ภาพที่เห็นช่างน่าตื่นตะลึงอย่างแท้จริง นักสู้แต่ละคนมีป้ายบ่งบอกระดับพลังของตนเอง พร้อมกับราคาขายที่ถูกตั้งไว้อย่างชัดเจน
นักสู้บางคนมีระดับพลังถึงขั้นดาวเคราะห์ 9 ดาว ซึ่งถือว่าเป็นระดับสูงที่มีความสามารถในการทำลายล้างและปกป้องดวงดาวทั้งดวงได้
ทว่าราคาของพวกเขากลับถูกตั้งไว้เพียง 100 ล้านเครดิตเท่านั้น ในขณะที่นักสู้ที่มีพลังระดับ ดาวฤกษ์ 1 ดาว ซึ่งเป็นขั้นพลังที่ยิ่งใหญ่กว่าดาวเคราะห์ มีราคาอยู่ที่ 1,000 ล้านเครดิต ราคาสูงกว่านักสู้แห่งดาวเคราะห์ไปถึงสิบเท่า
“นักสู้เหล่านี้ถูกขายเป็นทาสจริงๆอย่างนั้นหรือ? พวกเขามีพลังที่แข็งแกร่งมาก”
“แต่กลับถูกลดค่าลงเป็นเพียงสินค้า!”
โรซาเลียเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสับสนและตกตะลึง ทันย่าหันมามองโรซาเลียด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความจริงจัง
ทันใดนั้น เสียงประกาศดังขึ้นบนเวที พร้อมกับภาพโฮโลแกรมสามมิติของคนผู้นึง
[นักสู้ชุดต่อไปจะเข้าสู่เวทีการประมูลในอีกไม่กี่ชั่วโมง หากท่านใดสนใจในนักสู้ที่มีความสามารถและประสบการณ์ในการต่อสู้ที่ยาวนาน กรุณารอคอยการประมูลที่จะเริ่มต้นในเร็วๆนี้]
เสียงประกาศดังขึ้นชัดเจน ผู้คนรอบๆต่างเดินเข้ามาใกล้เวทีมากขึ้น และเริ่มสังเกตนักสู้ที่ถูกแสดงอยู่
ทันย่ามองดูนักสู้เหล่านั้นด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย ไม่ว่าจะเป็นนักสู้ที่มีร่างกายแข็งแกร่งดุจยักษ์ หรือพวกที่มีความสามารถพิเศษในการควบคุมพลังงาน ทั้งหมดต่างอยู่ในสถานะที่ถูกบังคับให้เป็นทาส ไม่มีใครมีอิสระหรือสิทธิ์ในตนเอง
เขาสังเกตเห็นป้ายราคาที่ติดอยู่ข้างๆนักสู้แต่ละคน โดยมีรายละเอียดที่บ่งบอกถึงความสามารถทางพันธุกรรมของพวกเขาและประวัติการต่อสู้ที่ผ่านมา นักสู้บางคนถูกระบุว่าเคยผ่านการต่อสู้ในสงครามระดับกาแล็กซี่ มีบางคนที่ถูกระบุว่าเป็นนักสู้จากดาวเคราะห์ที่ล่มสลายไปแล้ว
แต่ไม่ว่าพวกเขาจะเคยเป็นใคร หรือมีระดับพลังมากเพียงใด สถานะของพวกเขาในตอนนี้ก็คือ "ทาส" เพียงเท่านั้น ไม่มีสถานะอื่นอันใด
“พวกเขาทำแบบนี้ได้อย่างไร? มนุษย์หรือสิ่งมีชีวิตอื่นใดไม่ควรจะถูกขายเป็นทาสเช่นนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักสู้ที่แข็งแกร่งขนาดนี้”
โรซาเลียถามด้วยน้ำเสียงที่แฝงความขุ่นเคือง ใบหน้าที่งดงามดูซีดเผือดขึ้นไม่น้อย
ดาวาลซึ่งยืนอยู่ข้างหลังเขากลับไม่ได้แสดงอารมณ์ตกใจหรือแปลกใจแต่อย่างใด เธอยืนเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นมาอย่างเรียบง่าย
