หลังจากพูดกันกับพวกเหอซือห้าวอยู่ในไม่ช้าฉินเทียนก็ไล่พวกมันให้พักผ่อนเสีย ทีทางของศาลเทพสวรรค์ตอนนี้ใหญ่โต ฉินเทียนไล่ให้พวกมันไปเลือกที่พักกันได้ตามใจชอบ ตำหนักที่พักศิษย์ศาลเทพสวรรค์ฝั่งบุรุษยังมีห้องอีกมากนัก ฉินเทียนให้พวกเหอซือห้าวเหลือห้องพักได้ตามใจ
หากแต่ในระหว่างที่เหอซือห้าวกำลังจะเดินจากไป หลี่เจียอี้อดีตมหาเทวะปรมัตถ์ [บัญญัติเจ็ดหางแห่งความตาย] ก็เดินมาพอดี ฉินเทียนส่งเสียงจิตเรียกมันมาเอง มันต้องการกล่าวบ่นถึงคำหยาบคายของเจ้าตัวน้อยของมันว่ามันผู้ใดเป็นผู้สั่งสอน
เหอซือห้าวที่เห็นหลี่เจียอี้เดินมา เมื่อมันได้สบสายตาแต่เพียงเท่านั้น
ร่างกายของเหอซือห้าวและเหล่าพี่น้องบริวารของมันคล้ายสั่นเทา แม้แต่เหอซือห้าวเองก็เช่นกัน ไม่ช้าเข่าของมันก็ทรุดลงแตะพื้น เส้นโลหิตที่ลำคอบูดโบน หากแต่สติก็ยังไม่ถึงขาดสะบั้นหากแต่ก็ช่างเลื่อนลอยเต็มที ราวกับว่าตอนนี้อยู่ในนรกภูมิกลิ่นอายแห่งความตายหนาแน่นเกินจะกล่าว หากแม้เหอซือห้าวยังขนาดนี้ และเหล่าพี่น้องทั้งหลายที่เหลือของมันเล่าจะเป็นอย่างไร เมื่อเหอซือห้าวเริ่มได้สติกลับมา มันก็พบว่าพี่น้องทั้งหลายของมันตอนนี้นอนหมดสติน้ำลายฟูมปากกันหมดแล้ว อานุภาพด้านจิตสังหารและกลิ่นอายของบุรุษเมื่อครู่ช่างเหมือนกับมหามัจจุราชจากนรกภูมิแท้ๆ เหอซือห้าวมิคิดเลยในที่แบบนี้จะมีคนเช่นนี้อยู่ด้วย มันพยายามสูดอากาศหอบหายใจ พยายามบังคับร่างมิให้สั่นเทา
ส่วนหลี่เจียอี้ตอนนี้เดินเบาสบายไม่เหลียวมองพวกเหอซือห้าวซ้ำเลยแม้แต่น้อย
ฉินเทียนที่มองอยู่ใกล้ๆ ก็ถอนหายใจระดับมหาเทวะปรมัตถ์ช่างเป็นอะไรที่สูงล้ำเกินจะกล่าว ฉินเทียนได้แต่บอกตัวมันเองตรง หากมันมิมีระดับขั้นเทียบเท่า หรือใกล้เคียงกับหลี่เจียอี้อดีตมหาเทวะปรมัตถ์ตัวมันไม่มั่นใจแม้แต่น้อยที่จะเอาชนะบุรุษผู้นี้ในการต่อสู้ได้
เพราะดูสภาพเหอซือห้าวตอนนี้สิ หลี่เจียอี้ตอนนี้อยู่ในร่างที่จำกัดซึ่งฤทธาอยู่ระดับตราสัญลักษณ์วิญญาณสีโลหิต 5 จุดแต้ม แต่ถึงแบบนั้น เหอซือห้าวที่อยู่ในระดับเดียวกันยังแพ้ให้กับหลี่เจียอี้อดีตมหาเทวะปรมัตถ์โดยไม่ต้องสู้แม้แต่น้อย เรียกว่าแค่เดินผ่านเหอซือห้าวก็ตายได้ อานุภาพเช่นนี้น่าสะพึงเกินจะกล่าว
และไม่ต้องคิดเลยว่าตอนหลี่เจียอี้เป็นมหาเทวะปรมัตถ์ และครอบครองฉายยาบัญญัติเจ็ดหางแห่งความตาย ความโหดร้ายของหลี่เจียอี้จะมาล้นขนาดไหน
ฉินเทียนไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจดีที่ได้คนแบบนี้มาใช้งาน
ไม่ช้าฉินเทียนก็ส่งจิตจักรพรรดิ์ของมันไปปัดเป่าจิตตานุภาพแห่งความตายออกจากร่างของเหอซือห้าวและเหล่าพี่น้องของมัน ไม่ช้าคนทั้งหลายก็ต่างได้สติ หลี่เจียอี้ที่ตอนนี้อยู่ข้างกายฉินเทียน ตอนนี้มันยิ้มแย้มให้คนทั้งหลาย เหอซือห้าวและพี่น้องเมื่อได้เห็นรอยยิ้มของบุรุษรูปงาม ไม่รู้ทำไม พวกมันจึงรู้สึกว่ามันช่างน่ากลัวยิ่งกว่าภูตผีหรืออสูรมรณะที่มันเคยพบเจอมาตลอดชีวิตเสียอีก ไม่ช้าพวกมันทั้งหลายต่างพึมพำในใจ ว่าช่างน่ากลัวเหลือเกิน น่ากลัวเหลือเกิน ก่อนที่ไม่ช้าจะเห็นท่านย่ำฟ้าทำมือไล่พวกมันออกไป พวกมันจึงไม่รอช้ารีบโบยบินหนีไปทันที ไปยังสถานที่พักของศิษย์ศาลเทพสวรรค์
.
.
.
ไม่ช้าเมื่อฉินเทียนได้อยู่กับหลี่เจียอี้สองต่อสอง มันก็กล่าวบ่นปนสอบถามถึงการสั่งสอนของหลี่เจียอี้กับเจ้าตัวน้อย
"หลี่เจียอี้เหตุใดเจ้าจึงสอนเหล่าวัยเยาว์ให้พูดกล่าววาจาไม่สุภาพออกมา"
หลี่เจียอี้อดีตมหาเทวะปรมัตถ์ยิ้มเยาะนัยน์ตาคล้ายกับคนโรคจิต มันหัวเราะคิกคิก
"นายท่านไม่คิดบ้างหรือว่ามันเหมาะสมแล้ว หากผู้ใดละเมิดต่อมหาราชินีผู้ครองสายโลหิตสวรรค์ โทษทัณฑ์ที่มันควรได้รับมิใช่ต้องตกตายสถานเดียวรึ หึหึ หากแต่ข้าก็รับรู้ ท่านมีประสงค์จะสั่งสอนองค์มหาราชินีแห่งจิ้งจอกสวรรค์ให้เป็นดุจกุลสตรีที่เพียบพร้อม ข้าหลี่เจียอี้จึงเต็มใจรับใช้ท่านนัก หากแต่... หากแต่..." พูดถึงตรงนี้หลี่เจียอี้คล้ายมือไม่สั่นเทา นัยน์ตาคล้ายหื่นกระหายมีความสุขยิ่งนัก "ข้าก็มิอาจจะปล่อยให้ผู้ใดดูหมิ่นองค์มหาราชินีได้ ข้าได้ลดโทษให้พวกมันทั้งหลายไปแล้ว เหลือแค่ทัณฑ์ทรมาน หากวาจาสามหาวให้ควักลูกนัยน์ตาพร้อมตัดลิ้นทิ้งเสีย หากกระทำต่ำช้าให้ตัดแขน ตัดขา หิหิหิ นอกจากนั้นตลอดร้อยปีจับมันขึงกับเหล็กร้อน ตอกด้วยมุดทัณฑ์นรก เช้ากรีดเนื้อ เย็นกรีดหนัง เป็นแบบนี้ตลอดหนึ่งร้อยปี คิกคิก สิ่งเหล่านี้นับว่าเมตตาแล้ว"
พอพูดถึงตรงนี้มหาเทวะปรมัตถ์ ก็ถลึงตาจ้องหน้าของฉินเทียน ด้วยสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิงคล้ายคนเสียสติ หากแต่ใบหน้าตอนกล่าวถึงการลงทัณฑ์ทรมานมันช่างแลดูมีความสุขนัก
