ขจรยังไม่ไปอาคารสี่ในตอนนี้ เพราะว่า เวลากลางวันนั้น วิญญาณไม่สามารถปรากฏกายมาให้เห็นได้ ยกเว้น ผีที่ยืนด้านข้างเขา
“ น่ากลัวจังเลย” ผีจ๋อมนั่นเอง
ขจรไม่อยากพูดอะไรเดี๋ยวคนอื่นจะสงสัย ได้แต่พูดในใจ เป็นผีอะไร กลับกลัวผีเสียเอง
“ ผมจะให้คนพาไปชมห้องพักอาคารที่ 1 เป็นห้องติดทะเลทุกห้องเลย เชิญทางนี้ครับ”
ห้องของกิ๊ฟกับซีนั้นเป็นห้องพิเศษมีห้องนอนมีห้องรับแขกกว้างขวางและหรูหราดีมาก ส่วนห้องของ กรกันต์ หัวหน้าเอก ก็เป็นเช่นเดียวกัน ส่วน คุณชายจางเฉินนั้นก็อยู่ห้องเพียงคนเดียวแต่ก็เป็นห้องแบบเดียวกัน ส่วนขจรนั้น ได้พักในห้องของประธานบริหาร มีห้องนอนที่ใหญ่ มีเคาน์เตอร์บาร์ มีห้องรับแขก แถมมีห้องนอนสำหรับเด็กๆ อีกห้อง ทุกคนต่างชื่นชอบห้องของแต่ละคนยิ่งนัก แต่ทุกคนเห็นห้องของ ขจรก็ได้แต่ร้อง ว๊าว ! ไม่คิดว่าห้องนี้จะหรูหรา และเห็นวิวได้ 360 องศาแถมยังสามารถขึ้นไปบนดาดฟ้า เพื่อมองดูวิวหรือจัดปารตี้ได้อีก
“ ฉันชักอยากนอนห้องนี้ซะแล้ว” ซีเอ่ยเบาๆ จนกิ๊ฟต้องหยิกแขนเพื่อน
แล้วก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งเข้ามาหาทุกคนแล้วแนะนำตัวเองว่า
“ สวัสดีครับ ผมเจนภพ เป็นหัวหน้าไกด์ทัวร์ของโรงแรมนาคาไอส์แลนด์ จะมาพาทุกท่านท่องเที่ยวบนเกาะคริสตัลแห่งนี้ครับ ไม่ทราบว่า พร้อมกันหรือยังครับ”
“ พร้อม” ทุกคนเอ่ยออกมาพร้อมๆ กัน
“ ดีครับ เนื่องจากเรามีโปรแกรมทัวร์แค่ สองวัน ผมก็จะพาทุกท่านไปสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของเกาะคริสตัลก่อนเป็นอันดับ แรก”
ทุกคนเดินลงมาจากโรงแรม แล้วก็เดินมาขึ้น รถไฟฟ้า ที่ดูคล้ายกับรถราง นั่งได้สิบกว่าคน
“ เกาะคริสตัล มีชายหาดทรายแก้วที่มีสีขาวสดใส พื้นน้ำทะเลก็เลยใสสะอาดคล้ายกับกระจก ตำนานเคยเล่าว่า ในอดีตเกาะแห่งนี้เป็นเมืองโบราณ มีแผ่นดินที่กว้างใหญ่ แต่แล้ววันหนึ่งเกิดคลื่นทะเลยักษ์ ไหลบ่าเข้าท่วมแผ่นดินแถบนี้จนหมด คงเหลือแต่ วังโบราณขนาดใหญ่ ทีมีเทวสถานศักดิ์สิทธิ์ ตั้งอยู่ตรงกลาง และบริเวณพื้นดินรอบ ๆ กลับไม่โดนน้ำทะเลท่วม ซึ่งก็คือ เกาะคริสตัลในปัจจุบันนี้ มี นักดำน้ำจากทั่วโลก เคยดำน้ำรอบๆ เกาะ พบว่ามีเมืองโบราณขนาดใหญ่ จมอยู่ในน้ำ กว่า 50 เมตร ชาวบ้านที่นี่เลยเชื่อว่า เทพเจ้าที่ประดิษฐสถานอยู่ในเทวสถานศักดิ์สิทธิ์ต้องเป็นผู้คุ้มครองเกาะแห่งนี้ ทำให้น้ำไม่ท่วม”
