เมื่อตกดึกแล้วเสี่ยวชีเต้ายังไม่กลับมา แม่นางเยว่ก็นั่งไม่ติดนางไปหาอันเจิงถึงรู้ว่าอันเจิงไปหาท่านเสนาบดีเฉินไจ่เหยียนที่หน่วยทหารแล้วยังไม่ได้กลับมาเมื่อถามถึงกู่เชียนเยว่และชวีหลิวซี ทั้งสองก็ไม่อยู่เหมือนกัน ตอนนั้นนางร้อนรนนักจึงจะออกจากสำนักเพื่อไปหาเสี่ยวชีเต้าด้วยตัวเอง
เมื่อกำลังจะออกไปก็เจอตู้โซ่วโซ่วเพิ่งกลับมาพอดีและถูกเขาห้ามเอาไว้เมื่อรู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ตู้โซ่วโซ่วก็ปลอบใจนาง “แม่นางเยว่วางใจเถอะพลังวัตรของเสี่ยวชีเต้า ต่อให้คนอื่นไม่รู้แต่ท่านก็รู้ไม่ใช่หรือ?มีเพียงเขาที่รังแกคนอื่น ไม่มีใครรังแกเขาได้หรอก ท่านอย่าร้อนใจไปเลยข้ากับหลางจิ้งจะออกไปหาดู ไม่ว่าอย่างไรตอนนี้ก็ยังอยู่ในสายตาของราชสำนัก ท่านยังออกไปไหนไม่ได้”
ตู้โซ่วโซ่วเดินไปหาหลางจิ้งที่กำลังพูดคุยกับชายร่างกำยำอยู่จากนั้นทั้งสองก็พาชายร่างกำยำแบ่งกันออกไปตามหาเสี่ยวชีเต้า
ตู้โซ่วโซ่วพูดขึ้น“เสี่ยวชีเต้าใสซื่อบริสุทธิ์จึงอาจถูกคนอื่นหลอกไป แต่ด้วยพลังที่เขามีการจะหนีออกมาก็ไม่ใช่เรื่องยาก เราแบ่งกันออกไปและรีบหาตัวเขาให้เจอ”
หลังจากหลางจิ้งมาถึงสำนักวรยุทธ์เบิกสวรรค์เขาก็ชอบที่นี่ ชอบทุกคน ชอบทุกอย่าง แม้กระทั่งก้อนหินในสำนักก็ชอบคนที่นี่ซื่อสัตย์และมีเมตตา เห็นเขาเป็นเหมือนคนในครอบครัวเมื่อได้ยินว่าเสี่ยวชีเต้าหายไป ในใจเขาก็ร้อนรน“ไม่ว่าอย่างไรเสี่ยวชีเต้าก็เป็นเพียงเด็กอายุแปดขวบ ในเจียงหูมีคนชั่วมากมายมีหลายเรื่องที่เขายังไม่เคยเห็นมาก่อน เรารีบไปหาเขากันเถอะหากเสียเปรียบขึ้นมาจะทำอย่างไร”
ทั้งสองพาลูกน้องออกเดินไปตามทิศทางต่างๆ เริ่มแรกยังไม่ร้อนใจมากนักเพราะรู้สึกว่าเสี่ยวชีเต้ากำลังอยู่ในช่วงชอบเที่ยวเล่นแต่หลังจากพวกเขาตามหามาครู่หนึ่งแล้วยังไม่เจอ ในใจทุกคนก็เริ่มร้อนรนขึ้นมา
เมื่ออันเจิงได้ข่าวก็รีบขอตัวจากเฉินไจ่เหยียนแล้วกลับมาทันทีเมื่อกลับมาถึงก็สั่งการแบ่งทุกคนออกไปตามหา ไม่ว่าถนนเส้นไหนก็ต้องพลิกหาให้เจอแต่จนถึงเที่ยงคืนก็ยังไม่พบอะไรทั้งนั้น
หลางจิ้งมองไปยังรอบด้าน ความมืดมิดกลืนกินเมืองฟางกู้ไปหมดแล้วในใจเขารู้สึกกังวลมากขึ้นเรื่อย ๆ
“แบ่งกันหาให้ทั่ว”
หลางจิ้งโบกมือ จากนั้นก็สั่งการคนที่ตามมาหลายสิบคนให้แยกย้ายกันออกไปเมืองฟางกู้ไม่ได้ถือว่าเป็นเมืองที่โหดร้ายมากนัก แต่เมื่อเทียบกับอายุของเสี่ยวชีเต้าเมืองนี้ก็ยังดูเลวร้ายไปสักหน่อย ต่อให้พื้นฐานวรยุทธ์ของเสี่ยวชีเต้าจะดีมากแต่หากเจอเหตุการณ์ที่น่ากลัวก็อาจสติแตกได้
