“ นี่!! ตื่น อย่าตายนะ ” ฉันเขย่าตัวผู้พิทักษ์ของสึนะโยชิที่นอนนิ่งอย่างร้อนใจ แล้วถ้าเขาไม่ฟื้นขึ้นมา จะทำยังไงดีล่ะ?...
2 ชั่วโมงก่อนหน้านั้น
ฉันใช้สิทธิความเป็กรรมการเลื่อนการแข่งมาเป็ตอนกลางวันเพื่อที่จะได้ไม่เบียดเบียนเวลานอนอันมีค่า ตอนนี้ฉันอยู่ที่ฐานลับใต้ดินของเวลเด้ อ้อนวอนอยู่นานกว่าอัลโกบาเลโน่ผู้ครองจุกนมสีเขียวจะยอมยกให้หนึ่งวัน แต่ก็ต้องแลกมากับการให้เขาเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับการแข่งในวันนี้
ฉันยืนกอดอกมองหน้าผู้พิทักษ์ทั้งสองที่อยู่คนละมุมห้อง แล้วเริ่มอธิบายกฎกติกาจะได้รีบเริ่มรีบกลับ
“ เอาล่ะ สำหรับเงื่อนไขในการชนะศึกครั้งนี้ก็คือฉันจะให้พวกนาย เข้าไปในห้องที่เตรียมไว้ คนไหนสามารถออกมาได้เป็คนแรกชนะ ”
ผู้พิทักษ์ที่รีบอร์นพามา ฮิบาริ เคียวยะ เดินเข้าห้องทางซ้ายมือหลังจากฟังจบ ส่วนสูงมาตรฐานบวกกับการวางตัวนิ่งขรึม ดูภายนอกเดาไม่ออกเลยว่าเขาเป็เด็กนักเรียนมอปลายแน่หรือเปล่า เส้นผมสีดำขลับ ใบหน้าเข้ารูปดูดี ถ้าไม่ติดว่านิสัยสันโดษจนน่ากลัวเขาก็คงเป็ที่หมายปองของผู้หญิงทุกคนในโรงเรียน
ประตูเหล็กหนาพิเศษปิดลงทันทีที่ฮิบาริเดินเข้าไป ผู้พิทักษ์วาเรียยังยืนนิ่ง หุ่นยนต์ร่างั์ นิ้วมือเป็ลำกล้องปืน ชุดหนังปกปิดร่างกายส่วนใหญ่เอาไว้จึงไม่มีทางรู้เลยว่าเขาซ่อนลูกเล่นอะไรไว้อีก
“ รีบอร์น เอาหุ่นยนต์มาแข่งได้เหรอ? ” ฉันเอ่ยถามขณะสำรวจรายละเอียดหุ่นที่ชื่อว่า โกร่ามอสก้า เริ่มสงสัยแล้วว่าหน่วยลอบสังหารวาเรียทั้งเจ็ดคนมีใครเป็มนุษย์จริงๆบ้าง หัวหน้าต้องเก่งขนาดไหนกันนะถึงรวมกลุ่มแบบนี้ขึ้นมาได้
“ ฝ่ายนั้นเขายืนยันว่าเป็ผู้พิทักษ์จริง ช่วยไม่ได้ล่ะนะ ” เสียงถอนหายใจตามหลังเบาๆทำให้เดาได้เลยว่ารีบอร์นเองก็คงไม่ชอบใจกับเื่นี้เท่าไรนัก
“ เชิญ ” ฉันผายมือไปยังห้องทางด้านขวา ผู้เข้าแข่งขันประจำตำแหน่งเรียบร้อย พวกเราเดินขึ้นไปชั้นบนเพื่อเข้าไปในห้องควบคุม หน้าจอขนาดใหญ่ปรากฏภาพภายในห้องทั้งสองซึ่งเป็ห้องสีขาวโล่งๆ ขนาดไม่ใหญ่มาก
“ น่าสนุกเนอะ ” ฉันนั่งลงข้างเวลเด้ที่หยิบสมุดเล่มเล็กขึ้นมาเตรียมจดสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น ฮิบาริดึงอาวุธออกมา ยืนนิ่ง สายตาจับจ้องไปทั่ว
