สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 70 ขุดหลุม

            “เมื่อก่อนเจ้าคิดว่าคนชั่วเท่านั้นถึงเป็นแบบนี้ใช่หรือไม่”

     

            อันเจิงยกมือขึ้นแล้วชี้ไปยังด้านหลัง

     

            ตู้โซ่วโซ่วพยักหน้าอย่างแรง“ไอ้หัวโจกชั่วเดินนำหน้า มีชายชุดดำยี่สิบถึงสามสิบคนเดินตามหลัง เวลาเดินดูมีอำนาจและหยิ่งผยองมากนี่เป็นการวางตัวของคนชั่วอย่างแน่นอนเหลือแค่อย่างเดียวคือฉุดผู้หญิงกลางถนนแล้วล่ะ”

     

            “คนชั่วไม่มีความรู้สึกแบบนี้หรอกเจ้าดูสิ ตอนนี้พวกเรามีทั้งอำนาจและยังมีความสุขอีกด้วย”

     

            อันเจิงเพิ่งพูดจบก็มีรถม้าประจำทางพุ่งมาจากด้านหลังเพราะที่นี่เป็นเมืองขนาดใหญ่จึงมีรถม้าประจำทาง โดยวิ่งไปตามถนนหลักของเมืองฟางกู้จ่ายเพียงห้าตำลึงก็สามารถนั่งไปจนสุดทางได้แล้ว ปกติคนบังคับรถม้าจะมีรูปร่างสูงใหญ่และบึกบึนไม่เช่นนั้นเวลาเจอแขกเบี้ยวไม่จ่ายเงินก็คงเอาไม่อยู่และคนเหล่านี้ก็มักจะมีนิสัยเกรี้ยวกราด ส่วนใหญ่จะไม่ยอมหลีกทางให้รถม้าคันอื่น ๆหรือใครทั้งนั้น

     

            “หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”

     

            ชายชุดดำที่เป็นลูกน้องของอันเจิงสามถึงห้าคนพุ่งออกไปพวกเขาเอามือเท้าเอวแล้วยืนด้วยท่าทางที่ดุดัน คนบังคับรถม้าตกใจจึงหยุดรถในทันที

     

            “ใต้เท้า...พวกท่านมีอะไรหรือ?” คนบังคับรถม้าถามอย่างนอบน้อม

     

            โดยปกติแล้วพวกคนขับรถม้ามักมีเรื่องชกต่อยกันเป็นประจำแต่ครั้งนี้คนของอันเจิงมีจำนวนมากกว่า ชายชุดดำหลายคนยืนขวางทางอยู่ ที่ด้านหลังยังมีอีกยี่สิบกว่าคนเมื่อคนขับรถม้าเจอสถานการณ์นี้เข้า จึงต้องยอมจำนนโดยดี

     

            เสียงของชายหนุ่มหนาและใหญ่มากเขายื่นมือออกมาชี้รถม้าคันตรงหน้า “บังคับม้าอย่างไรกัน! ไม่เห็นว่าข้างหน้ามีท่านยายกำลังเดินข้ามถนนอยู่หรือช้าลงหน่อยไม่ได้หรือไร?”

     

            ชายทั้งสองจูงม้าส่วนชายหนุ่มที่พูดเมื่อครู่ออกไปประคองหญิงชราข้ามถนน “ท่านยายเดินระวัง ๆหน่อยนะ ไม่ต้องรีบ”

     

            เสียงนุ่มนวลราวกับกำลังปลอบเด็ก

     

            ตู้โซ่วโซ่วมองออกไปรอบด้านจึงรู้สึกได้ว่าสายตาที่มองมาดูไม่ดีนัก

     

            “พวกเขามองเราเหมือนเห็นสัตว์ประหลาดอย่างนั้นแหละ”ตู้โซ่วโซ่วพูดขึ้น

     

            อันเจิงหัวเราะพลางพูด “ไม่เป็นไรเห็นบ่อย ๆ เดี๋ยวก็ชินไปเอง”

     

            หลังจากที่หญิงชราเดินข้ามถนนไปแล้วเขาก็โบกมือ “ไปเถอะ ๆ ครั้งหน้าก็ระวังหน่อยแล้วกัน!”