ฉินเทียนเห็นเช่นนี้มันคล้ายรู้สึกหางตากระตุกยังไงก็ไม่รู้ นิมันปล่อยเจ้าตัวน้อยอยู่กับคนบ้ามาเป็นปีหรือเนี่ย
"นายท่าน คิกคิก ท่านไม่คิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นการสมควรหรือ คิกคิก ส่วนคำพูดหยาบคายนั้นข้าหลี่เจียอี้มิได้สอน นางน่าจะติดมาจากพี่ชายที่ฝึกฝนกับเจ้ายักษ์ทองคำ ข้าเห็นมันพูดบ่นเสมอว่า ในการศึกสงคราม ต้องรู้จักยั่วยุศัตรู หึ ช่างโง่เง่านัก นายท่าน ท่านจะให้ข้าไปสั่งสอนมันหรือไม่ ที่สอนสิ่งผิดๆ ให้แก่องค์มหาราชินี คิกคิก"
ฉินเทียนกลืนน้ำลายอึกหนึ่งพร้อมคิดในใจ 'สิ่งที่ผิดคือคำสอนของเอ็งนั่นแหละ ไอ้เวรตะไล!!! ไอ้หลี่เจียอี้เอ็งกำลังจะทำให้เจ้าตัวน้อยของข้าเป็นโรคจิตตามเอ็งใช่ไหม'
สุดท้ายฉินเทียนก็ได้แต่กล่าวบนในใจก่อนจะไล่หลี่เจียอี้ไป มันรู้สึกเหนื่อยเหลือเกินเมื่อต้องพูดคุยกับอดีตมหาเทวะปรมัตถ์ผู้นี้
ไม่ช้าฉินเทียนก็เรียกอดีตราชันย์สวรรค์ผู้มีร่างเป็นทองคำ ผู้เป็นอาจารย์ของบุตรชายเจ้าล้ำบึ้กของตัวมันออกมา เมื่อฉินเทียนเล่าถึงการพูดหยาบคายของเจ้าลูกชาย ดูเหมือนอาจารย์ท่านนี้จะมีความสุขนัก มันกล่าวร้องตะโกนเสียงดัง
"มารดาเอ็งเถอะ สมกับเป็นลูกศิษย์ข้าเสือมิทิ้งลาย มังกรมิลืมเกล็ด ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยมที่สุด นายท่านคุณชายทำได้ยอดเยี่ยมถึงเพียงนี้ท่านได้ตบรางวัลให้คุณชายน้อยแล้วหรือยัง นายท่านมิต้องห่วง ในอนาคตนายน้อยของท่านจะกดขี่ผู้คนจากทั่วแดน เป็นราชันย์ที่อยู่เหนือราชันย์ ยิ่งใหญ่มิมีวันก้มหัวให้ใคร"
เป็นอีกครั้งที่ฉินเทียนรู้สึกเหนื่อยใจ ไอนี่ก็อีกคน ยังมิรู้ตัวว่าถูกเรียกมาด่าว่าตำหนิสั่งสอน พอบอกกล่าวว่าบุตรแห่งมันมีวาจาสามหาว แทนที่จะเอาไปแก้ไข กลับมีแต่ความภาคภูมิใจ แถมยังมีหน้ามาสำทับ ในอนาคตคุณชายน้อยจะแกร่งกล้ากว่านี้ มิต้องรบพุ่ง แค่วาจาสามหาวก็ทำให้ศัตรูตกตายได้ หากแต่ขอให้ตัวมันได้ฝึกฝนคุณชายน้อยอีกสัก 200 ถึง 300 ปีก็พอ
ไม่ช้ามันก็ตบพุงหัวเราะอย่างมีความสุข
.
.
.
ในไม่ช้าฉินเทียนก็ได้เรียนรู้ ไอ้พวกนี้เปลี่ยนไม่ได้จริงๆ มันคงได้แต่หวังพึงตัวเองแล้ว โชคดีตอนนี้มันกลับมาแล้ว และได้รับรู้เรื่องเหล่านี้
ในฐานะบิดาคน มันจำต้องใช้น้ำดีไล่น้ำเสีย พาเหล่าเด็กน้อยออกจากสังคมเลวร้ายนี้ให้ได้
และในไม่ช้าวันอีกวันก็ผ่านไป
.
