คาทาริน่าตัดสินใจไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องลักพาตัวที่เกิดขึ้นแล้วปล่อยให้ปัญหาทั้งหมดเป็นการจัดการของพวกทหารและอัศวินไป ขณะที่เธอกำลังจะเข้านอนอยู่นั้นก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ก่อนจะมีเสียงให้เธอจำได้ว่าเป็นเสียงของเจ้าของโรงแรมกล่าวว่า
“คุณลูกค้าครับคือว่ามีคนมาขอพบครับ”
คาทาริน่ารู้สึกแปลกใจเดิมทีตั้งแต่ที่เธอมาเข้าพักที่โรงแรมก็มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยๆ มีผู้ชายมากหน้าหลายตาพยายามมาจีบเธอ จนสุดท้ายเธอต้องขอให้เจ้าของโรงแรมปฏิเสธการขอพบทุกครั้งซึ่งเจ้าของโรงแรมก็ปฏิเสธตามคำขอของเธอด้วยดี ทว่าตอนนี้เจ้าของโรงแรมกลับนำเรื่องนี้มาบอกเธอทำให้เธอรู้สึกสงสัยในตัวคนที่มาขอพบคนนี้ เจ้าของโรงแรมก็พูดอีกว่า
“เขาบอกว่าเป็นลูกน้องของคนที่ชื่อเจคครับ”
คาทาริน่าขมวดคิ้วทันทีเธอรีบเดินไปเปิดประตูก็พบกับเจ้าของโรงแรม ข้างหลังเขายืนไว้ด้วยผู้ชายคนหนึ่งที่ดูแล้วคุ้นหน้าคุ้นตาอยู่บ้าง พอคิดแวบหนึ่งก็จำได้ว่าเขาเป็นหนึ่งในลูกน้องของเจค ผู้ชายคนนั้นทันทีที่เห็นเธอเปิดประตูก็รีบพูดทันที
“คุณคาทาริน่าครับคือว่าพวกเราต้องการความช่วยเหลือจากคุณครับ”
“ความช่วยเหลือ?” คาทาริน่าสงสัยก่อนจะนึกถึงอะไรได้บางอย่าง ในหัวเธอนึกถึงใบหน้าของสาวน้อยคนหนึ่งที่มีผมสีน้ำเงินตาสีฟ้า แม้ว่าที่ผ่านมาเธอจะไม่เคยคุยกับผู้หญิงคนนั้นจริงจัง แต่เธอก็จำได้ถึงท่าทีทีที่เปี่ยมชีวิตชีวาของเธอ แม้เธอยังเอาแต่เรียกเจ้าชายของเมืองนี้ว่า ‘ไอ้ปีศาจ’ อยู่เสมอ
และเมื่อเป็นการตอกย้ำความคิดของเธอเมื่อผู้ชายคนนั้นพูดต่ออีกว่า
“หนูเนียทุกกลุ่มโจรลักพาตัวจับไปครับพวกเราต้องการความช่วยเหลือจากคุณที่เป็นนักเดินทาง ได้โปรดช่วยพวกเราด้วยเถอะครับ”
คาทาริน่าที่ได้ฟังก็รู้สึกตกใจไม่น้อยเธอไม่นึกเลยว่าหนึ่งในเด็กที่ถูกลักพาตัวไปจะเป็นเด็กคนนั้น เรียกได้ว่าถ้าไม่เกี่ยวข้องก็แล้วกันไปแต่ถ้าเกี่ยวข้องกันเมื่อไหร่ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะปล่อยผ่านไปได้ เธอรีบถามทันทีว่า
“แล้วได้บอกเรื่องนี้กับเจ้าชายหรือยัง”
เขาพยักหน้ารีบบอกว่า
“ลูกพี่เจคได้บอกแล้วครับดูเหมือนว่าตอนนี้กำลังประสานงานกับพวกอัศวินและทหารอยู่ แต่ลูกพี่เจคกลัวว่าเพียงเท่านี้อาจยังไม่พอจึงได้ขอให้ผมมาขอความช่วยเหลือจากคนที่เป็นนักเดินทางครับ”
