ณ รอยต่อระหว่างป่าห้วยขาแข้งกับป่าทุงใหญ่นเรศวร มีชายแต่งกายคล้ายตำรวจ
สามคน กำลังวิ่งหนีอันตรายบางอย่าง แต่ละคนมีสีหน้าหวาดกลัว ทั้งสามคนต่างก็วิ่งหนีกัน อย่างไม่คิดชีวิต แต่ว่าชายคนที่รั้งท้าย กลับไม่ทันได้ก้าวเท้าต่อไป ก็มีเสียงปืนดังออกมาจากป่า
เปรี้ยง !!
กระสุนเจาะเข้าหลังหัว ทะลุออกมาทางหน้าผาก ชายชุดตำรวจตาค้าง ลงไปนอนคว่ำตายกับพื้น ชายอีกสองคน เห็นแล้วต่างก็วิ่งกันหน้าตั้ง เพื่อจะออกไปที่ ถนนใหญ่ เพื่อขอความช่วยเหลือจากรถยนต์ที่สัญจรไปมา
มีรถตู้สีดำจอดให้ แต่พอมีคนเดินลงมา สามสี่คนแต่ละคนล้วนมีอาวุธปืนกลแล้วเล็งมาที่ชายชุดตำรวจสองคน แต่ไม่ได้ยิง แค่ขู่เท่านั้น แต่ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงปืนสไนเปอร์ดังมาจากป่า สองนัด
เปรี้ยง ๆ !!
หัวของตำรวจสองคนนั้น ถูกกระสุนปืนหัวทะลุเป็นรู ตายคาที่ทันที
แล้วก็มี ชายสิบกว่าคนเดินออกมาจากป่า มีชายชาวจีนสองคนแห่งแก๊ง 5 คิงส์ และ พันโทธีรเดช กับ นักฆ่าเรือนมังกรซ่อนอาเฉา กับ อาฉีสองคนและมีชายที่แต่งกายคล้ายพรานล่าสัตว์ ถืออาวุธปืนสไนเปอร์ และไรเฟิลล่าสัตว์ อีกสิบคน
“ คุณลูกค้าทั้งหลาย รู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง กับเกมล่าคนในวันนี้” ฉางซัน ตัวแทนของแก๊ง 5 คิงส์ เอ่ยถามลูกค้าวีไอพี คนสำคัญทั้งสิบ ที่เป็น นักธุรกิจชาวจีน ผู้ร่ำรวยแต่จิตวิปริต ชอบฆ่าตำรวจ ยอมจ่ายเงินเพื่อมา ล่าคนในป่าทุ่งใหญ่นเรศวรแห่งนี้
แต่พวกมันหาใช่ตำรวจจริงไม่ พวกมันล้วนเป็นชนกลุ่มน้อย ที่หลบภัยสงครามเข้ามาอาศัยในศูนย์อพยพ แต่ถูก พันโทธีรเดช ให้ลูกน้องจับมาแต่งกายเป็นตำรวจ เพื่อให้คนเหล่านี้ฆ่าเล่นๆ
“ พวกเราชอบมาก แต่คราวหน้าขอเป็น นักมวย หากเป็นนักมวยไทยได้ยิ่งดี พวกเรายังยิงหัวของพวกมันมานานแล้ว”
“ ไม่มีปัญหา จริงไหมครับผู้พัน” ฉางซัน หันไปถาม พันโทธีรเดชที่ยิ้มรับปากจะจัดการให้
“ ตกลงตามนี้ พร้อมเมื่อไร ก็แจ้งมาได้เลย เราจะบินมาทันที”
ลูกค้าวีไอพี ถูกพากลับไปที่สนามบินจังหวัดตากเพื่อนั่งเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวกลับไป
“ ลูกค้าเหล่านี้ คือผู้ที่รับซื้ออวัยวะรายใหญ่ แต่ละเดือนมีออเดอร์ จำนวนมากมาย ครั้งนี้ เขามอบเงินมาให้หัวละ 2 ล้านเป็นค่าขนมให้เด็กของผู้พัน”
ฉางซันนำการ์ดเงินสดให้ผู้พัน เป็นจำนวน 40 ล้านบาทเป็นค่าชีวิตของผู้ที่เป็นเหยื่อในการสร้างความสุขให้เศรษฐีจีนเหล่านี้
ฉางซู่ คนของแก๊ง 5 คิงส์อีกคนเอ่ยต่อว่า
“ อีกไม่นานนี้จะมีการต่อสู้ เดอะแมสค์ไฟเตอร์ทัวร์นาเม้นท์ ซึ่งนายท่านห้าของเราเป็นผู้จัดขึ้น ครั้งนี้ผมจะเสนอให้มาจัดที่ทุ่งใหญ่นเรศวรแห่งนี้ พอเสร็จสิ้นการแข่งขัน ผมจะให้ลูกค้า ระดับวีไอพีพวกนี้ ไล่ล่าพวกนักมวยที่เหลือรอด งานนี้พวกเรามีแต่ได้กับได้ กระสุนนัดเดียว ได้นกหลายตัวเลย ผู้พันคิดเห็นอย่างไรบ้าง”
“ ไม่มีปัญหาป่าทุงใหญ่นเรศวร อยู่ในเขตคุ้มครองของผม ผมเคลียร์ได้อยู่แล้ว ที่นี่มีเหวนรกอยู่ หากใครตายก็โยนมันลงไปก็จบ ไม่มีใครลงไปแล้ว ขึ้นมาได้อยู่แล้ว”
พันโทธีระเดช หันไปสั่งทหารคนสนิท ให้ย้ายศพขึ้นรถ แล้วก็นำไปโยน ลงที่เหวนรกในป่าทุงใหญ่นเรศวร เหมือนกับว่า ซากศพเหล่านี้ไม่ใช่คนแต่พวกซากสัตว์ป่าทั่วไป
ขจรกลับมาถึงตำหนักริมน้ำก็ได้พักผ่อนนอนหลับยาว ตื่นเช้ามาโทรศัพท์มือถือก็มีแต่ข้อความฝากเอาไว้ หลายสิบสาย มีทั้งอาจารย์พิมพ์ ชาลินีลูกสาวท่านผู้พิพากษา และ ซาซ่า
ขจรโทรหาซาช่าก่อนทันที
“ เฮ้ ติดต่อคุณได้เสียที ฉันลงสมัครการต่อสู้ การแข่งขันเดอะ แมสค์ไฟเตอร์ ทัวร์นาเม้นท์ ครั้งใหม่ให้แล้วนะ สถานที่จัดครั้งนี้ จัดที่ป่าทุงใหญ่นเรศวร อีก 15 วันข้างหน้า คุณโอเคไหม?”
“ โอเค ไม่มีปัญหา”
“ ดี เดี๋ยวฉันจะส่งบัตรนักสู้ไปให้ทางไลน์ คุณสามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดในนั้นได้เลย ส่วนคู่ต่อสู้มีใครบ้างนั้น เขายังไม่แจ้งรายละเอียดมา หากคนที่ฆ่าเอ็ดการ์มันลงแข่งด้วย ฉันจะรีบบอกทันที”
“ ขอบคุณครับ”
“ ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร โซนไหนกันแน่นะ จังหวัดตากหรือจังหวัดกาญจนบุรี?”
ขจรรอรายละเอียด พอมีไลน์เด้งขึ้นมาขึ้นมา ก็เข้าไปดูรายละเอียดทันที
“ โซนจังหวัดตาก? ไม่ต้องห่วงนะเอ็ดการ์ ฉันไม่ปล่อยให้นายตายฟรีแน่”
ขจรโทรกลับไปหาชาลินี ไม่รู้ว่า ท่านผู้พิพากษามีธุระด่วนอะไรหรือเปล่า
“ อาจารย์ที่สอนยุทธ์ให้ฉัน ท่านอยากพบคุณ”
“ พบผม?”
