เช้าวันต่อมา ก็ได้เกิดศึกการประลองเวทย์ขึ้นที่ลานกว้างหน้าพระราชวังเกียวโต โดยมีสามผู้ติดตามของเซย์เมย์คอยทำหน้าที่เป็นกรรมการตัดสิน ภายในศึกการประลองเวทย์นั้นมีเหล่าบรรดาชาวบ้านเข้ามายืนดูเป็นจำนวนมาก ศึกประลองการต่อสู้ด้วยเวทย์ระหว่างเซย์เมย์กับโดมันนั้นเป็นไปอย่างดุเดือด
ด้วยทักษะทางด้านเวทย์ของเซย์เมย์นั้นอยู่เหนือกว่าโดมันเป็นหลายพันกว่าเท่า จึงทำให้ฝ่ายที่ชนะตกไปอยู่เซย์เมย์ไปโดยปริยาย ชาวบ้านที่ยืนดูต่างก็พากันเดินออกจากพระราชวัง ทางด้านโดมันนั้นรู้สึกอับอายขายหน้าเป็นอย่างมาก
และแล้ว เหล่าบรรดาเมฆฝนอันมืดครึ้มเริ่มเข้าปกคลุมไปทั่วท้องฟ้า สักพักก็เกิดเป็นสายฝนที่สาดลงมายังเบื้องล่างอย่างโหมกระหน่ำ สภาพแวดล้อมโดยรอบเต็มไปด้วยหมอกไอจากน้ำฝนลอยคละคลุ้งจนแทบจะปกคลุมไปทั่วหล้า โดมันเดินอยู่เพียงลำพังด้วยความรู้สึกผูกใจเจ็บ ในท่ามกลางสายฝนที่สาดลงมาอย่างบ้าคลั่ง
ใช่สิ ก็เจ้ามีสายเลือดของเทพเจ้าไหลเวียนอยู่ในกาย ก็เพราะว่าแม่ของเจ้าคือเทพีอินาริที่จำแลงกายเป็นนางพญาจิ้งจอกขาวที่มีนามว่าคุซุโนฮะ ดังนั้นเจ้าถึงได้มีพลังเวทย์ที่เก่งกาจที่สุด ไม่ว่าราชสำนักหรือชาวบ้าน ใครๆ ก็ยกย่อง ให้การยอมรับ และไว้เนื้อเชื่อใจในตัวเจ้าไปหมด แต่ข้า...ที่เป็นถึงทายาทในสายเลือดของตระกูลที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในราชสำนัก แต่กลับเป็นได้แค่องเมียวจิที่ไร้ตัวตน และมีพลังเวทย์ที่ด้อยกว่าเจ้า
โดมันรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจในชาติกำเนิด แม้ว่าโดมันจะเกิดในสายเลือดของตระกูลฟูจิวาระที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในราชสำนักมาแต่ช้านาน แต่อย่างไรก็ตาม โดมันไม่ได้มีสายเลือดของเทพเจ้าไหลเวียนอยู่ในกายเหมือนกับเซย์เมย์ ดังนั้น พลังเวทย์ของโดมันนั้นจึงด้อยกว่า และไม่ได้รับการยอมรับจากชาวบ้านและราชสำนัก
อาเบะ โนะ ยาสุนะ ผู้เป็นพ่อของเซย์เมย์นั้นเป็นถึงทายาทในสายเลือดของมินาโมโตะ มาโคโตะ แห่งสาขาซากะเก็นจิ ผู้นำคนแรกของตระกูลมินาโมโตะ บุตรชายคนที่ 7 แห่งองค์จักรพรรดิซากะ และนางคุสุโนฮะ แม่ของเซย์เมย์นั้นเป็นถึงนางพญาจิ้งจอกขาวที่เทพีอินาริ ผู้ซึ่งเป็นตัวแทนของสุนัขจิ้งจอกนั้นได้จำแลงกายเข้ามาเพื่อแฝงตัวอยู่บนโลกมนุษย์
คงไม่มีทางเลือกแล้วสินะ
โดมันเริ่มมีใบหน้าที่ราวกับกำลังคิดแผนชั่วร้ายอะไรบางอย่าง และเช้าวันต่อมา ชิโตคุ ผู้เป็นอดีตศิษย์เก่าของเซย์เมย์นั้น รีบเดินทางมาแจ้งเหตุร้ายให้ผู้เป็นอดีตอาจารย์ได้ทราบถึงที่ตำหนักองเมียว อันเป็นบ้านพักของเขา แต่ก็ถูกทักขึ้นมาสักก่อน “ท่านอาจารย์ขอรับ...”