คาทาริน่าที่เมื่อได้ฟังก็รู้สึกแปลกใจเพราะเธอค่อนข้างมั่นใจว่าเออร์วินก็คือคนแคระนักล่าค่าหัวที่เธอตามหา แม้ว่าจะมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ย้อนแย้งกันอยู่ก็ตามแต่กับคนที่ล่าค่าหัวมานักต่อนัก เรื่องแบบนี้ไม่ควรจะเหนือบ่ากว่าแรงด้วยซ้ำ ซึ่งถ้าเขาเป็นคนๆ นั้นจริงเขาก็ควรจะจัดการได้โดยที่ไม่ต้องมาขอความช่วยเหลือจากเธอ แต่ในเวลานี้ไม่มีเวลาให้เธอคิดมากเธอรีบพยักหน้าให้กับผู้ชายคนนั้นบอกว่า
“รับทราบแล้วเดี๋ยวฉันจะรีบจัดการทันที”
ผู้ชายคนนั้นรีบทำการขอบคุณด้วยความจริงใจคาทาริน่าสังเกตท่าทางของเขาก็ไม่พบเห็นพิรุธหรือร่องรอยที่บ่งบอกว่าเป็นการเสแสร้งเลยแม้แต่น้อย เมื่อลูกน้องของเจคจากไปประตูห้องข้างๆ เธอก็เปิดออก เป็นแบรดที่ชะโงกหน้าออกมาแล้วถามว่า
“มีอะไรหรอครับท่านคาทาริน่า”
คาทาริน่าตอบว่า
“หนึ่งในเด็กที่ถูกลักพาตัวไปเป็นเด็กผู้หญิงที่อยู่กับพวกเจคน่ะสิ”
แบรดนึกแวบหนึ่งแล้วก็เดาออกกว่าเป็นเด็กผู้หญิงผมสีน้ำเงินตาสีฟ้าที่ชื่อว่าเนียคนนั้นแต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้พูดอะไร เจมส์ก็รีบชะโงกหน้าออกมาพูดด้วยความแตกตื่นว่า
“อะไรนะครับยัยเด็กนั่นถูกลักพาตัวไปเหรอครับพวกเราต้องรีบไปช่วยเธอนะครับท่านคาทาริน่า”
คาทาริน่ากับแบรดมองหน้าเจมส์ด้วยสายตาเหลือเชื่อ ทั้งที่เมื่อก่อนเป็นคนๆ นี้เป็นคนที่ตัดสินคุณค่าและความสำคัญของผู้คนจากพลังเวทย์ที่คนๆ นั้นมี แต่ไม่นึกเลยว่าเสียเวลาไม่นานเจมส์คนนี้จะแสดงท่าทีเป็นห่วงเนียที่เป็นเด็กผู้หญิงผู้มีพลังเวทย์อ่อนด้อยได้ขนาดนี้
แบรดหันกลับมามองคาทาริน่าก่อนจะถามว่า
“จะให้บอกเขาดีไหมครับ”
คาทาริน่าส่ายหน้าปฏิเสธเล็กน้อย
มีเรียที่ตอนนี้อยู่ในกรงกำลังมองการต่อสู้ของคนที่เธอดูถูกและเอาแต่เรียกเขาลับหลังว่าเจ้าชายขยะด้วยความไม่อยากเชื่อ แม้ว่าตอนนี้คนๆ นี้จะยังเหลือคู่ต่อสู้อีกตั้งสองคนและยังไม่มีทีท่าว่าจะเพลี่ยงพลํ้าแต่อย่างใด ทว่าอีกฝ่ายก็ยังไม่เห็นวี่แววของชัยชนะเช่นกัน คนหนึ่งคอยสร้างหมัดจากพื้นดินโจมตีหรือไม่ก็ใช้สร้างมือยักษ์เพื่อจับกุม อีกคนนึงเป็นโซ่ที่เน้นการโจมตีอย่างรวดเร็วและฉาบฉวย แต่ก็ไม่มีการโจมตีข้างในเลยที่เฉียดถูกตัวเด็กชายเลยแม้แต่น้อย