หลางจิ้งเดินไปตามทางแม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่รู้แล้วว่าที่นี่คือที่ไหน รู้เพียงว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ทางทิศตะวันตกของเมืองเท่านั้น
คนในเมืองฟางกู้มักจะพูดคำนี้ประชาชนในเมืองฟางกู้ทางทิศตะวันออกร่ำรวย ทางทิศตะวันตกมียศถาบรรดาศักดิ์ ทางทิศใต้ยากจนและทางทิศเหนือเป็นคนชนชั้นต่ำ ผู้คนที่อยู่ทางทิศตะวันออกเป็นคนที่ทำการค้าทุกคนต่างมีฐานะร่ำรวย ส่วนผู้คนที่อยู่ทางทิศตะวันตกส่วนใหญ่เป็นขุนนางในราชสำนักส่วนทางเหนือและใต้เป็นประชาชนที่ยากจน แต่ก็มีบางส่วนที่อยู่ติดกับตำหนักวิหารสวรรค์ประชาชนทางเหนือที่อยู่ติดกับตำหนักวิหารสวรรค์มีความเป็นอยู่ที่ไม่แย่จนเกินไปเมื่อเปรียบเทียบก็ถือว่ายังดีกว่าประชาชนทางใต้อยู่บ้าง
ทางทิศตะวันตกมีเหล่าขุนนางอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ฉะนั้นตามถนนจึงเงียบสงบ ไม่แน่ว่าอาจมียอดฝีมือหลบซ่อนตัวอยู่แต่เวลานี้หลางจิ้งไม่ได้สนใจเรื่องเหล่านี้อีกแล้วสิ่งที่เขาคาดหวังมากที่สุดในตอนนี้ก็คือ การค้นหาตามตรอกซอยต่าง ๆแล้วเห็นร่างเล็ก ๆ ของเสี่ยวชีเต้า
หลางจิ้งเดินมาถึงร้านหนึ่งที่ยังไม่ได้ปิดด้านในยังเปิดไฟส่องสว่างอยู่ ที่นี่คือโรงพนันที่เปิดยี่สิบสี่ชั่วโมง โรงพนันในเมืองฟางกู้ส่วนใหญ่ก็เป็นกิจการของตระกูลเกาทั้งนั้นหลางจิ้งมองไปด้านในแวบหนึ่ง ในใจคิดว่าเสี่ยวชีเต้าจะถูกคนอื่นหลอกไปเล่นพนันหรือไม่เขาจึงวิ่งเข้าไปอย่างรีบร้อน
โรงพนันนี้ไม่ใหญ่มากการตกแต่งภายในก็หรูหราสู้โรงพนันขนาดใหญ่ไม่ได้ และยังมีกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์อีกกลุ่มผู้คนในนี้ต่างก็ดูไม่สู้ดีนัก ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงคืน คนที่นี่จึงมีสีหน้าขาวเผือด
“ขอถามหน่อย มีใครเห็นเด็กอายุเจ็ดแปดขวบบ้างหรือไม่เป็นเด็กมีชีวิตชีวาและน่ารัก ดวงตากลมโต แล้วยังชอบยิ้มอีกด้วย”
หลางจิ้งถามชายหนุ่มที่ยืนพิงผนังโรงพนันอยู่ชายคนนั้นกำลังอยู่ในอาการง่วง เขาโบกมืออย่างเบื่อหน่าย “ไม่เห็นหากอยากพนันก็เข้ามา แต่หากไม่ใช่ก็อย่ามาทำให้เสียเวลา รีบไปซะ”
หลางจิ้งมองไปด้านในแต่ก็มองไม่เห็นแม้แต่เงาของเสี่ยวชีเต้า ฉะนั้นเขาจึงหันกลับไป ขณะนี้เองมีเสียงกระแทกดังขึ้นมาจากด้านในโรงพนัน จากนั้นร่างเล็กร่างหนึ่งก็พุ่งออกมา
หลางจิ้งหันกลับมา จึงเห็นเสี่ยวชีเต้าที่มีสีหน้าขาวซีดกระแทกตัวกับกำแพงด้านหลังจนเป็นรูโบ๋เขาจึงรีบวิ่งเข้าไป
“ชีเต้า!”
