ภัตตาคารหย่งเล่อสาขาตำบลหลงซียามนี้ด้านหน้ามีลูกค้ามาเยือนจนแออัด สาเหตุก็เกิดจากลูกพลับสดใหม่ผลใหญ่น่ารับประทานนั่นเอง
ฮ่าวหลงจู๊มาดูแลการขายด้วยตนเอง ลูกพลับสดใหม่หนึ่งเดียวที่มีในท้องตลาดยามนี้แน่นอนว่าราคาต้องสูงเป็นธรรมดา ถึงราคาจะสูงแต่ลูกค้าก็ยื้อแย่งกันจนต้องรีบจัดระเบียบ
“ทุกท่านโปรดอยู่ในความสงบ ผู้ใดก่อปัญหาเสี่ยวเอ้อจะจับโยนออกไปแล้วห้ามให้คนผู้นั้นเข้ามาซื้ออีกต่อไป”
“ท่านอย่ามัวแต่พล่ามอยู่เลยรีบขายเถิด นายท่านข้าต้องการลิ้มลองลูกพลับสดใหม่” เสียงพ่อบ้านของครอบครัวเศรษฐีในตำบลตะโกนขึ้น
“ลูกพลับสดใหม่หวานกรอบ พวกเราขายอยู่ที่จินละหนึ่งร้อยเหวิน” ผู้ดูแลฮ่าวยังต้องการบอกราคาให้ทุกคนรับรู้
“พวกข้ารู้แล้ว! เจ้าขึ้นป้ายบอกแล้ว รีบขายเถิด”
ฮ่าวหลงจู๊กำลังจะอ้าปากพูดต่อจำต้องหุบปากทันใด ลูกค้าพวกนี้ช่างใจร้อนเสียจริง อยากซื้อไปเอาความดีความชอบกับเจ้านายล่ะสิ
เมื่อเริ่มขายลูกค้ารายแรกก็แผลงฤทธิ์สั่งหนึ่งร้อยจิน ฮ่าวหลงจู๊จำต้องรีบห้าม “ซื้อได้มากสุดคนละยี่สิบจินขอรับ” หางแถวยาวขนาดนี้หากไม่จำกัดคงกระจายสินค้าไม่ทั่วถึง
“คราหน้าเจ้าต้องเอามาขายให้มากกว่านี้ เจ้านายในจวนที่ข้าทำงานอยู่มีห้าสิบกว่าชีวิต ยี่สิบจินจะไปพอได้อย่างไร”
เสียงบ่นของสตรีที่น่าจะเป็นแม่บ้านประจำจวนผู้มีอันจะกินทำให้ฮ่าวหลงจู๊ปวดขมับ
“จ่ายเงินแล้วถอยออกไปให้คนอื่นสั่งบ้าง” คนที่อยู่ด้านหลังดันคนแรกที่มัวแต่พล่ามออกไปนอกแถว เพื่อที่ตัวเองจะได้สั่งต่อ
“ข้าซื้อสิบจินพอ”
“ข้าห้าจิน”
“ข้ายี่สิบจิน”
“ข้าขอซื้อไปลิ้มลองพอให้หายอยากจินเดียวก็แล้วกัน”
ฮ่าวหลงจู๊มองลูกพลับจำนวนสามพันจินที่ขายออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่แปลกใจที่จะขายออกได้เร็วเพียงนี้ ดูผลสิ เคยเห็นลูกพลับที่ใดผลใหญ่น่าทานเพียงนี้ รูปลักษณ์ภายนอกว่าดึงดูดแล้ว รสชาติก็หอมหวานไม่ทำให้ผู้ซื้อผิดหวัง
คุณหนูไปเอาพันธุ์มาจากที่ใดทำไมตนถึงไม่เคยเห็นพลับผลใหญ่อย่างนี้มาก่อน ทั้งที่เคยท่องไปทั่วหล้าตั้งแต่เหนือจรดใต้ แม้กระทั่งทุ่งหญ้ายังเคยไปมาแล้วแต่ไม่เคยเห็นพลับผลใหญ่เพียงนี้
จ้าวลู่ชิงนั่งเล่นอยู่ในศาลาขนาดใหญ่บริเวณสระบัวกับครอบครัว ลมเย็น ๆ พัดโชยพอให้ได้คลายร้อน พลับที่ถูกปอกเปลือกวางเรียงอยู่ในจาน
ผูเถาผลโตหวานฉ่ำทำให้ทุกคนเพลิดเพลินไปกับมัน การใช้ชีวิตเรียบง่ายช่างแสนสบายจนแทบลืมความวุ่นวายที่เกิดขึ้นในอดีต