มีเรียมองการต่อสู้ของเขาด้วยสายตาที่เหม่อลอยจดจำทุกการเคลื่อนไหวไม่ว่าจะเป็นการหลบหลีกหรือการสวนกลับ เธอยังสังเกตได้ว่าแม้จะถูกเล่นงานทีเผลออยู่บ่อยครั้งแต่ทุกครั้งเจ้าชายจะหลบได้และโจมตีคืนอยู่เสมอ และถึงแม้จะเป็นการถูกรุมแบบ 2 ต่อ 1 สีหน้าของเจ้าชายกลับไม่เคยให้เห็นถึงความยุ่งยากลำบากใจเลยแม้แต่น้อย ถึงจะบอกว่าที่เจ้าชายสู้มาได้ถึงขนาดนี้เป็นเพราะมีอาวุธรูปร่างประหลาดอยู่ในมือ แต่เธอที่เคยฝึกการต่อสู้มาก่อนถึงรู้ว่ามันไม่ใช่แค่นั้นแน่ ทั้งความรวดเร็วในการตอบสนองตอบสนองรูปแบบการเคลื่อนไหวล้วนแต่น่าทึ่งและไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาทั่วไปจะทำได้ ไม่สิไม่ใช่หรอกเธอไม่เคยเห็นใครที่มีประสาทสัมผัสเฉียบคมขนาดนี้มาก่อน เธอมั่นใจว่าถ้าเป็นเธอต้องรับมือทั้งสองคนพร้อมกันคงไม่แคล้วถูกจับอีกรอบเป็นแน่
“เจ้าชายแข็งแกร่งขนาดนี้เชียว…” มีเรียพึมพำออกมาในวินาทีนั้นเธอนึกถึงคำพูดของไลลาที่ว่าให้เธอไปขอคำแนะนำจากเจ้าชาย เธอเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไม ขณะที่มีเรียกำลังจมอยู่ในห้วงความคิดก็ได้ยินเสียงเนียพูดเสริมคำพูดของเธอว่า
“บอกแล้วไงว่าไอ้ปีศาจน่ะเก่งมากทีนี้เชื่อหรือยัง”
มีเรียหันมามองเด็กผู้หญิงที่ตอนนี้ยังคงหมอบอยู่กับพื้นแม้ว่าควันจากลูกบอลเหล่านั้นจะจางหายไปหมดแล้วก็ตาม เธอมองอีกฝ่ายด้วยสายตาสงสัยไม่เข้าใจว่าทำไมเด็กผู้หญิงคนนี้ถูกรับรู้ถึงความสามารถที่แท้จริงของเจ้าชายในขณะที่เธอพูดไปถึงอัศวินฝึกหัดและลูกสาวของดยุคกลับไม่รู้เรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย มีเรียนึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้นั่นก็คือท่าทีเขาออกัสและไลลาต่างก็แสดงความเคารพในตัวเจ้าชายจากใจจริงทั้งยังไม่เคยนินทาเจ้าชายลับหลังอีกด้วย เดิมทีเธอก็สงสัยในเรื่องนี้อยู่เสมอว่าทำไมทั้งสองคนถึงให้ความเคารพเจ้าชายที่ไม่มีอะไรดีเลยสักอย่างนอกจากฐานะแค่นั้น แต่มาตอนนี้เธอรู้แล้วว่าเพราะทั้งสองคนรู้ถึงความสามารถที่แท้จริงของเจ้าชายตั้งแต่ต้น กลับกันแล้วเป็นเธอต่างหากที่ไม่รู้อะไรเลย
เออร์วินดีดตัวหลบดาบปลายโซ่ที่พุ่งเข้ามาพร้อมกับยิงสวนไปอีก 2 นัด เมื่อเขาตั้งหลักได้ก็ทำการปลดลูกโม่ตั้งปืนเพื่อให้ปลอกกระสุนทั้งหมดร่วงลงมา
ชายชราที่เห็นดังนั้นเขาก็คิดอะไรได้บางอย่างจึงรีบตะโกนบอกพวกพ้องว่า
“ตอนนี้แหละรีบจัดการมันซะอย่าให้มันบรรจุกระสุนใหม่ได้”
เออร์วินรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยทั้งที่คนๆ นี้ควรจะพึ่งเห็นระบบปลอกกระสุนเป็นครั้งแรก ในกับคาดเดาได้ว่าเขากำลังทำอะไรทันใดนั้นเองพื้นดินที่เขาเหยียบกำลังขยับ เออร์วินก็รีบดีดตัวออกมาทันทีก่อนที่จะถูกมือยักษ์ขนาดใหญ่จับตัวได้ ในเสี้ยววินาทีนั้นดาบติดปลายโซ่ก็พุ่งมาหาเขาอีกรอบแต่คราวนี้มันไม่พุ่งมาเส้นเดียวแต่กลับพุ่งมาถึง 3 เส้น เออร์วินที่ยังคงยิ้มเล็กน้อยหมุนตัวพร้อมกับเบี่ยงตัวหลบ 3 ครั้งติด ต่อกันทำให้ดาบติดปลายโซ่ทั้ง 3 เล่มผ่านตัวเขาไป ซึ่งทุกครั้งที่หลบเขาก็ไม่หลบเปล่าแต่ยังคงหยิบกระสุนปืนจากเข็มขัดขึ้นมาทำการรีโหลดไปด้วยในตัว