[ในจักรวาลนี้.. ไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่างที่จะถูกขับเคลื่อนด้วยความยุติธรรม ถึงพวกเขาจะเป็นนักสู้ที่มีพลัง แต่ในบางพื้นที่ของจักรวาล ทรัพยากรและความสามารถก็ถูกวัดค่าเป็นเครดิตได้ การค้าทาสไม่ใช่เรื่องแปลกในบางส่วนของจักรวาลนี้]
[โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงนักสู้ที่มีคุณสมบัติพิเศษแบบนี้]
“นี่มันไม่ถูกต้อง ไม่มีใครควรจะถูกลดค่าลงมาแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตระดับใด”
โรซาเลียเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น ปากเม้มแน่นเหมือนพยายามจะไม่ยอมรับ
[ใช่ เจ้าอาจคิดเช่นนั้น]
ดาวาลหันมามองโรซาเลียด้วยสายตาที่แฝงความเห็นใจ จากนั้นก็ได้กล่าวขึ้นอย่างจริงจัง
[นักสู้พันธุกรรมที่พวกเจ้ากำลังเห็นอยู่เหล่านี้ บางคนอาจเคยผ่านสงคราม หรือถูกจับกุมตัวจากการพ่ายแพ้ในสนามรบ ไม่มีใครสามารถรับประกันได้ว่าทุกคนจะมีอิสระ แม้พวกเขาจะมีพลังที่แข็งแกร่งเพียงใด แต่เมื่อถูกจับ พวกเขาก็กลายเป็นสินค้าในตลาดค้าทาสทันที]
ทันย่าและโรซาเลียได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกไม่สบายใจ มันเป็นความจริงที่เจ็บปวด จักรวาลนี้ถึงจะดูกว้างใหญ่ แต่ก็ไม่ได้มีความยุติธรรมให้กับทุกคนเสมอไป ไม่ว่าพลังหรือความสามารถจะยิ่งใหญ่เพียงใด บางคนก็ยังถูกบังคับให้ยอมจำนนต่อชะตากรรมที่พวกเขาไม่อาจหลีกเลี่ยง
ทั้งสองยังคงยืนมองนักสู้พันธุกรรมที่ถูกนำมาขายเป็นทาสบนเวทีจัดแสดง ภาพที่ปรากฏตรงหน้านั้นช่างขัดแย้งกับสิ่งที่พวกเขาเคยคาดคิดไว้
นักสู้ที่มีพลังระดับสูงเหล่านี้ไม่ได้แสดงออกถึงความโกรธแค้น หรือความหวาดกลัว ในทางกลับกัน พวกเขากลับดูนิ่งสงบ ราวกับยอมรับชะตากรรมของตนเองแล้ว หลายคนมีสีหน้าที่ไร้ความรู้สึก และบางคนก็เพียงแค่มองไปยังฝูงชนที่เดินเลือกซื้อนักสู้เหมือนพวกเขาเป็นแค่สินค้าชิ้นนึง
นักสู้พันธุกรรมจากระดับ ดาวเคราะห์ จนถึงดาวฤกษ์ ได้ถูกขายในฐานะทรัพยากรที่มีค่า
ร่างกายที่แข็งแกร่งและพลังอำนาจของพวกเขาไม่ได้ทำให้พวกเขาหลุดพ้นจากชะตากรรมของการเป็นทาสแต่อย่างใด
การจัดวางพวกเขาในแถวเรียงรายดูคล้ายกับสินค้าที่รอให้ผู้คนเข้ามาเลือกซื้อหรือประมูล ตัวเลขราคาที่ระบุไว้บนป้ายแทบจะทำให้เห็นว่าพลังและชีวิตของพวกเขามีมูลค่าเพียงเท่านี้
“ฮ่าฮ่าฮ่า วันนี้ข้าจะซื้อนักสู้แห่งดาวฤกษ์ซักคนนึงละ!”