รถไฟฟ้า พาทุกคนเข้ามาที่ วังโบราณแห่งนี้ ทุกคนมองแล้วต่างตกใจ ไม่คิดว่า แบบและโครงสร้าง นี้คล้ายกับปราสาทหิน คล้ายกับนครวัด หรือพวกปราสาทหินพิมาย ยิ่งนัก
“ หลักศิลาที่บันทึกไว้ เรียกที่นี่ว่า นครอมตะ ซึ่งผมจะพาไปกราบไหว้ เทพที่คนบนเกาะนี้เคารพบูชากันมาก”
ทั้งหมด ถูกพาเข้าไปใน เทวสถานศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งด้านใน มีคนมากมายกำลัง กราบไหว้เทวรูปโลหะที่มี รูปร่างคล้ายกับ พระศิวะ แต่ปั้นได้ดูน่ากลัว และยังมีเขี้ยว มีแขนสี่กร ถืออาวุธเทพสี่ชนิด
“ นี่คือ ท่านเทพภูเตศวร เป็นจ้าวแห่งผี เป็นปางหนึ่งของพระศิวะเจ้า เป็นผู้ปกปักรักษาเกาะคริสตัลแห่งนี้”
ทุกคนจุดธูปสีดำคนละเก้าดอก แล้วทำการกราบไหว้พร้อมกับ ดอกไม้หลากสี
ขจรเห็นเทวรูปโลหะ เทพภูเตศวร แล้วก็ได้แต่ยืนมองนึ่งคล้ายกับว่า เขาเคยเห็นท่านมาก่อน แต่นึกยังไงก็นึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน ยิ่งมายืนใกล้ๆ รู้สึกได้ว่ามีความสุขกายสบายใจ คล้ายได้พบกับ ญาติผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ยิ่งมองไปนานๆ ก็เหมือนกับว่า ท่านกำลังยิ้มให้กับเขา
“ จร จร”
กิ๊ฟสะกิดเรียกเพื่อให้ทำการกราบไหว้ ท่านเทพภูเตศวร ขจรเลยรีบคุกเข่ากราบไหว้ทันที ก่อนที่ทั้งหมดจะออกจากเทวสถานแห่งนี้ เพื่อเที่ยวที่อื่นๆ ต่อ
ไกด์เจนภพ พามาที่ชายหาดทรายแก้วใสที่ทอดยาวไปหลายสิบกิโล พอแสงแดดส่องกระทบ เกิดแสงส่องประกายระยิบระยับสวยงามมาก แต่ละคนรีบถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน น้ำทะเลแถบนี้กลับมีคลื่นลมเพียงเล็กน้อย เพราะด้านนี้มีแนวหินธรรมชาติที่คอยกั้นคลื่นลมเอาไว้ ทำให้น้ำทะลดูใสราวกับกระจก มีผู้คนมาเล่นน้ำกันเป็นจำนวนมาก แต่ที่สะดุดตาก็คือ มีรูปปั้นนางเงือก ที่ทำด้วยหิน ตั้งอยู่ริมชายหาด มีผู้คนต่างไปกราบไหว้ขอพรกันเป็นจำนวนมาก
