สู้ศึกต่างโลก : ด้วยคุณสมบัติ Plus(+) แห่งลอร์ด

เล่มที่ 6 ตอนที่ 172 เธอเคยได้รับการสนับสนุนบ้างไหม

        “ช่วงนี้ฉันยุ่งนิดหน่อย ทำไมเหรอ?” อู๋ฉือยิ้มเล็กน้อย

        “ไม่มีอะไร ฉันแค่ล้อเล่นเท่านั้น”

        หลี่โปยักไหล่พลางเอ่ยขึ้นว่า“หลังจากได้รับรางวัลครั้งที่แล้ว ฉันก็เอาแต่เพาะปลูกมาตลอดเดิมทีตั้งใจจะปลูกต้นขนมปังเอลฟ์เป็นหลักในช่วงแรก แต่ตอนนี้มีโอกาสดีๆเข้ามาแล้ว จะปล่อยทิ้งไปได้ยังไง”

        “ฉันกับน้องสาวได้ปลูกพืชชนิดใหม่ ชื่อ ‘มันเทศเวทมนตร์’ถ้ากินไปนานๆสามารถเพิ่มขีดจำกัดพลังเวทภายในร่างกายได้อย่างถาวรเลยนะ!”

        “ท่านลอร์ดอู๋ผู้ร่ำรวย ท่านอยากจะซื้อบ้างไหมครับ?” หลี่โปเลิกคิ้วขึ้น

        ดวงตาของอู๋ฉือเคลื่อนไหวเล็กน้อยพลางนึกย้อนกลับไป

        ‘มันเทศเวทมนตร์’ นั้นแตกต่างจาก ‘กิ่งหยกเก้าแขนง’ เพราะค่อนข้างพบเห็นได้ทั่วไป

        แม้จะเป็นแค่คุณภาพหายาก

        แต่เนื่องจากมีผลช่วยเพิ่มขีดจำกัดพลังเวทได้อย่างถาวรพืชชนิดนี้จึงได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ลอร์ดสายเพาะปลูกและยังเป็นที่ต้องการในตลาดอย่างล้นหลาม

        บ่อยครั้งที่สินค้าขาดตลาด

        แน่นอนว่าคุณภาพหายากย่อมหมายความว่าพืชชนิดนี้ไม่อาจมีประสิทธิภาพดีเลิศเกินไปนัก

        แต่หากรับประทานอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานก็ย่อมส่งผลดีไม่น้อย!

        “ขอโทษด้วยนะ ฉันไม่ต้องการน่ะ” อู๋ฉือส่ายหน้า

        ‘มันเทศเวทมนตร์’ ก็เหมือนกับ ‘ข้าววิเศษฟ้าประทาน’ที่เป็นอาหารหลัก

        เขาคงโง่มากที่จะให้ทหารใต้บังคับบัญชาละทิ้ง‘ข้าววิเศษฟ้าประทาน’ ไปเลือก ‘มันเทศเวทมนตร์’ แทน

        “ก็ได้”

        หลี่โปไม่ได้ผิดหวังเพราะเขาก็ไม่ได้มีโชคดีอะไรเป็นพิเศษอยู่แล้วมันเทศเวทมนตร์เป็นพืชที่ขายได้ไม่ยาก จึงไม่ได้พูดอะไรมากนัก

        ขณะนั้นเอง

        เฉินเชี่ยนหันกลับมาถามว่า“ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดีไหม?”

        “ใกล้แล้ว!” อู๋ฉือให้คำตอบที่แน่นอน

        ได้ยินเช่นนั้นดวงตาของเฉินเชี่ยนก็สว่างไสวขึ้นพลางยิ้มและพยักหน้า

        หลายคนมองทั้งสองด้วยความสงสัย

        หลี่โปหัวเราะพลางพูดว่า“พวกเธอเล่นทายปัญหากันเหรอ มีการตกลงกันลับๆ หรือเปล่าเนี่ย?”

        หลี่เหวินก็มองทั้งสองคนพลางหัวเราะและพูดว่า“พวกเธอนี่... กำลังคบหาดูใจกันอยู่หรือเปล่า?”

        “ไม่น่าใช่!”

        “ก็เป็นไปได้นะ คนหนึ่งก็อัจฉริยะ คนหนึ่งก็โชคดี! เหมาะสมกันดี!”

        ..........

