และเมื่อเปิดไฟในห้องส่วนตัวให้สว่างขึ้นเขาก็ได้สบตากับรูปถ่ายของภรรยาที่ตั้งอยู่หัวเตียงไม่รู้ว่าจะเป็เพราะอุปาทานไปหรือเปล่าเมื่อเขารู้สึกว่าแววตาที่เคยหวานซึ้งของภรรยาบัดนี้ได้มองมาที่เขาราวกับจะตำหนิติเตียน
“เธออย่าโกรธพี่เลยนะนิตยาที่พี่ต้องหลอกลูกไปอย่างนั้น”
เขากล่าวพึมพำกับรูปถ่ายก่อนจะล้มตัวลงนอนแล้วหลับไปในที่สุด
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
“สิตาสิตาเอย สิตา”
ยุทธนาที่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเอาเมื่อสายโด่งกว่าที่เคยได้ผุดลุกขึ้นวิ่งออกจากห้องแล้วร้องเรียกบุตรสาวไปทั่วบ้าน
“อะไรคะพ่อ”
เสียงหญิงสาวขานออกมาจากในครัว
“เฮ้อโล่งอก พ่อนึกว่าลูกหนีไปรับจ้างที่ตลาดเสียแล้ว”
เขาถอนใจพรูเมื่อเข้าไปยืนเกาะขอบประตูครัวแล้วเห็นบุตรสาวสาละวนกับงานจิปาถะอยู่ในนั้น
“ก็เมื่อคืนพ่อบอกว่าจะให้หนูไปทำงานเป็คนใช้ที่บ้านเ้านายเก่าของพ่อไม่ใช่เหรอ”
หญิงสาวกล่าวเธอนอนคิดเื่นี้อยู่ทั้งคืนก่อนตัดสินใจที่จะไปตามที่พ่อ้า เพราะเงินเดือนที่แพงลิบลิ่วนั้นมันอาจจะทำให้เธอเก็บเงินมาปลูกบ้านหลังใหม่ได้เร็วขึ้นและหลังจากนั้นเธอยังจะอยากได้เงินอีกสักก้อนมาเปิดกิจการเล็กๆเป็ของตัวเองอีกด้วยเธอไม่คิดที่จะทำงานรับจ้างอย่างนี้ไปตลอดชีวิตหรอกอีกอย่างพ่อก็อายุมากขึ้นทุกวันเธออยากให้พ่อได้สุขสบายบ้างใน่บั้นปลายของชีวิตความฝันที่มีอยู่มากมายทำให้เธอต้องตัดสินใจไปเพื่อหาทางสานฝันนั้นให้เป็จริงขึ้นมา
“พ่อดีใจที่ลูกทำตามที่พ่อแนะนำ”
“แนะนำหรือว่าบังคับทางอ้อมกันแน่พ่อ”
หญิงสาวทำตาอย่างจะค้อนผู้เป็พ่อในขณะที่มือก็จัดการเช็ดจานชามที่พึ่งล้างเสร็จนั้นไปด้วย
“ลูกอย่าคิดอย่างนั้นสิบุญสิตาก็พ่อไม่อยากให้ลูกต้องไปวิ่งตะลอนๆอยู่ในตลาดั้แ่เช้ามืดจนถึงเย็นค่ำแล้วก็ได้เงินมาแค่ไม่กี่บาทนี่นาไหนจะต้องเสียความรู้สึกเวลาที่ถูกไอ้พวกแก๊งวัยรุ่นในตลาดมันแซวเอาอีก”
“พ่อก็รู้จักเป็ห่วงหนูด้วยเหรอ”
“อ้าวไอ้ลูกคนนี้ ฟังมันพูดเข้า พ่อเป็พ่อคนนะโว๊ยไม่ใช่พ่อหมาจะได้ไม่รู้จักห่วงลูกถึงพ่อจะไม่ใช่พ่อที่ดีเท่าไรนัก แต่พ่อก็รักลูกนะ”
คำพูดของพ่อทำให้บุญสิตาอดที่จะรู้สึกตื่นตันขึ้นมาไม่ได้มันก็จริงอย่างที่พ่อพูดนั้นแหละ ถึงพ่อจะไม่ใช่คนดีเท่าใดนัก แต่พ่อก็รักเธอมาก
และแม้ความรักของพ่อจะไม่ได้แสดงออกมาเหมือนกับพ่อของคนอื่นๆแต่เธอก็ยังััถึงมันได้อยู่ดี
“ก็เพราะอย่างนั้นไงหนูถึงได้เชื่อพ่อ”
หญิงสาวกล่าวสรุป
“แล้วนั้นลูกกำลังทำอะไรอยู่”
ยุทธนาถามเมื่อเข้าไปนั่งลงยังที่ว่างกลางห้องครัวที่มักใช้เป็ที่นั่งรับประทานอาหาร
“จัดทำทุกอย่างไว้ให้เรียบร้อยไงคะพ่อเดี๋ยวหนูไม่อยู่แล้วใครจะทำให้พ่อล่ะ”
คำกล่าวขณะที่ก้มหน้าก้มตาทำงานไปด้วยทำให้ยุทธนาถึงกับรู้สึกขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาเอาดื้อๆ
“ทำอย่างกับว่าพ่อเป็ง่อยอย่างนั้นแหละ”
เขาแกล้งพูดกลบเกลื่อนความรู้สึกตื้นตันของตัวเอง
“หนูรู้ละว่าพ่อไม่ได้เป็ง่อยแต่พ่อจะเอาแต่เมาแประจนไม่รู้จักดูแลบ้านดูแลตัวเองนะสิ”
“เออน่าพ่อก็รู้อยู่หรอกว่าอะไรเป็อะไร”
“หนูไม่อยู่พ่อต้องดูแลตัวเองให้ดีน่ะอย่ากลับบ้านดึกนัก กินข้าวให้ตรงเวลาด้วย เวลาออกไปขับแท็กซี่ก็ห้ามดื่มเหล้า”
“ตกลงว่าใครเป็พ่อใครเป็ลูกกันแน่ว่ะ”
ผู้เป็พ่อบ่นอุบกับคำสั่งเสียยืดยาวของบุตรสาว
“แล้วพ่อก็อย่าไปเล่นไพ่ที่บ่อนจนติดหนี้ติดสินให้ไอ้พวกนักเลงคุมบ่อนมันตามมาข่มเหงเอาน่ะ”
คำสั่งเสียต่อมาของหญิงสาวทำเอาคนฟังถึงกับสะดุ้งในใจเขาอยากบอกออกไปจริงๆว่ามันสายเกินไปแล้วลูกเอ๋ยแต่ยามนี้เขาก็ไม่ต่างอะไรกับน้ำท่วมปาก ได้แต่เสแกล้งพูดเื่อื่นมากลบเกลื่อน
“พูดมากจริงเว้ยลูกคนนี้ แล้วนี่ทำอะไรกินข้าวหรือยังล่ะพ่อชักหิวแล้วน่ะ”