เหล่าปีศาจแห่งพงไพรนับร้อยได้กลิ่นของมนุษย์ทั้งสอง ก็พุ่งมากันแทบจะหมดป่า เพราะที่แห่งนี้ไม่มีมนุษย์คนใดเข้ามาที่นี่นานมากแล้ว พอมีมนุษย์โผล่ขึ้นมา
เหล่าปีศาจแห่งพงไพร จึงกระหาย อยากที่ดูดเลือด แล้วนำมาเป็นร่างใหม่ของมัน
จึงแห่กันเข้ามาเพื่อที่จะแย่งร่างมนุษย์ทั้งสอง แต่อนิจจา หารู้ไม่คนที่พวกมันอยากได้ร่างเขา คือยมทูตที่จะมาจัดการกับพวกมันทั้งหมด
“ ยืนอยู่ด้านหลังข้าห้ามขยับไปไหนทั้งสิ้น” อาซันส่งเสียงสั่งออกไป แล้วปล่อยตายข่ายเทพฤทธิ์ไว้คุ้มครองนักฆ่าสาวคนนี้ แล้วก้าวไปข้างหน้าอีกสามก้าว แล้วปล่อยยันต์ จักรวาล 8 ทิศไปบนฟ้า ครอบคลุมเหล่าปีศาจนี้ไว้ทั้งหมด ไม่ให้มันหนีไปจากที่นี่ได้ จากนั้น เหล่าปีศาจก็พุ่งเข้ามานับร้อย
อาซันสร้างเพลิงสุริยะเป็นรูปกระบองอันใหญ่ แล้วไล่ฟาดปีศาจนับร้อยที่มารุมอยู่เต็มไปหมด กระจัดกระจาย จนร่างพวกมันกลายเป็นขี้เถ้าฝุ่นฟุ้งไปทั่วผืนป่า เหล่าปีศาจเห็นเช่นนั้นก็เกิดตกใจ ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ ต่างหลบหนีเอาตัวรอดกันหมด แต่ไม่มีใครออกจาก ยันต์ จักรวาล 8 ทิศได้
อาซันกระโดดไล่ฟาดจนเพลิน เหล่าปีศาจต่างวนหนีไปรอบๆ แต่ไม่ช้าก็ถูกทุบจนไม่เหลือซาก มีบางตัวพุ่งเข้าใส่นักฆ่าสาว แต่เข้าไปไม่ได้เจอตาข่ายเทพฤทธิ์ ส่งไฟซ็อต กลายเป็นฝุ่นไปต่อหน้าหญิงสาวนักฆ่าทำให้หญิงสาวนักฆ่า ถึงกับมองอาซันอย่างแปลกประหลาด เขาเป็นใครกันแน่ทำไม จัดการกับปีศาจได้อย่างง่ายดาย แถมมีอาวุธพิเศษอยู่หลายชิ้นสำหรับจัดการกับปีศาจอีก นี่มันมีปีศาจเป็นร้อยเลยนะเนี่ย นักฆ่าสาวสงสัยยิ่งนัก
หลังจากทุบปีศาจตายไปเป็นตัวสุดท้ายอาซันก็เดินเข้ามาหานักฆ่าสาว แล้วเก็บยันต์ทั้งสอง
“ นี่เจ้าเป็นใครกันแน่ ทำไมดูเจ้าชำนาญในการจัดการกับปีศาจนัก” นักฆ่าสาวสงสัย
“ ข้าชื่อซูซัน มาจากแดนโบราณ ที่นั้นข้าคือจักรพรรดิ แต่ที่นี่ข้าแค่เป็นศิษย์ของสำนักเอกภพ แม่ข้าเป็นยมทูตดังนั้นข้าก็เกิดมาเป็นยมทูตด้วยเช่นกัน” อาซันบอกกับนักฆ่าไปตามจริง ไม่มีปิดบัง ไม่รู้เพราะอะไร อาซันยังสงสัยตัวเองเช่นกัน ทำไมถึงบอกความจริงกับหญิงสาวคนนี้ได้
“ แล้วเจ้าไปทำสร้างความแค้นให้ใครกัน ถึงกับมีคนจ้างให้นักฆ่าจากวังนารีสววรค์ให้มาจัดการกับเจ้า” นักฆ่าสาวก็กลับเปิดเผยตัวตนออกไป ทำให้นางเองก็ตกใจเช่นกันทำไมถึงได้พูดความลับนี้ออกไปได้
