เทพสงครามสายเลือดมังกร

    ตอนที่ 105 หลอกล่อและลงโทษ

    เสี้ยวขณะที่ความกระหายเลือดของเฟิงอู่เทียนปรากฏขึ้น  คลื่นพลังอันแข็งแกร่งก็กดทับลงบนร่างของหลงเฉิน พลังอันน่าเกรงขามของผู้ที่อยู่ในจุดสุดยอดของระดับแก่นมนุษย์นั้นไม่ใช่สิ่งที่จะปรามาสได้เลย


    ในสายตาของหลงเฉิน  เฟิงอู่เทียนเป็นดั่งภูเขาขนาดมหึมาที่กดทับเขาไว้  ทว่าหลงเฉินก็เกร็งร่างกายและสามารถต้านทานแรงกดที่ทับลงมาบนตัวของเขาได้


    หลงเฉินรู้สึกขุ่นเคืองที่ถูกกดดันด้วยพลังของเฟิงอู่เทียนเช่นนี้  แต่เขาก็ตระหนักว่าตนเองไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเฟิงอู่เทียน


    ‘เฟิงอู่เทียนผู้นี้ดูถูกข้านัก  แม้ว่าข้าจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจ้า แต่ข้าก็สามารถหนีไปได้ง่าย ๆ อย่างไรก็ตาม  หากข้าหนีไปเจ้าคงไปฟ้องตาแก่นั่นแน่ ๆ!’


    แม้ว่าหลงเฉินจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเฟิงอู่เทียน  ทว่าความต่างระหว่างพวกเขาก็ไม่ได้มากมายนัก  และเฟิงอู่เทียนจำต้องคำนึงถึงกลุ่มของสำนักสุริยันมรกต  และเขาไม่สามารถละทิ้งคนที่เหลือเพียงเพื่อที่จะกำจัดหลงเฉินเพียงลำพัง  หลงเฉินมั่นใจในข้อนี้ดี  ดังนั้นเขาจึงรู้สึกโล่งใจ


    ในเวลานี้  เฟิงอู่เทียนอยู่ข้างหลังเขา ห่างไปไม่ถึงสามสิบเชียะ


    “เจ้าฆ่าหวงเฟยหยาง  วันนี้... ข้าคงต้องแก้แค้นแทนเขา...”


    เมื่อพูดจบ  เฟิงอู่เทียนก็กำหมัดแน่นและพลังผันผวนรุนแรงก่อตัวขึ้นรอบหมัดของเขา


    “ข้าไม่จำเป็นต้องใช้ทักษะยุทธ์ใด ๆ ในการกำจัดกับคนชั่วช้าอย่างเจ้าที่เพิ่งบรรลุถึงระดับแก่นมนุษย์หรอก!”


    เฟิงอู่เทียนมองเขาด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม  และราวกับพายุโหมกระหน่ำที่พุ่งเข้าใส่หลงเฉิน  พลังที่ถาโถมนั้นดูจะแข็งแกร่งจนราวกับสะท้านไปทั้งพิภพ!


    “เช่นนั้นรึ?”


    ด้วยการมองเพียงปราดเดียว หลงเฉินก็บอกได้ว่าหากต้องทนรับการโจมตีครั้งนี้  ไม่เพียงแต่เขาจะต้องใช้วิชา [แปลงร่างวิญญาณมังกร]  เขายังต้องใช้ [ผนึกมังกรลึกล้ำ] อีกด้วย  ซึ่งมันใช้พลังจิตและพลังกายอย่างมาก  เมื่อถอยหลังไปก้าวหนึ่ง  หลงเฉินใช้ความเร็วสูงสุดในการรวบรวมและใช้เคล็ดวิชา [มังกรสวรรค์ย่างก้าว]  ชั่วขณะที่เฟิงอู่เทียนลงมือ  เขาก็ ‘หลบหลีก’การโจมตีและพุ่งไปข้าง ๆ เฟิงอู่เทียนแล้ว!