     

            คนขับพยักหน้าอย่างเร็ว จากนั้นก็สะบัดเชือกให้ม้ารีบออกตัวพลางหันกลับมามองเป็นระยะ

     

            เมื่ออันเจิงและพวกกำลังจะเดินไปด้านหน้าก็ได้ยินเสียงตะโกนดังขึ้น “แม่ง ข้าก็นึกว่าจะมีเรื่องกันมาเป็นกลุ่มใหญ่ขนาดนี้ก็ควรจะสั่งสอนคนบังคับรถม้าหน่อยไม่ใช่หรือ กลับมาประคองคนแก่เดินข้ามถนนเสียอย่างนั้น?”

     

            อันเจิงได้ยินเสียงที่ตะโกนมา ราวกับว่าอยากดูอะไรที่มากกว่านี้แต่กลับได้เห็นสิ่งที่ไม่อยากเห็น

     

            คนคนนั้นน่าจะรู้สึกเบื่อจึงผลักคนอื่น ๆแล้วแหวกทางเดินออกไป ขณะที่เขาผลักคนอื่น ๆ นั้น ดันไปผลักเด็กน้อยคนหนึ่งล้มลง แต่เขากลับด่าทอเด็กด้วยถ้อยคำที่หยาบคายเสียอย่างนั้น“ไอ้เด็กเวร ยืนไม่ดูตาม้าตาเรือ บิดามารดาเจ้าคงไม่สั่งสอนสินะ”

     

            เมื่อได้ยินแบบนี้ตู้โซ่วโซ่วมีน้ำโหขึ้นทันที เขาพุ่งออกไปด้วยความเร็วราวกับลูกธนูจากนั้นก็ยื่นมือไปจับคอเสื้อของชายคนนั้นเอาไว้ และตบหน้าอย่างแรงสามสี่ครั้งเพียงฟาดไปครั้งแรกคนคนนั้นก็ปากฉีก เลือดไหลพุ่งออกมาแล้ว วินาทีนั้นคิดอยากกลับตัวแต่ก็คงไม่ทันเขาถูกตู้โซ่วโซ่วอัดจนเละ เพียงไม่ถึงหนึ่งนาทีคนคนนั้นก็คุกเข่าร้องขอชีวิตอยู่ที่พื้นแล้ว

     

            มีเสียงหนึ่งตะโกนดังออกมา“พวกเจ้ามีสิทธิ์อะไรมาทำร้ายคนอื่น ทำเกินไปแล้วนะ”

     

            ตู้โซ่วโซ่วถามกลับ“ตอนมันรังแกเด็กพวกเจ้ามองไม่เห็นหรืออย่างไร?”

     

            เสียงดังออกมาอีกครั้ง“ต่อให้เขาจะรังแกเด็ก พวกเจ้าก็ไม่สามารถทำร้ายคนอื่นไปเรื่อยแบบนี้เด็กล้มนิดล้มหน่อย ร้องไห้เดี๋ยวเดียวก็ดีขึ้นแล้ว”

     

            อันเจิงเดินออกมาแล้วพูดขึ้น“ขนาดเด็กยังไม่กลัวล้ม ร้องไห้นิดหน่อยก็ดีขึ้นแล้ว แล้วลูกผู้ชายอกสามศอกแบบนี้จะไปกลัวอะไรโดนอัดนิดเดียว ร้องไห้สักหน่อยเดี๋ยวก็ดีขึ้นเองแหละ”

     

           ชายที่ถูกซ้อมหันมามองหน้าอันเจิงแวบหนึ่ง อันเจิงเห็นดังนั้นจึงถามขึ้น“เจ้าร้องไห้เป็นหรือไม่?”