“ หืม ? เพิ่งเคยเห็นคนใช้อาวุธเป็ทอนฟาแฮะ ” สมกับเป็คนที่รีบอร์นเลือก น่าสนใจ ตอนนี้อยากรู้มากเลยว่าคุณนักวิทยาศาสตร์เตรียมอะไรเอาไว้
Level 1
“ ??? ” เขากระชับอาวุธในมือแน่น มองไปรอบห้องอย่างหวาดระแวง ราวกับมีบางอย่างกำลังใกล้เข้ามา ฉันสงสัยแต่ก็เข้าใจในทันทีเมื่อเห็นแมงมุมสีดำตัวเท่าฝ่ามือออกมาจากมุมห้องทั้งสี่มุม ไหลทะลักราวกับน้ำพุสีดำ
ฮิบาริจัดการแมงมุมที่เกาะขึ้นมาตามตัว แต่ก็ไม่ง่ายเพราะจำนวนมีมากจนแทบมองไม่เห็นพื้นสีขาว เขาใช้ทอนฟาเหล็กราวกับฝึกมาอย่างดี ทั้งฟาด สะบัด เหยียบย่ำ ใช้ทุกส่วนของร่างกายเท่าที่จะใช้ได้ในการเอาตัวรอด
ทางฝั่งของโกร่ามอสก้าด้วยความที่เขาเป็หุ่นยนต์ เพียงแค่รัวะุปืนจากนิ้วออกมา แมงมุมจำนวนมหาศาลก็ตายเรียบในพริบตา ง่ายดายจนดูเหมือนโกง รู้สึกสงสารผู้พิทักษ์ของสึนะขึ้นมาเลย
“ นั้นน่ะแค่เรียกน้ำย่อย พวกนายไม่รู้หรอกว่าพอแมงมุมทั้งหมดตายจะเกิดอะไรขึ้น ” เวลเด้งึมงำแ่เบา แต่เพราะฉันนั่งข้างๆถึงได้ยิน รอยยิ้มสนุกปรากฎชัดจนฉันหวั่นใจแทนผู้เข้าแข่งทั้งสอง
Level 2
คุณนักวิทยาศาสตร์เอื้อมไปกดปุ่มสีน้ำเงินบนแผงควบคุม ไม่ทันไรผู้พิทักษ์คนเก่งของสึนะโยชิก็เบิกตากว้าง มือหนาพยายามฉีกเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกมาปิดจมูกแต่อาจช้าไป ขาแข็งแรงของเขาสั่นเทา มือยันผนัง พยายามควบคุมร่างกายให้ยืน แต่ร่างกายอันหนักอึ้งไม่ยอมเชื่อฟัง ต่างกับสิ่งไร้ชีวิตที่ยังคงยืนนิ่งไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
“ ทำอะไรน่ะเวลเด้? ” ฉันทั้งใและเป็ห่วงฮิบาริ ยิ่งเห็นเขานอนนิ่งอยู่แบบนั้นฉันยิ่งรู้สึกไม่ดี
“ ฉันค้นพบสารพิษจากพืชชนิดหนึ่งในป่าเขตร้อน พอสกัดออกมาใช้กับสัตว์ทดลองปรากฏว่าตัวอย่างทั้งหมดเป็อัมพาตชั่วคราว ไม่สามารถขยับตัวได้ราว1-2ชั่วโมง อยากรู้ว่าถ้าใช้กับมนุษย์แล้วจะได้ผลลัพธ์เดียวกันหรือเปล่า ” เขายิ้มราวกับคาดการณ์ทุกอย่างไว้แล้ว ไม่น่าไว้ใจเลยสักนิด หันไปขอความเห็นจากรีบอร์นเขาก็ไม่ได้พูดอะไร ฉันจึงได้แต่มองสิ่งที่กำลังจะเกิดผ่านจอต่อไป