.
.
ตกดึงวันนี้ สองตัวน้อยก็มานอนกับมันอีกแล้ว ฉินเทียนได้ใช้แต้มบุญ สร้างศาลาเล็กๆ เอาไว้หลับนอนนั่งดูดาวกับเหล่าตัวน้อย ตอนนี้ดึกดื่น สองตัวน้อยก็หลับใหล ไม่ช้าเซียนซุนที่ไม่ได้พบกันนานก็ปรากฏ
สีน่าของเซียนซุนยังน่ารักและดูยิ้มแย้มเหมือนเช่นเดิม
เซียนซุนชวนฉินเทียนพูดคุยเล่นอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะลอยหายไปพร้อมจู๋จี้กับเหล่านางสวรรค์
เป็นเซียนซุนนั้นช่างดีจริงๆ แลดูมีความสุขไร้กังวลเหลือเกิน ฉินเทียนแอบมองเห็นภาพเซียนซุนแอบเอามือจับก้นนางสวรรค์ซ้ายขวา ก่อนจะโดนหยิกแก้มจนแดงก่ำ
ไม่ช้าฉินเทียนก็ส่ายศีรษะ
ตอนนี้สิ่งต่างๆ อยู่ตัวแล้ว และมันก็เริ่มว่างงาน มันได้สัญญากับเหล่าตัวน้อยว่าพรุ่งนี้จะพาไปเดินเทียวที่มหานคร เพราะแบบนี้สองเด็กน้อยจึงรีบนอนแต่หัววัน
และด้วยมีเวลาว่างๆ ฉินเทียนเห็นว่ามีเซียมซีไม้เหลืออีกมากนัก และด้วยระดับการบำเพ็ญในปัจจุบันของตัวมันเซียมซีไม้อาจจะไม่ค่อยช่วยอะไรอีก มันจึงคิดว่าควรที่จะใช้มันให้หมดเสียดีกว่า หากปล่อยปละไป ในอนาคตคงมิค่อยได้ใช้งานเป็นแน่ ไม่ช้าฉินเทียนก็เขย่าเซียมซีไม้ไปมาเรื่อยๆ
ไม่ช้าก็ได้ของกิน ยาวิเศษออกมาตาเคย แทบจะไม่มีของวิเศษเลย และเมื่อถึงเซียมซีไม้อันที่สิบ
ทันทีที่ไม้เซียมซีกระทบพื้นแผ่นดินคล้ายสั่นไหว
จากเซียมซีไม้ธรรมดา อยู่ๆ ก็กลายเป็นสีทอง
ไม่ช้ามันก็ล่องลอยมาตรงหน้าของฉินเทียน พร้อมเสียงประกาศอันยิ่งใหญ่ตระการ หากแต่เสียงนี่ช่างแลดูคุ้นเคยนัก เพราะมันคือเสียงของ... เซียนซุน
-[ยินดีด้วยท่านได้รับเซียมซีหมายเลข 1 หมวดอัญเชิญ]-
-[ท่านสามารถอัญเชิญมหาเทวะผู้ยิ่งใหญ่ ผู้เป็นหนึ่งในใต้หล้าแดนดิน ยิ่งใหญ่ที่สุดในมหาจักรวาล มหาเทวะปรมัตถ์ต้องหลบซ้าย ราชันย์สวรรค์ต้องหลบขวา เหล่าเทวะอัศจรรย์ต้องก้มกราบ ชาวสวรรค์เห็นต้องสั่นสะท้าน ต่ำกว่านั้นประดุจธุลี ยิ่งใหญ่เกินทน สุดยอดโคตะละยอดเยี่ยมกระเทียมมมมดอง ดอง ดอง (คำว่าดองดังก้องสะท้อนอย่างยิ่งใหญ่) !!!ท่านเซียนซุน!!! "ท่านได้รับเหรียญอัญเชิญเซียนซุน 3 ครั้ง"]-
-[หมายเหตุ หนึ่ง.เซียนซุนที่ถูกอัญเชิญถูกจำกัดระดับบำเพ็ญอยู่ที่ระดับเดินดินขั้นสูงสุด ,สอง.เซียนซุนสามารถปรากฏตัวในโลกแห่งความเป็นจริงได้ 1 วันต่อการใช้หนึ่งครั้ง สาม.แม้เซียนซุนจะถูกจำกัดระดับบำเพ็ญหากแต่ความรู้และความสามารถมิได้ถูกจำกัดสามารถใช้ศักยภาพสูงสุดเท่าที่มีแต่เดิมได้ทั้งหมด]-