     

            ชายคนนั้นชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะส่ายหน้า จากนั้นตู้โซ่วโซ่วจึงอัดเขาอีกรอบ จนชายคนนั้นร้องออกมาในที่สุด

     

            อันเจิงหันไปพูดกับคนที่ล้อมดูอยู่ “หากลูกของพวกเจ้าถูกคนผลักล้มและดูเหมือนฝ่ายตรงข้ามจะแข็งแรงกว่า พวกเจ้าจะทำอย่างไร?ส่วนใหญ่ก็คงกลั้นความโมโหนั้นไว้ใช่หรือไม่? แต่นี่มีคนช่วยพวกเจ้าสั่งสอนเขาแล้วสุดท้ายกลับถูกมองว่าทำเกินไป...ฉะนั้นคำที่เหมาะกับพวกเจ้าที่สุดก็คือ...ทุเรศ”

     

            ตู้โซ่วโซ่วพูดอย่างจริงจัง“ไม่ใช่แค่ทุเรศ แต่มันคือทุเรศที่สุด”

     

            ทุกคนที่มามุงดูต่างทำหน้าตาเบื่อหน่ายราวกับวันนี้ได้เห็นสัตว์ประหลาดอย่างนั้น

     

            ชายที่ดูเหมือนมีความรู้ด้านตำราพูดขึ้น“พวกเจ้าแข็งแกร่งจึงรังแกคนที่อ่อนแอกว่า ข้าจะเขียนเรื่องนี้ให้ทุกคนวิจารณ์นิสัยพวกเจ้า!”

     

            อันเจิงถามเขา “ข้อมูลเจ้ามากพอหรือไม่?”

     

            “เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”

     

            อันเจิงยกมือขึ้นแล้วชี้ไปที่เขา“อัดมันหน่อยสิ มันจะได้มีเรื่องเขียนมากขึ้น”

     

            จากนั้นชายกำยำหลายคนก็เดินเข้าไป อัดหนอนตำรานั่นจนเสื้อผ้ายับเยินหน้าตาปูดบวมไปหมด

     

            อันเจิงเดินไปยืนตรงหน้าหนอนตำราแล้วถามอีกครั้ง“ตอนนี้เจ้ายังกล้าเขียนเรื่องทำร้ายร่างกายอีกหรือไม่?”

     

            หนอนตำราร้องไห้พลางพูดขึ้น “ไม่กล้าแล้วๆ”

     

            อันเจิงถอนหายใจ “อย่างนั้นก็คงต้องอัดเจ้าเพิ่มอีกครั้งแล้วล่ะทีแรกหากเจ้ายังกล้าเขียนข้าก็นับถือใจเจ้านัก ตอนที่คนอื่นถูกซ้อมเจ้ากล้าเขียน แต่ทำไมเมื่อตัวเองถูกซ้อมกลับไม่กล้าเสียแล้วเล่าเช่นนั้นข้าเลยรู้สึกว่าอัดเจ้าอีกรอบจะเป็นอะไรไป และถ้าเจ้ากล้าเขียนเรื่องนี้จริงๆ ไม่แน่ข้าอาจจะคิดกลัวเจ้าขึ้นมาก็ได้”

     

            หนอนตำราชะงักไปชั่วขณะ“นี่มันเหตุผลอะไรกัน”

     

            “ไม่มีเหตุผล” อันเจิงตอบกลับ จากนั้นก็สั่งให้ลูกน้องอัดเขาอีกรอบ

     

            กลุ่มคนรอบด้านต่างถอยหลังกันหมดเพราะพวกเขาไม่มีใครรู้ว่าอันเจิงจะสั่งคนให้มาซ้อมตัวเองหรือไม่ ส่วนเด็กที่ถูกผลักล้มมารดาของเขาอุ้มเขาจากไปตั้งนานแล้ว

     

            อันเจิงไม่ได้ใส่ใจเรื่องพวกนี้หลายปีที่ผ่านมาเขาเจอเรื่องแบบนี้มามาก จึงไม่มีผลกระทบต่อจิตใจอีกต่อไปอันเจิงรู้สึกว่าหนอนตำราที่ถูกซ้อมยังไม่กล้าแสดงอารมณ์ออกมาได้เขาจึงพาชายคนนั้นไปที่ต้าฟางจาชัว

     