“ ข้าก็ไม่รู้หรอก ข้ามีศัตรูเยอะมาก ข้าขึ้นมาจากดินแดนโบราณเพื่อจะมาคนของข้ากลับไปบ้าน เพราะพวกเขาถูกคนของวิหารเทพศักดิสิทธิ์กับราชวงศ์ซาร์ จับไปเป็นทาส เป็นนางบำเรอ มาเป็นร้อยปีแล้ว ข้าไม่รู้พวกเขาอยู่ที่ใด มีคนเคยบอกว่าในโลกใบนี้ไม่มีแรงงานทาส หรือนางบำเรอ ข้าเลยสงสัยยิ่งนัก แล้วคนของข้า หลายพันคนนี้หายไปไหนกันแน่” อาซันอธิบายจนหมดเปลือก
“ ข้าเคยได้ยินชื่อ วิหารเทพศักดิ์สิทธิ์ที่ อยู่ในเมืองมิดเดิลฟิวด์ แต่ข้าก็ไม่เคยได้ยินว่ามีแรงงานทาส หรือ นางบำเรออะไรตั้งมากมายหลายพันขนาดนั้นถ้ามีจริงคง ต้องเป็นข่าวดังอย่างแน่นอน” นักฆ่าสาวเอ่ย
“ แล้วเจ้าสังหารฆ่าไม่ได้ เจ้ากลับไปมิถูก หัวหน้าของเจ้าทำโทษหรอกหรือ” อาซันเป็นห่วงขึ้นมา
“ ไม่หรอก อาจารย์รักข้ามากเรื่องแค่นี้ไม่ว่าข้าหรอก” นักฆ่ามั่นใจในเรื่องนี้
“ แล้วเจ้าชื่ออะไร”
“ ซินซิน “
“ ซินซิน พ่อแม่เจ้าเป็นใคร ข้าอยากพบพวกเขา” อาซันอยากสืบพ่อแม่ของซินซิน อาจได้เบาะแส ของคนที่ถูกนำตัวมา
“ ข้าเป็นกำพร้า ไม่มีพ่อและแม่ มีแต่ท่านอาจารย์ ที่คอยดูแลข้ามาตั้งแต่เล็ก”
“ ข้าขอพบอาจารย์เจ้าได้ไหม”
“ จะบ้าเหรอ อาจารย์ส่งข้ามาสังหารเจ้า ถ้าพบอาจารย์ เจ้าตายแน่” ซินซินเตือนอาซัน
“ ข้าไม่กลัว ข้าอยากรู้ว่าพ่อแม่ เจ้าเป็นใคร” อาซันอยากรู้จริง
“ ไม่ต้องเลย ทุกวันนี้ข้าอยู่ดีมีสุข อย่าให้ข้ารับรู้เรื่องราวของพ่อกับแม่ ข้าไม่อยากเสียงใจ หรือดีใจ กับเรื่องแบบนี้” ซินซิน พูดตามตรง
“ ข้าคงต้องไปแล้ว เจ้าดูแลตัวเองด้วย วันหนึ่งข้าต้องไปวังนารีสวรรค์ของเจ้าถ้าหากพวกเขายังรับจ้างฆ่าคนเช่นนี้ ข้าคงต้องทำลายสำนักของเจ้าอย่างแน่นอน แต่สำหรับ ข้าถือว่าเป็นเพื่อน หากเจ้ามีปัญหาใดใดแก้ไขไม่ได้ก็โทรหาข้าได้” แล้วอาซันก็ทิ้งเบอร์โทรไว้ให้
อาซันเดินจากซินซินมา ก็เอ่ยทันทีว่า
“ เรอา นี่เจ้ากล้าร่ายมนต์เปิดใจใส่ข้าเชียวหรือ” อาซันเอ่ยยิ้มๆ
“ มิได้ นายท่านข้าเห็นว่าท่านสองคนเข้ากันได้ดี แต่ไม่ยอมเปิดใจกันง่ายๆ ข้าเลยช่วยให้พวกท่านทั้งสองคนได้คุยกันดีดี เผื่อว่าในอนาคต อาจจะ.... ใครจะรู้” เรอาหัวเราะออกมาเบาๆ อาซันได้แต่ส่ายหัวไม่พูดอะไรต่อ
ส่วนซินซิน พออาซันจากไปก็ดูเบอร์มือถือที่อาซันส่งมาให้