    หลงเฉินยังไม่ได้แปลงร่างและสามารถหลบได้สำเร็จ  เหตุผลสำคัญก็คือเฟิงอู่เทียนคิดว่าเขาเป็นเพียงผู้ที่เพิ่งบรรลุถึงระดับแก่นมนุษย์  ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ใช้พลังมากนัก  นอกจากนี้หลงเฉินก็เกือบจะครอบครอง [กายาเพลิงอัสนี] แล้ว  ความแข็งแกร่งทนทานของร่างกายที่เพิ่มมากขึ้นส่งผลต่อความเร็วและความว่องไวของเขาด้วยเช่นกัน   ดังนั้นแม้ว่าเฟิงอู่เทียนจะแข็งแกร่ง  แต่หลงเฉินก็สามารถหลบหลีกการโจมตีของเขาได้!


    เมื่อเห็นว่าเฟิงอู่เทียนกำลังจะฆ่าคนน่ารังเกียจเช่นหลงเฉิน  ทุกคนจากสำนักสุริยันมรกตต่างก็เต็มไปด้วยความรู้สึกคาดหวัง


    โดยเฉพาะหลิวหลิง  ขณะที่นางกำลังมองเฟิงอู่เทียนผู้เป็นวีรบุรุษของนางกำลังกำจัดหลงเฉินด้วยท่วงท่าสง่างาม  ทว่าหลงเฉินกลับลื่นไหลไปทางด้านข้างของเขาด้วยความเร็ว!


    ‘เป็นไปได้อย่างไรกัน?  ความเร็วของเขาเหนือกว่าข้า!’


    เมื่อคิดได้เช่นนั้น  สีหน้าเหลือเชื่อก็ปรากฏอยู่บนใบหน้าของนาง


    สำหรับคนอื่น ๆ พวกเขาก็ผงะไปเช่นกันเมื่อเห็นว่าหลงเฉินสามารถหลบการโจมตีจากเฟิงอู่เทียนได้


    อย่างไรก็ตาม  สิ่งที่พวกเขาคาดไม่ถึงก็คือเมื่อหลงเฉินหลบหลีกการโจมตีได้แล้ว  เขากลับพุ่งเข้าใส่หลิวหลิงด้วยความเร็วยิ่งกว่า!


    ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองนั้นไม่ไกลกันมากนัก  และการกระทำของหลงเฉินก็สร้างความประหลาดใจอย่างมาก


    หลิวหลิงไม่สามารถโต้ตอบได้ทันเวลา  เพียงชั่วอึดใจ  หลงเฉินก็ปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าของนางแล้ว  ดวงตาสีแดงคู่นั้นดูราวกับกำลังล้อเลียนนางขณะที่เขามองมา


    “เจ้าคนสารเลว!”


    หลิวหลิงสบถและตั้งใจจะโจมตีหลงเฉิน  ในสายตาของนาง แม้ว่าความเร็วของหลงเฉินจะมากกว่าคนทั่วไปที่บรรลุถึงระดับแก่นมนุษย์ขั้นแรก  ทว่าการโจมตีของเขาก็คงไม่มีความรุนแรงมากนัก


    ด้วยความรีบร้อน  นางจึงตะโกนเสียงดังตามกิริยาของเด็กสาวและกำหมัดแน่นด้วยความขุ่นเคือง  หมายจะโจมตีหลงเฉิน!


    การโจมตีนี้คงทำให้หลงเฉินบาดเจ็บไม่เบา อย่างไรก็ตาม  หลังจากที่ผสานผลึกแก้วเพลิงอัสนีไปแล้วถึงเก้าชิ้น  เขาก็ไม่เกรงกลัวต่อการโจมตีระดับนี้ของหลิวหลิงแม้แต่น้อย!


    นอกจากนี้  หลิวหลิงเป็นเพียงเด็กสาวที่ไม่เคยผ่านประสบการณ์เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายใด ๆ ในแง่ของประสบการณ์การต่อสู้แล้ว  นางย่อมมีไม่เพียงพอ  อย่างน้อยที่สุดจากที่หลงเฉินเห็น เรียกได้ว่านางไม่มีเลยก็ว่าได้


    เช่นนั้นแล้ว เพียงชั่วอึดใจเดียว หลงเฉินก็ปล่อยหมัดออกไป ปราณโลหิตสีแดงในจุดตันเถียนของเขาพลุ่งพล่านออกมาพร้อมกับเปลวเพลิงและสายฟ้าและปะทะเข้ากับหมัดของหลิวหลิง!