            เป็นอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิดต้าฟางจาชัวยังไม่ได้ปิดกิจการ แต่ถึงกระนั้นก็ไม่มีลูกค้าเลยสักคนเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานไม่ใช่เรื่องเล็ก จึงไม่มีใครกล้ามาติดต่อที่นี่อีกไม่ว่าจะเป็นการเช่าบ้านหรือซื้อบ้านก็ตาม ต่างก็เล่าต่อ ๆกันไปว่าต้าฟางจาชัวเป็นร้านเถื่อนที่หลอกเงินชาวบ้าน

     

            ชายที่เฝ้าประตูต้าฟางจาชัวเมื่อเห็นอันเจิงพาลูกน้องกว่ายี่สิบคนเข้ามา พวกเขาจึงหนีออกไปอย่างรวดเร็ว

     

            ในบ้านโจวว่านเชียนที่ถูกหักแขนเมื่อวานกับบิดาของโกวจ่านหลีและภรรยาของโกวจ่านหลีต่างก็กำลังปรึกษากันถึงเรื่องนี้อยู่พอดีทันใดนั้นก็รู้สึกราวกับมีภูเขาลูกใหญ่กำลังทับถมเข้ามา เมื่อหันหลังก็พบว่าอันเจิงพาลูกน้องเข้ามาถึงหน้าประตูแล้ว

     

            เมื่อเห็นอันเจิงโจวว่านเชียนกลั้นความกลัวไว้ไม่อยู่ตัวสั่นขึ้นทันที บิดาของโกวจ่านหลีโมโหมาก ส่วนภรรยาของโกวจ่านหลีก็ราวกับระเบิดลงนางควบคุมตัวเองไม่อยู่ ด่ากราดขึ้น “ไอ้พวกชั่ว พวกเจ้าควรถูกมีดแทงเป็นร้อย ๆแผล มาจากต่างถิ่นแล้วยังมาทำร้ายสามีของข้า ข้าจะสู้กับพวกเจ้าเอง!”

     

            นางกำลังจะพุ่งตัวเข้ามา ทันใดนั้นโจวว่านเชียนก็ยื่นมือออกไปบังไว้“โกวฮูหยิน ท่านอย่าวู่วามเด็ดขาด”

     

            อันเจิงมองไปรอบด้านภายในบ้านตกแต่งอย่างหรูหรา ข้าง ๆ ยังมีลูกน้องของตระกูลโกวอีกสิบกว่าคนทว่ากลับไม่มีใครกล้าก้าวออกมาสักคน

     

            ชายชุดดำยกเก้าอี้ให้อันเจิงนั่ง หลังจากเขานั่งลงแล้วก็มองไปที่พวกของต้าฟางจาชัวพลางพูดขึ้น“เมื่อวานข้าบอกให้พวกเจ้าปิดกิจการต้าฟางจาชัวนี่ แต่ดูเหมือนพวกเจ้าจะไม่เห็นข้าอยู่ในสายตาเลยสักนิดเอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ข้าให้พวกเจ้าอีกหนึ่งทางเลือก...ภายในเวลาหนึ่งเดือนไปหาตัวคนที่เคยถูกพวกเจ้าหลอกเงินมาทั้งหมด จากนั้นก็คืนเงินพวกเขาให้ครบซะ แล้วข้าจะไม่ทำร้ายใครอีกส่วนพวกเจ้าก็ออกจากเมืองฟางกู้นี้ไปแต่โดยดี เรื่องนี้ก็ถือว่าจบกัน”

     

            โจวว่านเชียนพูดด้วยน้ำเสียงลำบากใจ “ใต้เท้าท่านนี้ใช่ว่าเราไม่อยากฟังที่ท่านสั่ง แต่เราทำไม่ได้จริง ๆ”

     

            “เพราะอะไร?”