“ว่าไง ชิโตคุ ไม่ได้เจอกันซะนาน” เซย์เมย์กล่าวทักทายชิโตคุ พร้อมกับนั่งจิบน้ำชาร้อนๆ ไปพลางๆ อยู่ภายในตำหนักที่มาในรูปแบบของบ้านพักญี่ปุ่นดั่งเดิมที่มีขนาดใหญ่
“เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอะขอรับ ข้ามีเหตุร้ายจะมาแจ้งให้ทราบขอรับ”
ชิโตคุมีอาการลุกลี้ลุกลนราวกับมีเรื่องสำคัญที่จะต้องให้รู้ให้ได้ ซึ่งนั่นก็คือเรื่องจริง
“มีเรื่องอะไรหรือ” เซย์เมย์เอ่ยถามถึงประเด็นที่ชิโตคุจะแจ้งให้ทราบ
“อาชิยะ โดมันบุกเข้าไปที่บ้านตระกูลคาโมะ และขโมยตำราแห่งศาสตร์มืดต้องห้ามไปขอรับ”
เมื่อได้ทราบเรื่องจากชิโตคุแล้ว ทั้งเซย์เมย์ โยริมิทสึ สึนะ และคินทาโร่ ต่างก็รีบเดินทางไปที่บ้านตระกูลคาโมะด้วยความเร่งรีบโดยทันที เมื่อได้เดินทางมาถึงก็พบว่ายาสุโนริกับทาดายูกิ สองอดีตผู้เป็นอาจารย์ถูกฆ่าตายทั้งคู่
“ท่านอาจารย์” เซย์เมย์รีบวิ่งไปหาอาจารย์ยาสุโนริที่ยังมีลมหายใจอยู่เพียงน้อยนิด ด้วยใบหน้าอันสุขุมลุ่มลึก แต่แฝงไปด้วยความตื่นตระหนก ในขณะเดียวกัน ทั้งโยริมิทสึ สึนะ และคินทาโร่ ต่างก็รีบวิ่งตามผู้เป็นอาจารย์เข้าไปด้วย
“เซย์เมย์... อาชิยะ โดมัน... ได้ทำการละเมิดกฎ... มันได้ตำราแห่งศาสตร์มืดต้องห้ามไปแล้ว...”
“ป่านนี้มันคง...สำเร็จวิชาเวทย์ดำ...ในตำราแห่งศาสตร์มืดต้องห้ามทั้งหมดแล้ว...”
ยาสุโนริพยายามยื่นมือหนาจับเข้าที่ต้นแขนเซย์เมย์ก่อนจะสั่งเสียครั้งสุดท้าย
“ในตำราแห่งศาสตร์มืดต้องห้ามนั่น...ล้วนมีแต่วิชาเวทย์ดำสุดอันตราย...เจ้าจงออกตามหาโดมัน...แล้วกำจัดทิ้งซะ...นำตำราเล่มนั้นกลับคืนมาให้ได้...”
“ท่านอาจารย์!!” ยาสุโนริสิ้นใจลง เซย์เมย์กับศิษย์ผู้ติดตามทั้งสามช่วยกันนำร่างอันไร้วิญญาณมาเผาที่กลางป่าสน ในท่ามกลางบรรยากาศอันเศร้าสลด ก่อนที่จะออกเดินทางเพื่อตามล่าโดมันในภายหลัง
พวกเขาทั้ง 4 เดินทางไปทั่วบ้านเมืองราวกับแทบจะพลิกแผ่นดินเพื่อตามหาที่ซ่อนตัวของโดมัน จนได้มาถึงกระท่อมหลังหนึ่งบนที่ราบสูงอาดาชิกาฮาระในยามค่ำคืนรัตติกาลอันมืดมิดและไร้ซึ่งแสงจันทรา
“ช่างสมกับเป็นเจ้าจริงๆ เลยนะเซย์เมย์ ที่อุตส่าห์ออกตามหาข้าจนมาถึงที่นี่ได้”
เสียบปรบมือดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของคู่ปรับคนสำคัญที่เซย์เมย์รู้จักกันดี “อาชิยะ โดมัน”
“คงจะมากำจัดข้า เป็นเพราะว่าข้าได้ละเมิดกฎขององเมียวจิด้วยการที่ข้าสำเร็จวิชาเวทย์ดำอย่างงั้นหล่ะสินะ...”