ผู้คนที่เดินผ่านไปมาต่างมองดูนักสู้ที่ถูกจัดแสดงด้วยความสนใจ บางคนเดินไปพูดคุยกับพ่อค้าที่อยู่บริเวณนั้นเพื่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับนักสู้ที่ต้องการ ในขณะที่บางคนก็เพียงแค่มองไปยังเวทีอย่างไม่สนใจ พวกเขาปฏิบัติต่อนักสู้เหล่านี้เหมือนเป็นทรัพย์สิน หรือเครื่องมือที่จะใช้ในอนาคต
ในขณะนั้นเอง โรซาเลียที่ยังคงยืนมองภาพเหล่านี้ด้วยความสับสนก็เอ่ยถามกับเด็กสาว
“ท่านอาจารย์ ถ้าพวกเขาถูกซื้อไปเป็นทาส มันจะไม่มีปัญหาอะไรหรือ...”
“หากวันหนึ่งพวกเขาทรยศขึ้นมา?”
“นักสู้ที่แข็งแกร่งเช่นนี้ ถ้าพวกเขากลับมาโจมตีเจ้านายของพวกเขา มันอาจกลายเป็นหายนะได้ไม่ใช่หรือ?”
ดาวาลแสยะยิ้มเมื่อได้ยินคำถามของโรซาเลีย ราวกับว่าคำถามนี้เป็นเรื่องธรรมดาที่เธอได้ยินมาหลายครั้งแล้ว
[ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นเลย ทาสทุกคนที่ถูกขายที่นี่จะมีอุปกรณ์ควบคุมฝังอยู่ในหัวสมองของพวกเขา มันเป็นเครื่องมือที่เชื่อมต่อกับระบบควบคุมของเจ้านายโดยตรง ถ้าทาสคนไหนทำผิดกฎ หรือพยายามก่อการทรยศ อุปกรณ์นี้จะทำงานและสังหารพวกเขาทันที]
[ไม่ว่าจะเป็นนักสู้ที่แข็งแกร่งเพียงใดก็ตาม พวกเขาไม่สามารถฝ่าฝืนได้]
โรซาเลียรับฟังด้วยความตกใจ แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่ามันเป็นวิธีการที่โหดเหี้ยมแต่ได้ผล
“นั่นหมายความว่าพวกเขาจะไม่มีทางหลุดพ้นจากสถานะทาสได้เลย?”
ดาวาลพยักหน้าช้าๆ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความลึกลับ
[ไม่เช่นนั้นเสียทีเดียว]
[ยังมีทางที่พวกเขาจะหลุดพ้นได้ นั่นคือการวิวัฒนาการตนเองไปสู่ระดับขั้นที่สูงขึ้น]
[หากทาสคนใดสามารถพัฒนาพลังของตนเองจนถึงระดับขั้นผู้ครองดินแดน ซึ่งเป็นขั้นพลังที่ยิ่งใหญ่ อุปกรณ์ควบคุมที่ฝังไว้ในสมองของพวกเขาจะไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป พวกเขาจะเป็นอิสระจากการควบคุมนี้อย่างแท้จริง]
ทันย่าหันมองดาวาลด้วยสายตาสงสัย จากนั้นก็เอ่ยถามออกมาเพื่อยืนยัน
“ผู้ครองดินแดน? นั่นคือขั้นพลังที่สูงมากว่าระดับนักสู้แห่งอวกาศใช่ไหมท่านอาจารย์?”