     

            “เพราะว่า...เพราะเราหลอกเงินคนมาเยอะมากพวกคนที่เข้ามาในเมืองฟางกู้ไม่ได้เป็นคนมีฐานะทุกคน ส่วนคนที่วางมัดจำกับเราพวกเราก็หลอกเอาเงินที่เหลือในตัวพวกเขามาจนหมด เมื่อพวกเขาไม่มีเงินแล้วเราก็ไม่ได้สนใจอีกคนพวกนั้นไม่มีเงิน ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาจะไปไหนกันหรืออาจ...หรืออาจตายไปแล้วก็ได้”

     

            อันเจิงพยักหน้า “ที่แท้เป็นแบบนี้นี่เอง...พวกเจ้ารู้สึกว่าคนที่ถูกหลอกให้วางเงินมัดจำเหล่านี้โง่เง่าง่ายต่อการหลอกเงินมาจนหมดตัวใช่หรือไม่? คนส่วนใหญ่เลยเป็นคนที่มาจากต่างถิ่นและไม่มีทางต่อกรพวกเจ้าได้คนเหล่านี้ไม่มีเงิน ไม่มีที่พึ่ง ฉะนั้นพวกเขาจะมีจุดจบอย่างไรพวกเจ้าก็ไม่รับรู้และไม่จำเป็นต้องรู้ด้วยสินะ หลายปีมานี้มีกี่คนที่ถูกพวกเจ้าหลอกจนหมดเนื้อหมดตัว กี่ครอบครัวที่อาจเสียใจตายกันทั้งบ้านแต่แน่นอนว่าพวกเจ้าก็คงไม่อยากรู้ใช่หรือไม่”

     

            “เกี่ยวอะไรกับเจ้า!” ภรรยาของโกวจ่านหลีพูดขึ้นแล้วเดินออกมาคิดจะฟาดมือไปที่หน้าของอันเจิง

     

            “หากเจ้ากล้าบีบคนในบ้านข้าตายข้าก็จะฆ่าเจ้าให้ตายไปด้วย”

     

            เพียะ!

     

            อันเจิงฟาดฝ่ามือเข้าที่ใบหน้าของนาง จนตัวนางกระเด็นออกไปราวสามเมตรถึงหยุดลงได้อันเจิงไม่ได้ใช้พลังวัตรในตัวเลยแม้แต่น้อย ยิ่งไปกว่านั้น เขาไม่ได้ใช้แรงทั้งหมดที่มีอีกด้วยไม่อย่างนั้นนางคงจะตายในทันทีแน่

     

            “แต่คนที่ถูกพวกเจ้าหลอกจนหมดตัวต่อกรกับพวกเจ้าไม่ได้เลยสักนิด”

     

            อันเจิงพูดเสียงเบา“นั่นเป็นเพราะพวกเจ้าชั่วกว่าพวกเขาอย่างไรเล่า คนเหล่านั้นจึงกลัวคนดีมักจะกลัวคนชั่วเสมอ โลกนี้ถึงมีแต่คนชั่วมากขึ้นเรื่อย ๆเจ้ายังกล้ามาโวยวายต่อหน้าข้าอีกรึเจ้าคงคิดว่าตัวเองเป็นผู้หญิงแล้วจะมาทำตัวงี่เง่าอย่างไรก็ได้สินะ?”

     

            นางนอนอยู่บนพื้น แต่ถึงกระนั้นปากก็ยังคงด่าทออย่างร้ายกาจ

     

            บิดาของโกวจ่านหลีพุ่งเข้ามา เพียะ!จากนั้นเขาก็ล้มลงบนพื้นตรงหน้าอันเจิง “ช่วยด้วย มีคนบุกเข้ามาฆ่าคนในบ้านข้าแล้วมันไม่เว้นแม้แต่ผู้หญิงกับคนแก่เลยด้วยซ้ำ มันตีข้าจนเกือบตาย...ช่วยด้วยรีบไปแจ้งหน่วยทหารมาจับมันเร็ว”

     

            อันเจิงหัวเราะ“ผู้หญิงบางคนนึกว่าตัวเองจะทำอะไรก็ได้ไม่มีใครกล้าว่า แต่ข้าก็เพิ่งตบนางไปส่วนเจ้าก็คงคิดว่าตัวเองแก่แล้ว ข้าคงไม่กล้าลงมือสินะ?”