โดมันนั้นมองออกถึงวัตถุประสงค์ของเซย์เมย์
“แต่เสียใจด้วยนะ เพราะข้าเองก็ไม่ยอมให้ถูกกำจัดกันง่ายๆ อย่างงั้นหรอก” โดมันทำการร่ายเวทย์ดำอัญเชิญโยไคตนหนึ่งออกมา
“เฒ่าปีศาจยามัมบะ”
“บ้าน่า!! เป็นไปได้ยังไง”
“ไม่ใช่ว่าถูกจัดการไปแล้วหรอกหรือ”
ทั้งโยริมิทสึ สึนะ และคินทาโร่นั้นต่างก็เริ่มแสดงสีหน้าตกใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด เพราะโยไคเฒ่าปีศาจยามัมบะตนนั้น พวกเขาทั้งสองก็เคยจัดการกับมันมาแล้วครั้งนึงเมื่อหลายสิบปีก่อน
“คงเป็นเพราะมาจาก ‘เวทย์อัญเชิญโยไค’ ที่เจ้าได้ร่ำเรียนมาอย่างงั้นหล่ะสินะ โดมัน” เซย์เมย์นั้นเดาออก
“ยังไงข้าก็ต้องขอบใจพลังเวทย์ดำจากในตำราแห่งศาสตร์มืดนั่นหล่ะนะ ที่ทำให้องเมียวจิผู้ต่ำต้อยอย่างข้าเริ่มมีพลังเวทย์ที่เพิ่มมากขึ้นจนสามารถเทียบเคียงกับเจ้าได้”
“ไว้หลังจากที่ข้าจัดการกับโยไคตนนี้เสร็จสิ้นเมื่อไหร่ ข้าจะปลิดชีวิตเจ้าเสีย และชิงตำรานั่นกลับคืนมา”
“งั้นก็ลองดูละกัน...”
โยไคเฒ่าปีศาจยามัมบะเปิดฉากพุ่งเข้าโจมตีใส่ด้วยอาวุธมีดทั้งสองเล่มตามที่โดมันได้สั่งการไว้ด้วยความรวดเร็ว แต่สำหรับเซย์เมย์กับศิษย์ผู้ติดตามทั้งสามอย่างโยริมิทสึ สึนะ และคินทาโร่แล้ว โยไคตนนี้ไม่ได้เก่งกาจอะไรมากมาย พวกเขาทั้งหมดจึงสามารถจัดการกับมันได้อย่างง่ายดาย
“ช่างสมกับเป็นองเมียวจิผู้เก่งกาจที่สุดจริงๆ เลยนะ ที่แม้แต่โยไคที่ข้าอัญเชิญออกมาก็ยังสามารถจัดการกับมันได้อย่างง่ายดาย แต่น่าเสียดายที่ตอนนี้ข้าไม่มีเวลาว่างที่จะมาเล่นท้าประลองกับเจ้าด้วย เพราะข้ามีเรื่องอย่างอื่นที่ต้องทำ”
เซย์เมย์รีบชิงร่ายเวทย์บนแผ่นยันต์และยิงลูกไฟออกมา แต่ทว่า พญาจิ้งจอก 9 หางขนาดยักษ์นั้นก็ได้ปรากฏตัวขึ้น และพ่นลูกไฟขนาดใหญ่ออกมาสกัดลูกไฟจากพลังเวทย์นั่นไว้จนเกิดแรงระเบิดขึ้นเป็นวงกว้าง
หลังจากที่กลุ่มควันจากแรงระเบิดนั้นค่อยๆ จางลง เซย์เมย์กับศิษย์ผู้ติดตามทั้งสามก็ได้พบกับพญาจิ้งจอก 9 หางสีเหลืองทองที่มีร่างขนาดใหญ่ และลูกสมุนของนาง คือชูเท็นโดจิ จอมทัพแห่งอสูร, ยาฉะ โนะ ฮาชิฮิเมะ นางอสูรพิโรธ, อิคาซุชิ นางอสุนีเทพแห่งโยมิ, คิโดวมารุ กระทิงแห่งไฟพยาบาท, อุวาบามิ เพชฌฆาตแห่งอสรพิษ และเรียวเมน สุคุนะ อสูรปรปักษ์แห่งราชสำนัก