หลางจิ้งอุ้มเสี่ยวชีเต้าไว้ “เป็นอะไร?”
เมื่อเสี่ยวชีเต้าเห็นหลางจิ้ง ร่างเล็กก็เริ่มผ่อนคลายลงบ้าง“คนที่นี่...จับเด็กจำนวนไม่น้อยแล้วเอามาขังไว้ที่ด้านหลังทั้งหมด...ข้าไม่ทันระวังเลยถูกจับ ดูเหมือนจะถูกสาดอะไรใส่แล้วยังถูกเข็มแทงอีกเพียงพริบตาเดียวก็เสียพลังไปหมด ตอนนี้เพิ่งเริ่มฟื้นฟูขึ้นมาเล็กน้อย”
หลางจิ้งเห็นหน้าผากเสี่ยวชีเต้าเป็นแผลและเลือดก็ไหลลงมาอย่างต่อเนื่อง เห็นได้ชัดว่าเกิดจากแรงที่กระแทกกำแพงเมื่อครู่ นับว่ายังดีที่ร่างกายเขาแข็งแกร่งไม่เช่นนั้น เมื่อถูกแรงกระแทกแบบนี้คงสลบไปแล้ว
“พวกระยำ!”
ชายวัยกลางคนที่มีร่างใหญ่พุ่งออกมาจากทางด้านหลังจากนั้นก็มองเสี่ยวชีเต้าที่อยู่ในอ้อมกอดหลางจิ้งแวบหนึ่ง “สหายท่านนี้จะให้ดีอย่ามายุ่งเลยจะดีกว่า นี่เป็นที่ของตระกูลเกา เจ้าลองคิดดูว่ามีเรื่องกับตระกูลเกาแล้วจะมีจุดจบอย่างไร”
หึ...หลางจิ้งเปล่งเสียงที่เย็นยะเยือก“พวกเจ้าจับน้องชายข้ามา เคยคิดหรือไม่ว่าจะมีจุดจบอย่างไร”
ชายอ้วนวัยกลางคนมีสีหน้าเปลี่ยนไปทันที“จับ?ข้าว่าเจ้าเข้าใจผิดแล้วล่ะ เอาอย่างนี้ดีกว่า เจ้าเข้ามาด้านในก่อนข้าจะอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น น้องชายท่านนี้น่าจะเล่นพนันนานไปหน่อย ฉะนั้นจึงเพลียสลบไป”
เสี่ยวชีเต้าส่ายหน้าอย่างอ่อนแรง“ข้าไม่ได้เล่นพนัน ข้าถูกพวกเขาจับที่กลางทาง หลังบ้านยังมีเด็กอีกนับสิบคน ต่างก็ถูกพวกเขาจับมาทั้งนั้น”
หลางจิ้งมองบ่าวรับใช้ของโรงพนันที่อยู่รอบๆ จากนั้นก็กดเสียงต่ำถามเสี่ยวชีเต้า “ขึ้นไปอยู่บนหลังข้า มีแรงกอดข้าหรือไม่?”