จ้าวเฉิงกับบุตรชายเดินหมากประลองความรู้กันโดยมีจ้าวลู่เสียนนั่งมองอยู่ด้านข้าง ผู้หนึ่งเคยเป็นอดีตขุนนางฝ่ายบู๊อีกคนเคยเป็นอดีตขุนนางฝ่ายบุ๋น ทว่าทั้งสองต่างปราดเปรื่องในทั้งสองด้าน
จ้าวเฉิงไม่ต้องการให้บุตรชายเพียงคนเดียวนำชีวิตไปเสี่ยงคมหอกคมบาดเพื่อก้าวเป็นขุนนางฝ่ายทหาร จึงผลักดันให้บุตรชายใช้ความรู้ความสามารถสอบเป็นขุนนางฝ่ายพลเรือน
เฝิงเหล่าฮูหยินนั่งมองเด็กน้อยบ้านชางที่คลานเล่นกับลูกสิงโต จ้าวลู่ชิงบีบนวดไหล่ให้มารดา
“ไม่รู้ว่าหลานชายคนโตข้าจะเป็นอย่างไรบ้าง”
หญิงชรานั่งมองครอบครัวที่อยู่กันอย่างสงบสุขยกเว้นหลายชายคนโตเป็นทหารอยู่ที่โยวโจว หากเลือกได้นางอยากให้หลานชายมาอยู่ที่นี่ด้วยกัน ละทิ้งหน้าที่อันตรายพวกนั้น
“อาจื้อจะเป็นอย่าไรบ้าง” จ้าวฮูหยินน้ำตาคลอเมื่อคิดถึงบุตรชายคนโต
“ท่านแม่ชิมผูเถาเจ้าค่ะ” ยัดผูเถาใส่ปากมารดาเพื่อให้ท่านลืมความทุกข์จากการคิดถึง
“อืม หวานกรอบมาก แม่นึกถึงท่านยายของเจ้า หากนางได้ทานบ้างก็คงดี”
“ท่านแม่ชิมลูกพลับเจ้าค่ะ”
จ้าวฮูหยินอ้าปากรับผลไม้ที่บุตรสาวป้อนให้พลันความคิดถึงก็ถูกความอร่อยทำให้หลงลืมเพราะมัวแต่เคลิบเคลิ้มกับรสชาติ
หญิงชรามองสิ่งที่หลานสาวทำแล้วยิ้มขำ ลูกสะใภ้นางช่างเป็นสตรีประเภทมีของอร่อยเข้าปากแล้วหลงลืมเรื่องทุกข์
“เจ้าไปบอกชาวบ้านเรียบร้อยแล้วใช่ไหม” ถามบุตรสาวถึงเรื่องแรงงานที่จะจ้างมาทำลูกพลับแห้งกับขึ้นไปเก็บผลผลิตในสวนบนเขา
“จัดการเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ”
“เจ้าจะทำลูกพลับแห้งขายมากกว่าขายผลสด”
“ใช่แล้วเจ้าค่ะท่านย่า ลูกพลับแห้งหากใส่กล่องสวยงามราคาแพงมากนะเจ้าคะ ของหายากถึงเพียงนี้เราจะตั้งราคาเท่าไหร่ก็ได้ พวกเศรษฐีล้วนไม่ตระหนี่กับเงินเพียงเล็กน้อย เก็บไว้เป็นของฝากวันปีใหม่ก็ยังได้”
“หัวสมองเจ้านี่ช่างเฉลียวฉลาด”
“ข้าเฉลียวฉลาดเหมือนท่านย่าเจ้าค่ะ แต่ก่อนหากจวนไม่ได้ท่านย่าที่มีหัวการค้าพวกเราจะเอาเงินจากที่ใดมาใช้จ่าย”
“เจ้าช่างรู้จักเอาใจคนแก่” ลูบศีรษะหลานสาวที่คลานมานอนหนุนตัก
“เหตุใดลูกพลับถึงได้ให้ผลผลิตในยามนี้” จ้าวฮูหยินเอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัย ปกติพลับจะให้ผลผลิตในช่วงฤดูหนาวมิใช่หรือ
“สงสัยเป็นเพราะสายพันธุ์ของมันเจ้าค่ะ ทางใต้ก็มีสายพันธุ์ที่ให้ผลผลิตยามนี้”
จ้าวลู่ชิงก็มิทราบว่าเพราะเหตุใดพลับถึงสามารถเก็บเกี่ยวได้ในช่วงนี้ น่าจะขึ้นอยู่กับสายพันธุ์หรือไม่ นางก็ไขปริศนาข้อนี้ไม่ได้ ทว่ามันกลับเป็นผลดีต่อพวกนาง