ความจริงแล้วที่เออร์วินถนัดมากที่สุดคือลูกปืนระบบแม็กกาซีนเพราะทั้งบรรจุกระสุนได้เยอะกว่าและรีโหลดได้อย่างรวดเร็ว แต่สาเหตุที่สั่งทำปืนลูกโม่นั้นเพราะปืนระบบแม็กกาซีนยังคงซับซ้อนเกินไปไม่ใช่คำว่าเขาไม่รู้ระบบกลไกแต่หลายสิ่งหลายอย่างมันยังไม่พร้อมในตอนนี้ มันเลยทำให้เขาต้องสั่งทำปืนลูกโม่แทนแต่แม้จะเป็นอย่างนั้นด้วยทักษะที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างชำนาญแม้ว่าจะเป็นการเกิดใหม่ แต่เหมือนกับว่าทักษะหลายอย่างมันฝังอยู่ในจิตวิญญาณ ทันทีที่เขาได้จับปืนลูกโม่ความรู้สึกหลายอย่างก็หวนคืนมา แม้ว่าจะไม่เร็วเท่ากันรีโหลดแบบปืนที่ใช้ระบบแม็กกาซีนแต่ก็ถือว่ารวดเร็วมากอยู่ดี ก่อนที่กำปั้นดินจะพูดออกจากพื้นเข้าใส่เขาเออร์วินก็ทำการรีโหลดกระสุนเสร็จพอดีแล้วทำการดีดตัวหลบพร้อมกับยิงสวนไป 2 นัด
เมื่อเสียง ปัง! ปัง! ดังขึ้นร่างของโจรที่ใช้เวทย์ดินก็ล้มลงกับพื้น ชายชราที่ไปหน้ามีรอยแผลเมื่อเห็นดังนั้นก็รู้สึกตรึงเครียดขึ้นมา พบว่าลางสังหรณ์ของเขานั้นไม่ผิดเพี้ยนเลยแม้แต่น้อยอีกฝ่ายแม้จะเป็นเด็กอายุ 10 ขวบ ทั้งยังมีพลังเวทย์อ่อนด้อยแต่ก็นับเป็นตัวอันตรายโดยแท้
เออร์วินยิ้มมองชายชราแล้วพูดกับเขาด้วยอารมณ์ที่เดาไม่ออกว่า
“เหลือแค่คุณกับผมแล้วนะครับ”
ชายชราจ้องมองเด็กชายพบว่าตอนนี้เขาอยู่บนหลังเสือคงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจัดการเด็กคนนี้ เขาสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ทันใดนั้นโซ่ที่มีดาบติดที่ปลายก็พุ่งออกมาจากตัวเขาอีก 2 เส้น ดาบปลายโซ่ทั้งสองพุ่งเข้าหาเออร์วินอย่างรวดเร็ว แต่เออร์วินก็หลบได้อย่างทันท่วงทีพร้อมกับลั่นไกไปอีก 2 ครั้ง
ปัง! ปัง! กระสุนทั้ง 2 นัดปะทะเท่ากับโซ่ที่มาขวางกั้นไว้
เด็กชายแสยะยิ้มก่อนจะพุ่งตัวออกด้านข้างเพื่อหลบโซ่ที่พุ่งเข้ามาแล้วพุ่งเข้าหาชายชราอย่างรวดเร็ว อีกฝ่ายก็ไม่ยอมน้อยหน้าแม้ว่าคู่ต่อสู้จะเป็นเด็กดาบปลายโซ่พุ่งเข้าใส่เออร์วิน แต่เออร์วินแก้ปัญหาด้วยการกลิ้งตัวไปด้านหน้าทำให้ดาบปลายโซ่เหล่านั้นพลาดตัวเข้าไป จนเมื่อตั้งหลักได้เออร์วินก็พุ่งเข้าหาชายชราต่อพร้อมกับลั่นไกไปอีก 3 ครั้ง
ปัง! ปัง! ปัง!
