ดูเหมือนว่าเหล่าทหารรับจ้างที่จ้างมาจะหมดหนทางรับมือกับคลื่นมอนสเตอร์และิญญาร้ายที่แห่กันมาไม่หยุดหย่อน ในที่สุด สามร่างปริศนาในชุดคลุมที่แฝงตัวมาด้วยก็ตัดสินใจเคลื่อนไหว พวกเขาสะบัดผ้าคลุมทิ้ง เผยให้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริง
คนแรกที่เป็ผู้นำคือชายหนุ่มรูปร่างกำยำล่ำสัน ผมสีทองแดงยุ่งเหยิงระต้นคอ บนหน้าผากคาดวงแหวนลึกลับที่ดูมีราคา เขาสวมชุดเกราะหนังรัดรูปที่ตัดเย็บอย่างประณีต ด้านหลังสะพายดาบั์เล่มมหึมาที่เพียงแค่เห็นขนาดและน้ำหนัก หากไม่มีพละกำลังเหนืุ์ เกรงว่าคงไม่มีทางงัดมันขึ้นมาแกว่งเล่นได้แน่
ชายหนุ่มอีกคนแต่งกายด้วยเสื้อผ้าหรูหราเยี่ยงขุนนาง ลวดลายปักและเนื้อผ้าบ่งบอกถึงความมั่งคั่งล้นเหลือ แต่สิ่งที่กระแทกตาผู้พบเห็นที่สุดคือศีรษะของเขา... มันคือศีรษะของอสรพิษที่มีิัเกล็ดสีเขียวเข้ม ใบหน้าเรียวแหลม และลิ้นสองแฉกที่แลบออกมาฉกอากาศตลอดเวลา!
และคนที่ยืนอยู่ตรงกลางระหว่างชายฉกรรจ์ทั้งสอง คือเด็กสาวตัวเล็กในชุดกระโปรงยาวสีเหลืองอ่อน หน้าตาจิ้มลิ้มราวกับตุ๊กตา รูปร่างบอบบางน่าทะนุถนอม ในมือประคอง กรงทองคุมขังมิติ สีทองอร่ามเอาไว้
ท่ามกลางฉากนองเื เธอไม่เพียงไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย แต่กลับมีรอยยิ้มไร้เดียงสาประดับบนใบหน้า ดวงตากลมโตมองซ้ายมองขวาไปรอบๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ราวกับเด็กน้อยขี้สงสัยที่เพิ่งเคยออกมาเปิดหูเปิดตาดูโลกกว้าง
รูม่านตาของกริมหดวูบลงทันที
ผ่าน เนตรหยั่งรู้ธาตุ ภาพที่ปรากฏในครรลองสายตาของเขาคือแสงระยิบระยับของธาตุจำนวนมหาศาล และคลื่นพลังจิติญญาที่ซัดสาดรุนแรงราวกับน้ำหลาก แผ่ออกมาจากร่างกายของผู้ฝึกหัดทั้งสาม
จากการประเมินด่วนจี๋ของชิปชีวภาพอัจฉริยะ สามคนนี้ต่อให้ยังไม่ใช่ ว่าที่จอมเวท ก็ต้องเป็ระดับหัวกะทิในหมู่ ผู้ฝึกหัดเวทระดับสูง อย่างไม่ต้องสงสัย ไม่ว่าจะเป็กรณีไหน ก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่กริมซึ่งเป็เพียงผู้ฝึกหัดเวทระดับต้นจะต้านทานได้
คนเก่งระดับนี้... จู่ๆ โผล่มาที่หอคอยจอมเวทเสียดฟ้าแห่งบึงมหาเวทอาถรรพ์ทำไม?
ที่นี่คืออาณาเขตส่วนตัวของท่านจอมเวททางการแอนเดอร์สัน และเป็หนึ่งในแหล่งทรัพยากรสำคัญภายใต้การดูแลของ ตระกูลซารูโบ ปกติแล้วนอกจาก่เวลาส่งมอบทรัพยากรประจำปี ที่นี่แทบจะไม่ต้อนรับแขกแปลกหน้าเลย
กริมอดไม่ได้ที่จะระแวงในเจตนาของผู้มาเยือน แต่ทว่า ทันทีที่ทั้งสามคนลงมือ ความสงสัยของกริมก็มอดดับลง เหลือเพียงความหวาดหวั่นพรั่นพรึงที่เข้ามาแทนที่
ทหารรับจ้างมนุษย์เหล่านี้ ปกติอาจรับมือกับสัตว์อสูรทั่วไปได้ แต่พอมาเจอของแข็งอย่างอสูรทารกวิปลาสและิญญาร้าย ก็กลายเป็เพียงหมูบนเขียง แนวโล่ที่เคยแข็งแกร่งแตกพ่าย เปิดทางให้มอนสเตอร์กรูกันเข้ามาสังหารหมู่
ท่ามกลางความโกลาหล ิญญาร้ายตนหนึ่งที่มีใบหน้าบิดเบี้ยวอัปลักษณ์ พุ่งดิ่งลงมาจากฟ้า เป้าหมายคือกลุ่มคนแปลกหน้าสามคนที่ดูสบายใจเฉิบ
ชายร่างั์กับเด็กสาวยังไม่ทันขยับ ผู้ฝึกหัดหัวงูก็ชิงลงมือก่อน
ฟู่...