“ ใช่ พรุ่งนี้ท่านจะมาเยี่ยมคุณแม่ของฉัน และท่านก็อยากพบคุณด้วย หลังจากที่ทราบข่าวว่า คุณก็เป็นผู้ฝึกยุทธ์เหมือนกัน”
“ ก็ได้ครับพรุ่งนี้ผมเลิกเรียนบ่ายสาม ไม่ทราบว่า ท่านจะเข้ามากี่โมงครับ”
“ ก็ประมาณห้าโมงเย็น คุณมารอก่อนก็ได้”
“ ตกลงครับ”
ขจรไม่โทรหา อาจารย์พิมพ์ แต่ขับรถไปมหาลัยทันที เพราะคิดว่า เดี๋ยวก็คงเจอกัน แต่พอไปถึงกลับไม่พบอาจารย์พิมพ์ พบแต่อาจารย์หมอธารินทร์ ซึ่งท่านเล่าว่า
“ อาจารย์พิมพ์ เดินทางไปที่จังหวัดกาญจนบุรีตั้งแต่เมื่อวานตอนเย็นแล้ว ฉันนึกว่าเธอจะโทรหาอาจารย์พิมพ์เรียบร้อยแล้ว”
“ ผมเพิ่งเห็นข้อความ คิดว่าอาจารย์คงอยู่มหาลัย เลยไม่ได้โทรกลับ ว่าแต่อาจารย์พิมพ์ไป กาญจนบุรีทำไมครับ”
“ เห็นว่ามีฝนตกหนัก ทำให้พื้นดินที่ปราสาทเมืองสิงห์ มีการทรุดตัว ทำให้เห็นทางเข้าขั้นใต้ดินขนาดใหญ่ ที่ฐานพระปรางค์ กรมศิลปากร เลยติดต่อมาอยากให้อาจารย์พิมพ์ไปช่วยสำรวจ”
“ เกี่ยวอะไรกับอาจารย์พิมพ์ด้วยครับ”
“ ฉันก็ไม่แน่ใจ รู้แต่ว่า พวกเขาค้นพบซากศพโบราณ อะไรสักอย่าง เธอลองโทรไปหาอาจารย์พิมพ์ น่าจะรู้รายละเอียดดีกว่า”
ขจรคิดว่าคงไม่เกี่ยวอะไรกับเขา ขณะลังเล อาจารย์พิมพ์ก็โทรเข้ามาทันที
“ นี่นายขจร ฉันโทรไปตั้งหลายครั้ง ทำไมไม่รับสายของฉัน”
“ ผมติดธุระอยู่ครับ”
“ ธุระอะไร ฉันรู้ว่าในกลับมาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ป่านนี้ยังไม่โทรกลับฉันอีก”
“ อาจารย์มีอะไรก็บอกมาเลยครับ ตอนนี้ผมมาถึงมหาลัยแล้ว”
“ ขับรถมาที่ปราสาทเมืองสิงห์เดี๋ยวนี้เลย ฉันต้องการให้เธอมาช่วยงาน”
“ งานอะไรครับ”
“ มีศพโบราณที่ต้องการพิสูจน์ ฉันอยากให้เธอช่วยใช้สัมผัสที่หก ช่วยในเรื่องนี้”
“ ศพโบราณ? ป่านนี้เขาไปผุดไปเกิดหมดแล้ว ต้องพิสูจน์อะไรอีกครับ”
“ ไม่รู้ซิ มันแปลกมาก เพราะศพนี้ ยังมีสภาพเหมือนคนกำลังนอนหลับไม่ได้เหมือนกับคนตายเลยแม้แต่น้อย พวกเรายังไม่กล้า ทำอะไรมาก กลัวว่าหากนำซากศพขึ้นมา แล้วเอาน้ำแข็งออก ร่างของเธออาจจะโดนออกซิเจนในอากาศ แล้วจะสลายไปก็ได้ จึงได้แต่นำน้ำแข็งรอบๆ ออกมาตรวจสอบพบว่า มีอายุ สองพันปีแล้ว เธอลองดูภาพนี้ก่อน”
พออาจารย์พิมพ์ส่งรูปผ่านไลน์มาให้ ขจรเห็นภาพของสตรีผู้หนึ่งแต่งกายคล้ายกับนางอัปสรโบราณ แต่อยู่ภายใต้ก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่
“ อากาศร้อนขนาดนี้ มีน้ำแข็งมาได้ยังไง แถมยังไม่ละลายมาตั้งสองพันปี?”
ขจรเริ่มสงสัย ทันใดนั้นก็มีเสียงเรียกเข้ามาในหูของเขาอย่างแผ่วเบาว่า
“ ท่านสุริยะเทพ ข้ารอท่านมานานแล้ว มาช่วยข้าด้วย...”