“ เอาล่ะ ส่งสัตว์เลี้ยงลงสนาม ” เวลเด้กดรหัสจากแป้นทางด้านขวาของแผงควบคุมแล้วสับคันโยกลง อีกด้านของประตูถูกเปิดออก ปรากฏร่างของสิงโตตัวใหญ่สองตัวเดินออกมาท่าทางหิวโซ
มันเดินวนรอบคนที่นอนนิ่งไม่กระดิกราวกับกำลังสังเกตการณ์ ฮิบาริเหลือบมอง พยายามยันตัวขึ้น ยิ่งทำให้เ้าป่าทั้งสองสนใจเขาในฐานะอาหารที่ขยับได้
ฉันเฝ้าไม่ละสายตาเผื่อมีอะไรเกิดขึ้นจะได้รีบไปช่วยทัน สิงโตตัวหนึ่งแยกเขี้ยวคำรามใกล้ร่างของชายหนุ่ม ฮิบาริจึงสบโอกาสฟาดทอนฟาใส่อย่างแรงจนสิงโตตัวนั้นสลบไป
“ ทำไมถึงยังขยับได้อีก! ” อัลโกบาเลโน่ผู้จุกนมสีเขียวลุกพรวดขึ้นมาด้วยความใ พลอยทำให้คนอื่นๆในห้องใตามไปด้วย
“ นี่แหละ ผู้พิทักษ์ของสึนะ ” รีบอร์นยิ้มเหมือนกับคาดไว้แล้ว ไม่น่าเชื่อเลยว่าอายุเท่านี้จะเก่งขนาดนี้ เข้าใจแล้วว่าทำไมรีบอร์นถึงอยากให้พวกเขารับหน้าที่ดูแลวองโกเล่ๆ
ทางฝั่งหุ่นยนต์ั์ สิงโตทั้งสองไม่ได้สนใจเขามากนักคงเพราะเขาไม่ใช่สิ่งมีชีวิต อีกฝ่ายจึงสบโอกาสใช้มิสไซล์ที่ติดตั้งอยู่ในร่างกายออกมาจัดการ ควันจากแรงปะทะลอยฟุ้งไปทั่วจนมองไม่เห็นอะไรในจอ แต่ไม่ต้องมองก็เดาได้ว่าสัตว์ป่าที่น่าสงสารทั้งสองจะสภาพเป็ยังไง
ฉันกลับมาสนใจฮิบาริอีกครั้ง สิงโตอีกตัวที่เหลืออยู่เริ่มมองเขาเป็ศัตรูแทนที่จะเป็อาหาร มันเข้าตะครุบ เล็บแหลมจ่อคอหอย เสี้ยววินาทีตัดสินชะตาชีวิต เขาขยับแขนกระทุ้งทอนฟาใส่ท้องสิงโตตัวนั้นเต็มแรงจนสลบไปอีกตัว คนเก่งเหลือบมองกล้องที่ติดตั้งอยู่พร้อมยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ ยิ่งทำให้เ้าของสถานที่อารมณ์ฉุนเฉียวมากขึ้น
“ ถ้าเก่งมากนักก็ต้องเจอไม้สุดท้าย ” ดวงตาสีเขียวมองมาทางฉัน ก่อนจะหันหลังมองพ่อบ้านฝาแฝดทั้งสองในร่างมนุษย์
“ อะไร? ” เห็นรอยยิ้มไม่น่าไว้ใจนั่นฉันยิ่งสังหรณ์ใจไม่ดี เวลเด้ไม่ตอบแต่กลับเดินไปเปิดตู้เก็บของที่อยู่ใกล้ประตูแล้วหยิบกระเป๋าใบหนึ่งส่งให้โซจิ
“ ในกระเป๋ามียาถอนพิษ ส่วนนี่กุญแจ ถ้าผ่านนายไปได้ก็เปิดประตูได้ ” เขาหยิบพวงกุญแจในกระเป๋าเสื้อยื่นส่งให้สองแฝดโดยไม่ถามความเห็นฉันสักคำ