    เมื่อหมัดทั้งสองปะทะกัน  สิ่งที่น่าประหลาดใจก็คือหลงเฉินที่ควรจะพ่ายแพ้กลับไม่เป็นไร  ทว่าหลิวหลิงนั้นร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดจนแทบร้องไห้


    ในปราณแท้จริงของหลงเฉิน  พลังของสายฟ้าและเปลวเพลิงพุ่งชนกับหมัดของนาง  ทำให้หมัดน้อย ๆ นั้นถูกแผดเผาไปเล็กน้อย


    แน่นอนว่านางไม่เคยสัมผัสกับประสบการณ์ที่เจ็บปวดเช่นนี้มาก่อน นางเริ่มร้องครวญครางทันทีพร้อมกับน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม  ตอนนั้นเองที่หลงเฉินกระโจนไปข้างหลังนาง  มือของเขาแปรเปลี่ยนเป็นกรงเล็บขณะที่เขาคว้าคอซีดเผือดของนางไว้และโยนนางไปข้างหลัง!


    “เจ้าคนสารเลว! อยากตายนักใช่ไหม?”


    เฟิงอู่เทียนหันกลับมา  ใบหน้าของเขาเป็นสีแดงก่ำด้วยความโกรธ  การโจมตีอันสุดตระการตาพุ่งเป้ามาที่หลงเฉิน!


    อีกเจ็ดคนที่เหลือต่างก็รู้สึกโกรธแค้นและโจมตีหลงเฉินจากทุกทิศทาง!


    ‘เจ้าบ้านี่เพิ่งจะบรรลุถึงระดับแก่นมนุษย์แต่กลับหลบหลีกการโจมตีของเฟิงอู่เทียนได้  แล้วเขายังลอบโจมตีคุณหนูหลิวหลิงอีกงั้นรึ?’


    ในใจของทุกคนที่อยู่ที่นี่  พวกเขารู้สึกประหลาดใจอย่างมาก  พวกเขาเคยคิดว่าหลงเฉินเป็นเพียงคนขี้ขลาดที่มาจากบ้านนอก  ทว่าในตอนนี้พวกเขาเริ่มมองหลงเฉินต่างออกไป!


    ‘เขากล้าลอบทำร้ายบุตรสาวของท่านผู้อาวุโส  หลงเฉินผู้นี้รนหาที่ตายเสียแล้ว!’


    ทุกคนต่างลงมือจู่โจมหลงเฉิน  แต่เขากลับไม่รู้สึกหวาดกลัวแม้แต่น้อย  ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของหลิวหลิง  เขาก็คว้านางขึ้นมาและยกตัวสูงขึ้นเพื่อบังการโจมตี


    เฟิงอู่เทียนผงะไปด้วยความตกใจและหยุดโจมตีในทันที  หลงเฉินใช้จังหวะได้เปรียบนี้ล่าถอยออกไปพลางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา


    “ถ้าอยากให้นางตายก็โจมตีข้าเลยสิ  หยุดอยู่ตรงนั้นแหละ  หากใครกล้าเคลื่อนไหวละก็  ข้าจะฆ่ายัยตุ๊กตานี่ต่อหน้าทุกคน!”


    เมื่อได้ยินคำพูดชั่วร้ายของหลงเฉิน  และรู้สึกได้ว่าเขาบีบคอนางแน่น  และยังมีอาการบาดเจ็บตามร่างกายของนางอีก หลิวหลิงหวาดกลัวจนร่างของนางเริ่มสั่นเทิ้ม


    นางไม่เคยตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายเช่นนี้มาก่อน  สีหน้าของนางซีดเผือดขณะที่ร้องโอดครวญ


    “อย่านะ!  อย่า! อย่าฆ่าข้านะ  พี่อู่เทียน... เร็วเข้า ช่วยข้าที! ว้าย...”