“ นี่คือรูปปั้นเทพีแห่งท้องทะเล ชาวบ้านที่นี่ใครมีเรื่องเดือดเนื้อ ร้อนใจ ต่างก็มาหาท่าน เพื่อขอพร ส่วนใหญ่ก็ได้ตามความประสงค์ ทำให้ผู้คนนับถือรองมาจากท่านเทพภูเตศวร”
“ แล้วผู้ใดเป็นคนสร้าง ช่างดูเหมือนมีชีวิตจริงๆ” คุณชายจางเฉินปกติไม่ค่อยพูด แต่กลับเอ่ยถามเป็นจริงเป็นจังคนแรก
“ ไม่มีใครทราบ ว่าใครเป็นคนสร้าง แต่มีตำนานกล่าวว่า หลายพันปีก่อน ที่เกาะแห่งนี้มีชื่อเรียกว่า เกาะแก้ว เป็นที่อยู่ของเผ่าเงือก แต่มีอยู่วันหนึ่ง มีเรือของเจ้าชายองค์หนึ่ง ได้ถูกพายุซัดจนเรือแตก เจ้าหญิงเผ่าเงือกได้ช่วยชีวิต เจ้าชายเอาไว้ แล้วพามาอยู่อาศัยบนเกาะแห่งนี้ โดยที่เจ้าหญิงเผ่าเงือก และ เจ้าชายก็ตกหลุมรักซึ่งกันและกัน โดยไม่รู้ว่า ภรรยาของตัวเองนั้นหาใช่มนุษย์ไม่ ซึ่งเจ้าหญิงเผ่าเงือกเองก็ใช้ พระเวทย์แปลงกายเป็นมนุษย์
จนกระทั่งทั้งสองมีบุตรด้วยกัน แล้วสุดท้ายความลับก็ถูกเปิดเผย ว่านางไม่ใช่มนุษย์ เจ้าชายจึงได้ออกอุบาย หนีออกไปจากเกาะแห่งนี้ เพื่อไปหา เสด็จปู่ กับ เสด็จย่า แล้วจะกลับมารับ เจ้าหญิงเผ่าเงือก แต่ทว่า เจ้าชายผู้นั้น รับไม่ได้กับ การที่ภรรยาของตนนั้นเป็นปีศาจเงือก จึงไม่ได้กลับมาที่เกาะแก้วนี้อีกเลย เจ้าหญิงเงือกเองก็ได้แต่นั่งรอพระสวามีกับลูก ณ ที่ตรงนี้ตลอดมา จนกระทั่งกลายเป็นหินเช่นนี้ เมื่อร้อยกว่าปีก่อน มีกวีเอกท่านหนึ่งเคยล่องเรือมาเที่ยวที่นี่ แล้วได้ยินตำนานบนเกาะแห่งนี้ ก็เลยนำไปแต่งใหม่ใช้ชื่อเรื่อง พระอภัยมณี”
“ เรื่องจริงกับในนิทาน ช่างต่างกันเหลือเกิน” ซีเอ่ยอย่างตื่นเต้น
ขจรนั้นได้แต่มองหินนางเงือก ก็สัมผัสได้ถึง วิญญาณของนางนั้นยังคงอยู่ไม่ไปไหนจริงๆ คงอยู่เพื่อรอคนที่นางรัก ช่างน่าสงสารจริงๆ แต่ทันใดนั้นเองอยู่ดีๆ ซีก็ตัวแข็งทื่อ ดวงตาทอประกายแปลก มองคุณชายจางเฉินด้วยสายตาหวานฉ่ำ
“ เจ้าพี่ ในที่สุดท่านก็กลับมาหาข้า”
กิ๊ฟจับแขนของ ซีแล้วเขย่า
“ ซี นี่แกเป็นอะไรหรือเปล่า”
ซีไม่สนใจ สะบัดมือของ กิ๊ฟออก พุ่งเข้ามากอดคุณชายจางเฉินเอาไว้แน่น