“หากมีเวลาว่างข้าอยากไปเยือนบ้านเกิดของท่านย่าสักครั้ง ข้าคิดถึงท่านปู่ใหญ่กับท่านปู่รองเจ้าค่ะ” รีบเฉไฉเปลี่ยนเรื่องคุย ก่อนความลับอันมากมายในตัวนางจะถูกสงสัย
“เจ้าคิดถึงของฝากหายากที่ท่านปู่นำมาให้ทุกครั้งล่ะสิ” พี่ชายของนางทั้งสองตั้งรกรากจนมั่งคงอยู่ที่บ้านเกิด ไม่รู้ว่ายามนี้เป็นเช่นไรบ้าง
จ้าวลู่ชิงนอนครุ่นคิด ท่านปู่กับท่านย่ามีญาติพี่น้อง มิตรสหายมากมายทว่าไม่มีผู้ใดยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือในยามลำบากเลยสักคน นางเพิ่งรู้อย่างแน่ชัดว่าสาเหตุที่ไม่มีผู้ใดยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือก็เพราะท่านปู่ของนางส่งจดหมายสั่งห้ามไม่ให้คนพวกนั้นเข้ามายุ่งเกี่ยว กลัวว่าจะถูกดึงเข้ามารับเคราะห์ไปด้วย
ซูเจินกับซูเซียงและบ่าวคนอื่น ๆ นำน้ำผูเถาเย็น ๆ เข้ามาบริการเจ้านายของบ้าน
พวกบ่าวทุกคนรวมไปถึงพลเงาต่างได้ลิ้มลองผลไม้เช่นเดียวกับเจ้านาย บ่าวที่ดื้อดึงจะตามมายังหมู่บ้านให้ได้ต่างคิดว่าพวกตนโชคดี อาหารการกินยามอยู่ที่นี่อุดมสมบูรณ์กว่าอยู่ที่จวนเดิมเสียอีก
“พวกเจ้าสองคนมาดื่มน้ำผูเถาเย็น ๆ ก่อน” จ้าวลู่ชิงเรียกเด็กน้อยทั้งสอง
“ให้ต้าอวี้กับต้าจินดื่มด้วยได้ไหมเจ้าคะ” ชางหลินติดลูกสิงโตแน่นหนึบ จนตอนกลางคืนนางอยากเข้าไปนอนในกรงกับมัน หากไม่ห้ามไว้นางคงเข้าไปนอนจริง ๆ
“มีของต้าอวี้กับต้าจินด้วยเจ้าค่ะ” ซูเซียงวางถ้วยน้ำผูเถาให้กับสัตว์หน้าขนทั้งสอง
ลิ้นเล็ก ๆ เลียน้ำในถ้วยเหมือนรับรู้ว่าเป็นของพวกตน สัตว์ทั้งสองฉลาดยิ่งนักราวกับรู้ว่ามนุษย์กำลังพูดอันใด
“พวกข้าไม่อยากกลับบ้านเลยเจ้าค่ะ” ชางเหลียนปิดปากหัวเราะอย่างมีความสุขที่ได้อยู่ที่นี่
“รอไปอีกสักพักก่อนเถิด พวกเจ้าจะร้องไห้คิดถึงคนที่บ้าน” หญิงชราจับใบหน้าเด็กทั้งสองที่ยังคงสนุกกับการอยู่ที่นี่ ผ่านไปสักพักคงต้องคิดถึงคนที่บ้าน
“เด็กตามชนบทช่างใช้ชีวิตกันอย่างยากลำบากเสียจริง”
จ้าวฮูหยินมองใบหน้าที่เริ่มพองขึ้นหลังจากซูบผอมจนแก้มตอบ วัยเด็กควรอ้วนท้วมสิถึงจะได้น่าเอ็นดู
“ชุดที่ท่านป้าทำให้ พวกเราชอบมันมากเลยเจ้าค่ะ” เด็กน้อยทั้งสองต่างเข้าไปเอาใจสตรีหน้าตางดงามและยังใจดีต่อพวกตนทั้งสอง
“หากเจ้าชอบข้าจะทำชุดให้อีก แต่ก่อนข้าทำชุดให้พี่สาวพวกเจ้ามากมาย ตอนเป็นเด็กนางน่ารักน่าชัง จับแต่งตัวอย่างไรก็ไม่ปริปากบ่น ผู้ใดพบเจอก็ชื่นชมว่าต้องเป็นบุตรสาวที่ว่านอนสอนง่าย ดูตอนนี้สิข้าบอกจนเมื่อยปากนางก็ยังดื้อรั้นทำตัวเหมือนบุรุษ”