ลูกศรพิษสีเขียวมรกตพุ่งแหวกอากาศ เจาะทะลุร่างิญญาร้ายเข้าไปอย่างจัง แล้วะเิตูมภายในร่างิญญา พิษกรดที่มีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรงละลายแกนกลางความแค้นของมันจนหมดสิ้น มันกรีดร้องโหยหวนด้วยความทรมาน ก่อนจะสลายกลายเป็เถ้าธุลีิญญา
กริมสังเกตเห็นชัดเจนว่า ลูกศรพิษนี้ไม่ได้มาจากการร่ายเวทตามปกติ แต่ถูกพ่นออกมาจากปากงูของเขาโดยตรง!
การโจมตีเมื่อครู่เป็เพียงจุดเริ่มต้น ผู้ฝึกหัดหัวงูไม่รอช้า อ้าปากกว้าง พ่นลูกศรพิษออกมาเป็ชุดราวกับปืนกล อีกเจ็ดแปดดอก แต่ละดอกพุ่งเข้าเป้าแม่นยำราวจับวาง สังหาริญญาร้ายที่มีความแข็งแกร่งระดับผู้ฝึกหัดเวทระดับกลางร่วงไปทีละตน
วอร์ล็อคสายเื! หมอนี่ต้องเป็ วอร์ล็อคสายเื ตามที่เขียนไว้ในตำราแน่นอน!
ในระบบการพัฒนาที่ซับซ้อนและยิ่งใหญ่ของโลกจอมเวท สายหลักที่โดดเด่นที่สุดมีสี่สาย ได้แก่ วอร์ล็อคสายเื, จอมเวทกายาเหล็ก, จอมเวทกฎเกณฑ์ และ จอมเวทอาร์เคน กล่าวได้ว่า ระบบเวทมนตร์ส่วนใหญ่ในปัจจุบันล้วนแตกแขนงมาจากสี่เสาหลักนี้
วอร์ล็อคสายเื คือกลุ่มคนคลั่งที่แสวงหาความบริสุทธิ์ของสายเื อาศัยพลังทางพันธุกรรมเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง พวกเขามักจะคัดสรรสิ่งมีชีวิตต่างมิติที่ทรงพลังมาเป็ต้นกำเนิด แล้วทำการปรับปรุงและชำระล้างสายเืในตัวอย่างต่อเนื่อง ใช้วิธีย้อนรอยบรรพบุรุษเพื่อไขว่คว้าพลังอันยิ่งใหญ่ เป้าหมายสูงสุดคือการปลุกความรุ่งโรจน์ของสิ่งมีชีวิตาให้กลับมาสถิตในร่างตน
ส่วน จอมเวทกายาเหล็ก คือพวกบ้าพลังที่คลั่งไคล้การดัดแปลงร่างกาย ในสายตาของพวกเขา ทรัพยากรทุกอย่างเป็เพียงเชื้อเพลิงเพื่อกระตุ้นวิวัฒนาการทางกายภาพ เพื่อแลกกับความแข็งแกร่ง พวกเขายอมแช่ตัวในถังพิษปีแล้วปีเล่า ยอมเย็บอุกกาบาตที่มีกัมมันตภาพรังสีเข้ากับเนื้อหนัง ยอมทนทรมานในสภาพแวดล้อมนรกแตก... ทั้งหมดนี้เพื่อให้ได้มาซึ่งร่างกายที่ไม่มีวันถูกทำลาย
หากพูดกันตามจริง จอมเวทกฎเกณฑ์ คือกระแสหลักของเหล่าจอมเวท ไม่ว่าจะเป็จอมเวทธาตุที่แสวงหาแก่นแท้แห่งธาตุ, จอมเวทคำสาปแช่งที่ฆ่าคนไร้ร่องรอย, หรือจอมเวทมารที่เสพติดการฆ่าฟันและยืมพลังจากิญญา... ล้วนจัดอยู่ในหมวดนี้ การกระทำอาจดูต่างกัน แต่ปลายทางคือการพยายามหลอมรวมตนเองเข้ากับกฎเกณฑ์ของมิติหรือจักรวาล พวกเขาคือผู้ที่ใช้งัดข้อกับกฎฟิสิกส์และกฎการอนุรักษ์ธาตุ!