“ ฉันไม่ให้ไป ” ฉันรีบเข้าไปขวาง ถือวิสาสะแย่งของในมือคู่หูยื่นคืนให้อีกฝ่าย การแข่งครั้งที่แล้วโรจิโซจิก็ลง รอบนี้ดูอันตรายกว่าอีก ฉันจะไม่ให้พวกเขาไปเสี่ยงเด็ดขาด
“ ไม่เป็ไรครับ ”
“ เ้าหญิงลืมไปแล้วเหรอ ว่าพวกผมเป็คัมภีร์เทพนะ ” พวกเขาพูดด้วยรอยยิ้ม รับกระเป๋าและกุญแจมาถือก่อนจะเดินออกจากห้องไป จริงอยู่ที่ว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นฉันก็รักษาพวกเขาได้ แต่ยังไงก็ไม่อยากให้ฝืนตัวเองเกินไปอยู่ดี
Last Level
โรจิเปิดประตูเข้าไปหาโกร่ามอสก้า โซจิไปหาฮิบาริ หลังจากฉีดยาถอนพิษให้คนที่นอนอยู่ ไม่ถึงสองนาทีความสมบูรณ์ของร่างกายก็กลับมาอีกครั้ง ฮิบาริลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ถอยหลังสร้างระยะทาง สายตาจับจ้องเทพหมาป่าในร่างมนุษย์ไม่กระพริบ
“ ไม่ต้องใช้ยานั่น ฉันก็ชนะได้สบายๆ ” เขากระชับอาวุธแน่น วิ่งตรงมาจู่โจมอีกฝ่านทันที โซจิเบี่ยงตัวหลบ สีหน้าระบายยิ้มอย่างเป็มิตร
“ ใจเย็น อย่างหน่อยก็ฟังคำอธิบายก่อนสิ ”
“ ยังไงก็ได้ ขอแค่ได้ขย้ำนายเป็พอ ” ดวงตาสีดำสนิทมองอย่างดุร้าย ท่าทีไม่ต่างกับสิงโตที่เขาสู้ก่อนหน้านี้เลย
“ ฉันมีกุญแจห้องนี้อยู่ ถ้าสามารถเอาชนะฉันได้ ก็เอากุญแจไขออกไปได้เลย ” หลังอธิบายจบคัมภีร์เทพแห่งดวงอาทิตย์ก็คืนร่างจริง พร้อมกับตั้งท่าเตรียมสู้
ฮิบาริไม่รอช้า ตรงดิ่งเข้าโจมตีหมาป่าั์โดยไม่นึกกลัวเลยสักนิด โซจิรีบะโหลบ หันกลับมาพยายามจะตะครุบตัวฮิบาริแต่ไร้ผล
อีกห้องหนึ่ง โรจิอธิบายทุกอย่างให้โกร่ามอสก้าฟังพร้อมกับแปลงร่างจริงเช่นเดียวกัน หุ่นั์ล็อคเป้าหมายด้วยระบบปฏิบัติการ ยิงลำแสงออกจากมือเหล็กเล็งตรงไปที่อีกฝ่ายหมายจะฆ่าให้ตาย เทพหมาป่าหลบง่ายดายเพราะการเคลื่อนไหวอ่านออกง่ายเกินไป โกร่ามอสก้ายิงมิสไซล์ซ้ำในจังหวะที่หมาป่าั์เคลื่อนไหวหลบ
ด้วยความเร็วที่ยากต่อการเลี่ยง โรจิจึงพ่นไฟเข้าสู้จนทำให้เกิดแรงปะทุะเิตู้มจนควันท่วมห้อง คัมภีร์เทพผู้ผ่านการต่อสู้มาอย่างโชกโชนใช้โอกาสนี้แฝงตัวในกลุ่มควัน เมื่อเห็นจุดบอดเขาะโเข้าประชิดตัวศัตรูด้วยความเร็วสูงและกัดเข้าที่แขนขวาของโกร่ามอสก้า
