวมันบานปลาย จนส่งผลกับกระทบกับหน้างานที่ทำสร้างความเดือดร้อน แต่ตอนนี้เธอทนไม่ไว้ ตวาดเสียงดังใส่แอนนาที่กำลังต่อว่าคนอื่นอย่างไม่เห็นหัว “ระดับสมองและการศึกษามันไม่ช่วยพัฒนากิริยามารยาทเลยหรือไง!”
((โอ้ว)) เสียงโห่ร้องอย่างไม่คิดเชื่อหูแว่วดัง เมื่อน้ำส้มสาดคำพูดไม่ยั้งกระแทกหน้าแอนนาจัง ๆ เป็นคำพูดที่ฟังเหมือนจะเรียบง่าย แต่แท้จริงแล้วด่าแรงได้ใจ จนทำให้เหล่าสตาร์ฟที่ร่วมงานเบิกตาโต ทุกสายตาจดจ้องมองไปยังแอนนาที่ตอนนี้หน้าเหวอเริ่มเลิ่กลั่ก
“แก! นังนางแบบปลายแถว” แอนนาที่ไม่พอใจตั้งท่าจะฟาดฝ่ามือใส่น้ำส้มที่ยืนประจันหน้า เธออับอายเมื่อสายตาของทุกคนจ้องมองอย่างนึกรังเกียจ ก็พฤติกรรมของเธอเป็นเช่นนั้นจะให้คนมองในแง่ดีได้อย่างไรกัน?
“อย่านะคะคุณแอนนา ถ้าคุณทำร้ายคุณน้ำส้มละก็บอสไม่เก็บคุณไว้แน่” จ๋าพาตัวมาบดบังน้ำส้มไว้ แล้วพูดขู่ในสิ่งที่แอนนาหวาดเกรง นั่นสำเร็จเพราะแอนนาชะงักทันที ทำได้เพียงยืนกำมือกัดฟันแน่นอย่างเกรี้ยวโกรธ หวังจะสั่งสอนคนที่ทำให้เธอเป็นเหมือนธาตุอากาศ แต่ก็ไม่สำเร็จ!
“พวกแกจำไว้เลย ฝากไว้ก่อนฉันไม่ยอมแน่!” แอนนาชี้หน้าด่ากราดก่อนจะเดินจากไป เธอเคียดแค้นกับสิ่งที่หักหน้าจนแตกละเอียด เกรี้ยวโกรธเมื่อไม่สามารถดับอารมณ์กับคนที่คิดสั่งสอนได้ ทำเพียงเดินหนีมาด้วยอารมณ์ครุกกรุ่น
ใครอื่นใดหารู้ไม่ว่ามีเด็กน้อยตัวกลมที่กำลังเดินเข้ามาในห้องทำงานของผู้เป็นแม่อย่างคุ้นชิน แต่เหตุการณ์อันไม่น่ามองทำให้เธอต้องจดจ้องอยู่ตรงประตู เธอเห็นว่าใครกำลังทำร้ายแม่ แต่ความหวาดกลัวทำให้เธอได้แต่ยืนนิ่งเท่านั้น ไม่ชอบใจเอาเสียเลยกับการที่เห็นแม่ถูกรังแก
“น้องทำไมรีบวิ่งมาก่อนละครับ แล้วนั่นจะไปไหนเอ่ย” นักรบที่รีบวิ่งตามมากลัวว่าเด็กหญิงจะพลัดหลง เมื่อพบเจอจึงได้เอ่ยขึ้นทันทีเชิงตำหนิ แต่หาได้จริงจังไม่ ก่อนจะเอ่ยถามเมื่อเห็นน้องมะนาวรีบวิ่งออกไป
“น้องปวดฉ่องค่ะ ไปห้องน้ำแป๊บเดียวนะคะแดดดี๊” เด็กหญิงหยุดวิ่งแล้วหันมาบอกกล่าวด้วยรอยยิ้มสดใส เหมือนกับว่าไม่ได้มีอะไรในใจ
“ให้แดดดี๊ไปเป็นเพื่อนไหม”
“ไม่เป็นไรน้องไปเองได้อยู่แค่ตรงนี้เอง”
“โอเคครับ...รีบมานะอย่าลืมล้างมือก่อนออกจากห้องน้ำนะคนเก่ง”
“ค่ะ”