กระสุนทั้ง 3 นัดปะทะโซ่หมด เออร์วินแปลกใจเล็กน้อยก่อนจะดีดตัวถอยหลังเพื่อหลบดาบปลายโซ่ทั้งสองที่พุ่งเข้ามา จนเมื่อหลบได้แล้วก็ใช้สายตามองชายชราแล้วพูดพึมพำออกมาว่า
“งี้นี่เองดูเหมือนว่าโซ่จะทำหน้าที่เป็นบาร์เรียด้วยสินะยุ่งยากกว่าที่คิดนะเนี่ย” ความจริงเขาสังเกตมาพักหนึ่งแล้วเพราะกระสุนทุกนัดที่ยิงเข้าไปจะปะทะเข้ากับโซ่ที่มาขวางกั้นไว้ จริงอยู่ว่ากระสุนของเขามันมีขนาดเล็กแต่โซ่ที่ขวางกั้นก็เล็กเช่นกัน ถ้าปะทะเท่ากันทั้งสองครั้งยังพอเข้าใจได้แต่ไม่มีทางที่จะปะทะกันทุกครั้งที่เออร์วินยิงไป เห็นได้ชัดว่ารอบตัวอีกฝ่ายต้องมีโซ่ที่ทำหน้าที่เป็นบาร์เรียคุ้มกันอีกชั้นหนึ่ง “รุกและรับงั้นเหรอ” เออร์วินพึมพำออกมาแล้วก็ผิวปากเป็นเพลงจิงเกิลเบลอีกครั้งก่อนจะพุ่งเข้าหาชายชรา
ชายชรามองเด็กชายตรงหน้าซึ่งความจริงเขาก็สังเกตมาพักหนึ่งเช่นกันคว่ำเด็กตรงหน้านี้ไม่เพียงดูจะคุ้นเคยกับการต่อสู้แบบเสี่ยงชีวิต ซึ่งสังเกตได้จากสัญชาตญาณระวังภัยที่การโจมตีของเขาไม่ว่าจะรวดเร็วและแม่นยำขนาดไหนก็ไม่ถูกตัวอีกฝ่ายเลยแม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งมันช่วยตอกย้ำถึงลางสังหรณ์ของเขาแต่นั่นกลับมีสิ่งหนึ่งที่ย้อนแย้งนั่นก็คือ ไม่มีคนใดเลยในพวกฟ้องของเขาที่จะเสียชีวิตด้วยเงื้อมือของเด็กคนนี้ ซึ่งมันสร้างความฉงนงงงวยให้เขาเป็นอย่างยิ่งแต่ก็ไม่มีเวลาให้เขาคิดเยอะเมื่ออีกฝ่ายพุ่งเข้ามาชายชราก็ไม่คิดจะออมมือ ถึงแม้ว่าการจับเด็กคนนี้ไปขายอาจจะได้ราคาดีแต่เขาก็ไม่คิดจะเสียชีวิตเด็ดขาดตราบใดที่ลางสังหรณ์อันตรายของเขายังทำงานอยู่แบบนี้
ดาบปลายโซ่ทั้ง 5 เล่มพุ่งเข้าหาเด็กผู้ชาย
เออร์วินดีดตัวหลบออกด้านข้างหลบดาบปลายโซ่เล่มนั้นแล้วพุ่งเข้าหาอีกฝ่ายต่อดาบปลายโซ่ 2 เล่มก็พุ่งเข้ามารอบนี้เออร์วินกลับกระตุ้นมานาด้วยเทคนิคย่างก้าวเงาภูติของเขาทำให้ดาบปลายโซ่ 2 เล่มปะทะกันเองเยอะขนาดที่ตัวเขานั้นพุ่งเข้าหาชายชราด้วยความรวดเร็ว
ชายชราที่เห็นดังนั้นก็หน้าซีดทันทีเมื่อพบว่าเด็กชายเคลื่อนไหวด้วยความรวดเร็วเช่นนั้น
“เวทย์เร่งความเร็ว?” เขาพึมพำออกมาตลอดการสู้กันเขาให้ไม่เคยเห็นอีกฝ่ายใช้เวทย์มนต์เลยแม้แต่น้อย ซึ่งเขาก็ไม่แปลกใจเพราะในตอนที่อยู่ในเมืองไพร์ล็อกย่อมเคยได้ยินกิตติศักดิ์เจ้าชายขยะคนนี้ดี ว่าเป็นแค่เศษขยะที่มีพลังเวทย์อ่อนด้อย แต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายใช้เวทมนต์กลับเป็นเวทย์เร่งความเร็ว เป็นธรรมดาที่เขาจะรู้สึกตกใจแต่ก็ไม่มีเวลาให้คิดมาก