“ ทำไมถึงพูดดีกับเขาง่ายๆ แบบนั้นนะ เมื่อกี๊ เขาบอกจะทำลายสำนักของเราทำไมไม่โกรธเขา แล้วดันบอกอีกว่าชื่ออะไร มาจากไหน แล้วยังเอาเบอร์เขามาอีก นี่เราเป็นอะไรกันแน่ อาจารย์รู้เข้า เอาตายแน่เลย”
ซินซินพูดคนเดียวด้วยความไม่เข้าใจตัวเอง
รุ่งเช้าทุกคนเห็นอาซันไม่เป็นอะไรก็สบายใจ อาซันบอกทุกคนว่าจะกลับเสียที หากมีปัญหาอะไรแบบนี้ เขาจะกลับมาช่วย จากนั้นอาซันก็นั่งเรือเหาะกลับไปที่ สำนักเอกภพด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเครื่องบิน 2 เท่า ไม่นานก็ถึง
พออาซันมาถึงที่สำนักเอกภพ เห็นคนมารวมตัวกันมากมาย ไม่รู้ทำอะไรกัน ขณะที่จะเดินไปถามพี่มู่จากับทอมก็เดินมาทักทายพอดี เลยถามว่าพวกเขามายืนรออะไรกัน
“ เขามารอเจอน้องซังอา นักร้องชื่อดังของเมืองนอร์ทเทิร์นฟิวด์ นี่พวกเราทั้งสองคนก็จะไปดูตัวจริงของน้องเขาเหมือนกัน” ทอมเอ่ยเสร็จก็โอบไหล่อาซันให้ไปดูใกล้ๆ
“ นี่พวกเราขึ้นมาไม่กี่วัน พี่มู่จาก็รู้จักนักร้องซังอา กับเขาด้วยหรือ” อาซันสงสัย
“ ก็เจ้าทอมเปิดทีวี ดูแทบทุกวันก็เลยดูตามน่ะ แต่ว่าน้องเขาก็น่ารักมากเลย”
พี่มู่จาก็เป็นไปกับเจ้าทอมด้วย มีรถเก๋งแวนคันใหญ่ 5 คันมาถึง มีบอดี้การ์ดคุ้มครองกับ 50 คน เดินโดยรอบ มองกันแทบไม่เห็น อาซันขึ้เกียจแย่งดูก็เลยกลับไปห้องก่อน แต่ทั้งสองคนไม่ยอมพยายามแทรกเข้าไปเพื่อจะได้ให้เห็นหน้าน้องซันซัน ศิลปินซุปเปอร์สตาร์ขวัญใจอย่างใกล้ชิด อาซันเห็นทั้งสองมีมือถือกันแล้ว พยายามถ่ายรูปน้องซังอา กันใหญ่ อาซันไม่สนใจเรื่องนี้เดินกลับไปที่ห้องก็อาบน้ำเพื่อให้สบายใจ
จากนั้นก็นั่งทำสมารธิว่าจะลองเลื่อนขั้นระดับพลัง แต่ไม่ทันจะทำอะไร ก็มีเสียงคนเคาะประตูรัวรัว จึงต้องไปเปิดประตู พบศิษย์พี่โบลตัน ยืนอยู่หน้าห้อง
“ อาซันรีบไปห้องรองเจ้าสำนักเดี๋ยวนี้เลย” ศิษย์พี่โบลตันรีบดึงมืออาซันตามไปอย่างรีบด่วน
“ ใจเย็นๆ ศิษย์พี่มีเรื่องอะไรกันหรือ”
“ ก็ซังอา ศิลปินชื่อดัง เขาอยากเจอเจ้านะซิ เริ่มจากน้องซีซี เป็นแฟนคลับของ
ซังอาไปบอกว่าเจ้าเป็นนักสืบอันดับ หนึ่ง ตามหาเจ้าคาร์เตอร์ที่หายไปเป็นอาฑิตย์เจอไม่กี่ชั่วโมง ซังอาก็เลยเชื่อ อยากให้เจ้าไปตามหาสัตว์เลี้ยงให้หน่อย” ศิษย์พี่โบลตัลจับแขนอาซันกลัวอาซันจะหนีหายไป อาซันถอนหายใจ ซีซีเอ๋ยหาเรื่องให้พี่ซันวุ่นวายแท้ๆ