แม้จะพยายามสะบัดให้หลุดจากพันธนาการก็ไม่เป็ผล โรจิกระชากแขนข้างนั้นออกมาง่ายเหมือนฉีกกระดาษแม้จะเป็แขนกลที่ทำด้วยเหล็ก ฝ่ายหุ่นยนต์ั์เมื่อเสียแขนก็ดูจะเคลื่อนไหวด้วยท่าทีดุร้ายมากขึ้น
“ แบบนั้นจะไม่เป็ไรเหรอ? ” ฉันกังวลว่าวาเรียอาจจะมาเอาเื่ที่ทำลายผู้พิทักษ์ของเขาจนยับเยินเสียหาย เลยหันไปถามความเห็นรีบอร์นที่ยืนอยู่ข้างหลัง
“ เธอก็รักษาให้เป็เหมือนเดิมสิ ” เขาพูดราวกับการใช้พลังรักษาของฉันง่ายดายเหมือนแค่แปะกาวแล้วจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ ฉันไม่แน่ใจว่าตัวเองรักษาอย่างอื่นที่ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตได้หรือเปล่าน่ะสิ ”
ชายผู้มีกิ่งก่าสีเขียวนีออนเกาะอยู่บนไหล่ทำท่าใช้ความคิดก่อนจะตอบเสียงเรียบ
“ ไม่เป็ไรหรอก ”
ได้ยินแบบนั้นฉันก็หันไปสนใจการต่อสู้ต่อ เอาไว้ถ้ามาเรียกร้องค่าเสียหายจริงๆค่อยโยนให้เขารับผิดชอบแทน เหมือนที่โยนหน้าที่กรรมการมาให้ เอาคืนแบบนั้นแล้วกัน
โซจิกับฮิบาริยังคงสู้กันอย่างไม่มีใครยอมใคร เทพแห่งดวงอาทิตย์ะโเข้าสู้ในระยะประชิด ใช้ความได้เปรียบด้านสรีระวิ่งชนคนที่เด็กกว่าด้วยความแรงจนอีกฝ่ายกระเด็นไปกระแทกกับผนัง
เสียงจากแรงกระแทกและเขาที่นอนนิ่งทำให้ฉันกังวลว่าอาจจะมีกระดูกสักท่อนหัก โซจิเดินเข้าไปช้าๆเพื่อสังเกตความเคลื่อนไหว แต่เด็กหนุ่มกลับยิ้มออกมาอย่างไม่น่าไว้วางใจ
แสงสีม่วงแผ่ออกมารอบตัวคนที่นอนอยู่ พลังงานเข้มข้นจนกล้องที่ติดตั้งอยู่ในห้องเสียหายไม่สามารถฉายภาพอะไรได้อีก
“ !!!! ” ฉันรีบวิ่งลงไปชั้นล่างด้วยความใปนความเป็ห่วง ประตูหนาถูกเปิดออกแล้วแต่มองไม่เห็นอะไรเลยนอกจากควันลอยแน่น
ผู้พิทักษ์ของสึนะโยชิเดินออกมาอย่างทุลักทุเล รอยเืปรากฏเป็วงชัดผ่านเสื้อเชิ้ตสีขาว เขาล้มลงทันทีหลังก้าวเท้าพ้นเขตประตูคงเพราะาเ็จนเสียเืมาก
“ ฮิบาริ!!! ” ฉันรีบวิ่งเข้าไปประคองเขาแต่ไม่ทัน ร่างสูงจึงล้มตึงหน้าััพื้นเพิ่มแผลเข้าไปอีก ฉันพยายามเขย่าตัวเขา ตบหน้าคมเบาๆให้พอรู้สึกตัว
“ นี่!! ตื่น อย่าตายนะ ” ฉันรีบดึงพลังรักษาช่วยเขาทันทีเพื่อให้มั่นใจว่าพ้นขีดอันตรายก่อนจะสายเกินไป