    เฟิงอู่เทียนที่นางคิดว่าเขาช่างไร้เทียมทานในตอนนี้กำลังบันดาลโทสะสุดขีด  เขาจ้องเขม็งมาที่หลงเฉินแต่ยังไม่กล้าลงมือใด ๆ เขาทำได้เพียงคำรามออกมา


    “หลงเฉิน!  หลิวหลิงเป็นบุตรสาวของท่านผู้อาวุโส  หากเจ้าแตะต้องนางแม้แต่ปลายผมละก็ ข้าจะหั่นเจ้าเป็นล้าน ๆ ชิ้น!  หากเจ้ายังมีสำนึกอยู่บ้าง ปล่อยนางไปเดี๋ยวนี้ เจ้าอยากตายนักหรืออย่างไร!”


    “เช่นนั้นรึ?”


    หลงเฉินหัวเราะอย่างเย็นชา


    “เจ้าคิดว่าข้าโง่สินะ?  เจ้าวางแผนจะฆ่าข้าอยู่แล้วมิใช่รึ?  ไม่ว่าจะอย่างไรข้าก็ต้องตายอยู่ดี  เช่นนั้นแล้วเหตุใดข้าจะไม่พาใครสักคนไปกับข้าด้วยเล่า?”


    เมื่อเห็นว่าเด็กสาวสั่นเทิ้มไปด้วยความกลัว ทว่าเฟิงอู่เทียนไม่สามารถทำอะไรได้เลย  ดังนั้นหลงเฉินจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก


    เวลานี้เขาคว้าตัวหลิวหลิงไว้และถอยไปราวเก้าสิบเชียะ!


    ‘เด็กสาวผู้นี้มีคนคอยหนุนหลัง  ข้าไม่ควรทำอะไรเกินกว่าเหตุ’


    เมื่อคิดได้เช่นนั้น หลงเฉินก็ไม่เสียเวลาพูดจาไร้สาระอีกต่อไป  และภายใต้สายตาของทุกคนที่อยู่ที่นี่  หลงเฉินกดหลิวหลิงไว้ที่เข่าของเขา  กางฝ่ามือออกและยกสูงขึ้น


    “ยัยตัวแสบ เจ้ากล้าปล่อยข่าวลือให้ร้ายข้าอย่างนั้นรึ!  วันนี้ข้าจะสั่งสอนเจ้าให้หลาบจำ!”


    ต่อหน้าเฟิงอู่เทียน  ฝ่ามือของหลงเฉินตลงบนก้นของหลิวหลิงจนเกิดเสียงดัง ‘เพียะ’ ที่ดังก้องไปในอากาศ  หลิวหลิงกรีดร้องแหลมจนแทบดังไปถึงสวรรค์ ใบหน้าที่งดงามและซีดเผือดของนางแดงก่ำไปด้วยโทสะ…


    บนก้นขาวเนียนเช่นนั้นคงมีรอยมือปรากฏให้เห็นไปอีกนาน!


    ในตอนนั้น  แววตาของเฟิงอู่เทียนเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด


    “หลิงเอ๋อร์!   หลงเฉิน...ตายเสียเถอะ!”


    หลงเฉินยังตีต่อไปอย่างไร้ความปรานีจนกระทั่งสาแก่ใจ เขายั่วยุเฟิงอู่เทียนพร้อมกับยิ้ม


    “ข้าตีผู้หญิงของท่านเช่นนี้  ข้าแน่ใจว่าท่านคงรู้สึกไม่ดีนักสินะ?”


    เขาไม่สนใจว่าสีหน้าของเฟิงอู่เทียนจะเคร่งขรึมเพียงใด  เขาโยนหลิวหลิงมาทางเฟิงอู่เทียนด้วยกำลังทั้งหมดที่มี


    เฟิงอู่เทียนที่ตั้งใจจะฆ่าหลงเฉินอยู่แล้ว  แต่เมื่อเห็นร่างของหลิวหลิงลอยละลิ่วมาทางเขา  แล้วเหตุใดเล่าที่เขาจะไม่คว้านางไว้อย่างระมัดระวัง?