ขจรจับใจความได้แล้ว ก็ไม่คิดอะไรอีก รีบพูดออกไปในทันที
“ ส่งพิกัดที่อยู่มาให้ผม เดี๋ยวผมจะไปเดี๋ยวนี้เลย”
ขจรรีบโทรไปเลื่อนนัดกับชาลินี เอาไว้กลับมาแล้วจะโทรหาแล้ว ก็รีบลาอาจารย์ธารินทร์ แล้วขับรถไปที่ปราสาทเมืองสิงห์ทันที ระยะทางจากกรุงเทพไปไม่น่าจะเกิดสามชั่วโมงน่าจะขับรถไปถึงแต่นั่นไม่ใช้สำหรับขจรในเวลานี้
เขาเก็บรถสปอร์ตเอาไว้ในแผ่นหนังมิติ แล้วพุ่งตัวไปบนฟ้า กลายเป็นเครื่องบินไอพ่นขนาดแต่มีดวงตาของขจร บินไปราวกับสายฟ้า ไม่ถึง15 นาทีก็ถึง ปราสาทเมืองสิงห์ กาญจนบุรี ขจรนำรถสปอร์ตออกมา แล้วค่อยขับเข้าไปในตัวปราสาท แต่ทว่า ตอนนี้มีทหารตำรวจมากมาย ห้ามทุกคนเข้าไปในเขตอุทยานของปราสาทเมืองสิงห์ ขจรก็ไม่ยกเว้น
จนกระทั่งอาจารย์พิมพ์ต้องออกมาเคลียร์ ขจรถึงได้เข้าไปได้ ด้านในกลับมีทหารอเมริกันเดินไปมา เต็มไปหมด
“ ทำไมทหาร ตำรวจ และพวกทหารอเมริกัน เข้ามาที่นี่กันมากมายขนาดนี้”
“ ข้างในมีสมบัติโบราณ อยู่หลายชิ้น พวกโลภมากต่างก็มาตรวจสอบด้วยตาว่าเป็นจริงหรือเปล่า ตอนนี้ ทางกรมศิลปากรกำลังเครียด ไม่รู้ว่าจะปกป้อง ทรัพย์โบราณนี้ได้มากน้อยแค่ไหน ขอกำลังจากตำรวจส่วนกลางไปแล้ว แต่พวกเขากลับไม่สามารถเข้ามาในพื้นที่ได้ ถูกท่านนายพลสาคร ผบ.คนใหม่ของค่ายทหารปัจจิมสั่งห้ามเพื่อความปลอดภัย แต่พวกมันกลับให้ทหารอเมริกัน เข้ามาได้ ดูซิ พวกมันทำตัวเหมือนเดินอยู่สวนหลังบ้านของพวกมันเลย ฉันจะพาเธอไปพบกับ ดร. ผิน เป็นรองผอ.กรมศิลปากรที่ดูแล โปรเจคนี้”
ชายวัยกลางคนโผล่ออกมาจากเต็นท์ สีหน้าเคร่งเครียด อาจารย์พิพม์แนะนำให้ขจรรู้จักกับ ดร. ผิน รองผอ.กรมศิลป
“ คุณชายขจรนี่เอง ผมเคยไปตำหนักริมน้ำของท่านชายภาสกร เพื่อชมศึกษาสมบัติโบราณของท่าน ยินดีที่ได้รู้จักครับ”
“ มีอะไรหรือเปล่า ดูดอกเตอร์ เครียดนะคะ”
“ ก็ผู้พันไทด์กับผู้กำกับศรชัย อนุญาตให้พวกทหารอเมริกัน เข้ามาสำรวจ ของมีค่าที่เราขุดค้นได้ แบบนี้ ผมกลัวว่า หากคืนนี้มีคนร้ายบุกเข้ามาโขมยไป พวกเราจะทำอย่างไร”
“ คนร้ายที่ไหนจะเข้ามาได้” อาจารย์พิมพ์สงสัย
แต่ศาสตราจารย์ดร.ผิน กลับไม่พูด แต่มองไปที่ ตำรวจ ทหาร และ คนอเมริกัน ที่รวมกลุ่มคุยกัน เหมือนจะทำอะไรสักอย่าง
“ อย่าได้กังวลไป ไม่มีใครกล้าเอาสมบัติแผ่นดินไปได้ ผมเชื่อว่า ผู้ที่เป็นเจ้าของที่แท้จริง ไม่ยอมให้พวกโจรปล้นแผ่นดิน เอาของที่ไม่ใช่ของพวกมันไปได้ง่าย ๆ หรอกครับ”