        คนรอบข้างต่างหัวเราะคิกคัก

        เฉินเชี่ยนมองค้อนพวกเขาอย่างไม่สบอารมณ์และอธิบายว่า “พวกเธออย่าคิดมากสิฉันแค่ฝากเรื่องหนึ่งให้อู๋ฉือช่วยเท่านั้นเอง”

        เป็นการฝากเรื่องแต่เป็นเรื่องอะไร เธอก็ไม่ได้บอก

        ทุกคนก็เป็นลอร์ดเหมือนกัน

        จึงเข้าใจดีว่านี่เป็นเรื่องส่วนตัวก็เลยแค่พูดแซวกันสองสามคำ ไม่ได้ซักถามลงลึก

        ขณะที่กำลังสนทนากันอยู่นั้นอาจารย์คนหนึ่งก็เข้ามา

        แต่ไม่ใช่‘จูเจี้ยน’ ที่อยู่ในตารางเรียนของพวกเขากลับเป็นชายร่างกำยำผมสั้นที่ดูเคร่งขรึมและจริงจังมาก

        “สวัสดีครับทุกคน!”

        อาจารย์คนใหม่กล่าวด้วยใบหน้าเยือกเย็นอย่างเคร่งขรึมว่า“ผมแซ่เหยียน พวกคุณเรียกผมว่าอาจารย์เหยียนก็พอ!”

        “อาจารย์จูเจี้ยนติดธุระ จึงขอลาพักชั่วคราว ตอนนี้ผมจะมาสอนแทน!”

        อาจารย์จูเจี้ยนลาพักงั้นหรือ?

        เหล่านักเรียนดวงตาเปลี่ยนไปเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้สงสัย

        ในยุคนี้การที่ครูอาจารย์หรือนักเรียนจะลาก็เป็นเรื่องปกติ

        อาจารย์เหยียนกระแอมไอเล็กน้อยพลางกล่าวว่า “พรุ่งนี้ก็จะเป็นวัน ‘จุติ’ ครั้งที่สองแล้ว ใครพร้อมที่จะ ‘จุติ’ อีกครั้งขอให้ยกมือขึ้น เพื่อให้ผมได้เห็น”

        ได้ยินดังนั้นอู๋ฉือใจเต้นระรัว พลางยกมือขึ้น

        ในห้องเรียนแบบอัฒจันทร์ผู้คนส่วนใหญ่ยกมือขึ้น แต่ก็ยังมีส่วนน้อยที่ไม่ได้ยกมือ

        เช่นหลี่โปเขาขาดความสามารถในการรบของดินแดน จึงตั้งใจจะเพาะปลูกไปก่อนสองสามเดือนเพื่อเสริมความแข็งแกร่งของดินแดน แล้วค่อยไปสำรวจมิติว่างเปล่าไร้ขอบเขต

        “ดีมาก ผู้ที่กล้าหาญในการผจญภัยยังคงมีจำนวนไม่น้อย”

        อาจารย์เหยียนพยักหน้าพลางเอ่ยขึ้นว่า “ผมไม่ชอบพิธีรีตองดังนั้นผมจะบอกพวกคุณตรงๆ เลยแล้วกัน”

        “การสำรวจมิติว่างเปล่าไร้ขอบเขตนั้นสามารถพบเจอสถานการณ์อะไรก็ได้!พวกคุณจะต้องใจเย็น และพยายามหาทางรวบรวมทรัพยากรให้ได้!”

        “ทรัพยากรอะไร? ในเมื่อมันคือมิติว่างเปล่าไร้ขอบเขตอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับมิติว่างเปล่าล้วนเป็นทรัพยากรทั้งสิ้น!”

        “เมื่อโลกถูกมิติว่างเปล่ากลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างในโลกก็จะกลายเป็นทรัพยากรในมิติว่างเปล่า ผลึกมายาทั่วไปศิลาแก่นสุญญะ จริงๆ แล้วเป็นเพียงสิ่งของทั่วไปของมิติว่างเปล่าเท่านั้น”

        ..........

        อาจารย์คนนี้มีสไตล์การสอนแตกต่างจากอาจารย์คนอื่นๆโดยสิ้นเชิง

        มีบุคลิกที่แข็งแกร่ง

        และมีออร่าที่‘คมกล้า’ ราวกับว่าเขาพร้อมที่จะระเบิดความโกรธเพื่อสังหารคนได้ทุกเมื่อ

        เพียงแค่สบตาก็ทำให้รู้สึกขนหัวลุก ราวกับผิวหนังถูกคมมีดจ่ออยู่

        จากนั้นเขาก็ได้นำเอาสมบัติชิ้นหนึ่งออกมา สร้าง “มิติภาพลวงหลัวเทียน”ขึ้นมา

        เขานำกองทัพระดับ1ทั้งหมด 10,000 หน่วยออกมาในขณะที่นักเรียนแต่ละคนมี 100 หน่วยซึ่งรวมกันแล้วเป็นหลายหมื่นหน่วย!