เสี่ยวชีเต้าพยักหน้าแต่มือเท้าราวกับไม่มีเรี่ยวแรง หลางจิ้งเดินถอยหลังช้า ๆ พลางฉีกเสื้อตัวเองออกมาจากนั้นก็มัดเสี่ยวชีเต้าไว้บนร่าง “ได้ยินมาว่าตระกูลเกามีคุณธรรม ยุติธรรม เป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงคิดไม่ถึงว่าโรงพนันของตระกูลเกาจะเป็นที่แบบนี้ ค้าขายเด็ก...ดูแล้วตระกูลเกาก็คงไม่ต่างไปจากพวกเศษสวะ”
ชายอ้วนวัยกลางคนยกมือคารวะ “สหายระหว่างเราต้องมีอะไรเข้าใจผิดกันแน่ ๆ เอาอย่างนี้ดีกว่า เจ้าเข้ามาก่อน ให้ข้าเลี้ยงเหล้าเจ้าแล้วฟังพวกเราอธิบาย”
เขาโบกมือ ลูกน้องในโรงพนันที่อยู่รอบด้านก็เข้าไปล้อมหลางจิ้งเอาไว้
ชายอ้วนวัยกลางคนกดเสียงต่ำแล้วพูด“เรื่องนี้จะแพร่ออกไปไม่ได้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นพวกเราต้องตายทั้งหมดคืนนี้ทุกคนในโรงพนันจะปล่อยให้กลับไปไม่ได้สักคน”
หลางจิ้งถูกหมาป่าเลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็กหูจึงดีมากกว่าคนทั่วไป ฉะนั้นทุกคำพูดของชายร่างอ้วน เขาจึงได้ยินอย่างชัดเจน เขามองไปยังรอบด้านดูแล้วลูกน้องในโรงพนันไม่น่าจะมีพลังมากเท่าไหร่มีเพียงชายอ้วนคนเดียวที่มองไม่ออกว่ามีพลังระดับใด
รู้สึกเหมือนเสี่ยวชีเต้าที่อยู่ด้านหลังจะหลับไปแล้วหลางจิ้งหมุนตัวอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็พุ่งออกไปยังด้านนอก
“พวกเจ้าฆ่าทุกคนที่อยู่ในนี้จากนั้นก็เก็บกวาดให้สะอาด คนคนนี้ข้าจัดการเอง”
ชายอ้วนวัยกลางคนสั่งการด้วยเสียงที่เย็นยะเยือก จากนั้นก็เร่งฝีเท้าตามหลางจิ้งไปชายอ้วนโบกมือครั้งหนึ่ง ลำแสงก็พุ่งตรงไปที่หลังของหลางจิ้ง ความรู้สึกของเขาไวจนน่ากลัวเมื่อรู้สึกได้ถึงอันตรายที่เข้ามาด้านหลัง และเกรงว่าจะเป็นอันตรายกับเสี่ยวชีเต้าเขาจึงวิ่งไปพร้อมกับขยับตัวไปด้านข้างแล้วหมุนตัวอย่างรวดเร็วจากนั้นก็ชักมีดออกมา
ติง!