"!!!อุแม่เจ้าผีหลอก" ฉินเทียนตกใจไปครู่หนึ่ง อยู่ดีๆ เซียนซุนก็มาปรากฏตัวตรงหน้ามันแบบกระชั้นชิดห่างกันเพียงคืบมือ
"หุหุ ฉินเทียนเจ้าช่างโชคดีนัก เซียมซีศาลเทพสวรรค์ เจ้าหยิบได้ป้ายหมายเลขหนึ่งที่ดีที่สุดออกมาได้ นับว่าสวรรค์เมตตาเจ้าจริงๆ หุหุ"
"ทำไมรึ ท่านเซียนซุนช่วยอธิบายให้ข้ากระจ่างที"
ไม่ช้าเซียนซุนก็ยิ้มเยาะกล่าววาจาเล่าถึงความสุดยอดของตัวมัน
"หุหุ เจ้านิไม่รู้อะไรบ้างเลย ข้าเซียนซุนผู้นี้คือใคร ข้าคือสุดยอดมหาเทวะในตำนาน ผู้มีเพียงหนึ่ง ยืนอยู่เหนือสุดแห่งทุกสรรพชีวิต ต่อให้ข้าอยู่ระดับขาวจางก็กล้าแกร่งกว่าผู้อยู่ระดับท่องนภาได้ นอกจากนั้นหามิพูดกล่าวเรื่องต่อสู้ เจ้าคิดดูฤทธาของข้ามีเป็นหมื่นแสน จิตตานุภาพของข้าก็ยิ่งใหญ่กว่าเจ้าเสียอีก ทั้งยังความรอบรู้ใน 7 มหาศาสตร์ต้องนับว่าข้าเป็นต้นตระกูลของศาสตร์เหล่านี้เสียด้วยซ้ำ นอกจากนั้นเซียมซีนี้ก็บอกไว้ชัดเจนมันจำกัดแค่ระดับบำเพ็ญของข้า เจ้าไม่คิดบ้างรึตัวข้าก็มีเนตรมองอดีต อนาคต เนตรหยั่งรู้ นอกจากนั้นยังมีของดีติดตัวเหนือเจ้าอีกมาก ของพวกนี้มิได้ถูกจำกัดให้ใช้งานเหมือนเช่นดังตัวเจ้า ยามเจ้าอัญเชิญตัวข้าสู่แดนดิน เจ้าก็เปรียบดังมีสุดยอดมหาปราชญ์ ดอกเตอร์กูเกิ้ลในตำนานอยู่ข้างกายแล้ว หากเกิดอะไรขึ้นในยามวิกิจที่เจ้ามิอาจจะแก้ไข ข้าเซียนซุนผู้นี้ย่อมช่วยเหลือเจ้าได้ เรียกว่าไปตายแทนเจ้าก็ยังได้ เพราะร่างเนื้อหนังนั้นจะอยู่ในโลกได้เพียง 1 วัน ข้าจะไปเสียดายมันทำไม เจ้าว่าสุดยอดไหมล่ะ"
"นอกจากนั้นเจ้าคิดดูนะฉินเทียน บางครั้งเจ้าอาจจะมีปัญหาที่มิอาจจะแก้ไขได้โดยง่าย ต้องปลอมแปลงตัว ข้าเซียนซุนก็สามารถช่วยเจ้าได้ ข้าสามารถแปลงกายเป็นเจ้า จะย่ำฟ้าผู้ชรา ฉินเทียนเด็กหนุ่มงอกง่อย เทียนหลงร่างหนุ่มมังกรรูปหล่อ ข้าทำได้ทั้งนั้น คิดดูสิยอดเยี่ยมขนาดนี้ ยังจะเอาอะไรมาเทียบได้อีก"
เซียนซุนพูดไปก็กอดคอฉินเทียนไป ตอนนี้ฉินเทียนเริ่มเชื่อและหลงคารมของเซียนซุนแล้ว หากแต่มันตงิดตงิดใจอยู่หน่อยหนึ่ง ตรงตอนเรียกขานชื่อ ไยจึงเรียกตัวมันว่าเด็กหนุ่มงอกง่อยนิมันโดนหลอกด่าฟรีอีกแล้วรึ
หากแต่เมื่อคิดตามก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ มันไม่คิดกล่าวเถียงให้เสียเวลา
ตอนนี้ฉินเทียนคล้ายรู้สึกว่าได้รับไม้ตายใหม่จากสวรรค์แล้ว
หากแต่แท้จริงมันจะเป็นเช่นนั้นหรือไม่นะ
เซียนซุนตัวป่วน ยามมาปรากฏตัวในโลกใบนี้ มันจะเป็นดังอาวุธลับสวรรค์สั่ง หรือเป็นตัวปัญหาที่สวรรค์กลั่นแกล้งแทน เรื่องนี้ไม่มีใครรู้
.