        ที่แห่งนี้ไม่มีปัจจัยภายนอกใดๆเป็นการต่อสู้ระหว่างทหารประเภทเดียวกันล้วนๆ

        โดยปกติแล้วด้วยความแตกต่างหลายเท่านี้ นักเรียนควรจะเป็นฝ่ายชนะ!

        แต่จากการทดลองครั้งหนึ่งนักเรียนกลับถูกกำจัดอย่างง่ายดาย!

        ไม่มีพลังจากภายนอกมีเพียงความแตกต่างด้านการบัญชาการล้วนๆ!

        หลังจากจบลงอาจารย์เหยียนก็ฉายภาพเหตุการณ์ในมิติภาพลวงย้อนกลับ ชี้ให้เห็นปัญหาต่างๆ ทีละจุดพร้อมทั้งให้คำแนะนำในการตัดสินใจเกี่ยวกับการต่อสู้!

        ไม่นานนักคาบเรียนก็สิ้นสุดลง!

        เวลาก็ล่วงเลยมาถึงประมาณ11โมงเช้า ทุกคนยังคงรู้สึกไม่เต็มอิ่ม

        สิ่งที่อาจารย์คนใหม่สอนนั้นค่อนข้างน่าสนใจทำให้ลอร์ดหลายคนที่ต้องการเดินตามเส้นทางสายสงครามรู้สึกตื่นเต้นและมีความสุขมาก

        ผู้คนต่างพากันแยกย้ายไป

        ในขณะที่อู๋ฉือกำลังจะจากไปเช่นกันอาจารย์เหยียนก็เรียกเขาไว้พลางบอกให้เขาไปที่ห้องทำงาน

        “ผมเหรอครับ?” อู๋ฉือผงะไปชั่วขณะ ก่อนจะเดินตามไป

        ในอาคารเรียนทุกชั้นทางด้านขวา เป็นห้องทำงานของอาจารย์แต่ละท่าน ตกแต่งอย่างเรียบง่าย

        เมื่ออู๋ฉือเดินเข้าไปมีเพียงอาจารย์เหยียนอยู่เพียงลำพังในนั้น

        เขาผายมือให้อู๋ฉือนั่งลงก่อนจะยิ้มพลางกล่าวว่า “ผมได้ยินเรื่องของคุณมาบ้างแล้วทำได้ดีมาก”

        “หืม?”

        อู๋ฉือรู้สึกงงงวยเล็กน้อยพลางถามว่า “อาจารย์เหยียนหมายถึงการประลองจำลองหรือครับ?”

        “ทั้งใช่และไม่ใช่”

        อาจารย์เหยียนยิ้มเล็กน้อยพลางเอ่ยขึ้นว่า “ที่ผมตามหาคุณไม่ใช่เรื่องอื่นแต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับอาจารย์จูเจี้ยน”

        “อาจารย์จูเจี้ยนงั้นหรือครับ?” อู๋ฉือประหลาดใจ

        ในความทรงจำของเขาจูเจี้ยนเป็นอาจารย์ที่ดี ซื่อสัตย์ และมีความรับผิดชอบมาก

        ในฐานะอาจารย์วิชาการต่อสู้คนก่อนของอู๋ฉือเขาทำงานอย่างเต็มที่และจริงจัง

        เมื่อไม่กี่วันก่อนเขายังกล้าที่จะเผชิญหน้ากับคำสั่งของผู้บังคับบัญชาโดยตรงอีกด้วย!

        พูดตามตรงความประทับใจดีมาก

        แต่...

        ช่วงนี้กลับไม่เคยเห็นเขาเลย

        อู๋ฉือเคยคาดเดาว่าจูเจี้ยนอาจจะถูกเทพธิดาลั่วไล่ออกไปแล้วก็ได้!

        แน่นอนว่าการคาดเดาเช่นนี้ค่อนข้างเลวร้าย เทพธิดาลั่วไม่น่าจะใจแคบขนาดนั้น

        “ใช่ คุณกับอาจารย์จูเจี้ยนมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน”

        “ก่อนหน้านี้ คุณเคยได้รับการสนับสนุนจากอาจารย์จูเจี้ยนบ้างหรือไม่?”

        อาจารย์เหยียนพลันทำหน้าเคร่งขรึม

        ทว่าหลังจากที่เขาครุ่นคิดเล็กน้อย

        ดูเหมือนจะรู้สึกว่าท่าทีของตนเองไม่เหมาะสมนักจึงผ่อนคลายลงเล็กน้อย

        พลางอธิบายว่า“หรือจะเรียกว่า ‘ความช่วยเหลือ’ ก็ได้!”

        “อาจารย์จูเจี้ยน...” อู๋ฉือขมวดคิ้วแน่น

         

คล้ายกับเรื่องสู้ศึกต่างโลก : ด้วยคุณสมบัติ Plus(+) แห่งลอร์ด ที่คุณอ่าน