ตอนที่ 49 พลังงานลึกลับ
ในขณะที่ตงควงกำลังคิดอยู่นั้นจู่ก็มีเสียงคำราดังขึ้นจากด้านหน้าพวกเขาพร้อมกับสัตว์ที่มีเขาขนาดใหญ่ที่ค่อยๆเดินออกมาจากหมอกควัน......
ต้านซุนกู่: นั้นมันอสูรไบซันเขาเหล็กกล้านิ!!
เมื่อต้านซุนกู่เหมือนเจ้าสัตว์อสูรที่เดินออกมามันก็ตะโกนออกมาทันทีเพราะมันเห็นอสูรตัวนี้มาก่อนแล้วซึ่งอสูรไบซันเขาเหล็กนั้นจะมีเขาขนาดใหญ่ที่ทำจากเหล็กกล้าส่วนตัวมันนั้นมีขนาดเท่ากับคนและมีใบหน้าโง่.....
อสูรไบซันเขาเหล็กกล้า!!?
ตงควงไม่เคยเจอมันมาก่อนเพราะเขาอยู่แต่ภายในตระกูลเทียนถ่างผิดกับกลุ่มของต้านซุนกู่ที่ต้องออกเดินทางบ่อยๆ.......
ตงควง:แล้วระดับพลังของมันหละ?
ต้านซุนกู่: ข้าเองก็ไม่แน่ใจเช่นกันระดับต่ำสุดของมันก็ก่อเกิดขั้นหนึ่งแล้วแต่จากที่ดูเจ้าตัวนี้น่าจะมีระดับอยู่ที่ระดับก่อเกิดขั้นห้าเพราะจากเขาที่มีขนาดใหญ่ของแล้ว...........
ฟู่เถาฉี: ทุกคนระวังตัวด้วยอสูรตัวนี้มันไม่ได้มาตัวเดียวแน่.....
ฟื้ดดดด!!! ฟื้ดดดด!!!
ยังไม่ทันสิ้นสุดเสียงของฟู่เถาฉีตอนที่สองก็โผล่ออกมาและตามาด้วยตัวที่สามสี ห้า และในไม่ช้าพวกมันก็โผล่ออกมานับสิบตัวยืนขวางทางพวกเขาอยู่ พวกมันมีทางท่าทีดูดุร้ายอย่างมาก......
"เกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นหรอ?" เจิ้งฟู่เห็นว่ารถม้าหยุดลงเขาเลยโผล่หน้าออกมาดูและเมื่อมองออกไปก็พบกับสัตว์อสูรจำนวนมากขวางทางอยู่ก่อนจะพูดถามขึ้นว่า"กระบือพวกนี้มันมาจากไหน?"
ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!
หจี่จุงกง: กระบืออย่างนั้นเรอะนายน้อยเจิ้งฟู่เรียกพวกมันสะเสียเลย!!
หจี่จุงกงอดไม่ได้ที่จะขำออกมาแม้แต้คนอื่นๆเองก็เช่นกันทำให้บรรยากาศที่ดูตึงเครียดเมื่อครู่นี้หายไปเลยเพราะทุกคนเมื่อได้ยินเจิ้งฟู่เรียกอสูรไบซันว่ากระบือก็ทำให้พวกเขาถึงกับขำออกมา.....
กว๊ากกกก!!!
อสูรไบซันเขาเหล็กกล้าตัวที่แรกโผล่มาก่อนหน้านั้นมันคือตัวหัวหน้าของฝูงไบซันนี้มันคำรามออกมาเสียงดังพร้อมกับทำท่าก้มหัวของมันชี้เขามันมาทางกลุ่มของเจิ้งฟู่ก่อนจะใช้เท้าของมันขวิดไปที่พื้น.....
ฟู้ววววว!!
กว๊ากกกก!!
เมื่อมันคำรามออกมาอีกรอบอสูรไบซันเขาเหล็กกล้าทั้งฝูงก็วิ่งเข้ามาหาพวกเขาทันทีทำให้ตงควงและคนอื่นๆเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้น.....
ตงควง: พวกมันบุกเข้ามาแล้วคุ้มกันนายน้อยไว้!!
ฟิ้วววววว!!