ทำเอาทุกคนต่างตกตะลึงกันไปหมด
“ ต่อไปนี้ ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าพี่จากข้าไปไหนอีกแล้ว”
“ ปล่อยๆ ผมนะ คุณซี” จางเฉินพยายามจะแกะมือของซีแต่ว่าไม่อาจทำได้ เหมือนกับว่า ซีนั้นมีพลังแขนที่แข็งแกร่งยิ่ง
ขจรได้แต่ยืนมองแต่ไม่ได้ช่วยอะไร
“ ตาแว่นคนนี้ สงสัยคงเป็นเจ้าชายของ เจ้าหญิงเงือก คู่รักกลับมาพบกันใหม่อีกครั้ง ช่างโรแมนติก จังเลย” ผีจ๋อมเอ่ยข้างๆ หูขจร
“ คนตายไปแล้ว คิดจะอยู่กับคนเป็นได้อย่างไรกัน ฟ้าดินไม่ยอมอยู่แล้ว”
ขจรเอ่ยจบก็เดินเข้าไปหาซี ที่ยังคงกอด คุณชายจางเฉินแน่นไม่ยอมปล่อย พอขจรถอดสร้อยพระของตน นำไปคล้องคอของซีเอาไว้ ไม่นานวิญญาณเจ้าหญิงเงือก ก็ร้องกรี๊ดลั่นแล้วก็ออกจากร่างของซีไป
“ ซี เป็นยังไงบ้าง”
“ นี่ฉันเป็นอะไรไป”
“ ก็อยู่ดีๆ ก็เข้าไปกอดคุณชายจางเฉิน แล้วเรียกเขาว่า เจ้าพี่ เจ้าพี่ ไม่ยอมปล่อยจนกระทั่งจรเอาพระมาสวมให้ เธอก็เลยรู้สึกตัวนี่ไง” กิ๊ฟ รีบอธิบาย
“ ตายจริง ฉันไม่รู้สึกตัวเลยนะเนี่ย แล้วทำไมต้องเป็นฉันด้วยเล่า”
“ เพราะเธอไม่ได้สวมสร้อย และเป็นผู้หญิงเหมือนกัน” กิ๊ฟเองก็สวมสร้อยพระที่ขจรเคยให้มาตั้งนานแล้ว เลยไม่มีผีสางที่ไหนมาเข้าสิงได้ แต่ว่าซีนั้นไม่ได้สวมสร้อยพระ แต่สวมจี้เพชรรูปหัวใจ เลยถูกสิงร่าง
เจนภพเห็นเหตุการณ์แบบนี้ก็ตกใจยิ่งนัก แต่เห็นว่า ขจรกลับมีสติดี สามารถแก้ไขได้ เริ่มตั้งสติได้แล้วรีบบอกว่า
“ บนเกาะของเราไม่เคยเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาเลย หรือว่า คุณชายท่านนี้จะเป็นพระสวามีของท่านกลับชาติมาเกิด?”
“ ไร้สาระ คุณซีอาจสมองมีปัญหา ผมว่าควรพาไปให้หมอตรวจดีกว่านะครับ”
คุณชายจางเฉินไม่เชื่อ กลับไล่ให้ซีไปตรวจสมอง
“ ฉันปกติดีทุกอย่าง นี่ฉันไม่ได้แกล้งนะจริงๆ นะ” ซีเริ่มไม่พอใจ
“ ไม่มีอะไรแล้ว อย่าพูดถึงเรื่องนี้อีก คุณไกด์พาพวกเราไปกินอาหารเที่ยงกันได้แล้ว” ขจรเบรคเรื่องนี้เอาไว้ ไม่อยากให้ทุกคนตกใจ แล้วสั่งไกด์พาไปร้านอาหารทันที