มีดในมือหลางจิ้งหักทันทีและฝ่ามือข้างขวาของเขาก็กลายเป็นรอยแตกมือเขาสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุมได้ ด้วยพลังโจมตีที่รุนแรงนี้หลางจิ้งและเสี่ยวชีเต้ากระเด็นถอยออกไปไกลหลายเมตรถึงจะหยุดลงได้หลางจิ้งใช้มือซ้ายขูดกับพื้น ฝากรอยยาวห้าเส้นบนพื้นดิน
“พวกเจ้าไปไม่รอดแล้ว”
ชายอ้วนวัยกลางคนหัวเราะอย่างร้ายกาจ“หากจะปล่อยพวกเจ้าไปจริง ๆ ข้าก็คงต้องตาย”
ชายอ้วนยื่นมือชี้ออกไปลำแสงที่กระทบเข้ากับมีดของหลางจิ้งเมื่อครู่พุ่งตรงไปที่กลางใบหน้าของเขามีดในมือของเขาหักเหลือเพียงครึ่งเดียวแล้ว เขากัดฟันแล้วจับมีดแน่นอีกครั้งพลางกลิ้งตัวหลบลำแสงที่พุ่งเข้ามา
มีดในมือแหลกทันทีขณะเดียวกันก็หักฝ่ามือของเขาไปด้วย มือขวาเขาอ่อนแรง ไม่อาจควบคุมได้อีกแล้ว
“คิดไม่ถึงจริง ๆ”
ชายอ้วนวัยกลางคนพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือก“เพียงแค่ผู้ฝึกพลังวัตรที่อยู่ในขอบเขตจุติสวรรค์เท่านั้นกลับสามารถต้านทานพลังดาบข้าได้ถึงสองครั้ง ดูแล้วเจ้าก็คงมีอะไรดีเหมือนกันสินะไม่อย่างนั้นจะกล้ามาต่อกรกับผู้ที่แข็งแกร่งกว่าเช่นนี้รึ ด้วยพื้นฐานวรยุทธ์ของเจ้าเพียงแค่พยายามอีกนิด อนาคตต้องไปได้ไกลอย่างไม่มีที่สิ้นสุดแน่ เสียดายก็แต่...วันนี้เจ้าต้องตาย”
เขาก้าวมาด้านหน้า พลังความแข็งแกร่งในร่างกายพลุกพล่าน“พวกเจ้าเห็นในสิ่งที่ไม่ควรเห็น ฉะนั้นก็สมควรตาย”
หลางจิ้งสูดลมหายใจเข้าลึก เมื่อรู้ว่าเสี่ยวชีเต้าที่อยู่ด้านหลังไม่ได้รับบาดเจ็บเขาก็รู้สึกสบายใจขึ้นเขารู้ดีว่าตัวเองไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจ้าอ้วนนั่น แต่จะทำอย่างไรให้สามารถส่งเสี่ยวชีเต้ากลับไปได้?
“อย่าคิดมากไปเลย เจ้าไม่มีโอกาสอีกแล้ว”
ชายอ้วนวัยกลางคนโบกมือลำแสงปรากฏขึ้นข้างกายเขา หลังจากฝ่ามือเขาเคลื่อนไหว ลำแสงก็พุ่งออกไปอีกครั้ง ตอนนี้หลางจิ้งไม่มีอาวุธในการต้านทานอีกแล้วจึงทำได้เพียงอาศัยประสาทการรับรู้และสายตาตัวเองช่วยหลบหนี เขาพุ่งออกไปด้านหน้า ทั้งมือและเท้าทั้งสองช่วยกันออกแรงถีบพื้นร่างที่มีเสี่ยวชีเต้ามัดไว้ด้านหลังจึงพุ่งออกไปราวกับหมาป่า
“รนหาที่”
ร่างชายอ้วนรีบตามไป พลางส่งลำแสงที่สั่นกะพริบพุ่งไปยังกลางหลังหลางจิ้งเขาขยับตัวหลบแต่ไม่พ้น ลำแสงพุ่งเข้ามาโดนที่กลางขาของเขาและฝากรอยแผลที่โหดร้ายเอาไว้หลางจิ้งเจ็บจนเปล่งเสียงออกมา เสี่ยวชีเต้าที่อยู่ด้านหลังถามขึ้น “พี่หลางจิ้งเป็นอะไร?บาดเจ็บแล้วใช่หรือไม่?”