ทั้งสองคนมองหน้าขจร อยากจะถามรายละเอียด แต่ขจรไม่ทันตอบ มีนายทหารกับ ตำรวจ และ คนอเมริกันเดินเข้ามาหาเสียก่อน
“ ดร.ผิน พวกเราจะเข้าไปสำรวจชั้นใต้ดินกันอีกได้หรือยัง” ผู้กำกับศรชัย เอ่ยออกมาเป็นคนแรก
“ ตอนนี้ผมกำลังตรวจสอบ สภาพอากาศ และ ออกซิเจน ภายในชั้นใต้ดิน ด้วยเครื่องตรวจอยู่ อีกไม่ถึง ครึ่งชั่วโมงก็จะทราบผล แต่ว่า ผู้ที่จะลงไป ผมขอไม่เกิน 10 คนเท่านั้นนะครับ ผมเกรงว่า จะทำให้อุณหภูมิชั้นใต้ดินเกิดการเปลี่ยนแปลงจะทำให้ ทรัพย์สมบัติเสียหาย และ จะทำให้สภาพศพนางอัปสรเปลี่ยนไปด้วย”
“ ไม่มีปัญหา พวกเราไม่ลงไป แต่จะให้ ทหาร ตำรวจ และ คนของมิสเตอร์ทอมป์สัน ลงไปเพื่อช่วยป้องกันอันตราย”
“ จะให้คนต่างชาติเข้าไป มันไม่เหมาะสมนะคะ ผู้กำกับ” อาจารย์พิมพ์แย้งทันที
“ ผู้กองฟอกซ์ เป็นทหารนาวิกโยธิน เชี่ยวชาญการต่อสู้ทุกรูปแบบ เขาจะช่วยพวกคุณให้ปลอดภัย เชื่อผมเถอะ” มิสเตอร์ทอมป์สัน เอ่ยยืนยัน ผู้พันไทด์กับ ผู้กำกับศรชัยก็เห็นด้วย ทุกคนเลยต้องจำใจปฏิบัติตาม
ทุกคนเลยต้องมาดูที่เต็นท์ปฏิบัติการ ที่ส่งเจ้าหุ่นวัดอุณหภูมิเข้าไป พบว่า
ด้านชั้นใต้ดิน ที่มีร่างของนางอัปสรที่เป็นก้อนน้ำแข็ง อุณหภูมิโดยรอบ ยังคงอยู่ในระดับ 0 องศาเซลเซียส และมีบางครั้ง อุณหภูมิก็เย็นลงไปติดลบ 4 ถึง 5 องศาเซลเซียสเลย
“ หากว่าอุณหภูมิขนาดนี้ ก็ยังคงพอลงไปสำรวจได้ ไม่น่าเชื่อว่าพื้นด้านล่างนี้จะมีธารน้ำแข็งอยู่ ทั้งๆ ที่บรรยากาศข้างบนนี้ กลับสูงถึง 34 องศาเซลเซียส”
ดร.ผินเอ่ยกับทุกๆ คน ขจรเพิ่งรู้เหมือนกันว่า ภาพที่นางอัปสรอยู่ในน้ำแข็งนั้น เป็นการถ่ายภาพจากกล้องหุ่นยนต์ ยังไม่มีใครกล้าลงไปสำรวจ แต่ขจรสังเกตภาพจากหุ่นนั้น รอบๆที่ติดอยู่ใน น้ำแข็งชั้นใต้ดิน มีแก้ว แหวนเงินทอง มีอยู่มากพอสมควร ทหาร ตำรวจ และ ชาวอเมริกัน ต่างส่งสายตาโลภออกมากันโดยไม่เก็บอาการเลย
“ ความเย็นของชั้นใต้ดิน ไม่มีลดต่ำไปกว่านี้ ผมว่า ทุกคนน่าจะลงไปสำรวจกันได้แล้ว” ผู้กองฟอกซ์ เอ่ยกับทุกๆ คน พร้อมให้ทหารอเมริกัน 5 นาย เตรียมตัว มีตัวแทนทหารและตำรวจไทยตามไปอีกห้านาย ส่วนฝ่ายของดร.ผิน มีขจรกับอาจารย์พิมพ์ และมีลูกน้องของ ดร.ผินอีกสองคน คือ ทองดี กับ สมชาย เดินลงไปชั้นใต้ดินแห่งนี้......