ดาบปลายโซ่อีก 2 เล่มพุ่งเข้าหาเออร์วิน แต่เด็กชายกลับกลิ้งหลบออกข้างอย่างรวดเร็วทำให้ดาบปลายโซ่ทั้งสองพลาดตัวเขาไป เมื่อตั้งหลักได้แล้วก็ใช้วิชาย่างก้าวเงาภูติพุ่งเข้าหาอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วจนอยู่ในระยะห่างกันไม่ถึง 2 เมตร พร้อมกับเล็งปากกระบอกปืนไปที่ชายชราก่อนจะเหนียวไกไปถึง 4 นัดติด ยังไม่ทันที่อีกฝ่ายจะควบคุมให้ดาบปลายโซ่พุ่งเข้ามาโจมตีเออร์วินเสียงก็ดังขึ้น 4 ครั้ง
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
ทันทีที่เสียงดังขึ้นโซ่ที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าชายชราเพื่อขวางกระสุนปืนพลันแตกกระจายก่อนจะตามด้วยเสียงดังอีกหนึ่งครั้ง ปัง! ทันใดนั้นก็มีเลือดพุ่งออกมาจากหน้าท้องของเขา ชายชราใบหน้าตื่นตกใจอย่างไม่อยากเชื่อสายตา เขาไม่ได้เคยคิดว่าโซ่ของเขาจะเป็นสิ่งที่ไม่มีวันถูกทำลาย แต่จุดเด่นของมันก็คือเมื่อถูกทำลายมันจะก็ฟื้นสภาพขึ้นมาใหม่ตราบใดที่มานาของเขายังมีเหลือ แต่นั่นก็เป็นในกรณีที่กำลังทำลายมีมากเพียงพอและก็พิสูจน์แล้วว่าการโจมตีของอีกฝ่ายมันไม่เพียงพอที่จะทำลายโซ่ของเขา แต่เมื่อคู่นี้การโจมตีทั้ง 4 ครั้งของเด็กคนนี้ล้วนเล็งมาที่จุดเดียวซึ่งโซ่ของเขากันมันได้แค่ 3 ครั้งจนเมื่อครั้งที่ 4 โซ่ก็แตกกระจาย และเมื่อมีครั้งที่ 5 การโจมตีของอีกฝ่ายก็มาถึงตัวเขา
ชายชราก้าวถอยหลังไปสองก้าวแต่ดาบติดปลายโซ่กลับยังพุ่งเข้าใส่ด้านหลังของเด็กชายเห็นได้ชัดว่าการโจมตีเพียงเท่านี้ยังไม่สามารถจัดการเขาได้ เออร์วินก็ไม่ได้มีทีท่าจะหลบดีเขาหันปากกระบอกปืนขึ้นปลดลูกโม่แล้วทำการรีโหลดกระสุนทั้งที่เขายังยิงไม่หมด
พฤติกรรมของเขาย่อมสร้างความฉงนให้กับชายชราไม่น้อยแต่เขาไม่สนใจที่จะยั้งมือเลยแม้แต่นิด ส่วนมีเรียกับเนียที่อยู่ในกรงก็ยิ่งรู้สึกตื่นตกใจร้องออกมาว่า
“เจ้าชายระวัง!!!”
“ไอ้ปีศาจหลบเร็ว”
เออร์วินที่รีโหลดกระสุนเสร็จแค่กระบอกเดียวก็รีบดีดตัวขึ้นพร้อมกับตีลังกาข้ามหัวชายชราหลบดาบปลายโซ่เหล่านั้นได้อย่างฉิวเฉียด ซึ่งในเวลานั้นเขาก็หันปากกระบอกปืนไปที่อีกฝ่ายแล้วทำการลั่นไก 6 ครั้งติด
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!