หลางจิ้งฝืนยิ้ม “พี่หลางจิ้งไม่เป็นไรวางใจเถอะ พี่หลางจิ้งจะพาเจ้ากลับสำนัก”
เขากัดฟันวิ่งไปด้านหน้าต่อเลือดไหลทะลักออกมาจากขาของเขา
ชายอ้วนวัยกลางคนระเบิดโมโหออกมา“พลังขยะ คิดไม่ถึงว่าจะวิ่งเร็วขนาดนี้ ต่อให้เจ้าจะวิ่งได้เร็วแค่ไหน อีกเดี๋ยวก็จะวิ่งไม่ได้แล้วยิ่งเจ้าวิ่งเร็วมากเท่าไหร่ เลือดก็ไหลออกมามากเท่านั้น สุดท้ายถึงข้าไม่ฆ่าเจ้าเจ้าก็ไม่มีทางรอดอยู่ดี”
หลางจิ้งวิ่งออกไปราวกับหมาป่ามือเท้าขูดกับพื้น เลือดก็เริ่มไหลออกมามากขึ้นเรื่อย ๆ บาดแผลที่ขากลายเป็นรอยฉีกขนาดใหญ่เนื้อก็เริ่มแตกออกเป็นสองฝั่งทำให้เลือดไหลออกมาราวกับลำธารแต่เขารู้ว่าตัวเองหยุดไม่ได้ หากเขาหยุดตอนนี้ เสี่ยวชีเต้าก็ต้องเจอกับอันตราย
“พี่หลางจิ้ง ท่านทิ้งข้าแล้วหนีไปเถอะข้ารู้ว่าท่านบาดเจ็บ หากเป็นแบบนี้ต่อไปท่านต้องตายแน่”
เสียงของเสี่ยวชีเต้าดังขึ้นข้างหูหลางจิ้งช่างเป็นเสียงที่อ่อนโยนเหลือเกิน
หลางจิ้งหันหน้ามากล่าวปลอบ“เสี่ยวชีเต้า เจ้าวางใจเถอะ พี่หลางจิ้งเป็นชายชาตรีที่สู้ฟ้าสู้ดิน จะบาดเจ็บได้อย่างไรพี่หลางจิ้งแกล้งตัวสั่นเล่นเท่านั้นแหละ อีกประเดี๋ยวพี่หลางจิ้งก็จะตีคนร้ายหนีไปแล้ว”
“ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง!”
ชายอ้วนวัยกลางคนคำรามออกมา เขายกมือขึ้นลำแสงพุ่งออกไปอีกครั้ง หลางจิ้งกลัวว่าพลังดาบจะทำอันตรายกับเสี่ยวชีเต้าจึงทำได้เพียงหันกลับมาแล้ววิ่งถอยหลัง
อึก! ลำแสงพุ่งเข้าไปที่ท้องน้อยของหลางจิ้งหากไม่ใช่เพราะเขาหลบได้อย่างรวดเร็ว พลังดาบนี้ต้องทะลุร่างเขาอย่างแน่นอนแต่รอยแผลนี้ราวกับลึกมากเกินไปหน่อย ลึกจนไส้แทบจะทะลักออกมา หลางจิ้งวิ่งไปพลางก็ฉีกเสื้อมาปิดไม่ให้อวัยวะด้านในไหลออกมาเรี่ยวแรงค่อย ๆ หายไปพร้อมกับการเคลื่อนไหวของเขา
เขาเสียเลือดไปมาก ฉะนั้นตอนนี้ฝีเท้าของเขาก็เริ่มช้าลง
“พี่หลางจิ้ง ท่านปล่อยข้าลงมาเถอะ...”
เสี่ยวชีเต้าคิดอยากลงมือหลายครั้งแต่ฝ่ายตรงข้ามราวกับรู้ถึงพลังที่เขามีตั้งแต่แรก จึงอยากขายเขาออกไปในราคาที่สูงเกรงว่าคงไปร้านยามาไม่น้อยแล้วหายาอะไรบางอย่างมาใช้กับเขา เพราะตอนนี้เขาไม่มีเรี่ยวแรงเลยสักนิด
หลางจิ้งยกมือขึ้นมาลูบหัวของเสี่ยวชีเต้า“วางใจเถอะ พี่หลางจิ้งเก่งจะตาย ต้องส่งเจ้ากลับไปหาพี่อันเจิงอย่างปลอดภัยแน่หากต่อไปเสี่ยวชีเต้าคิดถึงพี่หลางจิ้ง อย่างนั้นก็...”