“ ดูนี่สิ ” รีบอร์นเดินตามเข้าไปสำรวจในห้องแล้วยิ้มออกมาอย่างพอใจจนฉันสงสัย พอมองตามเห็นสิ่งมีชีวิตประหลาดตัวเล็กขนสีเหลืองเหมือนนกไม่ก็ลูกเจี๊ยบอัดแน่นอยู่เต็มห้องสี่เหลี่ยมจนดูเหมือนกล่องใส่ของ ฉันก็ยิ่งงงว่าเขายิ้มอะไร
“ แล้วโซจิล่ะ? ” ฉันพยายามมองหาร่างหมาป่าที่คุ้นเคยแต่มองไม่เห็นแม้แต่ช่องว่างระหว่างตัวของสิ่งมีชีวิตประหลาดเหล่านี้ด้วยซ้ำ
“ โซจิ…โซจิ!!! ” ฉันะโเรียกเพราะคิดว่าเขาอาจจะโดนทับอยู่ด้านใต้ ถ้าเขาได้ยินเสียงฉันเขาอาจจะได้สติและฝ่าออกมา
“ เ้าหญิง? ” ฉันหันไปตามเสียงเรียกของโรจิในร่างมนุษย์ เขาเดินออกมาจากห้องข้างๆและเดินตรงมาหาฉัน
“ หาโซจิให้ที ” ฉันร้อนใจมาก เป็ห่วงเขามากจนอยากจะร้องไห้แล้ว
“ ถอยหลังไปหน่อยนะครับ อันตราย ” พูดจบเขาก็แปลงกลับเป็ร่างหมาป่าแล้วพ่นไฟเผากองนกประหลาดไหม้เกรียมจนดูเหมือนไฟป่าบนูเา ใช้เวลาสักพักกว่าทุกอย่างในห้องจะไหม้จนเหลือแต่ผง เขาถึงค่อยเดินเข้าไปในกองเพลิงอย่างไม่กลัวร้อน ก่อนจะคาบม้วนคัมภีร์ออกมาให้ฉัน
“ ไม่ร้อนเหรอ ? ”
“ ไฟที่พวกผมเป็คนสร้างทำอะไรเ้าของไม่ได้หรอกครับ ” พ่อบ้านฝาแฝดทั้งสองแปลงกลับเป็ร่างมนุษย์ ฉันจึงรีบเข้าไปดูอาการของโซจิทันที
“ าเ็ตรงไหนหรือเปล่า ” ฉันจับตัวเขาหมุนไปรอบๆ สอดส่องหาาแไม่มีแผลใหญ่อะไรน่าห่วง มีแค่รอยขีดข่วนเล็กน้อยซึ่งเป็เื่ปกติที่เกิดขึ้นเวลาต่อสู้
“ ไม่เป็ไรครับ ” เขายิ้มให้ฉันก่อนจะเดินไปดูอาการฮิบาริที่ยังไม่ฟื้น
“ ทางนั้นเป็ไงบ้างโรจิ ” เขาเดินกลับเข้าไปในห้อง ลากโกร่ามอสก้าในสภาพไร้แขนทั้งสองกับส่วนลำตัวพังยับเยินจนน่าจะใช้งานไม่ได้ออกมา
ฉันลองใช้พลังแหวนรักษาหุ่นยนต์เหล็กแต่ก็ไม่สามารถคืนสภาพให้ได้ เป็อันชัดเจนแล้วว่าพลังนี้ฟื้นฟูได้เฉพาะสิ่งมีชีวิตเท่านั้น
ฉันกลับไปรักษาฮิบาริจนแผลปิด เมื่อเขารู้สึกตัวขึ้นมาก็มอบหมายให้รีบอร์นเรียกรถพยาบาลมาดูแลต่อ แค่นี้ฉันก็ใช้พลังไปมากจนตาลายจะเป็ลม ไม่สามารถรักษาให้เขาได้จนสมบูรณ์จริงๆ
“ คราวหน้าไม่ให้พวกนายลงไปสู้ตามลำพังแล้ว ” ฉันบอกพ่อบ้านฝาแฝดทั้งสองที่เข้ามาพยุง พาฉันไปนั่งพักที่เก้าอี้ที่อยู่ใกล้ที่สุด
“ ครับ ” พวกเขาตอบกลับมาเสียงดังฟังชัด ยิ้มสดใสจนอยากจะหยิกแก้มให้ช้ำ น่าหมั่นไส้เกินไปแล้ว