     

            ชายชราชะงักไปชั่วขณะจากนั้นก็ด่าทอออกมา“ไอ้พวกระยำ ข้าขอสาปแช่งพวกเจ้าทุกคน ข้าอายุปูนนี้แล้ว ข้าไม่กลัวเจ้าหรอกต่อให้ข้าตายข้าก็จะลากเจ้าไปด้วยข้าอยู่เมืองฟางกู้มานานขนาดนี้ยังไม่เคยถูกใครรังแกมาก่อน ข้าไม่มีทางยอมถูกคนต่างถิ่นอย่างเจ้ารังแกแน่”

     

            อันเจิงมองไปด้านข้างแล้วหยิบสมุดบันทึกบนเก้าอี้ขึ้นมาจากนั้นก็ม้วนสมุดเล่มนั้นแล้วฟาดไปที่ปากของชายชราไม่กลัวตายทันที เพียงไม่นานเลือดก็ไหลนองออกมาเขาร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด แต่ยังมีท่าทีราวกับอยากลุกขึ้นมาสู้กับอันเจิงอีกทว่าก็ถูกอันเจิงกดเอาไว้ เพียะ ๆ ๆ ๆ ๆ

     

            “ปากร้ายนัก ก็ตีที่ปากนี่แหละ”

     

            อันเจิงลุกขึ้นยืน “แก่แล้วยังคิดจะมาลองดี?คนอื่นอาจหลงกลเจ้า แต่ไม่มีทางเป็นข้าแน่นอน”

     

            “กับคนใจสุนัขอย่างพวกเจ้า ข้าก็ไม่ได้หวังว่าจะยอมคืนเงินแก่เหยื่อพวกนั้นง่ายๆ พวกเจ้าไม่ได้ฆ่าคนทางตรง แต่ฆ่าคนทางอ้อม หลอกเงินคนอื่นจนสิ้นเนื้อประดาตัวเมื่อวานข้าให้คนไปสืบมาแล้ว มีไม่น้อยกว่าหกเจ็ดบ้าน ไม่ต่ำกว่าสิบชีวิตที่เสียไปฉะนั้นต่อให้พวกเจ้าตายจนหมด ก็ยังหักลบกับหนี้ที่ก่อไว้ไม่ได้ ตัวข้าเป็นคนใจบุญจะช่วยจ่ายหนี้ให้เอง”

     

            อันเจิงสั่งการ“เอาของมีค่าทั้งหมดในต้าฟางจาชัวออกมากองไว้ แล้วเขียนป้ายติดไว้หน้าบ้านใครที่เคยถูกต้าฟางจาชัวหลอกเงินไป เพียงมีหลักฐานหรือของมายืนยันว่าเคยถูกหลอกก็สามารถนำเงินคืนไปได้และบอกไปด้วยว่าคนในต้าฟางจาชัวอับอายขายหน้าจึงไม่กล้าสู้หน้าคนอื่นฉะนั้นพวกเขาเลยย้ายออกนอกเมืองฟางกู้ไปแล้ว”

     

            หลังจากพูดจบอันเจิงก็เดินออกไปข้างนอกจากนั้นก็ชะลอฝีเท้าแล้วนั่งยอง ๆ “เอาตัวโจวว่านเชียนกับคนอื่น ๆออกไปฝังนอกเมือง ที่นั่นคือบ้านเกิดของพวกเขา”

     

            เขาหันกลับไปมองพวกต้าฟางจาชัว“คนของข้ามีสิทธิ์ประคองคนแก่ข้ามถนน และมีสิทธิ์ฆ่าคนไม่ดูตาม้าตาเรือฉะนั้นใครอย่าตกเข้ามาอยู่ในกำมือข้าก็แล้วกัน พวกเจ้าจำเอาไว้หากใครกล้าทำเรื่องชั่ว ๆ อีก ข้าจะขุดหลุมให้พวกเจ้าข้างสามคนนี้เอง”

    คล้ายกับเรื่องสำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ระบบเปลี่ยนชีวิต

    ระบบเปลี่ยนชีวิต

    นิยาย แฟนตาซี
    627K 658
    จอมกระบี่กบฏสวรรค์

    จอมกระบี่กบฏสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5.35M 1277
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    กำเนิดเทพเจ้าเหนือยุทธ์

    กำเนิดเทพเจ้าเหนือยุทธ์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.18M 1115
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    781K 869
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912