    ในขณะที่เขาคว้าตัวนางไว้ได้  หลงเฉินก็หัวเราะอย่างเริงร่าและระเบิดพลังความเร็วหนีไป  เมื่อเฟิงอู่เทียนวางหลิวหลิงลง  หลงเฉินก็หายลับตาไปเสียแล้ว!


    ส่วนคนอื่น ๆ พวกเขาไล่ตามหลงเฉินไประยะหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเฟิงอู่เทียนไม่เคลื่อนไหวจากจุดที่เขายืนอยู่  พวกเขาจึงต้องกลับมา  สีหน้าเคร่งขรึมของเฟิงอู่เทียนทำให้คนอื่น ๆ ปิดปากเงียบด้วยความหวาดกลัว


    เวลานั้น หลิวหลิงที่รู้สึกราวกับก้นของนางกำลังร้อนวาบก็เริ่มร้องโอดครวญเสียงดังลั่น  เฟิงอู่เทียนพยายามปลอบนางเพื่อไม่ให้หัวเสียกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น


    “ทำไมท่านยังยืนอยู่ตรงนี้อีกล่ะ? พี่อู่เทียน ท่านไม่ไปตามฆ่าเขาหรือ!?”


    เมื่อต้องเผชิญกับคำถามจากเด็กสาวผู้งดงามที่มีน้ำตาอาบแก้ม  เฟิงอู่เทียนมีสีหน้าขมขื่น


    “หลิงเอ๋อร์  เจ้าคนชั่วนั่นหนีไปเร็วมาก และพวกเรายังต้องตามหากระบี่แก้วสิขรอีก...”


    “คนสารเลว! ท่าน... ไปให้พ้นเลยนะ!  พวกท่านคิดถึงแต่เรื่องกระบี่แก้วสิขรและไม่สนใจไยดีข้า  ข้าถูกคนผู้นั้นกลั่นแกล้งถึงเพียงนี้พวกท่านยังจะไม่ฆ่าเขาอีก  เฟิงอู่เทียน ท่าน... ท่านไม่ใช่ลูกผู้ชายเอาเสียเลย!”


    “พอได้แล้ว!”


    เฟิงอู่เทียนที่มีใบหน้าซีดเผือดขึ้นเสียง


    “หลิงเอ๋อร์ ข้าสัญญาว่าครั้งหน้าหากข้าเจอเขา  ข้าจะจับตัวเขาไว้และให้เจ้าหั่นเขาเป็นชิ้น ๆ อย่าเพิ่งมาหัวเสียตอนนี้เลย!”


    “ฮือ...ฮือ... แต่ข้าเจ็บนี่ เจ็บมากด้วย...!”


    เมื่อหนีมาได้ไกลจนพวกนั้นไม่สามารถตามเขาได้ทัน  หลงเฉินก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกและรีบเอ่ยขึ้น


    “เสี่ยวซี หาพื้นที่ที่มิดชิดให้หน่อยสิ  ข้าอยากจะลองผสานผลึกแก้วเพลิงอัสนีชิ้นที่สิบดู!”


    “เจ้าคนบ้า เพิ่งนึกขึ้นได้รึว่าข้าอยู่นี่? เมื่อครู่คงรู้สึกปลาบปลื้มมากเลยสินะ?”


    หลิงซีเอ่ยขึ้นพลางกัดฟันด้วยความโมโห  เสียงของนางดังออกมาจากกระบี่หลิงซี


    หลงเฉินนึกขึ้นได้ทันทีว่าวิธีที่เขากลั่นแกล้งหลิวหลิงคือสิ่งที่ทำให้หลิงซีรู้สึกไม่พอใจ  เขารีบออดอ้อนนางทันที


    “ยาหยีจ๋า อย่าเข้าใจข้าผิดสิ ข้าก็แค่สั่งสอนนางนิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้นเอง เจ้าไม่เห็นรึว่านางทำตัวแย่มากแค่ไหน? ข้าถึงต้องโหดร้ายกับนางอย่างไรล่ะ!”


    “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับข้าด้วย? อย่างไรเสีย ข้าก็ไม่ได้เป็นอะไรกับเจ้าอยู่แล้ว!”


    *******************