สุดท้าย จอมเวทอาร์เคน คือกลุ่มจอมเวทที่ "บริสุทธิ์" ที่สุด พวกเขาไม่ยอมให้สายเืต้องปนเปื้อน ไม่ยอมตกเป็ทาสของกฎเกณฑ์มิติ และไม่ยอมเป็พวกบ้ากล้ามสมองทึบ พวกเขาสะสมความรู้ รวบรวมภูมิปัญญา แล้วแปรเปลี่ยนมันเป็อาวุธ ซึ่งในทางกลับกัน ก็ทำให้พวกเขากลายเป็กลุ่มคนแปลกแยกที่หมกมุ่นอยู่แต่กับการวิจัยจนร่างกายอ่อนแอ
ด้วยแกนหลักทั้งสี่สายนี้ โลกจอมเวทจึงได้พัฒนารูปแบบที่หลากหลายนับไม่ถ้วน พวกเขาบุกรุกต่างมิติ ่ชิงทรัพยากรและความรู้ กดขี่ดวงดาวนับพันหมื่น เป็กำลังหลักในการขยายอำนาจของเผ่าพันธุ์จอมเวท
ข้อมูลเหล่านี้กริมรวบรวมได้จากการวิเคราะห์ของชิปใน่ที่ผ่านมา แม้ข้อมูลจะยังหยาบและอาจมีความคลาดเคลื่อน แต่ก็เพียงพอจะฉายภาพโครงสร้างอันมหึมาของโลกใบนี้ให้เห็น ไม่อย่างนั้น เขาคงไม่สามารถระบุตัวตนของไอ้หัวงูนี่ได้ทันที
แต่ในขณะที่กริมกำลังเดาเล่นๆ ว่าสายเืของหมอนั่นมาจากอสูรงูพันธุ์ไหน เื่ที่น่าใยิ่งกว่าก็เกิดขึ้น
เด็กสาวที่ดูน่ารักน่าเอ็นดูคนนั้น... เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว!
อสูรทารกวิปลาสตัวหนึ่งใช้กรงเล็บตะกุยพื้นพุ่งเข้าใส่พวกเขาทั้งสาม ปากที่บิดเบี้ยวเต็มไปด้วยเขี้ยวเหลืองอ๋อยส่งเสียงหวีดร้อง ปล่อยคำสาปใส่เหยื่อ การกระทำของมันไม่ต่างอะไรกับการกระตุกหนวดเสือ
ใบหน้าไร้เดียงสาของเด็กสาวไม่มีความโกรธเคืองแม้แต่น้อย รอยยิ้มกลับหวานหยดย้อยยิ่งกว่าเดิม เธอเพียงแค่ยกกรงทองคุมขังมิติในมือขึ้นแล้วสั่นเบาๆ ไปทางเ้าปีศาจทารก
ไร้เสียง... ไร้สัญญาณเตือน...
แสงและเงาในความว่างเปล่าสั่นไหววูบหนึ่ง อสูรทารกวิปลาสที่กำลังวิ่งตะบึงมาด้วยความเร็วสูงก็หายวับไปจากที่เดิมอย่างน่าพิศวง!
ในเสี้ยววินาทีเดียวกัน กริมตาไวสังเกตเห็นว่า ภายในกรงนกที่เด็กสาวถืออยู่ จู่ๆ ก็มีอสูรทารกวิปลาสฉบับย่อส่วนโผล่ขึ้นมา! ขนาดตัวของมันเหลือแค่ฝ่ามือ รูปร่างหน้าตาเหมือนกับตัวที่เพิ่งหายไปเปี๊ยบ
เห็นได้ชัดว่าเ้าอสูรทารกจิ๋วก็งงเป็ไก่ตาแตกกับการเปลี่ยนแปลงกะทันหันนี้ หลังจากอึ้งไปวินาทีหนึ่ง มันก็แสดงสัญชาตญาณดุร้าย กรีดร้องแหลมใส่เด็กสาวที่อยู่นอกกรง และพยายามพุ่งชนกรงขัง แต่ไม่ว่ามันจะชนหรืออาละวาดแค่ไหน ก็ไม่สามารถหนีออกจากกรงทองที่ดูบอบบางนั้นได้เลย
ศาสตร์เวทมิติ?!