รถไฟฟ้า พาทุกคนมาที่ร้านอาหารทะเลที่มีชื่อเสียงของเกาะคริสตัล โดยที่ร้านนี้มีจุดเด่นก็คือ มีแพปลาที่ยื่นออกไปในทะเล เพื่อให้เรือปลานำอาหารทะเลสดๆ มาขึ้นตรงนี้ แล้วร้านอาหารก็ติดกับแพปลา ลึกเข้าไปในทะเล บรรยากาศดีมาก ทุกคนได้กินอาหารสดๆ ใหม่ๆ และอร่อยจนลืมเหตุการณ์ที่ผ่านมาไปเสียสนิท
ระหว่างกินนั้น ก็เห็นชาวประมงต่างกำลังมุงดูของบางสิ่งบางอย่าง ที่ลากอวนติดมาได้
“ เงือก นี่มันมนุษย์เงือก ฮ่า ฮ่า เราจะรวยกันใหญ่แล้ว” เถ้าแก่เจ้าของเรือประมง
เอ่ยอย่างดีใจ ทำให้หลายคนอุทานตาม ขจรและเพื่อนๆ ก็ไปดูกับเขาด้วย พบว่าเป็น เงือกน้อยตนหนึ่ง ช่วงบนเป็นคนแต่ช่วงล่างเป็นปลา ผมยาวปิดมาถึงหน้าอกที่เปลือยเปล่า ดูแล้วสวยน่ารัก ดูอายุไม่น่าเกินเด็ก 14-15 ปี อ้าปากแยกเขี้ยว ข่มขู่ไม่ให้เข้ามาใกล้ แต่พวกชาวประมงก็รีบเอากระสอบมาคลุมเอาไว้ แล้วช่วยกันมัดจนแน่น แล้วเจาะรูหายใจให้กับเธอ
มีเถ้าแก่คนหนึ่งเสนอซื้อ 5 ห้าแสน อีกคน ซื้อ 1 ล้าน แต่เจ้าของเงือกน้อยกลับบอกว่า อย่างน้อยต้องมี 10 ล้านถึงจะขาย ทำให้ใครที่อยากได้ไป ถึงกับต้องถอยไม่กล้าสู้ราคา กิ๊ฟมองหน้าขจร แล้วบีบแขนของเขาแน่น คล้ายจะบอกว่า ช่วยเงือกน้อยผู้นี้ได้ไหม
“ ผมซื้อเอง” ขจรเอ่ยออกไปทันที เพราะเขาเองก็ไม่อยากให้คนอื่นได้ไป เกรงว่าจะถูกนำไปเป็นหนูทดลอง
“ น้องชาย อั๊วต้องการเงินสดเท่านั้น ลื้อแน่ใจนะว่ามี”
ขจรรีบโทร. ไปหาท่านชายภาสกรทันที
“ ผมคือ ขจร นาคบดินทร์ เป็นรองประธานเครือ นาคบดินทร์กรุ๊ป คุณไปเบิกเงินที่โรงแรมนาคาไอส์แลนด์ได้เลย”
“ ฮ้า.. ที่แท้เจ้าของโรงแรมใหญ่นี่เอง เฮ้ยพวกเอ็งพานังเงือกออกมา แล้วไปที่โรงแรมนาคาไอส์แลนด์ ไปรับเงินก้อนใหญ่กัน” เถ้าแก่เรือประมงพาเงือกน้อยตามขจรไปรับเงินที่โรงแรม พอรับเงินเสร็จเรียบร้อย ก็มอบเงือกน้อยให้กับขจร
ขจรพาเธอลงไปในสระน้ำ แล้วพยายามถามว่า
“ บ้านเธออยู่ที่ไหน ฉันจะพาไปส่ง”
เงือกน้อย ทีแรกก็ยังมีสีหน้าหวาดกลัว ไม่กล้าพูดอะไรกับใคร แต่ไม่นานพอกิ๊ฟเข้ามาคุยด้วย ทำให้เงือกน้อยค่อยวางใจ จึงเริ่มสื่อสารออกไป
“ บ้านฉันอยู่ที่ ทะเลน้ำเงิน แต่ว่าฉันไม่รู้จะกลับอย่างไร”
“ ผู้จัดการ รู้จักทะเลน้ำเงินหรือไม่?”
“ ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยครับ มันอยู่ทางทิศไหนหรือครับ”
เงือกน้อยก็งง ไม่รู้จะบอกอย่างไร ได้แต่บอกว่า
“ ที่ทะเลน้ำเงิน มียักษ์เขี้ยวใหญ่ มันไล่ล่าพวกเรากินเป็นอาหาร ฉันหนีมันมา ด้านหน้ามีแสงวาบ ฉันถูดดูดเข้าไป แล้วก็มาโผล่ที่แถวนี้ เลยถูกคนชั่วจับมาได้”
ทุกคนต่างสับสน มึนงงยิ่งนัก
“ ทะเลน้ำเงินไม่ใช่มิติของโลกมนุษย์ ถ้าหากคิดจะช่วยเงือกน้อยตนนี้ มีทางเดียว คือให้ วิญญาณเจ้าหญิงเงือกช่วย” หินเจ้าปัญญาเอ่ยเข้าหัวของ ขจร
“ เอาละ พรุ่งนี้ฉันจะพาเธอกลับบ้าน ตอนนี้เธอพักผ่อนในสระนี้ไปก่อน”
“ ฉันขึ้นไปด้วยได้ไหม”
“ หืม” ทุกคนต่างสงสัย แล้วเงือกน้อยก็ขึ้นจากน้ำ แล้วหางปลาก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นขาแบบมนุษย์ ขจรต้องรีบถอดเสื้อไปคลุมร่างของ เงือกน้อยที่ทำหน้าไร้เดียงสาไม่รู้ว่า ขจรทำไปทำไม
กิ๊ฟเองก็เลยอาสาพา เงือกน้อยไปพักที่ห้อง แล้วค่อยๆ จัดหาเสื้อผ้าใส่ให้แทน
เถ้าแก่เจ้าของเรือที่จับเงือกน้อยได้ พอกลับมา ก็พบว่า ที่บ้านมีทหารรับจ้างเข้ามารอที่บ้าน นับสิบคน มีชายใส่แว่นตาดำ ใบหน้าคล้ายคนญี่ปุ่น เดินออกมา
“ เถ้าแก่ ได้ข่าวว่า จับนางเงือกได้ตัวเป็นๆ ตอนนี้อยู่ที่ไหน เจ้านายของเราต้องการนางเงือกตัวนี้ พร้อมให้ราคาไม่อั้น ห้าสิบล้านพอหรือไม่”
“ อะไรนะ ห้าสิบล้านเลยะเร๊อะ”
“ ใช่ เราเห็นข่าวจากยูทูป ก็รีบบินมาที่เกาะแห่งนี้ทันที ตอนนี้เงือกน้อยนั่นอยู่ไหน”
“ ผมขายไปแล้ว โอ้ย ไม่น่าเลย ขาดทุนไปตั้ง 40 ล้าน”
ลูกน้องเข้าไปบีบคอของ เถ้าแก่ แล้วเอ่ยด้วยเสียงคำรามในลำคอออกมาว่า
“ ขายให้ใครไป”
“ คุณชายขจร รองประธานนาคบดินทร์กรุ๊ป ตอนนี้เขาพักที่โรงแรมนาคาไอซ์แลนด์”
“ เอาไงต่อดีครับนาย” ทหารมือขวาเหวี่ยงร่างของเถ้าแก่ไปชนกำแพงจนสลบไป
“ รองประธานนาคบดินทร์ ไม่ใช่คนธรรมดาแน่ เรื่องนี้ต้องแจ้งให้กับ นายท่านก่อน” ชายใส่แว่นตาดำ รีบโทรไปหาเจ้านายเขาทันที
“ เรื่องจริงแน่ๆ ครับ แต่ว่าตอนนี้ เงือกน้อยอยู่กับรองประธานนาคบดินทร์แล้ว ผมเกรงว่า พวกเขาก็คงรู้ว่าเลือดของเงือกน้อย จะทำให้อายุยืน ถึง 200 ปีได้ เรื่องขอซื้อ คงใช้ไม่ได้แน่ๆครับ”
“ ฉันไม่สนใจ ไม่ว่าอย่างไรต้องนำเงือกน้อยกลับมาให้ได้ 1 พันปีจะมีให้เห็นสักที ไม่ว่าต้องเสียอะไรไป ก็ต้องแย่งชิงกลับมาให้ได้”
ชายที่เป็นนายท่าน เป็นชายชราวัยเจ็ดสิบปี แต่ยังคงแข็งแรง ด้านหลังมีภาพของธงชาติญี่ปุ่น มีหุ่นสวมเสื้อเกราะนักรบซามูไรโบราณ มีป้ายติดอยู่ข้างฝา ว่าแก๊งยากูซ่า แห่งโกเบ ด้านข้างมีชายหนุ่มใส่สูท และหญิงสาวสวยคนหนึ่ง สวมชุดกิโมโน ยืนอยู่ด้านข้าง
“ทาเคชิ ซายูริ พวกเธอสองคนบินไปเกาะคริสตัล ไม่ว่าจะต้องเสียอะไรไป ก็ต้องนำเงือกน้อยกลับมาญี่ปุ่นให้ได้ ชีวิตของฉัน ขึ้นอยู่กับเธอสองคนแล้ว”
“ หัวหน้าวางใจ พวกเราจะไม่ทำให้ท่านหัวหน้าต้องผิดหวัง”.