ทันใดนั้นเองในขณะที่ตงควงกำลังบอกให้คนที่เหลือเตรียมตัวอยู่ก็มีลมพัดผ่านเขาไปเหมือนกับมีอะไรบินผ่านไปและเมื่อเขาตั้งสติได้ก็พบว่าลมที่พัดไปเมื่อครู่นั้นก็คือเจิ้งฟู่นั้นเอง......
นายน้อยระวัง!!!
ฉึบ!! ฉึบ!! ฉึบ!!
ยังไม่ทันสิ้นสุดเสียงของตงควงร่างของเจิ้งฟู่ก็หายไปจากสายตาของมันทีนทีพร้อมกับเสียงเชือดเฉือนของกระบี่ที่แทงทะลุเนื้อ......
กว๊ากกกก!!
หนึ่งในอสุรไบซันเขาเหล็กกล้าจู่ๆก็ล้มลงในขณะที่มันกำลังวิ่งอยู่ทำให้ตัวหน้าของมันร้องออกมาด้วยความโกรธอย่างมาก......
ฉึบ!!
ฉับ!!
ตัวแล้วตัวเล่าที่ล้มลงไปนอนที่พื้นพร้อมกับเลือดสาดกระเซ็นไปทั่วพื้นตงควงมองไปที่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเขาก็คิดไม่ออกว่ามันกำลังเกิดอะไรขึ้นเพราะที่มันเห็นอยู่นั้นใช้นายน้อยเจิ้งฟู่ของมันจริงๆหรือป่าว.....
อึ๊ก!!
กลุ่มของต้านซุนกู่เองก็ไม่ต่างจากตงควงที่มองตาค้างอ้าปากหวอด้วยความตกใจและสับสนก่อนหน้านี้พวกเขาสัมผัสพลังของเจิ้งฟู่เพียงแค่ระดับพื้นฐานขั้นเก้าเท่านั้นแล้วเหตุใดเขาจึงได้สังหารพวกอสูรไบซันเขาเหล็กกล้าได้กันถึงแม้ว่าตัวที่อ่อนแอที่สุดก็ยังอยู่ระดับก่อเกิดแล้ว.......
เมื่อเห็นเจิ้งฟู่กำลังสังหารไบซันเขาเหล็กกล้าอยู่นั้นทุกคนก็รีบคืนสติและเข้าไปช่วยเขาสังหารพวกมันทันทีทำให้อสูรไบซันหลายตัวตายตกไปเหลือเพียงไม่กี่ตัวเท่านั้น......
กว๊ากกกก!!
เสียงร้องคำรามของตัวหัวหน้าฝูงที่แฝงไปด้วยความโกรธแค้นที่เห็นพวกพ้องของตัวเองตายตัวแล้วตัวเล่าทำให้มันปลดปล่อยพลังงานสีดำบางอย่างออกมาคลุมตัวของมันไว้......
ฟู้ววววว!!
ทันใดนั้นเองเจิ้งฟู่ก็สังเกตได้ถึงการเปลี่ยนแปลงแปลกของมันเขาจึงได้ตระโกนขึ้น"ท่านพี่ตงควงรีบกำจัดมันเร็วเขา" พร้อมกับพุงตัวเข้าไปหามันเช่นกันเจิ้งฟู่ไม่รอช้าที่จะใช้ท่าสังหารดรรชนีดายวายุของเขาเลย.....
เพระว่าหมอกสีดำเหล่านั้นทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูกไม่เพียงแค่นั้นหมอกสีดำเหล่านั้นยังได้ลอยออกมาจากร่างกายของอสูรไบซันที่นอนตายอยู่มารวมที่ตัวของมันอีกด้วย.......
คลื่นลมแรงก่อตัวขึ้นรอบตัวของมันพร้อมกับแรงกดดันของพลังมี่ถูกปล่อยออกมาก่อนหน้านี้มันไม่ใช้คู่ต่อสู้ของตงควงเลยเพราะเขานั้นอยู่ขั้นเจ็ดระดับก่อเกิดแล้ว......
แต่เมื่อหมอกควันสีดำห่อหุ้มตัวมันกลิ่นอายและพลังของมันก็เพิ่มขึ้นจนน่าตกใจและทดใดนั้นเองก็มีลำแสงสีม่วงค่อยสว่างขึ้นที่กลางหน้าผากของมัน....
กว๊ากกกกก!!
เพียงแค่มันคำรามก็ทำเอากลุ่มของเจิ้งฟู่ถึงกับหน้าซีดลงเพราะว่าพลังของมันที่ปล่อยออกมานั้นสูงกว่าระดับของตงควงเสียอีก.....