เขายังไม่ทันพูดจบพลังดาบก็พุ่งเข้ามาอีกครั้ง และตัดแขนข้างที่หลางจิ้งยกขึ้นมาจนขาด แขนข้างที่ขาดหมุนลอยอยู่กลางอากาศแล้วหล่นลงบนพื้นที่ไกลออกไป
ร่างของหลางจิ้งล้มลงไปข้างหน้าอย่างไม่อาจควบคุมได้ขณะที่ร่างของเขากำลังจะล้มลง เขาพลิกตัวไม่ให้ร่างเสี่ยวชีเต้ากระแทกพื้นเขาหมอบอยู่บนพื้นแล้วอาศัยแขนที่เหลืออีกหนึ่งข้างดันตัวขึ้น“เสี่ยวชีเต้าไม่ต้องกลัว พี่หลางจิ้งต้องส่งเจ้ากลับสำนักให้ได้ ให้เจ้ากลับสำนัก...”
ชายอ้วนวัยกลางคนตามมาทางด้านหลัง ใช้พลังดาบตัดผ้าที่มัดเสี่ยวชีเต้าบนหลังของหลางจิ้งจนขาดจับตัวเสี่ยวชีเต้าขึ้นมาแล้วใช้เท้าเหยียบบนหลังหัวของหลางจิ้ง“คนอ่อนแออย่างเจ้า คนต่ำต้อยแบบเจ้ากลับไม่ยอมเข้าใจอะไรเลย...หากเจ้ายอมตั้งแต่แรกคงไม่ต้องตายอย่างทรมานแบบนี้”
เขาออกแรงที่เท้า ใบหน้าหลางจิ้งกดลงบนแผ่นหินจนหน้าตาบูดเบี้ยว
เพราะเสียเลือดไปมากตอนนี้หลางจิ้งไม่มีเรี่ยวแรงในการต่อต้านอีกแล้ว แต่ทว่าปากยังคงพูดต่อ“เสี่ยวชีเต้าอย่ากลัว พี่หลางจิ้งคงพาเจ้ากลับสำนักไม่ได้แล้ว แต่เจ้าต้องตั้งสติต้องปกป้องตัวเอง...”
ชายอ้วนโมโห “หุบปาก!”
เขาลากตัวเสี่ยวชีเต้าขึ้นมา “เจ้าเห็นหรือยัง?นี่ก็คือโลกของพลังวัตร เขาไม่อยากให้เจ้าเห็นภาพที่น่าสยดสยองแต่ใต้หล้านี้ก็น่าสยดสยองมานานแล้ว ไม่นานเขาก็ต้องตาย ส่วนเจ้า...ข้าก็จะให้กินยาลืมความทรงจำแล้วขายไปในราคาสูงนี่คือเรื่องที่ไม่มีทางเปลี่ยนได้ ผู้อ่อนแอไม่เหมาะจะอยู่รอด”
มือเขากำรอบลำคอของเสี่ยวชีเต้าสีหน้าเสี่ยวชีเต้าดูไม่สู้ดีนัก ชายอ้วนวัยกลางคนพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือก“วางใจเถอะ ถึงแม้เด็กอย่างเจ้าจะอายุมากเกินไปหน่อย แต่เจ้าฝึกพลังวัตรได้ฉะนั้นราคาไม่มีทางต่ำแน่ เจ้าจะไม่ตาย แต่เขาต้องตายอย่างไม่มีข้อแม้”
ชายอ้วนยกเท้าขึ้นจากนั้นก็เหยียบลงไปที่หลังหัวหลางจิ้งอย่างแรง