เด็กน้อยทั้งสองหัวเราะเมื่อเห็นพี่สาวถูกมารดาบ่น
จ้าวลู่ชิงนอนหลับตา ทำเป็นไม่ได้ยินที่มารดาบ่นให้ ภายในศาลาอบอวลไปด้วยความสุข
------------------------------------
สุริยายังมิโผล่พ้นขอบฟ้าดี ชาวบ้านบางส่วนก็แห่แหนกันขึ้นไปยังสวนผลไม้เพื่อเก็บเกี่ยวผลผลิต
บางคนที่ไม่เคยเข้ามาในสวนผลไม้ต่างอ้าปากค้างกับสิ่งที่เห็น ผลไม้ค่อนข้างแปลกตาทำให้ชาวบ้านตื่นเต้น
จ้าวหนิงเอ๋อผู้ดูแลสวนผลไม้รีบมาบอกชาวบ้านให้ตรงไปยังแปลงพลับที่จะต้องเก็บเกี่ยวในวันนี้
ต้นพลับมีผลสีเหลืองออกส้มอยู่จนเต็มทุกต้น ชาวบ้านที่ถูกจ้างมาทำงานต่างเริ่มเก็บใส่ตะกร้า
ลูกพลับที่เก็บมาถูกวางทิ้งไว้ในโรงงานประมาณสี่ถึงห้าวันจนมันนิ่ม แล้วค่อยนำมาปอกเปลือก ชาวบ้านที่ถูกจ้างมาทำงานมีสตรีตั้งแต่วัยสาวไปจนถึงวัยชราที่สามารถทำงานได้
ภายในอาคารที่สามารถระบายอากาศได้ดียามนี้มีลูกพลับที่ถูกปอกเปลือกแขวนเชือกห้อยอยู่กับราวจนเต็ม
จ้าวลู่ชิงใช้เวลาทำลูกพลับแห้งตามขั้นตอนต่าง ๆ อยู่นานเกือบเดือน จนในที่สุดลูกพลับแห้งก็ประสบความสำเร็จ กล่องไม้ที่นางสั่งทำจะมีสิบสองช่องต่อกล่อง ลูกพลับแห้งถูกจัดวางลงในกล่องช่องละผล
กล่องไม้สามพันกล่องทยอยบรรจุลูกพลับแห้งลงไป ชาวบ้านต่างทำงานกันตั้งแต่เช้าจรดเย็น ค่าแรงที่ได้สิบห้าเหวินต่อวัน หากทำงานล่วงเวลาจ้าวลู่ชิงก็จะจ่ายค่าแรงเพิ่มให้กับทุกคน
ยามเช้ามืดมีรถม้าสิบกว่าคันวิ่งเข้ามาในหมู่บ้าน รถม้าพวกนี้คือม้าเร็วที่รับจ้างขนส่งของไปยังที่ต่าง ๆ
จ้าวลู่ชิงเปิดประตูโรงงานให้รถม้าจำนวนสิบกว่าคันวิ่งเข้ามาด้านใน คนงานต่างช่วยกันขนของขึ้นรถม้าเพื่อกระจายสินค้าไปยังภัตตาคารหย่งเล่อในสาขาใกล้เคียง
รถม้าวิ่งออกไปจากโรงงานจ้าวลู่ชิงเก็บสัญญาว่าจ้างไว้ในกล่องใบเล็ก ก่อนจะให้ซูเซียงนำมันไปเก็บในเรือน
รถม้าของบ้านจ้าวจำนวนสี่คันถูกนำมาจอดในโรงงาน กล่องลูกพลับแห้งที่เหลืออีกเกือบพันกล่อง ถูกทยอยลำเลียงใส่รถม้าจำนวนห้าร้อยกล่อง เพื่อนำไปวางขายที่ภัตตาคารหย่งเล่อในตำบลและอำเภอ
“ชิงเอ๋อร์เจ้าจะไปที่ใด” จ้าวฮูหยินถามบุตรสาวที่กำลังสวมหมวกเหว่ยเม่าเตรียมพร้อมออกไปข้างนอก
“ข้ากำลังจะเข้าไปในตัวอำเภอเจ้าค่ะ”
“รีบไปรีบกลับมาล่ะ วันนี้แม่รู้สึกไม่ดี”
“เจ้าค่ะ ข้าจะรีบไปรีบกลับ”
จ้าวลู่ชิงกับสาวใช้ข้างกายนั่งรถม้าเข้าไปในตัวอำเภอ