กริมรีบยกมืออุดปากแน่น เพื่อกลั้นเสียงอุทาน
ในบรรดาจอมเวทกฎเกณฑ์ แม้การเชี่ยวชาญกฎใดจนถึงที่สุดจะน่าทึ่งทั้งนั้น แต่ถ้าต้องจัดลำดับความเทพ เวทมนตร์กาลเวลาและมิติ ย่อมถือเป็ระดับสูงสุดบนห่วงโซ่อาหาร แต่เท่าที่กริมรู้ สองสายนี้กลับมีผู้ใช้น้อยที่สุด เพราะมันเป็สายที่ "เลือกปฏิบัติ" อย่างรุนแรง... ต้องมีพร์ฟ้าประทานเท่านั้นถึงจะรุ่ง
จอมเวทระดับตำนานบางคน ต่อให้มีพลังทำลายล้างโลกได้ ก็ใช่ว่าจะหยุดเวลาได้แม้แต่วินาทีเดียว แต่พวกที่มีพร์ติดตัวมาแต่เกิด บางทีไม่ต้องเรียนรู้อะไรเลย ก็ทำเื่ที่จอมเวทระดับเทพยังทำไม่ได้หน้าตาเฉย
เพราะความลึกลับจับทางยาก และเงื่อนไขเื่พร์นี่แหละ ทำให้จอมเวทที่ขาดคุณสมบัติ ต่อให้ฉลาดเป็กรดก็ยากจะวิจัยจนได้ผลลัพธ์ เมื่อขาดฐานผู้ใช้งาน การพัฒนาระบบเวทสายนี้จึงล่าช้าและยากจะหาตัวจับยาก
กริมฟันธงไม่ได้ว่า เด็กคนนี้จับศัตรูข้ามมิติได้เพราะพร์ หรือเพราะอานุภาพของกรงทองคุมขังมิติกันแน่
มาถึงจุดนี้ กริมที่คิดว่าตัวเองรู้จักโลกเวทมนตร์ดีพอสมควรแล้ว ต้องยอมรับเลยว่า ความเป็จริงมันบ้าคลั่งกว่าที่จินตนาการไว้เยอะ สามผู้มาเยือนนี้ ต่อให้ยังไม่ใช่ว่าที่จอมเวท ก็คงเป็ระดับท็อปของผู้ฝึกหัดเวทระดับสูงแน่ๆ ขืนเขาเอาเวทมนตร์กระจอกๆ สองบทออกไปสู้ ก็มีแต่ตายเปล่า
ไม่กล้าดูต่อ กริมรีบย่องเงียบถอยกลับทางเดิม มุ่งหน้าสู่ตัวหอคอยทันที
เมื่อกลับมาถึงหน้าประตูหอคอย คนที่รออยู่ไม่ได้มีแค่ อัลเลน หัวหน้าผู้ฝึกหัดคนใหม่ แต่ยังมี เนตรพญาเหยี่ยว, อสูรแมลงมาร และ นางมารวิปลาส... สามผู้แข็งแกร่งประจำหอคอยยืนรออยู่ด้วย
กริมมองอัลเลนด้วยความสงสัยแวบหนึ่ง แล้วก็เข้าใจสถานการณ์ทันที ข้อความเวทมนตร์ที่เขาส่งมาเมื่อครู่ มีแค่เครื่องรางพิเศษของอัลเลนเท่านั้นที่รับได้ พอรู้ว่ามีผู้บุกรุกระดับปีศาจสามคน อัลเลนรู้ดีว่าลำพังตัวเองไม่มีปัญญาไล่หรือจับกุมพวกนี้ได้แน่ ก่อนกริมจะกลับมาถึง เขาเลยไปกล่อมให้สามผู้ยิ่งใหญ่มาร่วมมือด้วยล่วงหน้าแล้ว
แค่อยากรู้ว่า... เขาต้องจ่ายค่าจ้างแพงแค่ไหนถึงจ้างสามคนนี้ให้ยอมขยับตัวได้!
แต่พอนึกถึงภาพที่เพิ่งเห็นมา กริมก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกไม่มั่นใจในตัวทีมเ้าถิ่นตรงหน้า ผู้บุกรุกสามคนนั้น ไม่ว่าจะดูมุมไหน ก็ระดับปีศาจชัดๆ การจะใช้กำลังจับกุมพวกเขา... อาจเป็แค่ฝันกลางวันของอัลเลนก็ได้