ตงควง: นายน้อยรีบถอยมาเร็วขอรับ!!
"ไม่เราต้องช่วยกันกำจัดมันก่อนที่มันจะรวบรวมหมอกสีดำเหล่านั้นได้จนสำเร็จ"
เมื่อทุกคนได้ยินแบบนั้นพวกเขาก็เริ่มตั้งสติและโจมตีเข้าใส่อสูรไบซันอีกครั้ง....
ปัง!!
ปัง!!
ตู้มมมม!!
ไม่ว่าจะโจมตีใส่มันมากแค่ไหนพวกเขาก็ไม่สามารถทำอะไรมันได้เลยมันเพียงแค่ใช้เขาของมันเท่านั้นก็สามารถกันกระบวนท่าต่างๆของพวกเขาได้แล้วเจิ้งฟู่เองก็กำลังรวบรวมพลังไปที่กระบี่อินทรีของเขาอยู่เพื่อที่จะโจมตีใส่มันด้วยท่าที่รุนแรงของเขา......
และพลังของมันก็มากกว่าตอนที่เขาใช้ตัดแขนสัตว์อสูรระดับเก้าในครั้งก่อนมากนักเนื่องจากเขานั้นได้ก้าวเข้าสู่ระดับก่อเกิดแล้ว......
ทุกคนหลบไป!!
เมื่อตงควงได้ยินเสียงของเจิ้งฟู่เขาก็รีบกระโดนหลบทันทีส่วนคนอื่นๆเมื่อเห็นตงควงกระโดดหลบพวกเขาก็โดดหลบตามเช่นกัน......
ฟิ้ว!!
[ท่านร่างใบหลิว]
[ดรรชนีดาบวายุ]
ฉึบ!!!
ท่าร่างที่รวดเร็วจนมองไม่เห็นของเขาทำให้กลุ่มของต้านซุนกู่มองด้วยความงงงวยพวกเขาไม่เคยเห็นความเร็วขนาดนี้มาก่อนเลย.....
กระบี่อินทรีวายุเมื่อบวกกับกระบวนท่าดรรชนีวายุแล้วทำให้พลังของมันเพิ่มทวีคูณไปอีกถึงแม้เขาจะอยู่ระดับก่อเกิดขั้นสามก็ตามแต่กระบวนท่าที่เขาปล่อยออกมานั้นเปรียบได้กับพลังของคนที่มีระดับก่อเกิดขั้นเก้าเลยทีเดียว.....
ฉึบ!! ฉับ!!
กว๊ากกกกกก!!
กระบี่ของเจิ้งฟู่ตัดผ่านตัวของมันไปทำให้ร่างของมันขาดออกเป็นสองท่อนทันทีถึงมันจะมีเขาที่แข็งแกร่งแค่ไหนแต่เมื่อมันไม่สามารถตามความเร็วของเจิ้งฟู่ได้ทันมันก็ไม่ต่างกับเป้านิ่งเท่านั้นแหละ.......
เลือดของมันกระฉูดไปทั่วพื้นและเมื่อมันตายตกลงกลุ่มหมอกสีลำก็ลอยกระจายหายไปแม้แต่หมอกควันที่ดูหนาแน่นก่อนหน้านี้ก็เบาบางลงไปด้วย.....
เยี่ยหยู: สำเร็จแล้ว เขาฆ่ามันได้แล้ว!!
ทุกคนต่างมองไปที่เจิ้งฟู่ด้วยความนับถือเขาอายุเพียงแค่นี้แต่กลับมีพลังสูงถึงขนาดได้เขานั้นช่างเป็นอัจฉริยะเสียจริง......
เมื่อทุกอย่างจบลงเจิ้งฟู่ถึงกับเข่าทรุดลงไปที่พื้นด้วยอาการหมดแรงทันทีเพราะท่าเมื่อคู่นั้นเขาใช้พลังไปจนเกือบหมดทีเดียวถ้าไม่ได้ทักษะท่าร่างเพิ่มความเร็วให้กับเขาเขาเองก็ไม่รู้ว่าจะสามารถชนะมันได้หรือไม่.......
นายน้อย!!
ตงควงรับวิ่งเข้าไปรับตัวเจิ้งฟู่ทันทีและก็ตามาด้วยต้านซุนกู่และคนอื่นๆ......