ดาวาลยิ้มเล็กน้อยและพยักหน้ารับ
[ใช่แล้ว ขั้นผู้ครองดินแดนเป็นขั้นพลังที่นักสู้ในกาแล็กซี่มากมายต่างถวินหา ผู้ที่อยู่ในขั้นนี้ไม่เพียงแต่สามารถควบคุมพลังของตนเองได้อย่างสมบูรณ์ แต่ยังสามารถควบคุมจิตวิญญาณของตนเองได้ พวกเขาสามารถย้ายจิตวิญญาณและทะเลจิตใต้สำนึกของตนให้ออกจากร่างกายเดิมได้อย่างอิสระ เอาง่ายๆเป็นการเปลี่ยนร่างนั่นแหละ]
[พอทำแบบนี้แล้ว ชิปทาสที่จะระเบิดหัวสมองก็ไม่สามารถทำอะไรได้]
ทันย่าเริ่มเข้าใจถึงความโหดร้ายของระบบการค้าทาสในจักรวาลนี้
เหล่านักสู้จะทรงพลังมากเพียงใด แต่ก็ไม่อาจหลุดพ้นจากการควบคุมได้ เว้นเสียแต่ว่าจะสามารถพัฒนาตนเองจนถึงระดับที่ไม่สามารถควบคุมได้ด้วยอุปกรณ์ใดๆ มันเป็นสิ่งที่ยากและเต็มไปด้วยความท้าทาย แต่สำหรับพวกเขา มันอาจเป็นเพียงทางเดียวที่จะได้รับอิสรภาพ
ขณะที่ทั้งสามคนยืนอยู่ตรงนั้น ทันย่าก็เริ่มครุ่นคิดถึงอนาคตของเขาเอง เขาเป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่ถูกสร้างขึ้นมาจากพลังอันยิ่งใหญ่ มีศักยภาพที่จะพัฒนาตนเองให้เหนือกว่าสิ่งมีชีวิตอื่นๆได้
ทว่าตอนนี้เขายังไม่สามารถควบคุมพลังของตนเองได้อย่างสมบูรณ์ การที่เขาได้เห็นเหล่านักสู้ที่ทรงพลังแต่กลับต้องตกเป็นทาสเช่นนี้ ทำให้เขาต้องย้อนกลับมาทบทวนว่าชะตากรรมของเขาจะเป็นอย่างไร
“พวกเขาจะถูกนำไปใช้ประโยชน์อะไร?”
ในตอนนั้นทันย่าก็เอ่ยถามขึ้นอีกครั้งด้วยความสนใจ ซึ่งดาวาลก็ยิ้มบางๆ ขณะที่เธอมองไปยังเหล่านักสู้บนเวที
[พวกเขาจะถูกซื้อไปเป็นทหารรับจ้างสำหรับสงคราม บ้างก็อาจถูกส่งไปทำงานหนักในเหมืองบนดาวเคราะห์ที่ห่างไกล หรือแม้กระทั่งถูกใช้เป็นผู้คุ้มกันส่วนตัวของผู้มีอำนาจในจักรวาล]
[แต่ไม่ว่าจะถูกใช้ในงานใด พวกเขาก็จะต้องทำตามคำสั่งของผู้เป็นนายอย่างเคร่งครัด เพราะหากไม่ทำตาม พวกเขาก็จะต้องตาย!]
โรซาเลียหันไปมองนักสู้ที่ยืนอยู่บนเวทีอีกครั้ง เธอรู้สึกหดหู่กับภาพที่เห็น สุดท้ายแล้วพวกเขาก็ยังคงตกอยู่ในชะตากรรมที่ถูกควบคุม
ทันย่าเองก็รู้สึกถึงความขัดแย้งในจิตใจของเขา เขามีพลังที่จะเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ได้ แต่เขาก็รู้สึกถึงความหนาวเหน็บของความจริงที่ว่า ไม่มีสิ่งใดในจักรวาลนี้ที่ยุติธรรมเสมอไป ทุกสิ่งถูกขับเคลื่อนด้วยอำนาจและพลัง แม้แต่ชีวิตของผู้ที่ทรงพลังที่สุดก็ยังสามารถถูกควบคุมและแลกเปลี่ยนได้
“ฉันจะไม่ยอมเป็นเช่นนี้เด็ดขาด!”
ทันย่าบ่นพึมพำเบาๆ ขณะที่เขามองไปยังนักสู้เหล่านั้นด้วยนัยน์ตาที่สว่างวาบ