“ซูซัน เธอมาพอดี นี่คือคุณซังอา และนี่คือผู้จัดการมาร์ตี้ พวกเขามีเรื่องขอร้องให้เธอช่วยหน่อย” รองเจ้าสำนักแนะนำ
“ สวัสดีคุณซูซัน พวกเรามีเรื่องอยากให้คุณช่วยเหลือ” ซังอาลุกขึ้นยืนแล้วก้มหัวให้
“ ว่ามาเลยครับ”
“ ซีซีบอกว่าคุณมีความสามารถ ฉันอยากให้ช่วยตามหา ฟาร์รา ให้ฉันด้วย มันหายไป 7 วันแล้ว นี่คือรูปของมัน” ซังอายื่นรูปแมวลายเสือดาวให้อาซัน
“ นี่มันแมวหรือเสือดาวกันแน่” อาซันสงสัย
“ มันเป็นแมวเบงกอล มีส่วนผสมระหว่างแมวดาวกับแมวพันธ์อียิปต์โบราณ มันน่ารัก และเชื่องมาก” ซังอาอธิบายพันธ์ของแมวตัวนี้
“ มันหายไปจากที่ไหน” อาซันถามสั้นๆ
“ จากที่บ้านฉันเอง” ซังอาเอ่ย
“ พาผมไปเลยก็ได้ ยิ่งช้ายิ่งจะตามได้ยาก ผมมีทีมช่วยคนหาไปด้วย 2 คนนะครับ” อาซันอยากให้พี่มู่จากับทอม ไปด้วย เพราะรู้ว่าทั้งสองนั้งคลั่งดาราแค่ไหน
“ ไม่มีปัญหา เชิญ” ซังอากับผู้จัดการมาร์ตี้นำทาง อาซันเรียกพี่มู่จากับทอมให้ตามมาด้วย ขณะที่เดินออกมาจะขึ้นรถเห็นซีซี อุ้มเจ้าคาร์เตอร์มาด้วย ซังอาให้ทีมงานพาซีซี เข้ามากอด ซีซี ขอถ่ายรูปกับซังอา อย่างมีความสุขแล้วหันมาบอกกับอาซัน
“ พี่ซันตามหาฟาร์ราให้เจอนะคะ” อาซันฟังจบไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี
มาถึงบ้านซังอา ทั้งพี่มู่จากับทอม ตื่นเต้นกันมากจนอาซันต้องให้ทั้งสองหายใจลึกๆ ซังอาเอาเสื้อผ้าของ ฟาร์รามาให้ตรวจสอบ อาซันใช้จิตตรวจสอบก็พบจุดสุดท้ายคือท่าน้ำของบ้านซังอา ที่อยู่ติดแม่น้ำใหญ่สายหนึ่งมองไปดูเหมือนทะเลสาบ หรือว่าตกน้ำไปเสียแล้ว อาซันใช้มือสัมผัสที่แม่น้ำบริเวณนี้ทั้งหมด
ก็พบว่ามีมิติที่ตั้งอยู่บริเวณนี้ อาซันมองไปรอบๆ พบต้นไทรยักษ์ต้นหนึ่งอยู่ริมน้ำมีจิตวิญญาณต้นไม้สิงสถิตอยู่
“ ท่านเทพารักษ์ต้นไทร โปรดออกมาเถอะ ข้าอยากสอบถามเรื่องหนึ่ง “ อาซันมองไปที่ต้นไทร
“ เจ้าหนุ่ม เจ้าเป็นใครกัน ทำไม่ติดต่อข้าได้”
“ ข้าคือยมทูต ท่านไม่ต้องห่วง ข้าไม่ได้มาเอาดวงจิตของท่าน ตอบคำถามข้าก็พอ” อาซันพูดตามตรง
“ เชิญท่านถามมาได้” เสียงเทพารักษ์เริ่มอ่อนลง
“ ท่านเห็นแมวลายเสือดาวบ้างไหม”
“ มันถูกเงือกน้อยจับตัวไปที่วังบาดาลแล้ว” เทพารักษ์เอ่ยตอบ
“ เงือกน้อยจับตัวไป” อาซันตกใจ ไม่คิดว่าในแม่น้ำใหญ่แห่งนี้จะมีเงือกอาศัยอยู่ด้วย และมิติที่สัมผัสได้คือวังบาดาลนี่เอง