"ข้าไม่เป็นไร ข้าเพียงแค่ใช้พลังมากไปเท่านั้นพักสักเดียวก็คงดีขึ้น"
แต่ว่า......!!
เจิ้งฟู่เตรียมตัวที่จะนักขัดสมาธิฟื้นฟู่พลังและในทันใดนั้นเองเขาก็สังเกตเห็นอะไรบางอย่างสีม่วงๆและก็จำได้ว่ามันก็คือสิ่งที่อยู่บนหัวของเจ้าอสูรไบซันนั้นเอง......
นั่นมัน!!
เจิ้งฟู่คว้ามือไปจับทันทีและเมื่อเขาสัมผัสไปที่มันจู่ๆเขาก็รู้สึกได้ถึงพลังแปลกๆที่กำลังไหลเข้าสู่ตัวเขามันทำให้เขารู้สึกเวียนหัวไปหมดราวกับจะหมดสติไปให้ได้......
เจิ้งฟู่ไม่รอช้าเขารีบโคจรพลังงานของเขาเพื่อจัดการกับพลังงานที่ไหลเข้าสู่ตัวเขาทันที......
*นี่มันพลังลึกลับอะไรกันเนี่ยทำไมมันถึงได้มากมายขนาดนี้กันนะ*
ในขณะนั้นเองกลุ่มควันสีดำก่อนหน้านี้ก็ลอยเข้ามาปกคลุมตัวเจิ้งฟู่เอาไว้พร้อมด้วยกลิ่นอายและจิตสังหารที่รุนแรงล้อมรอบตัวเขาไว้ตงควงเห็นเช่นนั้นมันพยายามที่จะหยิบเอาก้อนสีม่วงออกไปแต่กลับเป็นว่าเขาถูกผลักออกด้วยพลังงานลึกลับที่น่ากลัวบางอย่าง......
สติของเจิ้งฟู่เริ่มที่จะเรือนลางขึ้นเรื่อยๆจนในที่สุดเขาก็หมดสติลงอยู่ในกลุ่มหมอกสีดำที่ล้อมรอบตัวเขาส่วนคนอื่นๆทำได้เพียงแค่ยืนมองเขาเท่านั้นเพราะขนาดตงควงยังไม่สามารถดึงเอาก้อนสีม่วงออกมาได้เลยแล้วพวกเขาจะทำอะไรกับมันได้.......
นายน้อย!!!
ตงควงเองก็เช่นกันสีหน้าของมันเต็มไปด้วยความกลวังและร้อนใจอย่างมากมันกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเจิ้งฟู่......
ต้านซุนกู่เดินมาข้างๆตงควงก่อนจะพูดขึ้นมาว่า "พี่ตงเราจะทำยังไงต่อดี?" จากนั้นมันก็หันหน้าไปทางเจิ้งฟู่ที่อยู่ในกลุ่มหมอกควันสีดำ......
ตงควง: พวกเราตั้งเต้นที่นี้หละข้าต้องคอยปกป้องนายน้อยไว้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตามยังไงข้าเชื่อว่าเขาต้องผ่านไปได้แน่นอน......
หจี่จุงกง: ข้าจะไปหาฝืนเอง!!
เยี่ยหยู: ข้าไปด้วย เจ้าหมูตอน!!
หลางกว่างควง:ข้าจะออกดูพื้นที่รอบๆเองว่ายังมีสัตว์อสูรอยู่อีกไหม!!
ทุกคนหันไปมองที่หลางกว่างควงเมื่อเขาพูดออกมาเมื่อมันเห็นทุกคนมองมันก็เพียงยักไหลขึ้นและกระโดนหายไปทันที......
ต้านซุนกง:ข้ากับฟู่เถาฉีจะเฝ้ายามรอบเองท่านพี่ตงท่านดูแลนายน้อยตรงนี้เถอะ!!
อือ!!
หลังจากที่ตกลงหน้าที่กันแล้วทุกคนก็แยกย้ายกันออกไปมีเพียงตงควงที่ยังยืนอยู่ไม่ไกลจากเจิ้งฟู่นักเพราะมันไม่สามารถเข้าไปใกล้เขาได้เลยเนื่องจากพลังงานลึกลับที่ห่อหุ้มเขาไว้อยู่นั้นเอง.......