.
.
เมื่อวันใหม่มาถึงฉินเทียนก็พาเหล่าตัวน้อยก้าวพริบตาไปยังมหานครฟ้าอนันตร์
ในครั้งนี้นอกจากสองตัวน้อย ฉินเทียนยังให้ขี้ข้าทั้งหกติดตามมาด้วย
และเมื่อพวกมันพบว่า นายท่านย่ำฟ้าของมันมีความสามารถเดินทางข้ามมิติเช่นนี้ พวกมันก็ตกตะลึงขึ้นไปอีก
เมื่อฉินเทียนไอ้แอบเหล่มองพวกมัน ตัวมันก็คล้ายมีความสุขยิ่ง
มิจฉาชีพเช่นมันหลอกผู้อื่นสำเร็จอีกครั้ง
ไม่ช้าตัวมันก็กล่าวบ่นในใจ
'ที่ข้าพาพวกเอ็งมาก็เพื่อโชว์ความเทพให้พวกเอ็งดูเนี่ยแหละกร๊ากๆ นอกจากนั้นยังจะใช้งานพวกเอ็งเป็นบอดี้การ์ด เดินเสริมบารมีไปในตัว นอกจากนั้นเอ็งไอ้พ่อบ้านเหอซือห้าว ข้าให้เอ็งเป็นตัวเก็บสมบัติแทนเหรียญทองและดวงแก้วแห่งแรงศรัทธาที่ปล้นชิงมาล้วนอยู่ที่เอ็ง หากข้ามิพาเอ็งมาข้าจะจับจ่ายเช่นไร กร๊ากๆ ศาลเทพสวรรค์เอ่ยในที่สุดข้าก็คิดหาช่องโหว่ขอเอ็งเจอ กร๊ากๆ ไม่ถือเงินเองซะอย่าง เอ็งจะทำอะไรข้าได้'
.
.
.
เหล่าผู้บำเพ็ญและคนโดยรอบ เมื่อเห็นกลุ่มคณะของฉินเขาก็คล้ายสั่นสะท้าน
ต่างแอบซุบซิบสอบถาม ผู้ที่ปรากฏกายนี่คือใคร
เพราะที่ด้านหลัง มีเหล่าผู้สวมใส่ชุดบำเพ็ญอันเป็นเอกลักษณ์สีขาวสลับดำ แต่ละคนแสดงตราสัญลักษณ์วิญญาณสีส้มและสีโลหิต
ประกาศโต้งๆ ว่าข้าเนี่ยแหละคือผู้เหนือตำนาน
ข้าทาสบริวารยังขนาดนี้ และผู้ยืนอยู่ด้านหน้าเด็กน้อย บุรุษล่ำบึ้กและผู้ชรา จะยิ่งใหญ่ถึงเพียงไหนกันนะ!!!
แต่ละคนที่พบเห็นก็ได้แต่คิดไป
.
.
.
และในไม่ช้า เมื่อเดินก้าวไปได้ไม่กี่สิบก้าว อยู่ดีๆ ระบบศาลเทพสวรรค์ก็คล้ายๆ จะร้องดังเตือน คล้ายว่าจะมีเรื่องสำคัญ
.
.
.
ตึง ตึง ตึง
- [ท่านได้รับ "ภารกิจ #############"] -